ฉก.นย.๒๓๙๓
           ฉก.นย.๒๓๙๓ สนธิ กำลัง จาก พัน.ร.๙ รอ. กรม ร.๓ นย. ( นราธิวาส) กับ ๑ กองร้อย ปืนใหญ่ ๑๐๕ มม. และ ๑ หมวดบิน ทหารเรือ มี นาวาโท ถาวร วัฒนารมย์ ผบ.พัน.ร.๙ รอ.กรม ร.๓ นย. เป็น ผบ. ฉก.นย.๒๓๙๓ กำลัง ของ ฉก.นย.๒๓๙๓ เข้าทำการ ป้องกัน และ ปราบปราม ผกค. ใน เขต อ.ท่าศิลา อ.สิชล อ.ขนอม และ อ.เมือง (บางส่วน) ของ จว.นครศรีธรรมราช จนถึง สิ้นปี งบประมาณ ๒๕๒๔

ผลการปฏิบัติ
           ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๒๑-๒๕๒๔
           ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๐ เป็นต้นมา ทหารนาวิกโยธิน สามารถปราบปราม ผกค.ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากยึดค่ายกรุงชิงได้แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู้หัว ได้เสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตร และได้ทรงทราบว่าพื้นที่ดังกล่าว มีความอุดมสมบูรณ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ จัดตั้งเป็นโครงการพระราชดำริขึ้นทรงให้สร้างทางเข้าไปในพื้นที่ และทำโครงการ ชลประทานเพื่อให้ราษฎรได้เข้าไปอยู่อาศัย ทหารนาวิกโยธิน จึงต้องอยู่รักษาพื้นที่ให้ประชาชนได้ประกอบอาชีพด้วยความปลอดภัย และเนื่องจากการปฏิบัติภารกิจในการปราบปราม ผกค.ของ กอ.รมน.ภาค ๔ ได้ประสบความสำเร็จมาโดยลำดับ ดังนั้น พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นต้นมา จึงได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ปฏิบัติการดังกล่าวแล้ว โดยให้คงกำลังหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ไว้ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ จว.นราธิวาส เพียงหน่วยเดียว
                - ปะทะกับ ผกค. ๖๙ ครั้ง
                - เหยียบกับระเบิดของ ผกค. ๓๑ ครั้ง
                - ถูกซุ่มโจมตีและยิงรบกวนฐาน ๘๒ ครั้ง
                - ทำลายค่ายพัก ผกค.ได้ ๙ แห่ง
                - ยึดอาวุธปืน ปสบ.๘๗ ได้ ๓ กระบอก กระสุนปืนจำนวนมาก
                - ยึดเอกสารปลุกระดมมวลชนและเครื่องใช้จำนวนมาก
                - ฝ่ายเราเสียชีวิต ๓๘ นาย บาดเจ็บ ๑๒๖ นาย
                - ผกค. เสียชีวิต ชาย ๒๑ คน หญิง ๑ คน ถูกจับกุม ๑๓ คน มอบตัว ชาย ๑๐๘ คน หญิง ๔ คน

รายชื่อผู้เสียชีวิต
                ๑. ร.ต.กิตินันท์       รัตนชื่น
                ๒. ว่าที่ ร.ต.ธีรยุทธ       วาสิกดิลก
                ๓. ว่าที่ ร.ต.ณรงค์      พูลสวัสดิ์
                ๔. พ.จ.อ.เที่ยง       มะลิผล
                ๕. พ.จ.อ.ขวัญชัย       มาบางยาง
                ๖. จ.อ.ไพศาล       เลิศเกียรติศักดิ์
                ๗. จ.อ.สุรินทร์       บำรุงธรรม
                ๘. จ.อ.ประยูร       พิมพ์ทำมา
                ๙. จ.อ.วิโรจน์       นามสวัสดิ์
                ๑๐. จ.อ.วิทยา      ซึมสุวรรณ
                ๑๑. จ.อ.รณชัย       จันทร์ใย
                ๑๒. จ.อ.กลั่น       แก้วยวน
                ๑๓. จ.ท.สุรัตน์       โห้สุวรรณ
                ๑๔. พลฯ วิชัย       บุญเสถียร
                ๑๕. พลฯ ปรีชา       สุขสวัสดิ์
                ๑๖. พลฯ ปรีชา       อินอ่ำ
                ๑๗. พลฯ สุรทิน       สิงห์รงค์
                ๑๘. พลฯ บรรจง       นาคม่วง
                ๑๙. พลฯ ลำสุเด็น       เต๊ะสนู
                ๒๐. พลฯ บุญล้อม      ใจช้า
                ๒๑. พลฯ ไพบูลย์       พรหมทอง
                ๒๒. พลฯ ตอฮา       พันธุ์นุ่ม
                ๒๓. พลฯ ประพันธ์       กลิ่นบัวแย้ม
                ๒๔. พลฯ สุวิทย์       เสนะกุล
                ๒๕. พลฯ บุญชู       แซ่ลิ้ม
                ๒๖. พลฯ อาหมาด      พงหลง
                ๒๗. พลฯ สุขสันต์       ใจงาม
                ๒๘. พลฯ สมศักดิ์       บุญเพ็ง
                ๒๙. พลฯ ดลหมาด       ยาทหม
                ๓๐. พลฯ สุรพงษ์       ร่วมโพธิ์ธี
                ๓๑. พลฯ ไพฑูรย์       ดำภา
                ๓๒. พลฯ แสวง       ทองบุญเหลือ
                ๓๓. พลฯ สุนทร       สวนเข็ม
                ๓๔. พลฯ ประภาส       ดวงจิตร
                ๓๕. พลฯ สุนธยา       เก่งอนันตานนท์
                ๓๖. พลฯ ณรงค์       แซ่จี่
                ๓๗. พลฯ ปรีชา       อัศวิกุล
                ๓๘. พลฯ องอาจ       พึ่งสกุล


การจัดกำลัง
           ฉก.นย.๒๓๙๓ สนธิ กำลัง จาก พัน.ร.๙ รอ. กรม ร.๓ นย. (นราธิวาส) กับ ๑ กองร้อย ปืนใหญ่ ๑๐๕ มม. และ ๑ หมวดบิน ทหารเรือ มี นาวาโท ถาวร วัฒนารมย์ ผบ.พัน.ร.๙ รอ.กรม ร.๓ นย. เป็น ผบ.ฉก.นย. ๒๓๙๓

ภารกิจ

           จัดกำลัง เข้าทำการ ป้องกัน และ ปราบปราม ผกค. ในเขต พื้นที่ อำเภอ ท่าศาลา อำเภอ สิชล อำเภอ ขนอม และ อำเภอ เมือง (บางส่วน) ของ จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยเน้นหนัก การปฏิบัติ ด้านการเมือง เป็นหลัก และ การปฏิบัติ ทางด้าน การทหาร สนับสนุน และ ปฏิบัติ ควบคู่ กันไป ตามภารกิจ ที่ได้ รับมอบ

การปฏิบัติ
           ฉก.นย.๒๓๙๓ ใช้มาตรการ ทางการเมือง ควบคู่ กับ ทางการทหาร อย่างต่อเนื่อง ทำให้ ลดอิทธิพล ของ ผกค. และ บีบบังคับ ให้ ผกค. ต้องมอบตัว ต่อทาง ราชการ มากขึ้น สามารถ ยึด และ ทำลาย ค่ายพัก ของ ผกค. ได้เป็น จำนวนมาก โดยเฉพาะ ค่าย ทปท.เขต ๒ ซึ่งเป็น ค่ายใหญ่ ของ ผกค. อยู่ใน พื้นที่ รอยต่อ ของจังหวัด นครศรีธรรมราช จังหวัด ตรัง และ จังหวัด สุราษฎร์ธานี

ผลการปฏิบัติ
           - ปะทะกับ ผกค. รวม ๒๗ ครั้ง
           - ฝ่ายเรา เสียชีวิต ๔ นาย บาดเจ็บ ๗ นาย
           - ผกค.เสียชีวิต ๙ คน, บาดเจ็บจำนวนมาก, เข้ามอบตัว ๒๒ คน, ถูกจับกุม ๖ คน
           - สิ่งของ ที่ยึดได้ มี ปลยบ.๘๘ จำนวน ๔ กระบอก, ปืนลูกซอง ยาว ๔ กระบอก, ลูกระเบิดขว้าง ๒ ลูก , กระสุนปืน ชนิดต่างๆ ๖๐๐ นัด, เครื่องเลื่อย ขนาด ๑๐ แรงม้า ๑ ชุด, เครื่องเวชภัณฑ์ และ ยารักษาโรค จำนวนมาก, เครื่องอุปโภค และ บริโภค จำนวนมาก, เครื่องครัว และ เครื่องนุ่งห่ม จำนวนมาก, เครื่องดนตรี และ อุปกรณ์กีฬา จำนวนมาก, เอกสาร และ หนังสือ ลัทธิคอมมิวนิสต์ จำนวนมาก

รายชื่อผู้เสียชีวิตฝ่ายเรา
           ๑. พลฯ อาหมาด      พงหลง
           ๒. พลฯ สุขสันต์      ใจงาม
           ๓. พลฯ สมศักดิ์      บุญเพ็ง
           ๔. พลฯ ดลหมาด      ยาแหม

           ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๐ เป็นต้นมา ทหารนาวิกโยธิน สามารถปราบปราม ผกค.ในพื้นที่ จังหวัด นครศรีธรรมราช ได้เป็น ผลสำเร็จ หลังจาก ยึดค่าย กรุงชิง ได้แล้ว พระบาท สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตร และ ได้ทรง ทราบว่า พื้นที่ ดังกล่าว มีความ อุดม สมบูรณ์ จึงทรง พระกรุณา โปรดเกล้า ฯ จัดตั้ง เป็นโครงการ พระราชดำริขึ้น ทรงให้ สร้างทางเข้า ไปใน พื้นที่ และ ทำโครงการ ชลประทาน เพื่อให้ ราษฎร ได้เข้า ไปอยู่ อาศัย ทหารนาวิกโยธิน จึงต้อง อยู่รักษา พื้นที่ ให้ประชาชน ได้ประกอบ อาชีพ ด้วยความ ปลอดภัย และ เนื่องจาก การปฏิบัติ ภารกิจ ในการ ปราบปราม ผกค.ของ กอ.รมน.ภาค ๔ ได้ประสบ ความสำเร็จ มาโดย ลำดับ ดังนั้น พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นต้นมา จึงได้ ถอนกำลัง ออกจาก พื้นที่ ปฏิบัติการ ดังกล่าวแล้ว โดยให้ คงกำลัง หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน ไว้ปฏิบัติการ อยู่ใน พื้นที่ จว.นราธิวาส เพียงหน่วยเดียว

           หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน ภาคใต้ (ฉก.นย.ภต.) ปฏิบัติ ภารกิจ ด้านการเมือง การทหาร ใน พื้นที่ จังหวัด นราธิวาส ในปัจจุบัน ซึ่งทหารนาวิกโยธิน เริ่มเข้า ปฏิบัติ ภารกิจ ในพื้นที่ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ (ยะลา , ปัตตานี , นราธิวาส) ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๑๘ จนถึง ปัจจุบัน โดยใช้ นามหน่วย และชื่อย่อ แตกต่าง กันไป ตามลำดับ คือ
                ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๑๘ - ๒๕๒๐ โดยใช้ นามหน่วย เป็นเลข ๓ ตัว คือ หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน ที่ ๑๘๑ (ฉก.นย.๑๘๑) เลข ๒ ตัวแรก หมายถึง ปี พ.ศ.๒๕๑๘ ตัวที่ ๓ หมายถึง หน่วยเฉพาะกิจ หน่วยที่ ๑ เนื่องจาก ในปี พ.ศ.๒๕๑๘ ได้จัดตั้ง หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน ทั้งหมด ๕ หน่วย
                ปี พ.ศ.๒๕๒๑ - ๒๕๒๕ เปลี่ยนนามหน่วย เป็นเลข ๔ ตัว คือ เลขสองตัวแรก หมายถึง ปี พ.ศ. เหมือนเดิม เลขตัวที่สาม หมายถึง ชื่อกองพัน เลขตัวที่สี่ หมายถึง จำนวนครั้งที่ ปฏิบัติภารกิจ ที่ จังหวัด ชายแดน ภาคใต้ เริ่มตั้งแต่ หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน ที่ ๒๑๙๑ (ฉก.นย.๒๑๙๑)
                ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๖ เป็นต้นมา กรมนาวิกโยธิน ยกเลิก การใช้ เลข ๔ ตัว เรียก ฉก.นย.ภาคใต้ โดยให้ เปลี่ยนใหม่ เป็น หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน ภาคใต้ (ฉก.นย.ภต.) และ เพื่อไม่ให้ ชื่อใหม่ สับสน กับ ฉก.นย.ภต. หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธิน ภาคใต้
                ในปีต่อ ๆ ไป จึงให้ กำหนด ปีงบประมาณ กำกับ ไว้ด้วย เช่น ฉก.นย.ภต. (งป.๒๗) , ฉก.นย.ภต. (งป.๓๒) เป็นต้น ผบ.ฉก.นย.ภต. คนแรก คือ น.อ.ชีวิน ปิ่นทอง และ คนที่ ๒ น.อ.วิชัย ธรรมวิญญา มีตำแหน่ง ปกติเป็น รอง ผบ.กรม ร.๓ นย. ในขณะนั้น เป็น ผบ.ฉก.นย.ภต. (งป.๒๗ และ งป.๒๘ ตามลำดับ) เนื่องจาก เงื่อนไข ในขณะนั้น คือ น.อ.สง่า แดงดีเลิศ อาวุโสกว่า ผบ.พตท.๔๓ แต่ น.อ.ชีวิน ปิ่นทอง ดำรง ตำแหน่ง ไม่ครบ ปีงบประมาณ ต้องเสียชีวิต เนื่องจาก ป่วยด้วย โรคมะเร็ง น.ท.วิม สุตะพาหะ ผบ.พัน.ร.๘ กรม ร.๓ นย. ซึ่งเป็น รอง ผบ.ฉก.นย.ภต. อีกตำแหน่งหนึ่ง ขณะหนึ่ง จึงได้รับ คำสั่ง แต่งตั้ง เป็น รรก.ผบ.ฉก.นย.ภต. แทน น.อ.ชีวิน ปิ่นทอง ซึ่งเสีย ชีวิต ตั้งแต่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๒๖ จนจบ ปีงบประมาณ