ปัจจัยเชิงสาเหตุสำคัญของความสำเร็จในชีวิตสมรส
รองศาสตราจารย์ งามตา วนินทานนท์
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาว่า ลักษณะภายนอก-ภายในครอบครัว ลักษณะทางจิตสังคม ตลอดจนลักษณะทางพุทธศาสนาด้านใดบ้าง ที่มีความเกี่ยวข้องเชิงสาเหตุทางตรงและ/หรือทางอ้อมกับคุณภาพชีวิตสมรส ซึ่งวัดใน 2 มิติ คือ มิติความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส (โมเดล 1) และมิติการปรับตัวระหว่างคู่สมรส (โมเดล 2) กลุ่มตัวอย่างเป็นสามีหรือภรรยาจากครอบครัวในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 962 คน เป็นฝ่ายสามี 361 คน ภรรยา 601 คน มีอายุระหว่าง 21 - 49 ปี (อายุเฉลี่ย 35.05 ปี) จำนวนปีที่อยู่ร่วมกันเฉลี่ย 10.27 ปี ร้อยละ 81.6 ของผูู้็ถูกศึกษามีบุตร 1 คน ขึ้นไป
จากผลการวิเคราะห์อิทธิพล (โดยใช้ Risrel Model) ในโมเดล 1 และ 2 พบว่าจิตลักษณะด้านความใกล้ชิดผูกพันและการรับรู้ค่านิยมด้านชีวิตครอบครัว ต่างส่งผลทางตรงและทางอ้อมต่อคุณภาพชีวิตสมรสทั้งสองด้าน ส่วนทัศนคติต่อคู่สมรสและการรับรู้สภาพเศรษฐกิจของครอบครัว ส่งผลทางตรงต่อคุณภาพชีวิตสมรสทั้งสองด้าน ผลลักษณะนี้พบสอดคล้องกันในโมเดลฝ่ายสามีและภรรยา อย่างไรก็ตามพบผลที่ต่างกันคือปริมาณการสื่อสารระหว่างคู่สมรส ส่งผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อคุณภาพชีวิตสมรสทั้งสองด้านโดยเฉพาะโมเดลฝ่ายภรรยา ขณะที่การรับรู้การปฏิบัติทางพระพุทธศาสนาของภรรยา ส่งผลทางตรงและทางอ้อมต่อคุณภาพชีวิตสมรสด้านความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรส และการใช้วิธีการจัดการกับความขัดแย้งแบบลบ ส่งผลทางตรงต่อการปรับตัวระหว่างคู่สมรส ผลเช่นนี้พบเฉพาะในโมเดลฝ่ายสามี ปัจจัยเชิงเหตุสำคัญดังกล่าวร่วมกันสามารถทำนาย คุณภาพชีวิตสมรสด้านความสัมพันะ์ระหว่างคู่สมรสได้ร้อยละ 75 ในโมเดลฝ่ายสามี และร้อยละ 77 ในโมเดลฝ่ายภรรยา ขณะที่ปัจจัยเชิงเหตุชุดเดียวกันนี้ทำนายการปรับตัวระหว่างคู่สมรสได้ร้อยละ 65 เท่ากันทั้งโมเดลฝ่ายสามีและภรรยา ลักษณะของ สามีภรรยากลุ่มเสี่ยงได้รับการระบุพร้อมข้อเสนอแนะเพื่อการประยุกต์ใช้ผลวิจัยและเพื่อการทำวิจัยต่อไป

คำสำคัญ คุณภาพชีวิตสมรส ความสัมพันธ์์ระหว่างคู่สมรส การปรับตัวระหว่างคู่สมรส จิตลักษณะด้านความใกล้ชิดผูกพัน ทัศนคติต่อคู่สมรส การสื่อสารระหว่างคู่สมรส วิธีการจัดการกับความขัดแย้ง แบบบวกและแบบลบ การปฏิบัติทางพระพุทธศาสนา

ที่มา วารสารจิตพฤติกรรมศาสตร์ : ระบบพฤติกรรมไทย ปี พ.ศ.2548 ปีที่ 2 ฉบับที่ 1 หน้า 8 - 37