![]() ![]() |
|||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
จากวันที่ 20 มีนาคม 2540 วันที่เรือขึ้นระวางประจำการ จวบจนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 14 ปีแล้ว ที่เรือลำนี้อยู่เคียงคู่กองทัพเรือไทย เพื่อเป็นกำลังรบหลักในการป้องกันประเทศ รักษาอธิปไตย และคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลมาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันยังคงอยู่เคียงข้างปวงชนชาวไทย เพื่อคอยช่วยเหลือในยามประสบภัยพิบัติ อย่างมิรู้จักเหนื่อยเหน็ด ซึ่งไม่เพียงแต่ประชาชนคนไทยเท่านั้น ที่รู้ซึ้งถึงคำว่าที่สุดของเรือลำนี้ ทหารเรือทุกนายก็รู้สึกได้ไม่แตกต่าง เพียงแต่สามารถสัมผัสเรือรบที่มีประสิทธิภาพสูงระดับแนวหน้าของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มากกว่าเท่านั้น ตั้งแต่ที่กองทัพเรือมีเรือลำนี้ไว้ประจำการได้ไม่นาน จักรีนฤเบศร ชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ได้สร้างแสนยานุภาพให้แก่่ราชนาวีไทยมาโดยตลอด เพราะในทุกๆภารกิจที่กองทัพเรือมอบหมายตลอด 14 ปีนั้น เรือหลวงลำนี้สามารถปฏิบัติได้อย่างเยี่ยมยอด จนเป็นที่ยอมรับของประชาชนตลอดมา ฉะนั้นกับคำว่า...ที่สุด สำหรับเรือหลวงจักรีนฤเบศรแล้ว คู่ควรอย่างไม่ต้องสงสัย ผู้เขียนขอรับอาสาบรรยายถึงสิ่งที่เป็นที่สุด เพื่อให้ได้ทราบพอสังเขป ดังนี้ |
|||||||
![]() |
|||||||
ร.ล.จักรีนฤเบศร เป็นเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ที่ดีที่สุด...ใหญ่ที่สุด...มีศักยภาพมากที่สุด ในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไหนๆก็มิอาจเทียบได้ ด้วยขีดความสามารถในการบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลางได้ถึง 15 เครื่อง หรือเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่ง (Vertical/Short Take Off and Landing: V/STOL) ได้ 12 เครื่อง ทำให้เพิ่มขีดความสามารถของกำลังทางเรือด้านการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจและหาข่าว การป้องกันภัยทางอากาศให้กับกองเรือ รวมทั้งใช้อาวุธสำหรับการปฏิบัติการทางเรือตามสาขาต่างๆได้เป็นอย่างดี โดยมีคุณลักษณะที่พิเศษ ดังนี้ - โครงสร้างตัวเรือแข็งแรง มีความคงทนทะเลได้ถึง ระดับ Sea State 9 (ความสูงของคลื่น 13.8 เมตร) - รัศมีปฏิบัติการ ไกลถึง 10,000 ไมล์ทะเล และสามารถปฏิบัติการในทะเลได้อย่างต่อเนื่องนานถึง 45 วัน โดยไม่ต้องรับการส่งกำลังบำรุงเพิ่มเติม - ขีดความสามารถด้านการปฏิบัติการบิน ประกอบด้วยดาดฟ้าบิน สถานที่สำหรับรับ-ส่งอากาศยาน ที่มีขนาดความยาว 174.6 เมตร กว้าง 30.5 เมตร และมีสถานีรับ-ส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและสถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าไว้บริการแก่อากาศยานที่นำเครื่องจอดลงบนดาดฟ้า ซึ่งดาดฟ้าบินนี้สามารถรับ-ส่งเฮลิคอปเตอร์ได้ทุกประเภท (น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุดระหว่าง 7,000 ถึง 136,000 กิโลกรัม) กรณีเป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ เช่น Chinook สามารถรับส่งได้ที่ SPOT (จุดรับ-ส่ง) ที่ 4 เท่านั้น โดยการรับ-ส่งเฮลิคอปเตอร์นั้นสามารถรับ-ส่งได้ 5 เครื่องพร้อมกัน ด้านการบรรทุกอากาศยาน ภายในเรือมีโรงเก็บอากาศยานด้วยขนาดพื้นที่ 2,125 ตารางเมตร พร้อมด้วยระบบลิฟต์เคลื่อนย้ายอากาศยานระหว่างโรงเก็บอากาศยานกับดาดฟ้าบิน ขนาด 20 ตัน จำนวน 2 ชุด และมีลิฟต์ลำเลียงสรรพาวุธระหว่างคลังสรรพาวุธกับโรงเก็บอากาศยาน และดาดฟ้าบิน อีก 2 ชุด - ระบบอำนวยการรบ เป็นการเชื่อมต่อกันระหว่างระบบตรวจจับ ระบบควบคุมและสั่งการ ระบบอาวุธ ตลอดจนระบบสนับสนุน เข้ารวมกันบนระบบปฏิบัติการ (Operating System) ทำให้สามารถติดตามสถานการณ์ ตรวจจับ ค้นหา ติดตามเป้า แสดงภาพ จนถึงขั้นควบคุมการใช้อาวุธได้อย่างสมบูรณ์ ยังมีสิ่งต่างๆที่พิเศษสุดอีกมาก ที่ผู้เขียนไม่อาจบรรยายได้ แตให้่เชื่อเถอะครับว่า...พิเศษกว่าเรือลำใดในย่านนี้เป็นแน่ แต่ที่พิเศษหรือวิเศษสุดไปกว่านั้น ร.ล.จักรีนฤเบศร เป็นเรือที่ก่อให้เกิดการพัฒนารูปแบบการปฏิบัติการทางเรือ การปฏิบัติการร่วมระหว่างเรือกับอากาศยานอย่างสมบูรณ์แบบ และการพัฒนาสิ่งใหม่ๆแก่กองทัพเรืออย่างมากมาย |
|||||||
![]() |
|||||||
การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล เป็นอีกหนึ่งกิจสำคัญในยามสงบ ร.ล.จักรีนฤเบศร เป็นเรือขนาดใหญ่สามารถทนคลื่นลมในทะเลได้ดี เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย สามารถค้นหาและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเลได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังสามารถขยายพื้นที่ในการลาดตระเวน และระยะเวลาในการปฏิบัติการในทะเลได้เป็นเวลานาน ทำให้ภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบภัยมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ภายในเรือยังมีโรงพยาบาลขนาด 15 เตียง ซึ่งมีอุปกรณ์พร้อมใช้สำหรับรักษาผู้ป่วย มีทั้งห้องผ่าตัด ห้องทันตกรรม และห้องเอ็กซเรย์ โดยมีคณะแพทย์ที่มีความสามารถพร้อมปฏิบัติภารกิจได้ตลอด 24 ชม. เวลา 14 ปีที่ผ่านไปนั้น เรือลำนี้ได้มีบทบาทช่วยเหลือประชาชนคนไทยจากความไม่สงบ และภัยพิบัติทางธรรมชาติมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง อาทิ - พายุไต้ฝุ่นซีตาห์ ที่จังหวัดชุมพร เมื่อ 24 สิงหาคม พ.ศ.2540 - พายุไต้ฝุ่นลินดา ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที 4-7 พฤศจิกายน พ.ศ.2540 - น้ำท่วมที่จังหวัดสงขลา วันที่ 23-29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 - เหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2546 - เหตุการณ์ธรณีพิบัติคลื่นยักษ์ Tsunami บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 - เหตุการณ์อุทกภัย ที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 2-6 พ.ย.53 - เหตุการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 2 พ.ย.53 - เหตุการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี (เกาะเต่า) เมื่อวันที่ 29 มี.ค.54 และในทุกๆปีช่วงฤดูมรสุมของประเทศไทย ร.ล.จักรีนฤเบศร จะได้รับมอบหมายให้เป็นเรือหลักในหมู่เรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย (มชภ.) ซึ่งต้องเตรียมเรือให้พร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย เมื่อกองทัพเรือสั่งการ |
|||||||
![]() |
|||||||
กว่า 500 ชีวิตของกำลังพลบนเรือ เปรียบเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อน ให้ภารกิจของเรือเดินทางไปสู่เป้าหมาย กว่า 14 ปี ที่กำลังพลผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนบรรจุลงเรือ มาจนถึงวันนี้คงนับได้ไม่หมด แต่สิ่งหนึ่งที่นับไดหรือวัดได้ ก็คือ ประจำเรือทุกคนล้วนทราบดี ว่าตนเองมีหน้าที่อะไร ต้องมีความรู้อะไร ต้องเชี่ยวชาญในด้านใด และจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร เพื่อให้เรือสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง พวกเรากำลังพลเรือและรวมถึงเขียนด้วย เข้าใจในความหมายของความเป็นที่สุดอยู่ทุกขณะจิต วันแล้ววันเล่าที่ผ่านไป ไม่เคยเสียเปล่า ประจำเรือทุกคนต่างเร่งฝึกฝนตนเอง ให้พร้อมเสมอสำหรับวันใหม่ เพราะยามใดที่เรือเคลื่อนตัวออกจากท่า นั่นหมายถึง ภาระสำคัญที่จะบกพร่องมิได้ เพื่อให้สมกับที่ผู้บังคับบัญชาไว้วางใจ ตัวผู้เขียนเองเชื่อเหลือเกินว่า ประจำเรือทั้งหมดที่เคยอยู่ลำนี้ เคยใช้ชีวิตบนเรือลำนี้แม้เพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของเวลา ย่อมเกิดความรักความผูกพัน ความศรัทธาต่อเรือที่เป็นที่สุด...ลำนี้ นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์โดยแท้ และไม่เพียงแต่กับเรือเท่านั้น ความรักความสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียวกันก็ก่อให้เกิดกับพวกเราด้วยเช่นกัน นั่นเพราะเราลงเรือลำเดียวกัน เราเป็นครอบครัวเดียวกัน |
|||||||
![]() |
![]() ![]() |
||||||
| l การเยี่ยมชมเรือ l ติดต่อเรา | |||||||