![]() ![]() |
|||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
เรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือที่ได้ชื่อว่าเรือรบหลวงของประชาชนคนไทยลำนี้ ปัจจุบันได้ขึ้นระวางประจำการมาแล้วกว่า 15 ปี ซึ่งก็ผ่านมานานหลายปีจน บางทีบางท่านอาจรู้สึกยาวนานจนจำแทบไม่ได้ อาจเป็นเพราะคุ้นในชื่อของ จักรีนฤเบศร เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ลำแรกของกองทัพเรือไทยและยังคงมีเพียงลำเดียวในภูมิภาคนี้ ซึ่งยิ่งใหญ่หาใครเทียบ หรืออาจคุ้นตากับบทบาทเรือรบที่คอยช่วยเหลือประชาชน ตั้งแต่ปีแรกที่เดินทางกลับจากสเปนเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน แต่ไม่ว่าจะรู้สึกคุ้นชินในแบบไหนนั้น มันก็คือความรู้สึกมั่นคงทางทะเลและมั่นคงทางใจแห่งราชอาณาจักรไทยนั่นเอง การที่จะดำรงความพร้อมของเรือให้สามารถออกปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อมีคำสั่ง เป็นเพียงจุดหมายเดียวที่ประจำเรือทุกคนยังคงตั้งใจและตั้งหน้าตั้งตารอภารกิจสำคัญในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง เพราะประจำเรือทุกนายรับรู้ได้ถึงความโหดร้ายจากภัยธรรมชาติหรือภัยแห่งชาติ และรู้ซึ้งถึงการรอคอยและความหวังจากหัวใจของผู้ประสบภัย เป็นอย่างดี อายุุเรือเพียงแค่ 15 ปี ยังถือได้ว่าเราเพิ่งเริ่มเติบโต เพราะเรือรบทั่วโลกก่อนที่จะปลดระวางมีอายุการใช้งาน (เข้าประจำการ) ราว 35-50 ปี ฉะนั้นเรือรบลำนี้จึงเปรียบได้กับชีวิตคนที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งมีพลังมีเรี่ยวแรงอย่างเหลือเฟือ เพียงพอต่อการใช้งานได้อย่างไม่จำกัด และด้วยเทคโนโลยีทางเรือที่พัฒนาเปลี่ยนไปอยู่เสมอ ทำให้การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงยุทโธปกรณ์ภายในเรือจำต้องมีบ้างบางช่วงเวลา เพื่อให้เหมาะสมทัดเทียมแก่เทคโนโลยีแห่งยุคสมัย ที่ผ่านมานั้น เรือได้รับการปรับปรุงระบบสื่อสารครั้งใหญ่เพื่อตอบสนองการติดต่อสื่อสารระหว่างเรือกับอากาศยาน กับเรือในกระบวน กับหน่วยบัญชาการบนฝั่ง หรือแม้กระทั่งหน่วยเฉพาะกิจต่างๆกรณีเรือทำหน้าที่เป็นเรือบัญชาการ และยังมีระบบอื่นๆอีกที่ยังคงรอการปรับปรุงตามสมควร ไม่เพียงแต่ระบบหรือยุทโํ๊็๊ํธปกรณ์เท่านั้นที่ได้รับการปรับปรุง แต่ยังปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้านการบริหารงานด้วยเช่นกัน เพื่อให้สมกับวิสัยทัศน์ของเรือที่ว่า เรือปฏิบัติการรบและการบริหารที่มีขีดสมรรถนะสูงภายในปี 2556 |
|||||||
![]() |
![]() |
||||||
หากย้อนหลังกลับไปหนึ่งปีกับการปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆภายในเรือ การบริหารงานด้านกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญในลำดับแรกที่ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญ เพราะหากขาดเรือคนอยู่ได้ แต่ขาดคนเรือก็อยู่ไม่ได้ การบริหารงานด้านกำลังพลที่ผู้เขียนว่านี้ คือการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพของประจำเรือ เพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ได้แก่ 1.การรู้จักหน้าที่ในความรับผิดชอบของตนเองและผู้อื่น ประจำเรือทุกนายล้วนมีหน้าที่ตามตำแหน่งภายในเรือ ซึ่งต้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และปลอดภัย แต่ส่วนใหญ่ขาดการศึกษาเพิ่มพูนความรู้ อาจด้วยธรรมชาติของชาวเรือมักใช้วิธีการถ่ายทอดความรู้แบบพี่สอนน้อง ให้ได้รับฟัง รับรู้ และจดจำกันไป แต่รู้เรายังไม่พอจำต้องรู้เขาอีกด้วย เพราะเรือลำนี้ประกอบด้วยกำลังพลหลายพรรคเหล่าที่ปฏิบัติงานร่วมกัน ตามโครงสร้างการจัดภายในเรือที่จัดแบ่งไว้ได้อย่างลงตัว การที่เราเรียนรู้หรือเข้าใจลักษณะงานของผู้อื่นนั้น จะทำให้เรามองเห็นภาพรวมของการปฏิบัติงานเรือที่มีความเกี่ยวข้องกันในระดับบุคคลและระดับแผนกที่อาจเรียกได้ว่า ขาดเพียงหนึ่ง ล้มเหลวได้ทั้งหมด ทางเรือจึงได้นำเอาเครื่องมือจัดการความรู้ที่เรียกว่า KM เข้ามาบริหารความรู้ภายในเรือ นอกจากเราจะได้องค์ความรู้ที่เป็นลายลักษณ์อักษรแบบพร้อมเรียนรู้แล้ว ยังเป็นการตอกย้ำซ้ำทวนความรู้ความสามารถของกันและกัน ผ่านเรื่องเล่าอันแสนสั้น แต่บ่งบอกถึงประสบการณ์การทำงานที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน จนกลายเป็นความเชื่อมั่น เชื่อใจ และเคารพในสิทธิหน้าที่ของผู้อื่น 2.การเพิ่มศักยภาพของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยการมอบหมายงาน ในระบบงานราชการส่วนใหญ่ เราจะคุ้นเคยกับการมอบหมายอำนาจ หน้าที่ ความรับผิดชอบให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ให้ทำการแทนในกรณีติดงานราชการอื่น ซึ่งข้อดีของการมอบหมายงานนั้นมีมากกว่าข้อเสีย อาทิ การแบ่งเบาภาระงานของผู้บริหาร การเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เพิ่มทักษะด้านการบริหาร หรือการสร้างผลงานได้มากขึ้น ส่วนข้อเสียหลัก คือ การกำหนดขอบเขตและความชัดเจนของสิทธิและอำนาจ เพราะหากตัดสินใจผิดพลาดอาจนำพาไปสู่ความล้มเหลวและเป็นผลเสียกับองค์กรโดยรวมได้ ผู้เขียนเชื่อว่ามีเพียงเรือของราชนาวีเพียงลำเดียวที่มีการมอบหมายงานแบบเบ็ดเสร็จให้กับนายทหารประทวน ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีโอกาสพัฒนาทักษะต่างๆ ซึ่งไม่เคยมีการเรียนการสอนในห้องเรียนมาก่อน การมอบหมายงานแบบเบ็ดเสร็จที่ว่านี้คือการให้นายทหารประทวนโดยประธานเมสพันจ่า ได้รับแถว ตรวจสอบบัญชีพลและประกาศข่าวสารต่างๆ (ทุกวันอังคาร) ซึ่งไม่รวมถึงการประชุมในระดับนายทหารประทวนที่แยกย่อยอีกหลายครั้ง และสวัสดิการเรือต่างๆ ก็ได้มาจากความต้องการอย่างแท้จริงที่ผ่านการเสนอการโหวตของผู้ที่ต้องการจริงๆ แต่สิ่งสำคัญที่เราได้มาจากการมอบหมายงานก็คือ การสอนงานหรือการสร้างทีมงาน เพราะเมื่อใดที่ความกล้าชนะความกลัว ก็มักจะมีอะไรใหม่ๆจากกลุ่มคนเหล่านี้ทำให้ผู้บังคับบัญชาได้แปลกใจอยู่เสมอ ซึ่งแนวคิดที่ได้อาจดีบ้างไม่ดีบ้าง ทำสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง จึงไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ความพยายามนั้นต่างหาก เพราะ การเพียรพยายามที่จะทำ อาจไม่ได้ทำให้กิจสำเร็จ แต่ทำให้ได้เห็นถึงความพยายามอย่างตั้งใจ แค่นั้นก็บรรลุผล (รัตนพงศ์ อิ่มเล้ง) |
|||||||
![]() |
![]() |
||||||
3.การสร้างความสุขในที่ทำงาน ความหมายของคำว่า งานกับความสุข ตรงข้ามกันอย่างเห็นได้ชัด จึงเป็นสิ่งท้าทายอย่างหนึ่งสำหรับผู้บริหาร ว่าจะทำอย่างไรให้ที่ทำงานเต็มไปด้วยความสุข (Happy Work Place) เรือรบก็คงเหมือนกับองค์กรทั่วไป แต่แตกต่างกันตรงที่เราทำงานบนเรือและนอนบนเรือ จึงไม่แปลกใจที่ชาวเรือจะรักเรือเหมือนบ้าน ผู้เขียนจับความรู้สึกได้ว่าในทุกๆวันความสุขบนเรือลำนี้มีอยู่อย่างมากมาย เพราะสังคมคนเรือเน้นอยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยแบบพี่ๆน้องๆ และการที่เรือออกปฏิบัติงานได้สำเร็จลุล่วงทุกคนต่างก็มีความสุข ตลอดจนการเป็นภาพแทนของกองทัพเรือ ในกรณีที่เปิดเรือให้ประชาชนได้ขึ้นมาเยี่ยมชม ซึ่งการที่เราได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ก็รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก ฉะนั้นความสุขของคนเรือจึงรายล้อมอยู่รอบๆตัว โดยผู้บังคับบัญชาเองก็ได้มีนโยบายเชิงสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ปฏิบัติงานด้วยความเต็มใจและมีความสุขกับการทำงาน เช่น การส่งเสริมให้มีการจัดตั้งชมรมหรือจัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจะเป็นกิจกรรมอะไรก็ได้แต่ประจำเรือต้องอยากทำหรือสนใจเป็นกรณีพิเศษ อาทิ ชมรมชายอิสระ ที่เน้นการบำเพ็ญสาธารประโยชน์แก่โรงเรียนหรือหน่วยงานใกล้เคียง ชมรมตกปลา ที่เน้นการให้ความรู้เรื่องการตกปลา ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่มักมีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไปตามสถานที่ต่างๆ หรืออีกหลายๆชมรมที่น่าสนใจ เช่น ชมรมแล่นใบ ชมรมพระเครื่อง ชมรมรถโบราณ ชมรมจักรยาน ชมรมกอล์ฟ ฯ แต่นอกเหนือจากช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ สิ่งที่ได้กลับเป็นการแบ่งปันความรู้สึกนึกคิดและความเป็นมาเป็นไปของชีวิตระหว่างกัน ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าคงไม่มีกิจกรรมไหนที่จะสามารถสื่อสารกันได้อย่างสนิทใจเท่านี้อีกแล้ว ความสุขความสามัคคีทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นประจำในทุกบ่ายวันพุธและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ซึ่งจากวันพุธธรรมดาๆวันหนึ่งกลายเป็นวันพุธที่ทุกคนรอคอย เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมอย่างใจจดใจจ่อ และเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการส่งเสริมครั้งนี้จึงประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ต้องสงสัย |
|||||||
![]() |
![]() |
||||||
![]() |
![]() |
||||||
การเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆในสภาวะแวดล้อมเดิมๆ นั้น เป็นแนวคิดที่ท้าทายอย่างสูงสุด เพราะสังคมคนโดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งมีหลายแนวคิด หลายแนวปฏิบัติ และเกิดขึ้นตลอดเวลา หากต้องการการดำรงอยู่แห่งเกียรติและศักดิ์ศรี หลายคนและหลายองค์กรอาจจะต้องมีการปรับตัว แต่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคง ความก้าวหน้า และการพัฒนาศักยภาพในการทำงานที่เพิ่มมากขึ้น ประจำเรือบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร ลำนี้ กำลังได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการทำงาน โดยผ่านการเรียนรู้ทักษะชีวิตต่างๆ ซึ่งสอดแทรกซึมซับสู่ตัวตนแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว และเรือจะยังคงส่งเสริมแบบนี้ต่อไป ดังดำริของผู้บังคับการเรือ นาวาเอก อนิรุธ สวัสดี ที่ว่า การทำงานนั้น เราต้องทำอย่างเต็มขีดความสามารถ แต่ประจำเรือทุกคนนั้น สำคัญยิ่งกว่า ต้องส่งเสริมอย่างเต็มกำลัง |
|||||||
![]() |
![]() ![]() |
||||||
| l การเยี่ยมชมเรือ l ติดต่อเรา | |||||||