![]() ![]() |
|||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
การนำเรือออกสู่ท้องทะเลกว้างของชาวเรือ ไม่เพียงรู้จักวิธีการนำเรือ แต่ยังต้องรู้กฎรู้หลักของการเดินเรือที่มีบังคับใช้ไว้เป็นเกณฑ์ (กฎการเดินเรือและ พ.ร.บ.ป้องกันเรือโดนกัน) แต่นั่นเรายังสามารถควบคุมได้ ควบคุมรูปแบบการนำเรือ ควบคุมทิศทาง ควบคุมความเร็ว หรือแม้กระทั่งควบคุมเครื่องจักรเครื่องยนต์ให้ทำงานตามแต่ใจสั่ง จนดูเสมือนว่าการเป็นนักเดินเรือนั้นมิใช่เรื่องยาก หากแต่ชาวเรือขนานแท้แล้วย่อมไม่คิดเช่นนั้น เพราะการนำเรือที่ดีจำต้องรู้จักสภาพลมฟ้าอากาศ ปรัชญาธรรมชาติที่อยู่คู่กับสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้มาอย่างยาวนาน ตัวแปรสำคัญนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เราควบคุมไม่ได้ เว้นเสียแต่การคาดการณ์พยากรณ์หรืออุตุนิยมวิทยา (Meteorology) สมมติฐานที่มีเหตุผลน่าเชื่อถือจนเป็นที่ยอมรับ และได้รับการพัฒนาคู่ขนานมากับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่แปรเปลี่ยนไปตลอดเวลา ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งจำเป็นในสาขาวิชาต่างๆ โดยเฉพาะอุตุนิยมวิทยาภาคพื้นทะเล (Maritime Meteorology) ที่มีความสัมพันธ์กันระหว่าง ทะเล บรรยากาศ และการเดินเรือ อุตุนิยมวิทยานั้น เกิดจากการสังเกตุ บันทึก และประสบการณ์ของมนุษย์ ที่เฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงของลม ฟ้า เมฆ ฝน จนสามารถวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ นำมาทำนายลักษณะลมฟ้าอากาศเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยบุคคลที่ได้รับเกียรติให้เป็นผู้ให้กำเนิดศาสตร์แขนงนี้คือ อริสโตเติล ปราชญ์ชาวกรีกโบราณในผลงานชิ้นเอก ตำรา Meteorologica นั่นเอง สำหรับอุตุนิยมวิทยาของประเทศไทยได้ถือกำเนิดขึ้นในกองทัพเรือ เมื่อปี พ.ศ. 2449 โดย พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงนำวิชาอุตุนิยมวิทยามาสอนยังโรงเรียนนายเรือ ก่อนที่จะกลายมาเป็นกรมอุตุนิยมวิทยาในปัจจุบัน อุตุนิยมวิทยาภาคพื้นทะเลเป็นหนึ่งในสาขาวิชาการอุตุนิยมวิทยา หากศึกษาจนเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงพฤติกรรมของบรรยากาศ ทะเล ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ สายลม ท้องฟ้า อุณหภูมิ ความชื้น ความกดอากาศ เมฆ ทัศนวิสัย และแสงแดด หรือ ปรากฏการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ซึ่งเราสัมผัสได้อยู่ในทุกวัน จะกลายเป็นประโยชน์ที่จับต้องได้ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการพยากรณ์อากาศ มีความสำคัญต่อเราเหล่าชาวเรือแทบจะทุกอณูแห่งวิถีลูกทะเล ผู้เขียนขออนุญาตสรุปเป็นข้อๆตามความเข้าใจ ตามความรู้สึกถึงประโยชน์พอสังเขป ก่อนการขีดเข็มเพื่อกำหนดเส้นทางการเดินเรือ การกำหนดจุดจอดทอดสมอ ตลอดจนตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติการ จำเป็นต้องทราบข้อมูลข่าวสารด้านสภาพอากาศ จากข่าวพยากรณ์ของกองอุตุนิยมวิทยา กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งได้คาดหมายสภาวะของลมฟ้าอากาศที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาข้างหน้า อาทิ ผลการพยากรณ์ ภาพจากเรดาร์ตรวจอากาศ แผนที่อากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม เมื่อรวบรวมและนำมาพินิจวิเคราะห์แล้ว สิ่งเหล่านี้จะช่วยบอกเราให้ทราบถึงลักษณะสภาวะทางธรรมชาติในบริเวณพื้นที่ๆเราจะเดินเรือ หากไม่ปลอดภัยเราสามารถหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณนั้นไปและหาเส้นทางการเดินเรืออื่น ที่มีความปลอดภัยกว่าแต่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติภารกิจ และเรายังสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อีกว่า ตลอดการเดินทางนั้น จะต้องพบกับสภาพอากาศแบบใด คลื่นลมรุนแรงหรือไม่ จะได้เตรียมผูกมัดอุปกรณ์สิ่งของที่อาจหลุดร่วงสร้างความเสียหาย เป็นต้น ส่วนใหญ่แล้วการออกเรือเพื่อปฏิบัติภารกิจล้วนทราบกำหนดการล่วงหน้ายกเว้นภารกิจเร่งด่วนตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการ การพิจารณาเวลาออกเรือนั้น (นำเรือออกจากท่าเทียบเรือ) ลำดับแรกที่ต้องคำนึงถึงคือช่วงเวลาของระดับน้ำขึ้น-ลง เพราะระดับน้ำที่ขึ้นหรือลงนั้นจะมีความแรงและทิศทางของกระแสน้ำด้วยเสมอ ส่งผลให้การบังคับควบคุมเรือทำได้ยากลำบาก จนสามารถพัดพาเรือออกจากท่าหรือพัดพาให้เรือเข้าชนท่าได้ อีกหนึ่งตัวแปรที่ต้องระมัดระวังในการเทียบหรือออกจากเทียบ ก็คือความเร็วและทิศทางของลม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการควบคุมเรืออยู่มากโขไม่แพ้กระแสน้ำ หากวันใดคำนวณช่วงเวลาออกเรือผิดพลาดอาจสร้างความเสียหายเกิดความไม่ปลอดภัยต่อเรือและประจำเรือได้ แต่เมื่อมองอีกแง่มุมหนึ่ง การออกเรือท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่ไม่เป็นใจกลับกลายเป็นสิ่งท้าทายความสามารถของผู้บังคับการเรือหรือต้นหนผู้นำเรืออย่างที่สุด มิใช่เพราะทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนๆเดียว หากแต่เป็นภาวะผู้นำ ความรับผิดรับชอบ ประสบการณ์ และวิธีคิด ว่าจะสามารถแก้โจทย์ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าได้ดีมากน้อยเพียงใด |
|||||||
![]() |
|||||||
เมื่อเราเดินเรือในทะเล นายทหารอุตุนิยมวิทยา หรือ ต้นหน (ผู้รับผิดชอบการพยากรณ์) ต้องหมั่นตรวจสอบสภาพอากาศจากเครื่องรับข้อมูลข่าวอากาศจากสถานีส่งบนฝั่ง ประกอบกับการสังเกตลักษณะเมฆ ท้องฟ้า การวัดอุณหภูมิผิวน้ำ ความชื้น คลื่นลม ความกดอากาศ ฯลฯ อยู่ตลอดเวลา เพราะการพยากรณ์เป็นเพียงแค่การคาดหมายเท่านั้น อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจนทำให้เราตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย เช่น เรืออยู่ในเขตพายุ แต่ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยาจะช่วยให้ทราบถึงลักษณะการเคลื่อนที่และทิศทางของพายุ จนสามารถนำเรือผ่านพื้นที่ปลอดภัยในเขตพายุและช่วยลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเรือลงได้ เป็นต้น การระแวดระวังภัยจากสภาพอากาศมิใช่เพียงแต่พายุเท่านั้น ก่อนหน้านี้ยังมีเรื่องของเมฆหมอก ฝนฟ้าคะนอง และคลื่นลมอีกด้วย โชคคงไม่ช่วยเป็นแน่แท้หากเจอสถานการณ์ที่รุนแรง ณ เวลานั้น มีเพียงสิ่งเดียวที่พอจะพึ่งพาได้ นั่นคือ ทักษะชาวเรือ วิชาชีพพื้นฐานที่ใครๆก็มิอาจสอนได้นอกจากตนเอง เพราะจะมีมากมีน้อยขึ้นอยู่กับการศึกษาค้นคว้าหาความรู้ และการเก็บเกี่ยวจากประสบการณ์ หรือเรียกตามประสาคนอยู่เรือว่า เจนทะเล กองทัพเรือทำหน้าที่รักษาอธิปไตยและปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล โดยมีพื้นที่รับผิดชอบในทะเลและบริเวณชายฝั่งทั้งด้านอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งยาวรวมกันกว่า 1,500 ไมล์ทะเล ฉะนั้น การปฏิบัติการต่างๆในทะเลจึงมีอยู่มาก การวางแผนการใช้เรือหรืออากาศยานย่อมต้องสอดคล้องกับสภาพอากาศ เพื่อให้ผลกระทบต่างๆที่อาจเกิดขึ้นมีน้อยที่สุด หรือเพื่อนำผลกระทบที่เกิดมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด อาทิ การลาดตระเวนตรวจตรา การส่งกำลังบำรุง หรือการปฏิบัติการทางเรือใดๆก็ตาม ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนั้นมาจากการคาดหมายสภาวะลมฟ้าอากาศและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่ปฏิบัติการ ทุกครั้งในการประชุมเตรียมการออกเรือของ ร.ล.จักรีนฤเบศร จะบรรจุวาระการพยากรณ์อากาศไว้ด้วยเสมอ เพื่อให้ส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องได้ตระเตรียมความพร้อมไว้รองรับกับทุกๆสภาพอากาศ ร.ล.จักรีนฤเบศร เป็นเรือที่ต้องปฏิบัติการร่วมกับอากาศยาน ฉะนั้น การพยากรณ์สภาวะลมฟ้าอากาศของนายทหารอุตุนิยมวิทยาจะต้องมีความถูกต้องแม่นยำ โดยเฉพาะการพยากรณ์ระยะสั้น (0-12 ชั่วโมง) เพราะผลของการพยากรณ์ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับการสถานีเรือเท่านั้น ยังต้องเกี่ยวพันกับการปฏิบัติการการบินอีกด้วย ส่วนผู้ที่ทำหน้าที่พยากรณ์อากาศการบินแก่นักบินนั้น คือ ต้นหนนักบิน รูปแบบการพยากรณ์จะมีความละเอียดกว่ามากครับ แทบจะตลอดเวลาเลยก็ว่าได้ และต้องพยากรณ์ทุกช่วงของการบิน ได้แก่ พยากรณ์อากาศบนดาดฟ้าบิน (จุดจอดอากาศยาน) พยากรณ์อากาศเพื่อนำเครื่องขึ้นหรือลง และพยากรณ์อากาศตามเส้นทางบิน เราเรียกสาขาอุตุนิยมลักษณะนี้ว่า อุตุนิยมวิทยาการบิน (Aeronautical Meteorology) เป็นการศึกษาวิชาอุตุนิยมวิทยาที่สัมพันธ์กับการเดินอากาศ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ก่อนการบิน ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติการบินมีประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย |
|||||||
![]() |
|||||||
ปัจจุบันเทคโนโลยีได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก อุปกรณ์์เครื่องมือตรวจวัดทางด้านอุตุนิยมวิทยาก็มีการพัฒนามากขึ้นตามไปด้วย ถึงแม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็ทำให้เรารู้จักธรรมชาติมากขึ้น อุตุนิยมวิทยานั้นเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ หากเราสามารถศึกษาเรียนรู้และเข้าใจในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลง
ลักษณะลมฟ้าอากาศได้อย่างถ่องแท้แล้วประโยชน์ที่เห็นได้ชัดคือหนทางป้องกัน
หรือหลีกเลี่ยงภัยทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ชาวเรือทุกคนคุ้นเคยอยู่กับอุตุนิยมวิทยามาโดยตลอด
จึงไม่ยากครับที่อุตุนิยมวิทยาจะซึมซับอยู่ในสายเลือด วันใดที่เห็นท้องฟ้ามืดครึ้มหรือเมฆหมอกหนาบาง
ผู้อ่านอาจได้ยินคำพยากรณ์จากสัญชาตญาณลูกทะเล แม้จะยังไม่ฟันธงแต่ก็คงใกล้เคียง นี่แหละครับมนต์เสน่ห์แห่งอุตุนิยมวิทยา มนต์เสน่ห์แห่งชาวเรือ |
|||||||
![]() |
![]() ![]() |
||||||
| l การเยี่ยมชมเรือ l ติดต่อเรา | |||||||