ผอ.อรม.อร.
พล.ร.ต.พิสิฎฐ์ อยู่รอต

รอง.ผอ.อรม.อร.
น.อ.สุรศิษฎ์ สว่างจันทร์

รอง.ผอ.อรม.อร.
น.อ.อนันต์ สุขณียุทธ

หน่วยงานต่างๆของอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช

          ปัจจุบันกองทัพเรือมีแผนการจัดหาเรือขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นหลายลำ ทำให้อู่ซ่อมเรือของกองทัพเรือ ที่มีอยู่แล้วซึ่งมีขนาดเล็ก ไม่สามารถให้การสนับสนุนการซ่อมทำเรือขนาดใหญ่ ที่ได้จัดหามาใหม่ได้ ในปี พ.ศ.๒๕๓๕ กองทัพเรือได้ รับอนุมัติจากกระทรวงกลาโหม ให้ดำเนินการก่อสร้าง อู่ซ่อมเรือแห่งใหม่ ณ บริเวณอ่าวจุกเสม็ด ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กองทัพเรือ ได้ดำเนินการขอพระราชทาน ชื่อของอู่ใหม ่ต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานชื่ออู่ แห่งใหม่ว่า "อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช" เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๓๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการซ่อมทำเรือ ทุกขนาดที่ใช้อยู่ในราชการกองทัพเรือให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่องและมีความพร้อมรบ ตลอดเวลารวมทั้งเพื่อสนองตอบ นโยบายการพึ่งพาตนเองในอนาคตและให้การสนับสนุนการซ่อมทำเรือขนาดใหญ่ที่ ไม่สามารถเข้าซ่อมบำรุงที่อู่เดิมทั้ง ๒ อู่ได้ เช่น ร.ล.จักรีนฤเบศร, ร.ล.สิมิลัน, ร.ล.พุทธยอดฟ้า, ร.ล.นเรศรว, ร.ล.ตากสิน, ร.ล.เจ้าพระยา, ร.ล.บางปะกง,ร.ล.กระบุรี, ร.ล.สายบุรี เป็นต้น
ส่วนประกอบของอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช ประกอบด้วย
  ๑. อู่แห้ง
        กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๒๓๖ เมตร ลึก ๑๘ เมตร ประตูอู่แห้ง (Flap Gate) กว้าง ๔๐ เมตร สูง ๒๑ เมตร หนา ๒.๗๐ เมตร น้ำหนักประมาณ ๕๐๐ ตัน เครื่องสูบน้ำในอู่ขนาด ๑๖๐ ลูกบาศก์เมตร/นาที จำนวน ๔ ตัว เครื่องสูบน้ำ ขนาด ๕ ลูกบาศก์เมตร/นาที จำนวน ๒ ตัว น้ำภายในอู่ทั้งหมดจะถูกสูบให้แห้งได้ภายในเวลา ๕ ช.ม.
  ๒. ท่าเทียบเรือ
        ยาว ๓๕๐ เมตร สามารถขยายไปต่อเชื่อมกับหน้าท่าของท่าเรือพานิชย์สัตหีบ
สถานที่ตั้งโครงการ
      โครงการอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช ตั้งอยู่บริเวณช่องแสมสาร อ่าวจุกเสม็ด ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
วัตถุประสงค์หลักของโครงการ
      เพิ่มขีดความสามารถในการซ่อมทำเรือของ ทร. ให้สามารถซ่อมทำเรือได้ทุกขนาดเพื่อให้เรือสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง และมีความพร้อมรบตลอดเวลา
มีประโยชน์ต่อกองทัพเรืออย่างไร
       มีประโยชน์ คือ ทำให้กองทัพเรือสามารถซ่อมบำรุงเรือได้ทุกขนาดที่กองทัพเรือมีใช้อยู่ให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง และมีความพร้อมรบตลอดเวลา รวมทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของกำลังพลของกองทัพเรือ ในด้านการซ่อมบำรุงเรือ เพื่อสนองต่อนโยบายพึ่งพาตนเองของประเทศทั้งในยามปกติ และยามสงคราม
      ด้านการใช้งานนั้น ประมาณปลายปี 2541 ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้บ้างแล้ว โดยไม่ต้องรอจนเสร็จการก่อสร้าง เช่นสามารถเอาเรือเข้ามาปัดท้องเรือได้เพื่อทำความสะอาดท้องเรือ บางครั้งหากมีอะไรมาเกาะท้องเรืออาจจะทำให้ความเร็วของเรือตกลงไปบ้าง และอาจเกิดอาการผุกร่อนช่วงนั้นสามารถใช้ประโยชน์ได้ แต่ยังไม่สามารถซ่อมบำรุงแบบเต็มรูปแบบได้ ต้องรอจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์
      สำหรับการพัฒนาต่อไปในอนาคตเพื่อสร้างอู่ต่อเรือด้วยตัวเองก็เป็นสิ่งที่กองทัพเรือกำลังคิดกันอยู่ เพราะปัจจัยสำคัญของการต่อเรือ อู่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะเกื้อกุลให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเรือได้ แต่สิ่งที่สำคัญ หากต้องการพัฒนาเป็นอู่ต่อเรือก็คือการออกแบบ ขณะนี้กองทัพเรือยังขาดแคลนบุคลากรด้านนี้มาก เพราะจะต้องใช้จำนวนคนที่มาก การออกแบบต่อเรือมีรายละเอียดหลายอย่าง และต้องเป็นผู้ชำนาญการณ์จริง ๆ
      ขณะเดียวกันถ้ามีแบบต่อเรือมา กองทัพเรือก็พอมีบุคลากรที่จะรองรับเพราะเรื่องเทคโนโลยีขนาดกลางหรือที่กำลังพลเท่าที่มีอยู่กองทัพเรือสามารถปฏิบัติการได้ และกองทัพสามารถจัดการในเรื่องเหล่านี้ได้อย่างดีพอ
      สำหรับเรือที่กองทัพเคยออกแบบเองก็มี เช่น เรือ ต.99 เป็นพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขณะนี้เรือมีอายุประมาณ 30 ปีแล้ว กองทัพเรือยอมรับอย่างหนึ่งว่าการต่อเรือไม่ใช่ทำกันได้ง่าย ๆ เพราะเป็นเรื่องของระบบการถ่วงดุล ชั่งน้ำหนัก ก่อนอื่นต้องมีการดีไซน์ที่ดี ต้องมีกำลังพลที่พร้อม และต้องระดมสมองจากทุก ๆ ฝ่าย
      ส่วนที่กองทัพเรือมีประสบการณ์จนสามารถซ่อมบำรุงเองได้ ได้แก่ ส่วนของเรือจักรีนฤเบศร เพราะมีช่างที่ได้รับการฝึกฝนในช่วงที่เรือกำลังก่อสร้างและมีการจัดหลักสูตรส่งคนของกองทัพไปจัดฝึกอบรม เมื่อสำเร็จหลักสูตรก็มีการส่งผู้ชำนาญการมาประจำเรือเพื่อคอยเป็นพี่เลี้ยง ดูแล แนะนำทุกครั้งที่ต้องซ่อมเรือ สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูง รวมถึงงบประมาณที่ต้องใช้จำนวนมาก
      สำหรับภารกิจของกองทัพเรือในปัจจุบันนั้นมีอยู่ค่อยข้างมากทั้งในสภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน กองทัพต้องจัดเรือออกลาดตระเวนทางด้านอ่าวไทยและทะเลอันดามันตลอด 24 ชั่วโมง และต้องออกเรือลาดตระเวนตามทะเลลึกอีกด้ายภารกิจเหล่านี้เรือขนาดเล็กไม่สามารถออกปฏิบัติการได้ ในอนาคตถ้ามีเรือขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นก็จะสามารถออกปฏิบัติการได้ ในอนาคตถ้ามีเรือขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นก็จะสามารถทำให้กองทัพเรือมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก
      สำหรับภารกิจทางด้านพม่านั้นได้แก่ปัญหาการประมง การลักลอบขนส่งสินค้าเถื่อน ขณะนี้พม่ามีเทคโนโลยีสูงขึ้นกว่าเดิมเมื่อเรือประมงของไทยเข้าไปรุกล้ำหรือเข้าไปฝั่งพม่า ก็ต้องใช้การเจรจากัน เพราะเป็นนโยบายที่ป้องกันการเผชิญหน้า
      อีกประเด็นหนึ่งคือปัญหาในเรื่องงบประมาณ ซึ่งคงเกิดขึ้นกับทุกหน่วยงาน เมื่อเรือขนาดใหญ่ของกองทัพเรือมีจำนวนจำกัดก็จำเป็นที่จะต้องประยุกต์ใช้ คือการลาดตระเวนก็อาจใช้เรือขนาดย่อมลงมา แต่ยามศึกสงครามกองทัพเรือจำเป็นต้องใช้กำลังเข้าต่อสู้ก็คงจะต้องใช้แรงสนับสนุนหรือเรือขนาดใหญ่อย่างเต็มที่
โครงการนี้มีจุดเด่นหลายประการเมื่อเทียบกับโครงการอื่น
       เป็นอู่แห้งที่มีขนาดใหญ่ในภาคพื้นเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีขนาดยาว 236 เมตร กว้าง 40 เมตร ลึก 14.5 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลางต้องทำการขุดดินในทะเลประมาณถึง 3 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อก่อสร้างอู่แห้ง ดินที่ขุดในทะเลส่วนหนึ่งนำมาใช้ถมทะเลบริเวณรอบ ๆ อู่แห้ง เพื่อสร้างโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
      ปริมาณคอนกรีตที่ใช้ในการเทพื้นและผนังอู่แห้ง ประมาณ 150,000 ลูกบาศก์เมตร เนื่องจากจากมีความลึกมาก ระยะจากพื้นอู่ถึงส่วนบนสุดประมาณ 18 เมตร ดังนั้นคอนกรีตที่ใช้จึงต้องมีเนื้อแน่น สามารถป้องกันการรั่วซึมของน้ำทะเลที่จะเข้าไปทำลานเหล็กเสริมภายในโครงสร้างคอนกรีต และจำต้องลดความร้อนที่เกิดขึ้นในขณะที่คอนกรีต Set ตัว โดยเฉพาะการเทคอนกรีตประมาณครั้งละมากๆ โดยการผสม Slag ผงขี้เถ้าจากเตาถลุงเหล็ก) ลงไปในส่วนผสมของคอนกรีต
      เนื่องจากเป็นอู่ซ่อมเรือขนาดใหญ่และอยู่ใกล้ทะเล ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อม จึงได้ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบกำจัดสารเคมี และระบบกำจัดขยะในโครงการสร้างอู่ไว้ด้วย
      ทำเลที่ตั้งของโครงการ เนื่องจากอู่แห่งนี้ตั้งอยู่กำลังทางเรือหลักและกำลังป้องกันชายฝั่งของกองทัพเรือ จึงนับว่ามีความเหมาะสมทางด้านยุทธศาตร์ และยังอยู่ในพื้นที่คลื่นลมสงบเนื่องจากมีเกาะและเขื่อนกันคลื่นบังอยู่ นอกจากนี้ยังอยู่ใกล้กับท่าเรือพาณิชย์สัตหีบและใกล้สนามบินอู่ตะเภา จึงสะดวกในด้านการส่งกำลังบำรุงทั้งทางเรือและทางอากาศสามารถพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้ง่ายเพราะอยู่ใกล้วแหล่งอุตสาหกรรมทางภาคตะวันออก
      อีกประการหนึ่ง อู่ซ่อมเรือแห่งนี้ถือว่าใหญ่กว่าอู่ซ่อมเรือของตะวันตก เพราะการก่อสร้างของไทยต้องเตรียมไว้สำหรับการซ่อมบำรุงเรือสิมิลันหรือเรือขนาดใหญ่อืนๆ อีก เช่น เรือฟรีเกต 8 ลำ เรือจักรีนฤเบศร ซึ่งมีขนาดยายเพราะมีไว้สำหรับบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ ตัวเฮลิคอปเตอร์เองก็ยาวเกือบ 2 เท่าของสนามฟุตบอลอยู่แล้ว เรือก็ต้องมีขนาดใหญ่ตาม แต่สำหรับเรือที่มีขนาดเล็กลงไปก็อาจไปรับบริการซ่อมที่อื่น เช่น อู่พระจอมเกล้า หรือฐานทัพเรือสัตหีบ


ความสามารถในการรองรับการซ่อมทำเรือ
       เนื่องจากเป็นอู่ขนาดใหญ่ และสร้างเพื่อรองรับการซ่อมเรือขนาดใหญ่ทุกชนิดที่กองทัพเรือมีอยู่ในปัจจุบัน จึงสามารถซ่อมทำเรือได้ทุกชนิด แต่เนื่องจากมีอู่ซ่อมเรือที่ อจปร.อร. และมีหน่วยซ่อมของฐานทัพเรือต่าง ๆ อยู่บ้างแล้ว ดังนั้นภารกิจหลักของอู่เรือนี้ก็คือการซ่อมเรือขนาดใหญ่ของกองทัพเรือ คือ เรือฟรีเกตระวางขับน้ำ 1,000 - 3,000 ตัน จำนวน 8 ลำ เรือส่งกำลังบำรุง ขนาด 18,000 ตัน และเรือจักรีนฤเบศร โดยซ่อมทำถึงระดับซ่อมใหญ่ (MAJOR OVERHUAL)
      ส่วนการสนับสนุนช่วยเหลือการซ่อมบำรุงของเรือเอกชนขนาด เช่น เรือการพาณิชย์นั้น จะเป็นภารกิจรองลงไป เพราะการลุงทุนของกองทัพเรือในการสร้างอู่ซ่อมเรือครั้งนี้มีมูลค่าสูงกว่าอู่ซ่อมเรือทั่วไปถึง 2 เท่า กองทัพเรือคงจะไม่ใช้งานอย่างฟุ่มเฟือย เพราะจะไม่คุ้มค่า แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นที่เรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ต้องการความช่วยเหลือกองทัพก็ยินดี แต่ทั้งนั้นกองทัพต้องคำนึงถึงภารกิจหลักด้วย
      ส่วนแนวทางการประสานงาน หรือการพัฒนาขีดควมสามารถนั้นบางครั้งทางกองทัพก็นำเรือไปซ่อมที่อู่เอกชนเหมือนกัน เพื่อให้ภาคเอกชนมีประสบการณ์ และธุรกิจของเขาสามารถอยู่ได้ แต่ลีกษณะงานจะต้องไม่มีความสลับซับซ้อนมากนัก หากเป็นงานที่ต้องการความละเอียด หรือซับซ้อนก็ต้องใช้บริการทีอู่ของกองทัพเพียงอย่างเดียว
      และขณะนี้ได้มีการประสานงานกับภาคเอกชนในบางพื้นที่ เช่น ทางฝั่งทะเลอันดามัน โดยได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับภาคเอกชนเพื่อสร้างความร่วมมือกันในเรื่องการซ่อมบำรุง เพราะทางภาคเอกชนเองก็จำเป็นต้องใช้การซ่อมบำรุงเรือที่ใช้ หากไปใช้บริการต่างประเทศก็จะเสียค่าใช้จ่ายแพง เมื่อภาคเอกชนสามารถสร้างอู่ซ่อมเรือได้กองทัพเรือก็อาจจะเข้าไปขอใช้บริการซึ่งอาจจะต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายถ้ามีความจำเป็น แต่ก็เป็นไปในลักษณะความร่วมมือไม่ใช่การค้าหากำไร