การเน้นเสียง

คำในภาษาอังกฤษมีตั้งแต่พยางค์เดียวจนถึงหลายพยางค์ คำภาษาอังกฤษที่มีมากกว่าหนึ่งพยางค์ต้องออกเสียงเน้นที่พยางค์ที่กำหนดไว้ ถ้าหากออกเสียงเรียบ ๆ หรือเน้นที่พยางค์ที่ไม่ถูกต้องฝรั่งจะไม่เข้าใจ ดังนั้นการเน้นพยางค์ของคำที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ การเน้นพยางค์ของคำใด ๆ หมายถึงการออกเสียงดัง เสียงสูงและเสียงยาว กว่าพยางค์อื่น ๆ ที่ไม่ได้เน้น ถ้าหากคำมีพยางค์หลายพยางค์ก็จะมีการเน้นหลักและเน้นรองลงไป การออกเสียงอย่ากระตุกกระชากซึ่งไม่ได้เป็นการพูดธรรมดา เป็นการแสดงอารมโกรธหรือไม่พอใจแบบภาษาไทย สิ่งที่ขอแนะนำคือควรมีพจนานุกรมที่เขียนการออกเสียงด้วยสัญลักษณ์ phonetics แบบอังกฤษตามที่ได้อธิบายไว้ พจนานุกรมบางเล่มก็จะอธิบายทั้งการออกเสียงที่แตกต่างกันระหว่างสำเนียงอังกฤษและสำเนียงอเมริกัน ให้นำเอาการออกเสียงที่ได้อธิบายไว้แล้วไปออกเสียงจากที่พจนานุกรมอธิบายการออกเสียงด้วยสัญลักษณ์ดังกล่าว อย่าออกเสียงตามคำไทยที่เขียนไว้เพราะจะออกเสียงได้ไม่เหมือนเนื่องจากเสียงภาษาไทยบางเสียงไม่เหมือนเสียงภาษาอังกฤษโดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงสระจะเขียนให้ออกเสียงเหมือนเป็นไปไม่ได้ เช่น ถ้าเปิดพจนานุกรมทีเขียนการออกเสียงด้วยภาษาไทย อักษรแรกคือ A จะเห็นว่าเขียนให้ออกเสียงว่า เอ ซึ่งไม่ใช่เสียงจริง( ออกเสียงอย่างไรให้ไปดู การออกเสียงอักษรภาษาอังกฤษที่อธิบายไว้แล้ว ) ให้สังเกตพยางค์ที่ต้องเน้นเสียง ถ้าหากมีหลายพยางค์ก็จะเห็นพยางค์ที่ต้องเน้นเสียงหลักและเน้นเสียงรอง การเน้นเสียงรองเสียงจะค่อยกว่าพยางค์ที่เน้นเสียงหลักแต่จะดังกว่าพยางค์ที่ไม่ได้เน้นเสียง พยางค์ที่ไม่ได้เน้นเสียงจะออกเสียงเบาและสั้น บางพยางค์ก็หายไปเลย หากมีโอกาสก็ฝึกฟังจากหนังและข่าวก็จะคุ้นไปเอง สำหรับหลักเกณฑ์ในการเน้นเสียงก็มีอยู่บ้างแต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง ส่วนมากก็จะเป็นไปตามที่จะอธิบายดังนี้

คำที่มีสองพยางค์

1. คำนามส่วนมากจะเน้นที่ พยางค์แรก เช่นคำว่า ruler, flower, merchant แต่ก็มีคำนามบางคำที่มีสองพยางค์แต่เน้นเสียงที่พยางค์หลังเช่น Japan
Click ฟังเสียงแล้วออกเสียงตาม
http://www.howjsay.com/index.php?word=ruler
http://www.howjsay.com/index.php?word=flower
http://www.howjsay.com/index.php?word=merchant
http://www.howjsay.com/index.php?word=Japan

2. กริยาที่มีสองพยางค์ส่วนมากจะออกเน้นเสียงที่พยางค์สุดท้ายเช่น receive, believe, delete แต่ก็มีกริยาบางคำที่มีสองพยางค์แต่ออกเน้นเสียงพยางค์แรกเช่น open
Click ฟังเสียงแล้วออกเสียงตาม
http://www.howjsay.com/index.php?word=receive
http://www.howjsay.com/index.php?word=believe
http://www.howjsay.com/index.php?word=delete
http://www.howjsay.com/index.php?word=open

3. คำนามสองคำหรือคำคุณศัพท์กับคำนามรวมกันมักเน้นเสียงที่พยางค์หน้า เช่น letterbox, desktop, post office, greenhouse, blackberry.
Click ฟังเสียงแล้วออกเสียงตาม
http://www.howjsay.com/index.php?word=desktop
http://www.howjsay.com/index.php?word=postoffice
http://www.howjsay.com/index.php?word=greenhouse
http://www.howjsay.com/index.php?word=blackberry

4. คำคุณศัพท์กับกริยาช่องที่สามจะเน้นเสียงพยางค์หลังซึ่งเป็นส่วนของกริยาช่องที่สาม เช่น well-done, old-fashioned, hard-boiled ( ต้มให้แข็ง เช่น ไข่ )
Click ฟังเสียงแล้วออกเสียงตาม
http://www.howjsay.com/index.php?word=old+fashioned
http://www.howjsay.com/index.php?word=hard+boiled

5. บุพบทกับกริยาจะเน้นเสียงพยางค์ส่วนหลังซึ่งเป็นส่วนของกริยา เช่น overlook, undercook, outbreak
Click ฟังเสียงแล้วออกเสียงตาม
http://www.howjsay.com/index.php?word=overlook
http://www.howjsay.com/index.php?word=outbreak

คำที่เกี่ยวกับคำลงท้าย

1. เมื่อคำนั้นลงท้ายด้วย -ain, -neer, -ese, -ette, -sque, -ique ให้เน้นเสียงที่พยางค์นั้น เช่นคำว่า obtain, engineer, Chainesse, cigarette, picturesque, technique.

2. คำที่ลงท้ายด้วย -tion, -cian, -sion, -ic, -ial, -ual, -ian, -ient, -ous, -eous,-itive, -itude. -meter จะเน้นเสียงที่พยางค์หน้าคำเหล่านี้เช่น
question, electrician, version, electric, artificial, residual, magician, efficient, ambiguous, miscellaneous, sensitive, attitude, thermometer.

3. คำลงท้ายด้วย -phy, - gy, -try, -cy, -fy, -ly, -ty, -ate, -ize, -ary. จะเน้นเสียงที่พยางค์ที่สามนับจากพยางค์ท้ายสุดเช่น e ography, technology, geometry, legacy, identify, immediately, ability, graduate, modernize, temporary.

กฎข้อนี้เพื่อให้จำง่ายให้จำดังนี้คือ คำใดที่มีตั้งแต่ 3 พยางค์ขึ้นไปแล้วลงท้ายด้วย -y ให้เน้นเสียงที่พยางค์ที่สามก่อนพยางค์สุดท้ายที่มี -y

Click link ข้างล่าง พิมพ์คำแต่ละคำ ฟังเสียงและออกเสียงตาม
http://www.howjsay.com/