:: Royal Thai Naval Air Division :: [กองการบินทหารเรือ]


history05 (7K)      history04 (7K)      history06 (10K)
สนามบินอู่ตะเภาสร้างขึ้นตามโครงการร่วมกันระหว่างไทย-สหรัฐฯ โครงการนี้ได้รีบเร่งเริ่มขึ้นในปี พ.ศ.๒๕๐๕ เพื่อให้ทันกับการคุกคามที่กำลังก่อตัวมายังประเทศไทย ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากการรุกรานของคอมมิวนิสต์ต่อประเทศลาวและเวียดนามใต้ ความพยายามทุกวิถีทางในอันที่จะเตรียมการป้องกันนั้น ได้แก่ การขยายกิจการส่งกำลังทหารซึ่งรวมทั้งคลังสรรพาวุธ คลังเชื้อเพลิง ยานพาหนะ วัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์อื่นๆ ที่จะสนองความต้องการของกำลังรบไทยและพันธมิตร ในการป้องกันประเทศจากการโจมตีจากภายนอก สนามบินแห่งนี้ได้รับการปรับปรุงให้ใช้ได้เต็มที่ สำหรับการขนส่งทางอากาศในการลำเลียงหน่วยรบไปยังจุดยุทธศาสตร์ต่างๆในประเทศไทย ตามความต้องการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเตรียมย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์ จากตำบลขนถ่าย ไปยังหน่วยต่างๆ ในสนามจึงจำเป็นต้องสร้างถนนขึ้นใหม่ และในขณะเดียวกันก็ได้ปรับปรุงเส้นทางที่มีอยู่ให้ดีขึ้นอีกด้วย หลังจากที่ได้พิจารณากันอย่างรอบคอบถึงการคุกคามของคอมมิวนิสต์ที่มีต่อประเทศไทยและเอเชียอาคเนย์แล้ว เจ้าหน้าที่ไทยและสหรัฐฯ ก็ได้ตกลงใจสร้างสนามบินอู่ตะเภานี้ขึ้นในปี ๒๕๐๘ แผนแบบ การสร้างสนามบินและการขนย้ายสถานที่ต่างๆ ของทหารเรือที่อยู่ใกล้เคียงกันนั้น เพื่อความประสงค์ขั้นสุดท้ายในการสนับสนุนการปฎิบัติการยุทธร่วมและผสม จากผลสรุป ในการนี้และจากข้อพิจารณาอื่นๆ จะเห็นได้ว่า การป้องกันประเทศอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องเพิ่มฐานขนถ่ายทางอากาศและท่าเทียบเรือตลอดจนสิ่งอำนวยความ สะดวกในการส่งกำลังบำรุงให้พร้อมสรรพ ซึ่งขณะนี้กำลังก่อสร้างอยู่ในบริเวณสัตหีบนอกจากนั้นยังได้สร้างถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง,ระบบการส่งทางท่อ,คลังสรรพาวุธ ท่าเทียบเรือน้ำลึก ซึ่งมีเขื่อนหินกันคลื่น เส้นทางลำเลียง การประปา การไฟฟ้า ระบบการโทรคมนาคม และสิ่งอำนวยความสะดวกในการสนับสนุนอื่นๆ
history01 (8K)
สนามบินอู่ตะเภานี้มั่นหมายที่จะให้เป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง ในเอเซียอาคเนย์ ทางวิ่งยาว ๑๑,๕๐๐ ฟุต สามารถรับเครื่องบินไอพ่นขนาดใหญ่ที่สุด ที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งของทางทหารและพลเรือนให้ขึ้นลงได้ ทั้งยังสามารถที่จะรับเครื่องบินโดยสารไอพ่นความเร็วเหนือเสียงได้ด้วย โดยมีลานจอดเครื่องบินจำนวน ๔ แห่ง แต่ละแห่งมีขนาด ๑๙๐,๐๐๐ ตารางหลา และเครื่องบินสามารถเติมเชื้อเพลิงได้จากท่อส่งเชื้อเพลิงที่ติดตั้งอยู่ตามแนวจอดเครื่องบิน โดยมีหลุมน้ำมันใต้ลานจอดๆละ ๙ ถังขนาดความจุถึงน้ำมันถังละ ๑๘๐,๐๐๐ ลิตร สามารถเติมน้ำมันได้ด้วยแรงดันจ่าย ๑,๔๐๐ ลิตร/นาที ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการบินครบครัน
history05 (7K)      history04 (7K)      history06 (10K)
ในช่วงที่สหรัฐฯ เข้ามาใช้สนามบินได้สร้างสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับกำลังพลของตนไว้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย โรงภาพยนต์กลางแจ้งและในร่ม สโมสร สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส โรงโบว์ลิ่ง โรงยิมนีเซียม โรงสคว๊อต สนามอเมริกันฟุตบอล สนามเบสบอล เรียกได้ว่ากำลังพลของตน สามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในสนามบินได้อย่างสะดวกสบาย ในสมัยเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อน ถือว่าเป็นสถานที่ที่ทันสมัยมากแห่งหนึ่ง แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือผลกระทบด้านสังคม ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับคน สังคม และวิถีชีวิตของคนในสังคมทหารสหรัฐ ฯ ที่เข้ามาอยู่ จะมีความแตกต่างกันกับประชาชนคนไทยทั้งทางความคิดเห็น ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ถูกครอบงำทางความคิดจากทหารสหรัฐ ฯ ซึ่งเป็นผลทำให้ประชาชน ชาวบ้านรับวัฒนธรรมตะวันตกของสหรัฐ ฯ เช่น การแต่งกาย หญิงไทยในสมัยนั้นจะแต่งตัวสามารถแยกเด่นชัดจากประชาชนในท้องถิ่นธรรมดา เช่น นุ่งกระโปรงสั้น สูบบุหรี่ โดยหญิงไทยเหล่านี้ มีความหวังที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยมีความคิดที่จะพยายามแต่งงานกับทหารสหรัฐ ฯ เพื่อยกฐานะของตนเองและครอบครัวให้ดีขึ้น การประพฤติตัว นำไปสู่การสูญเสียทางศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ที่ดีงามของสังคมไทย โดยส่วนใหญ่แล้วประชาชนจะมาจากที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย เพราะเชื่อว่าเมื่อมาดำรงชีวิตประกอบการค้าบริเวณโดยรอบสนามบิน ซึ่งทหารสหรัฐ ฯ ถึงแม้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้พร้อมในสนามบิน แต่เป็นธรรมดาที่จำเป็นต้องออกไปแสวงหาสิ่งที่ขาดของชีวิตมนุษย์ เกิดปัญหาด้านเชื้อชาติสำหรับเด็กที่เกิด อีกทั้งมีกลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งหวังประโยชน์ทางธุรกิจ ส่วนใหญ่จะเป็นห้องอาหาร แหล่งบันเทิง ในสมัยนั้น เปิดบริการ ๒๔ ชั่วโมง เป็นแหล่งมั่วสุม กลุ่มนอกกฏหมาย และปัญหาด้านสังคมที่เห็นชัดเจน คือ เด็กลูกครึ่งไทย - อเมริกัน จะมีเป็นจำนวนมาก
history05 (7K)      history04 (7K)      history06 (10K)
นอกจากสาธารณูปโภคภายในสนามบินอู่ตะเภาแล้ว สหรัฐฯ ยังได้บำเพ็ญประโยน์ ต่อประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างโรงเรียน สถานีอนามัย การจัดแพทย์และพยาบาลออกตรวจและรักษาโรคทั้งคนและสัตว์เป็นการปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับการตั้งสนามบินของตนในพื้นที่ เมื่อทหารสหรัฐฯเข้ามาตั้งฐานทัพหรือสนามบินจะเริ่มตั้งแต่มีการสร้างงาน จ้างคนงานในท้องถิ่น ด้านการคมนาคมมีการสร้างถนน ท่าเรือ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างจุดต่าง ๆ เช่น ถนนสายยุทธศาสตร์หมายเลข ๓๓๑ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นถนนเชื่อมต่อหลักระหว่างภาคตะวันออกร่วมถึงท่าเรือ กับทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น ทั้งด้านการธนาคาร ส่วนด้านไฟฟ้า และการประปา จะไม่ค่อยมีผลกระทบเท่าไร เพราะทหารสหรัฐ ฯ ใช้โรงไฟฟ้าของตัวเอง และโรงกรองน้ำของตัวเอง จ่ายเฉพาะภายในอู่ตะเภา เศรษฐกิจเจริญเติบโต ตั้งแต่พัทยามาตามแนวถนนสุขุมวิท จนถึงบริเวณอำเภอมาบตาพุด

สหรัฐฯ ได้สร้างสนามบินอู่ตะเภา บนพื้นที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร ่(พื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง และบางส่วนอยู่ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี)เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ ที่สามารถวิ่งขึ้นไปโจมตีทิ้งระเบิดยังเวียตนามเหนือได้ เครื่องบินที่ใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานบินหลักในขณะนั้นคือ เครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดใหญ่ B-52 เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ KC-135 เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลระยะไกลของ ทร.สหรัฐ ฯ P-3 และ เครื่องบินสอดแนม U – 2 โดยจะมีเครื่องบินขับไล่คุ้มกันขึ้นจากสนามบินโคราช , อุบลราชธานี และอุดรธานี
history01 (8K)
history05 (7K)      history04 (7K)      history06 (10K)




© Copyright by Royal Thai Naval Air Division    
กองการบินทหารเรือ ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง 21130 โทร. 0 - 3824 - 5194 ภายใน ทร. 35052
อีเมล์ : flynavy@navy.mi.th
Updated Since : ตุลาคม 2553