๕.๒ การประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละฝ่าย
๕.๒.๑ ฝ่ายสหรัฐฯ
จุดแข็ง
(๑) มีอาวุธที่มีขีดความสามารถสูงทั้งอำนาจการทำลายและความแม่นยำ สามารถโจมตีจากระยะไกลด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยและจากยานหรือฐานยิงหลากหลายรูปแบบ ยากแก่การต่อต้าน
(๒) มีความสามารถในการระดมกำลังรบเพิ่มเติม และเคลื่อนย้ายกำลังรบจำนวนมากไปได้ทั่วโลกอย่างรวดเร็ว มีระบบการส่งกำลังบำรุงที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ
(๓) มีระบบการควบคุมและสั่งการที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถประสานการปฏิบัติการร่วมระหว่างกองกำลังต่าง ๆ รวมทั้งผสมผสานการใช้อาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ ต่อเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(๔) มีกำลังทางอากาศที่เหนือกว่ามาก ทำให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติการภาคพื้นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยบั่นทอนการต่อต้านของข้าศึกได้เป็นอย่างดี
(๕) เป็นฝ่ายริเริ่มในการปฏิบัติการทางทหารและมีความอ่อนตัวในการปฏิบัติ สามารถกำหนดรูปแบบการรบและระยะเวลาในการรบ เพื่อเพิ่มความแข็งและลดจุดอ่อนให้สอดคล้องกับสถานการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี
(๖) มีอังกฤษเป็นพันธมิตรร่วมรบช่วยเพิ่มศักยภาพทางทหาร และสามารถเลือกใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารจากมิตรประเทศบางประเทศที่มีพรมแดนติดกับอิรักหรืออยู่ใกล้กับอิรักจนไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้กำลังใด ๆ
(๗) มีเทคโนโลยีการทำสงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare) ที่เหนือกว่ามาก สามารถแสวงประโยชน์ในการทำสงครามจิตวิทยาต่อฝ่ายตรงข้ามได้เป็นอย่างดี
(๘) ทหารมีคุณภาพได้รับการฝึกในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกันมาเป็นอย่างดี และมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม
จุดอ่อน
(๑) การเมืองภายในของสหรัฐฯ เป็นข้อจำกัดในการใช้กำลังทหาร เป็นตัวแปรสำคัญในการทำสงครามเพราะต้องได้รับการยอมรับจากประชาชนและรัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบ
(๒) การเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลกและรับภาระจัดระเบียบโลก ทำให้เป็นข้อจำกัดในการทุ่มกำลังเข้าปฏิบัติการรบได้ไม่เต็มที่ เพราะอาจต้องแบ่งกำลังเตรียมพร้อมไว้แทรกแซงหรือรับมือกับวิกฤตการณ์ในพื้นที่อื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน
(๓) ถนัดในการรบตามแบบ (Conventional Warfare) ที่ใช้อาวุธทันสมัย เทคโนโลยีสูง แต่จะไม่สันทัดในการรับมือกับการรบนอกแบบ ที่ใช้ยุทธวิธีของสงครามกองโจรหรือการสู้รบในเมือง
(๔) ขาดความสะดวกในการใช้ฐานทัพของประเทศพันธมิตรในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียบางประเทศ เช่น ซาอุดิอาระเบีย และตุรกี เนื่องจากประเทศเหล่านี้ไม่สนับสนุนการทำสงครามเพราะขาดความชอบธรรมตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
(๕) มีความอ่อนไหวต่อการรบยืดเยื้อที่ทำให้ต้องสูญเสียมาก ๆ ทั้งชีวิตทหารของฝ่ายตนและพลเรือนของฝ่ายตรงข้าม
๕.๒.๒ ฝ่ายอิรัก
จุดแข็ง
(๑) ได้รับความเห็นใจจากประชาคมโลก มีมหาอำนาจ เช่น ฝรังเศส รัสเซีย และจีน สนับสนุนบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ รวมทั้งมีกระแสต่อต้านสงครามแพร่กระจายไปทั่วโลก
(๒) ผู้นำมีความเฉียบขาด สามารถตกลงใจทางทหารได้โดยไม่มีข้อจำกัด
(๓) มีกำลังทหารที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี สามารถรบแบบกองโจรได้ และมีความจงรักภักดีต่อผู้นำ โดยเฉพาะหน่วยพิทักษ์สาธารณรัฐ (Republican Guard) หน่วยทหารพิเศษและหน่วยทหารบ้าน (Fedayeen) เป็นต้น
(๔) มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ยุทธบริเวณในทะเลทรายและในเมือง สามารถแสวงความได้เปรียบในการสู้รบแบบสงครามกองโจร
(๕) มีเครือข่ายสื่อมวลชนของโลกอาหรับเป็นแนวร่วม สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการทำสงครามจิตวิทยาต่อสหรัฐฯ ได้
(๖) ไม่มีข้อจำกัดทางจริยธรรมหรือกฎกติกาในการเลือกใช้วิธีการในการสู้รบ รวมทั้งสามารถยอมรับความสูญเสียได้มากกว่า
จุดอ่อน
(๑) ขีดความสามารถของอาวุธและกำลังรบตามแบบอ่อนแอกว่าฝ่ายสหรัฐฯ อย่างเทียบกันไม่ได้ ไม่มีกำลังทางอากาศและกำลังทางเรือที่จะต้านทานหรือหน่วงเหนี่ยวแสนยานุภาพของฝ่ายสหรัฐฯได้ กำลังทางบกก็ขาดความสมบูรณ์และไร้อาวุธสมรรถนะสูง สำหรับการรบตามแบบ
(๒) ระบบการควบคุมและสั่งการเป็นแบบรวมศูนย์อยู่ที่ผู้นำ ถึงแม้จะมีการแบ่งพื้นที่ความ
รับผิดชอบเป็นส่วน ๆ แต่หากสามารถจัดการกับกลุ่มผู้นำได้จะขาดการควบคุมและทำให้การปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ห่างไกลระส่ำระสายไร้ประสิทธิภาพ
(๓) ทหารส่วนใหญ่ที่กระจายอยู่นอกพื้นที่กรุงแบบแดดเป็นทหารที่ด้อยประสิทธิภาพ ขาดการฝึก และขวัญกำลังใจไม่ดี
(๔) ระบบการส่งกำลังบำรุงทหารไม่ดี มีความยากลำบากในการส่งกำลังบำรุงหน่วยทหารในพื้นที่ห่างไกล
(๕) มีกลุ่มต่อต้านรัฐบาล ทั้งชนกลุ่มน้อยชาวเคิร์ดทางตอนเหนือ และชาวอิรักที่นับถือศาสนาอิสลามนิกายชิอะต์ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศโดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนใต้ ที่พร้อมจะแปรพักตร์เป็นแนวร่วมของฝ่ายตรงข้ามในการโค่นล้มผู้นำของอิรัก
(๖) ไม่มีพันธมิตรร่วมรบ แม้จะมีผู้เห็นใจจำนวนมากแต่ก็จำกัดอยู่เพียงความเคลื่อนไหวทางการเมือง เนื่องจากเกรงว่าจะตกเป็นเป้าหมายในการปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ รายต่อไป
๕.๓ ยุทธศาสตร์การทำสงครามของฝ่ายสหรัฐฯ
จากวัตถุประสงค์อันเป็นเป้าหมายสุดท้ายหรือจุดสิ้นสุด (end state) ของการทำสงคราม และการประเมินจุดแข็งจุดอ่อนของทั้ง ๒ ฝ่าย พอจะวิเคราะห์ยุทธศาสตร์หรือแนวทางในการทำสงครามของฝ่ายสหรัฐฯ ได้ว่า ควรต้องใช้วิธีการที่จะทำให้สามารถยุติสงครามได้โดยเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียจากการสู้รบให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะชีวิตทหารอเมริกันที่หากสูญเสียมากจนสังคมอเมริกันยอมรับไม่ได้ก็จะทำให้การทำสงครามขาดการสนับสนุนจากประชาชนจนนำไปสู่ความล้มเหลวหรือพ่ายแพ้ ดังเช่นที่สหรัฐฯ เคยประสบมาแล้วจากสงครามเวียดนาม และยังเป็นการจำกัดวงกระแสคัดค้านการทำสงครามของประชาคมโลก โดยเฉพาะในหมู่พันธมิตรของสหรัฐฯ เอง ที่มีแนวโน้มจะขยายขอบเขตมากขึ้น หากมีการสูญเสียของพลเรือนอิรักจากลูกหลงของการสู้รบในลักษณะที่โหดร้ายและสะเทือนใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ใช้ในการทำสงคราม
เมื่อประเมินว่าจะต้องยุติสงครามให้ได้โดยเร็วและหลีกเลี่ยงความสูญเสียทั้งต่อชีวิตทหารอเมริกันและต่อพลเรือนอิรัก ยุทธศาสตร์การทำสงครามของฝ่ายสหรัฐฯ จึงน่าจะเป็นดังนี้
๕.๓.๑ เน้นการใช้สงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare) โดยเฉพาะในสาขาการสงครามระบบการควบคุมและบังคับบัญชา (Command and Control Warfare) ที่มุ่งจัดการกับตัวประธานาธิบดี ซัดดัม และกลุ่ม
ผู้นำที่ใกล้ชิดโดยตรง ตามหลักการทำสงครามที่มีมาแต่โบราณกาลว่าถ้าฆ่าแม่ทัพได้ข้าศึกก็จะแตกพ่ายโดยเร็ว และพยายามทำลายเครือข่ายการติดต่อสื่อสารระหว่างกลุ่มผู้นำที่ศูนย์บัญชาการในกรุงแบกแดดกับหน่วยกำลังตามเมืองต่าง ๆ เพื่อตัดการควบคุมจากส่วนกลางและทำให้กำลังต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดการระส่ำระสาย ขาดผู้นำในการสู้รบ และยอมจำนนต่อกองกำลังของฝ่ายสหรัฐฯ และพันธมิตรอังกฤษอย่างง่ายดายในที่สุด
๕.๓.๒ ใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงต่อเป้าหมายในกรุงแบกแดดและเมืองสำคัญ ด้วยอาวุธที่มีสมรรถนะสูงทั้งความแม่นยำและอำนาจการทำลาย รวมทั้งยากแก่การต่อต้านและป้องกัน เพื่อทำลายหรือลิดรอนขีดความสามารถในการต่อสู้ป้องกันของกำลังทหารอิรัก และบั่นทอนทำลายขวัญความมุ่งมั่นในการสู้รบของทหารอิรักอีกทางหนึ่งด้วย
๕.๓.๓ ใช้ปฏิบัติการภาคพื้นดินด้วยกำลังทางบกเคลื่อนที่เร็ว มุ่งเข้ากรุงแบกแดดในลักษณะของการโจมตีจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ (Blitzkrieg) เพื่อทำการรบแตกหักอย่างรวดเร็วจากทุกทิศทาง เพราะเป้าหมายคือ ประธานาธิบดีซัดดัมและกลุ่มผู้นำในรัฐบาลของอิรักที่เป็นจุดศูนย์ดุล (Center of Gravity) ที่สำคัญที่สุดของฝ่ายอิรักอยู่ที่กรุงแบกแดด หากสามารถควบคุมได้ก็จะเป็นการยุติสงครามได้โดยเร็ว
๕.๓.๔ ต้องสถาปนาและดำรงสายการส่งกำลังบำรุงให้แก่กองกำลังภาคพื้นดินที่มุ่งเข้ากรุงแบกแดด จากพรมแดนทางใต้ของอิรักจนถึงกรุงแบกแดด เพื่อสนับสนุนการสู้รบแตกหักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๓.๕ ใช้ปฏิบัติการสงครามจิตวิทยาในการโน้มน้าวให้ทหารอิรักยุติการต่อสู้และยอมจำนน กับกระตุ้นให้ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอิรัก ทั้งชนกลุ่มน้อยชาวเคิร์ดและชาวอิรักผู้นับถือศาสนาอิสลามนิกายชิอะต์ มาเป็นแนวร่วมของฝ่ายสหรัฐฯ โดยแสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพที่ยิ่งใหญ่ของสหรัฐฯ ที่อิรักไม่มีทางต้านทานได้และให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมแก่พลเรือนอิรัก
๕.๔ ยุทธศาสตร์การทำสงครามของอิรัก
เมื่อพิจารณาจุดแข็งและจุดอ่อนของอิรักเปรียบเทียบกับฝ่ายสหรัฐฯ การที่จะต่อต้านและบีบบังคับให้สหรัฐฯ และพันธมิตรเลิกล้มความตั้งใจในการทำสงครามและถอนทหารออกจากอิรัก ดูจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการใช้ความพยายามในทุกวิถีทางที่จะทำให้สงครามครั้งนี้เป็นการสู้รบที่ยืดเยื้อ เพื่อสร้างความสูญเสียต่อทหารสหรัฐฯ ให้มากที่สุดจนประชาชนอเมริกันยอมรับไม่ได้ และขยายแนวร่วมบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศที่คัดค้านการทำสงครามที่ขาดความชอบธรรม และทนเห็นผลกระทบของสงครามต่อพลเรือนอิรักไม่ได้ จนนำไปสู่การเจรจายุติการสู้รบในที่สุด
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำให้สงครามเป็นการสู้รบที่ยืดเยื้อและสร้างความสูญเสียต่อทหารอเมริกันให้มากที่สุด รวมทั้งขยายแนวร่วมบนเวทีการเมืองระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์การทำสงครามของอิรักจึงควรจะเป็นดังนี้
๕.๔.๑ ใช้ยุทธศาสตร์การป้องกันทางลึก (Defense in Depth) โดยใช้อาวุธนำวิถีระยะไกลโจมตีต่อเป้าหมายข้าศึกนอกพรมแดนอิรัก วางกำลังตามเมืองสำคัญในเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่กรุงแบกแดด และใช้วิธีรบปะทะหน่วงเหนี่ยวเพื่อป้องกันเมืองสำคัญดังกล่าวไม่ให้ฝ่ายสหรัฐฯ ควบคุมได้อย่างสมบูรณ์เพื่อถ่วงเวลาการสู้รบให้นานที่สุด และใช้กำลังรบที่มีประสิทธิภาพและจงรักภักดีต่อซัดดัมมากที่สุดป้องกันกรุงแบกแดด
๕.๔.๒ ใช้การรบนอกแบบและยุทธวิธีสงครามกองโจร ซุ่มโจมตีหน่วยทหารสหรัฐฯ ตามเส้นทางสู่กรุงแบกแดด และพยายามดึงฝ่ายสหรัฐฯ เข้ามาทำการรบในเมือง (Urban Warfare) ซึ่งทหารอิรักมีความชำนาญพื้นที่มากกว่า ทั้งยังใช้ทหารปะปนกับพลเรือนหาโอกาสโจมตีสร้างความสูญเสียแก่ทหารอเมริกันและพันธมิตรอังกฤษให้มากที่สุด
๕.๔.๓ ใช้สงครามข้อมูลข่าวสาร ในด้านการปฏิบัติการสงครามจิตวิทยา เพื่อเรียกร้องความเห็นใจจากประชาคมโลก โดยการเผยแพร่ภาพความโหดร้ายของสงครามต่อพลเรือนอิรัก และเพื่อให้ประชาชนอเมริกันเลิกสนับสนุนการทำสงคราม โดยการเผยแพร่ความสูญเสียของทหารสหรัฐฯ และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความอึดในการต่อสู้ของทหารอิรักโดยการเผยแพร่ความล้มเหลวของปฏิบัติการทางทหารในการทำลายความมุ่งมั่นในการรบของอิรัก ทั้งนี้เพื่อสื่อว่าสงครามจะเป็นการสู้รบที่ยืดเยื้อ และความสูญเสียต่อชีวิตทหารอเมริกันและประชาชนอิรักจะตามมาอีกมาก
๕.๔.๔ พยายามแสวงหาพันธมิตรและแนวร่วมโดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศในโลกมุสลิม เพื่อร่วมต่อสู้กับทหารสหรัฐฯ โดยอาศัยทั้งข้ออ้างในการทำสงครามศาสนาและการเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศในภูมิภาคในอนาคต รวมทั้งการหยิบยื่นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นข้อแลกเปลี่ยน

@ ศยร.สรส. สงวนลิขสิทธ์ ทั้งมวล