 |
ธงราชนาวีและธงที่ใช้ในกองทัพเรือ |
 |
|
| |
|
|
 |
|
 ประเทศไทยเรามีธงราชนาวีมาตั้งแต่โบราณกาล ธงราชนาวีธงแรกที่มีขึ้นในประเทศไทยนั้น คือ ธงสีแดง และใช้เป็นเครื่องหมาย ของธงราชนาวีตลอดมา จนกระทั่งถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ |
 พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 มีพระราชดำริว่า บรรดาเรือหลวงกับเรือราษฎร์ ควรมีเครื่องหมายสำคัญให้เห็นแตกต่างกัน เพื่อจะได้สังเกตว่าลำไหนเป็นเรือหลวง ลำไหนเป็นเรือราษฎร์ จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สั่งให้เรือหลวงทั้งปวง ทำรูปจักรสีขาวไว้ตรงกลางพื้นสีแดง เป็นธงราชนาวี ซึ่งใช้เป็นธงประจำเรือหลวง ส่วนเรือราษฎร์นั้นยังคงใช้ธงพื้นสีแดง |
 พ.ศ. 2360 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 พระองค์ ทรงได้ช้างเผือกมาสู่ พระราชอาณาจักร ถึง 3 เชือก นับว่าเป็นพระเกียรติยศอย่างยิ่งของพระมหากษัตริย์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ทำรูปช้างสีขาว (ไม่ทรงเครื่อง) อยู่ในวงจักรสีขาวติดไว้ที่กลางธงแดง หมายความว่า พระเจ้าแผ่นดิน อันมีช้างเผือกเป็นธงราชนาวี ใช้เฉพาะเรือหลวงเท่านั้น |
 พ.ศ. 2398 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมี พระราชดำริให้เรือค้าขาย ของเอกชน ใช้ธงเหมือนอย่างเรือหลวง โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เอารูปจักรออก (เพราะรูปจักร เป็นของสูง เป็นเครื่องหมายสำหรับพระเจ้าแผ่นดิน) คงเหลือแต่รูปช้างสีขาวอยู่บนพื้นธงสีแดง ให้ใช้ได้ทั่วไปทั้งเรือหลวงและเรือราษฎร์ |
 พ.ศ. 2434 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติ ว่าด้วย แบบอย่างธงสยาม ร.ศ. 110 (พ.ศ. 2434) ขึ้นเป็นพระราชบัญญัติธงฉบับแรก (ได้ทำการเปลี่ยนแปลงแก้ไข รายละเอียดเกี่ยวกับลักษณะธงจากเดิมไปบ้าง) ได้เรียกชื่อธงราชนาวีใหม่ว่าธงช้างเผือก ทรงเครื่องยืนแท่น ลักษณะของธงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีแดงตรงกลางธง มีรูปช้างเผือก ทรงเครื่องยืนแท่น หันหน้าเข้าหาเสาและตรงมุมธงเบื้องบน ด้านซ้าย มีจักรสีขาว 1 จักร ธงนี้สำหรับใช้ชักที่ท้ายเรือพระที่นั่งและเรือรบหลวง |
 พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำรัสให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขพระราชบัญญัติธงฉบับแรกใหม่ และเรียกพระราชบัญญัติธงฉบับนี้ว่า พระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ ศก 116 และเปลี่ยนชื่อธงจากชื่อ ธงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น เป็น ธงเรือหลวง ลักษณะของธงยังเหมือนเดิม แต่ไม่มีจักรสีขาวที่มุมธงธงราชนาวี |
 พ.ศ. 2453 ได้เปลี่ยนแปลง ธงราชนาวี ไปจากเดิม คือ เปลี่ยนชื่อจาก ธงเรือหลวง เป็น ธงทหารเรือ และเปลี่ยนลักษณะ รูปร่างจากพื้นแดงตรงกลางมีรูปช้างเผือก ทรงเครื่องยืนแท่นเพิ่มเครื่องหมาย สมอไขว้ กับจักรภายใต้มหาพิชัยมงกุฎสีเหลือง ที่มุมธงข้างหน้าช้างสำหรับใช้ชักที่ท้ายเรือ และสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องแสดงว่าเรือและสถานที่นั้นๆ ขึ้นอยู่กับ กระทรวงทหารเรือ |
|
|
| |
 พ.ศ. 2460 ได้มี การเปลี่ยนแปลงธงราชนาวีใหม่คือ เปลี่ยนจาก "ธงทหารเรือ" เป็น "ธงราชนาวี" มีลักษณะเหมือนธงไตรรงค์ แต่ตรงกลาง มีวงกลมสีแดง ภายในวงกลม มีรูปช้างเผือก ทรงเครื่องยืนแท่น หันหน้าเข้าหาเสา นับตั้งแต่ พ.ศ. 2460 เป็นต้นมา ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติธงอีกหลายครั้งด้วยกัน แต่ธงราชนาวี ก็มิได้ มีการเปลี่ยนแปลง ยังคงใช้ อย่างเดิมนั่นเอง |
| |
| ธงไชยเฉลิมพล |
 ธงไชยเฉลิมพล หรือ ธงประจำกองทหารนี้ คงจะมีมาก่อน พ.ศ. 2435 สำหรับกองทัพเรือนั้น เมื่อคราวที่ส่งทหารมะรีนไปช่วยทหารบกปราบพวกฮ่อ สันนิษฐานว่าคงจะมีธงประจำกองทหารมะรีน เช่นเดียวกัน แต่ธงประจำกองทหารในสมัยนั้น ไม่เป็นแบบเดียวกัน เป็นต้นว่า ส่วนสัดไม่ถูกต้องตามแบบที่เขามีมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทาน ธงประจำกองทหารใหม่ ให้เป็นแบบธรรมเนียมเดียวกัน เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2435 กองทัพเรือ จึงได้รับพระราชทานธงไชยเฉลิมพลเป็นครั้งแรก ในวันนี้เช่นเดียวกันธงไชยเฉลิมพลที่ได้รับในครั้งนั้น จะมีลักษณะเช่นใด ไม่ปรากฏหลักฐาน คงจะมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติว่า แบบอย่างธงสยาม ร.ศ. 110 (พ.ศ. 2434) ข้อ 4 ความว่า ธงไชยเฉลิมพล พื้นธงเป็นสีต่างๆ ตามแต่ทหาร จะเห็นสมควร แต่ที่มุมธงข้างบนมีแพรแดงเป็นรูปธงโตหนึ่งในหกส่วนของธงใหญ่ มีรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น ที่พื้นธงนอกจาก ธงช้างที่มุมมีตราสำหรับกองทหารนั้น เป็นธงสำหรับใช้เมื่อมีการรับเสด็จ ในเวลาพระราชพิธีใหญ่ และสำหรับเกียรติยศตามซึ่งจะโปรดเกล้าฯ ให้รับ และเมื่อกองทหารจะไปปราบศัตรูก็ใช้ธงนี้ ไปในกองทัพด้วย |
 พ.ศ. 2442 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ศก 118 ขึ้นใหม่ ยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วย แบบอย่างธงสยาม ร.ศ. 110 ตามพระราชบัญญัติใหม่นี้ ไม่ปรากฏว่ามีธงไชยเฉลิมพล |
 พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ศก 129 ขึ้นใหม่ โดยเริ่มใช้ ตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน ร.ศ. 130 (2454) ในพระราชบัญญัตินี้ ได้กำหนดการใช้ธงฉานเพิ่มเติมว่า เป็นธงประจำกอง สำหรับทหารเรือ ในเวลาขึ้นบก ในปี พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ โปรดให้ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ ธงฉาน จึงเปลี่ยนจากธงช้างมาเป็นแบบธงฉานในปัจจุบัน คือ มีลักษณะอย่างเดียวกับธงชาติ แต่ตรงกลางของผืนธง มีรูปจักรแปดแฉก แฉกของจักรเวียนไปทางซ้าย และมีสมอสอดวงจักรภายใต้พระมหามงกุฎ |
 พ.ศ. 2478 กองทัพเรือ ได้ประกอบพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณต่อธงไชยเฉลิมพล ที่สนามบริเวณ พระที่นั่งราชกิจวินิจฉัย ก็ได้ใช้ ธงฉานเป็น ธงไชยเฉลิมพล |
 พ.ศ. 2479 ได้มีการตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ เรียกว่า พระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 มาตรา 11 ได้กำหนด ธงประจำกองทหาร ไว้ 3 ชนิด คือ ธงประจำกองทหารบก ธงประจำกองทหารเรือ และ ธงประจำกองทหารอากาศ สำหรับ ธงประจำกองทหารเรือ มีลักษณะ เช่นเดียวกับธงฉาน และมีข้อกำหนด เพิ่มเติมว่า กองทหารเรือฝ่ายบก หรือ หน่วยทหารเรือ ที่ไม่มีธงประจำกอง ในเวลายกพลขึ้นบก เพื่อจะให้มี ธงประจำไปกับ กองทหารด้วยก็ได้ ใช้ธงฉานเป็นธงประจำกองทหารเรือ |
 สำหรับ ธงประจำกองทหารบกนั้น พระราชบัญญัตินี้ กำหนดว่า มีชื่อ อีกอย่างหนึ่งว่า ธงไชยเฉลิมพล ส่วนธงประจำกองทหารเรือ และธงประจำกองทหารอากาศไม่ได้กำหนด เรียกว่า ธงไชยเฉลิมพลเหมือนอย่าง ธงประจำกองทหารบก |
 ครั้นต่อมา เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2479 หน่วยทหารบกทหารเรือก็ได้รับพระราชทาน ธงไชยเฉลิมพลใหม่ กองทัพเรือได้จัด กองพันทหารเรือ 2 กองพัน ในบังคับบัญชาของนายเรือเอก ทองหล่อ ขำหิรัญ เข้ารับพระราชทาน ธงประจำกองด้วย ธงประจำกองทหารเรือที่ได้รับพระราชทานนั้น ที่ยอดคันธง มีรูปช้างสามเศียร ธงประจำกองที่ได้รับพระราชทานมา 2 ธง จึงเป็นธงประจำกองพันนาวิกโยธินเพียงธงเดียว อีกธงหนึ่งที่เหลือคงจะใช้เป็น ธงประจำกองสำหรับหน่วยทหารเรือ อื่นๆ ในเวลา ที่ต้องการ ต่อมาจากนั้นอีกหลายปี จึงได้มีพิธีพระราชทานธงประจำกองทหารในกองทัพเรืออีก และรูปร่างลักษณะของธงนั้น ก็ยังคงเหมือนเดิม สำหรับในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน ธงไชยเฉลิมพล แก่หน่วยทหาร ต่างๆ ในกองทัพเรืออีกหลายครั้ง ด้วยกัน |
 สำหรับส่วนประกอบของธงมีดังนี้
 1. ยอดคันธง เป็น รูปช้างสามเศียรภายใต้พระมหามงกุฎทำด้วยโลหะสีทอง
 2. คันธง กว้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3.5 เซนติเมตร ยาว 2.43 เมตร
 3.คันธงระหว่างฐานช้างสามเศียรกับมุมบนของธง มีแถบธงชาติเป็นโบหูกระต่ายห้อยชายทั้งสอง ยาวเลยมุมธงด้านล่างปลายชายแถบทั้งสองเป็นครุย
 4. คันธงตอนที่ตรงกับธงมีสักหลาดสีแดง ต่อกับริมธงหุ้มรอบคันธง มีหมุดทำด้วยโลหะสีทอง 15 หมุด หมุดที่ 1 เป็นรูปประเทศไทย หมุดที่ 2 เป็นรูปเสมาธรรมจักร หมุดที่ 3 เป็นรูปพระปรมาภิไธยย่อ หมุดที่ 4 เป็นรูปรัฐธรรมนูญ หมุดต่อไป เป็นรูปเครื่องหมาย กองทหารเรือ หมุดที่ 10 อยู่บนสุด หมุดต่อไป เรียงลงมา ตามลำดับ |
| |
| ธงฉาน |
 ธงฉานเริ่มมีใช้ครั้งแรกในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในสมัยนั้น ธงประจำเรือหลวง และธงประจำเรือค้าขายของราษฎร ใช้ธงชนิดเดียวกันคือธงพื้นแดง มีช้างเผือกอยู่ตรงกลาง ยากแก่การสังเกตว่าเรือใดเป็นเรือหลวง เรือใดเป็นเรือราษฎร์ ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงทรงบัญญัติให้ใช้ธงพื้นสีขาบ ตรงกลางมีรูปช้างเผือก (ตัวเปล่า) หันหน้าเข้าหาเสา ใช้ชักขึ้นที่หน้าเรือหลวง และเรียกธงนี้ว่า ธงเกตุ |
 พ.ศ. 2434 ธงเกตุเปลี่ยนจากรูปช้างเผือก (ตัวเปล่า) เป็นช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นบนพื้นธงสีขาบหันหน้าเข้าหาเสา สำหรับใช้ชักที่หน้าเรือรบ และเป็นธงสำหรับหมายยศตำแหน่งแม่ทัพเรือด้วย คือ.-
 ตำแหน่งที่นายพลเรือเอก ชักขึ้นที่เสาใหญ่
 ตำแหน่งที่นายพลเรือโท ชักขึ้นที่เสาหน้า
 ตำแหน่งที่นายพลเรือตรี ชักขึ้นที่เสาท้าย |
 พ.ศ. 2440 ธงเกตุ เปลี่ยนชื่อเป็น ธงฉาน มีลักษณะคงเดิม และ ปรับปรุง การใช้ใหม่ ดังนี้คือ.-
 1. สำหรับชักขึ้นที่หน้าเรือหลวงทั้งปวง
 2.ชักขึ้นบนเสาใหญ่ เป็นที่หมายว่าเรือนั้นอยู่ในความบังคับบัญชาของนายพลเรือเอก
 3.ถ้าธงนี้มีจักรสีขาวอยู่มุมบนข้างหน้าช้าง ชักขึ้นบนเสาหน้าเป็นที่หมายว่าเรือนั้นอยู่ในความบังคับบัญชาของนายพลเรือโท
 4.ถ้าธงนี้ มีจักรสีขาวอยู่ทั้งมุมบนและมุมล่างข้างหน้าช้าง ชักขึ้นบนเสาหลังหรือถ้าเป็นเรือสองเสา ชักขึ้นบนเสาหน้า เป็นที่หมายว่า เรือนั้นอยู่ในความบังคับบัญชาของนายพลเรือตรี |
 พ.ศ. 2453 ธงฉาน มีรูปลักษณะคงเดิม แต่เปลี่ยนแปลงการใช้ ดังนี้คือ.-
 1. สำหรับใช้ชักที่เสาหน้าเรือหลวงทั้งปวง ซึ่งเป็นเรือพระที่นั่งหรือเรือรบในขณะที่อยู่ในราชการ
 2. ถ้าชักขึ้นที่ปลายพรวนเสาหน้าเรือลำใด เป็นเครื่องหมายว่าเรือลำนั้นเป็นเรือยามประจำอ่าว
 3. ใช้เป็นธงประจำกอง สำหรับกองทหารเรือในเวลาขึ้นบกด้วย |
 พ.ศ. 2460 ธงฉาน ได้เปลี่ยนจากพื้นสีขาบ มาเป็นธงชาติตรงกลางมีรูปสมอไขว้กับจักร และมีพระมหามงกุฎอยู่เบื้องบน รูปเหล่านั้นเป็นสีเหลืองสำหรับความหมายแห่งการใช้ยังคงอยู่ตามเดิม |
 พ.ศ. 2479 ได้มีการ ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ แต่ธงฉานคงมีลักษณะ และสัณฐานเช่นเดิม เพียงแต่ปรับปรุงการใช้ ขึ้นใหม่ ดังนี้คือ
 1.สำหรับใช้ชักที่หน้าเรือรบ และเรือพระที่นั่งในระหว่างเวลาประจำการ
 2.ถ้าชักขึ้นที่ปลายพรวนเสาหน้าของเรือลำใดเป็นเครื่องหมายว่าเรือลำนั้นเป็นเรือยามประจำอ่าว
 3.ถ้าชักขึ้นที่เสาก๊าฟของเรือลำใด เป็นเครื่องหมายว่าในเรือลำนั้นเป็นที่ตั้งของศาลทหาร ซึ่งดำเนินการพิจารณาคดีอยู่ |
 สำหรับกองทหารฝ่ายบกหรือหน่วยทหารเรือ ที่ไม่มีธงประจำกอง ในเวลายกพลขึ้นบก เพื่อจะให้มี ธงประจำ ไปกับ กองทหารด้วย ก็ให้ใช้ ธงฉาน เป็น ธงประจำกองทหารเรือ |
 หลังจาก พ.ศ. 2479 เป็นต้นมา ได้มีการตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่หลายครั้ง แต่สำหรับธงฉานนั้น ไม่ได้ มีการเปลี่ยนแปลง |
 จนกระทั่งใน พ.ศ. 2522 ได้มีประกาศใช้ พระราชบัญญัติธง ฉบับใหม่ ลักษณะ ธงฉาน ในมาตรา 19 กล่าวว่า ธงฉาน มีลักษณะเช่นเดียวกับ ธงชาติ แต่ตรงกลางของผืนธง มีรูปจักรแปดแฉก แฉกของจักร เวียนไปทางซ้าย และมีสมอสอดวงจักร ภายใต้พระมหามงกุฎ รูปเหล่านี้เป็นสีเหลือง ธงนี้เป็นธงที่ใช้ในเรือพระที่นั่ง และเรือหลวง หรือ เป็นธงสำหรับหน่วยทหารเรือที่ยกพลขึ้นบก ซึ่งหน่วยทหารนั้น ไม่ได้รับพระราชทาน ธงไชยเฉลิมพล |
| |
| ธงแสดงยศสำหรับทหารเรือ |
 ธงเกตุ นอกจากจะใช้เป็นธง เพื่อแสดงให้รู้ว่าเรือลำใดเป็นเรือของหลวงแล้ว ยังนำมาใช้เป็นธงสำหรับหมายยศตำแหน่งแม่ทัพเรืออีกด้วย ซึ่งนำมาใช้ เป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2435 ลักษณะของธงเกตุ เป็นรูปช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่น หันหน้าเข้าหาเสา ใช้เป็นธงหมายยศแม่ทัพเรือ มี 3 ชั้น ธงนี้ชักขึ้นตามลำดับเสา เพื่อแสดงยศของแม่ทัพเรือ ซึ่งอยู่ในเรือลำนั้น ดังนี้คือ
 1. ตำแหน่งนายพลเรือเอก ชักขึ้นที่เสาใหญ่
 2. ตำแหน่งนายพลเรือโท ชักขึ้นที่เสาหน้า
 3. ตำแหน่งนายพลเรือตรี ชักขึ้นที่เสาท้าย |
 พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดให้เรียก ธงเกตุ ว่า ธงฉาน และยังคงนำมาใช้ ชักขึ้นแสดงยศเช่นเดิม สำหรับนายพลเรือเอกชักขึ้นบนเสาใหญ่ สำหรับนายพลเรือโท เพิ่มรูปจักรสีขาวที่มุมธงข้างหน้าช้างจักรหนึ่งชักขึ้นบนเสาหน้า นายพลเรือตรีเพิ่มจักรสีขาวข้างมุมบน มุมล่างหน้าช้าง 2 จักร ชักขึ้นบนเสาหลังหรือถ้าเป็นเรือสองเสาชักขึ้นบนเสาหน้า |
 ธงหางแซงแซว โปรดให้ใช้ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2440 เป็นธงที่แสดงยศนายพลเรือจัตวาเอาธงฉาน ตัดชายเป็นแฉกอย่างหางนกแซงแซว สำหรับชักขึ้นบนเสาใหญ่ เป็นที่หมายว่านายพลเรือจัตวา อยู่ในเรือนั้น ธงนี้ ใช้ต่อมา ถึงรัชกาลที่ 6 |
 ต่อมาใน พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดให้สร้างธงหมายตำแหน่งยศขึ้น เหมือนกับธงฉาน ดังนี้คือ
 ธงจอมพลเรือ เหมือนกับธงฉาน แต่ข้างหน้าช้าง มีรูปสมอไขว้ 2 ตัว กับ มหามงกุฎสีเหลือง ถ้าใช้ในเรือใหญ่ ใช้ชักขึ้นที่เสาใหญ่
 ธงนายพลเรือ เหมือนกับธงฉาน เป็นเครื่องหมายยศตำแหน่ง ยศนายพลเรือเอก ใช้ชักขึ้นที่เสาใหญ่ ถ้าธงนี้มีรูปจักรสีขาวอยู่ที่มุมบนข้างหน้าช้าง เป็นธงหมายตำแหน่งยศนายพลเรือโท ถ้ามีรูปจักรสีขาวอยู่ทั้งมุมข้างบนและข้างล่าง หน้าช้าง 2 จักร เป็นธงหมายตำแหน่งยศนายพลเรือตรี ธงนายพลเรือโทนั้นถ้าใช้ในเรือ ให้ชักขึ้นที่เสาหน้า ส่วนนายพลเรือตรี ถ้าเป็นเรือ 3 เสาให้ชักขึ้น ที่เสาหลัง ถ้าเป็น 2 เสาให้ชักขึ้นที่เสาหน้า สำหรับธงนายพลเรือจัตวานั้น ยังคงมีลักษณะเช่นเดิม แต่ถ้าใช้ในเรือให้เปลี่ยนมาชักขึ้นที่เสาหลัง |
 พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดให้ ตราพระราชบัญญัติใหม่ แต่ธงแสดงยศ สำหรับ ทหารเรือ ยังคงรูปแบบเดิม ตามพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2453 |
 พ.ศ. 2479 ตามพระราชบัญญัติธง ได้มีการแบ่งธงเครื่องหมายยศทหารเรือ ออกเป็น 4 ชั้น ดังนี้คือ
 1. ธงจอมพลเรือ ธงเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสพื้นสีขาบมีรูปจักร 4 จักรสีขาว อยู่ที่มุมธงทั้งสี่มุม และ ที่ศูนย์กลางธง มีรูปสมอไขว้กับจักรภายใต้พระมหามงกุฎ รูปเหล่านี้ เป็นสีเหลือง
 2. ธงนายพลเรือเอก รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสพื้นสีขาบมีรูปจักรสีขาว 3 จักร เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า
 3. ธงนายพลเรือโท รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นสีขาบมีรูปจักรสีขาว 2 จักร ที่กลางพื้นธงเรียงกันในแนวดิ่ง
 4. ธงนายพลเรือตรี รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส พื้นสีขาบมีรูปจักรสีขาว 1 จักร ที่ศูนย์กลางธง
 5.ส่วนธงนายพลเรือจัตวานั้น ได้ยกเลิกไป |
 พ.ศ. 2499 ตามพระราชบัญญัติธง ที่ได้ตราขึ้นใหม่นั้น แบ่งธงหมายยศ สำหรับนายทหารเรือ 5 ชั้นคือ
 1. ธงจอมพลเรือ รูปสี่เหลี่ยมขนาดกว้าง 5 ส่วน ยาว 6 ส่วน พื้นสีขาบ ที่ศูนย์กลางธง มีรูปคทาไขว้ เหนือช่อชัยพฤกษ์ อยู่กลางกลุ่มจักร 5 จักร เรียงเป็นรูปห้าเหลี่ยมด้านเท่า รูปเหล่านี้สีขาว
 2. ธงพลเรือเอก มีขนาด และ สีเหมือนธงจอมพลเรือ มีรูปจักรสีขาว 4 จักร เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า อยู่กลางผืนธง
 3. ธงพลเรือโท มีรูปจักรสีขาว 3 จักร เรียงเป็น สามเหลี่ยมด้านเท่าอยู่กลางผืนธง
 4. ธงพลเรือตรี มีรูปจักรสีขาว 2 จักร เรียงตามยาวอยู่กลางผืนธง
 5. ธงพลเรือจัตวา มีรูปจักรสีขาว 2 จักร อยู่กลางผืนธง |
 พ.ศ. 2522 ได้มีการเปลี่ยนแปลงธงแสดงยศสำหรับทหารเรือขึ้นใหม่ ดังปรากฏในพระราชบัญญัติธง ดังนี้คือธงแสดงยศทหารเรือ มีลักษณะเป็น รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสพื้นธงสีขาบ มีรูปจักรสีขาว เป็นจักรแปดแฉก แฉกของจักรเวียนไปทางซ้าย มี 5 ชั้น คือ
 1. ธงจอมพลเรือ มีรูปจักร 5 จักร อยู่ที่มุมธงทั้ง 4 มุม มุมละ 1 จักร และอยู่ตรงกลางผืนผ้าธงอีก 1 จักร
 2. ธงพลเรือเอก มีรูปจักร 4 จักร อยู่ที่มุมธงทั้ง 4 มุม มุมละ 1 จักร
 3. ธงพลเรือโท มีรูปจักร 3 จักร เรียงเป็น รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า อยู่ตรงกลางของผืนธง ให้ด้านฐาน ของรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า อยู่ด้านล่าง ขนานกับ ขอบล่างของผืนธง
 4. ธงพลเรือตรี มีรูปจักร 2 จักร เรียงกันในแนวดิ่งอยู่ตรงกลางของผืนธง
 5. ธงพลเรือจัตวา มีรูปจักร 1 จักร อยู่ตรงกลางของผืนธง |
| |
| ธงตำแหน่ง |
1. ธงผู้บัญชาการทหารเรือ
 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้าง ธงเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2440 โดยมีตำแหน่งเทียบเท่าผู้บัญชาการทหารเรือในปัจจุบัน ธงเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ลักษณะของธงเป็นพื้นสีขาบ ตรงกลางมีรูปสมอไขว้กับจักรสีเหลือง ข้างบนมีเครื่องหมายเป็นมหามงกุฎ ธงนี้เป็นเครื่องหมายสำหรับตัวเสนาบดี หรือรองเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ เมื่อชักธงขึ้นบนเสาใหญ่ในเรือลำใดให้เข้าใจว่า เสนาบดีหรือรองเสนาบดีกระทรวงทหารเรือได้อยู่ในเรือลำนั้น แต่ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือพระอัครมเหสีหรือสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมารก็ดีได้ประทับอยู่ในเรือหลวงลำหนึ่งลำใด อันได้ ชักธงมหาราชหรือธงราชินีหรือธงเยาวราช ให้เจ้าหน้าที่ในเรือรบ และในป้อมยิงสลุตตามพระราชประเพณี แต่ถ้ามีธงมหาราช ธงราชินี ธงเยาวราช ชักขึ้นไว้บนเสาใหญ่ ไม่มีธงเสนาบดีชักขึ้นบนเสาหน้า ห้ามยิงสลุตทุกหน้าที่ |
 พ.ศ. 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดให้ ใช้ธงนี้ เป็นเครื่องหมาย สำหรับตัวเสนาบดีกระทรวงทหารเรือชักขึ้นไว้ ณ ที่ทำการของเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ และให้ใช้ชักขึ้นที่ยอดเสาใหญ่ในเรือ เป็นเครื่องหมายว่าเสนาบดีกระทรวงทหารเรือได้อยู่ในเรือลำนั้น และในเวลาที่ชักมหาราชใหญ่ ธงราชินีใหญ่ขึ้นที่เสาใหญ่เรือลำใด ให้ชักธงเสนาบดีขึ้นที่เสาหน้าของเรือลำนั้น ด้วยเสมอไป |
 พ.ศ. 2474 กระทรวงทหารเรือ ได้ลดฐานะมาเป็นกรมทหารเรือ ตำแหน่งผู้บังคับบัญชาสูงสุด ของทหารเรือ จึงเรียกว่า ผู้บัญชาการทหารเรือ ดังนั้น ใน พ.ศ. 2479 ได้มีการ ตราพระราชบัญญัติธง ขึ้นใหม่ เรียกว่า พระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 ในพระราชบัญญัตินี้ ได้เรียก ธงเสนาบดีกระทรวงทหารเรือ ว่า ธงผู้บัญชาการทหารเรือ รูปลักษณะของธง ก็ยังเป็นไปเช่นเดิม และใช้มาจนกระทั่ง ทุกวันนี้ |
2. ธงผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
 ธงผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ มีใช้ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2479 ในพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 ได้เรียก ธงผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ว่าธงผู้บังคับการกองเรือรบ ลักษณะของธงมีลักษณะและสัณฐาน อย่างเดียวกับ ธงผู้บัญชาการทหารเรือ แต่ปลายตัดเป็นแฉกหางนกแซงแซว ลึก 1 ใน 3 ของส่วนยาว |
 พ.ศ. 2522 ได้มีการตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ เรียกธงผู้บังคับการกองเรือรบ ว่า ธงผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ลักษณะของธงมีลักษณะและสีอย่างเดียวกับธงผู้บัญชาการทหารเรือ แต่ตอนต้น 2 ใน 3 ส่วน ของความยาว มีรูปจักรแปดแฉก แฉกของจักรเวียนไปทางซ้าย และมีสมอสอดวงจักร ภายใต้พระมหามงกุฎอยู่ตรงกลาง และปลายธงตัดเป็นแฉก รูปหางนกแซงแซว ลึก 1 ใน 3 ส่วน ของความยาวของผืนธง |
3. ธงผู้บังคับการเรือ
 ธงผู้บังคับการเรือ มีใช้ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2434 ในพระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ศก 110 (พ.ศ. 2434) เรียก ธงผู้บังคับการเรือ ว่าธงหางจรเข้ ลักษณะของธงข้างต้นพื้นแดง กลางเป็นวงจักรสีขาว 4 ดวง ข้างปลายสีขาบยาว 30 ฟุต กว้าง 6 นิ้ว สำหรับใช้ในเรือรบทั้งหลาย เป็นที่หมายตำแหน่งผู้บังคับการ ดังนี้ ตำแหน่งที่นายเรือเอกมีจักร 4 ดวง ตำแหน่งที่นายเรือโทมีจักร 3 ดวง ตำแหน่งที่นายเรือตรี มีจักร 2 ดวง ตำแหน่งที่นายเรือจัตวา มีจักร 1 ดวง |
 พ.ศ. 2440 ได้มีการ ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ เรียกว่า พระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ศก 116 ยังใช้ธงหางจรเข้ เป็นธงผู้บังคับการเรือ ลักษณะธง ขนาดกว้าง ต้น 7 นิ้ว เรียวปลายแหลม
ยาวสามวาส่วนหนึ่ง ข้างต้นพื้นสีแดงสองส่วนข้างปลายพื้นสีขาบ สำหรับชักขึ้นบนเสาเป็นที่หมายเฉพาะนายเรือ |
 พ.ศ. 2453 ได้มีการ ตราพระราชบัญญัติธง ขึ้นใหม่ เรียกว่า พระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ศก 129 ธงผู้บังคับการเรือ เรียกว่า ธงนายเรือลักษณะของธงเป็น รูปหางจรเข้ขนาดกว้าง ต้น 18 เซนติเมตร เรียวปลายแหลม ยาว 6 เมตร ส่วนข้างหนึ่งต้นพื้นสีแดง สองส่วนข้างปลายพื้นสีขาบ สำหรับชักขึ้นที่เสา เป็นที่หมาย เฉพาะนายเรือ |
 พ.ศ. 2479 ได้มีการ ตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ ธงนายเรือ เปลี่ยนมาเรียกว่า ธงผู้บังคับการเรือ ลักษณะของธง เป็นรูปสามเหลี่ยมเรียว ปลายแหลมคล้ายหางจรเข้ ตอนต้นกว้าง ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ยาว 30 เท่า ของส่วนกว้าง ตอนต้น 1 ใน 3 ของส่วนยาว เป็นพื้นสีแดง อีก 2 ใน 3 ของส่วนยาว ที่เหลือ เป็นพื้นสีขาบ |
4. ธงผู้บังคับการกองเรือ
 ธงผู้บังคับการกองเรือ มีใช้ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2483 ในพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2483 กล่าวถึง ลักษณะธงว่า มีลักษณะและสัณฐานเช่นเดียวกับ ธงผู้บังคับการกองเรือรบ แต่ตอนปลายที่ตัดเป็นแฉก รูปหางนกแซงแซว ลึก 1 ใน 3 ของส่วนยาวนั้น เป็นสีขาว ต่อมาใน พ.ศ. 2522 ได้มีการตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ ลักษณะของธงผู้บังคับการกองเรือ มีลักษณะและสีอย่างเดียวกับ ธงผู้บัญชาการกองเรือยุทธการแต่ปลายธงที่เป็นแฉกรูปหางนกแซงแซวเป็นสีขาว |
5. ธงผู้บังคับหมู่เรือ
 ธงผู้บังคับหมู่เรือปรากฏหลักฐานครั้งแรก ในพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2479 ว่า ธงมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียวปลายแหลม กว้าง 2 ส่วน ยาว 5 ส่วน ตอนต้น 2 ใน 5 ของส่วนยาว เป็นพื้นสีขาบและมีรูปสมอสีเหลือง 1 ตัว ตอนปลายที่เหลือ 3 ใน 5 ของส่วนยาว เป็นสีขาวและยังคงใช้มาจนทุกวันนี้ |
6. ธงผู้บังคับหมวดเรือ
 ธงผู้บังคับหมวดเรือปรากฏหลักฐานครั้งแรก ในพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 ความว่า ธงเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียวปลายแหลม ขนาดกว้าง 2 ส่วน ยาว 5 ส่วน พื้นสีขาบ มีรูปสมอ 1 ตัว อยู่ตรงกลางพื้นธง ในสมัยต่อมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ธงผู้บังคับหมวดเรือก็ยังใช้รูปลักษณะเช่นเดิมอย |
7. ธงหัวหน้าชั่วคราว
 ธงหัวหน้าชั่วคราว มีใช้ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2440 ในพระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ศก 116 (พ.ศ. 2440) เรียกธงหัวหน้าชั่วคราว ว่า ธงผู้ใหญ่ ลักษณะของธงต้นกว้าง 14 นิ้ว ยาวศอกคืบ เรียวปลายแหลมส่วนหนึ่ง ข้างต้นพื้นสีขาบ ส่วนสองข้างปลายพื้นสีขาวมีจักรสีขาวอยู่กลางพื้นสีขาบ ธงนี้สำหรับใช้กับธงหางจรเข้ ถ้าเรือหลวงทอดอยู่นอกพระมหานคร ตั้งแต่สองลำขึ้นไป อันได้ชักธงหางจรเข้ขึ้นไว้บนเสาใหญ่ทุกลำ ถ้าเรือลำใดชักธงนี้ขึ้นด้วยบนเสาหลัง เป็นที่หมายว่านายเรือผู้ใหญ่อยู่ในเรือลำนั้น |
 พ.ศ. 2442 ได้มีการตราพระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ศก 118 แต่ธงหัวหน้าชั่วคราว ก็ยังคงเรียก ธงผู้ใหญ่อยู่เช่นเดิม |
 พ.ศ. 2453 ได้มีการตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ เรียกว่า พระราชบัญญัติธงรัตนโกสินทร์ศก 129 ลักษณะของธงผู้ใหญ่ ต้นกว้าง 36 เซนติเมตร ยาว 75 เซนติเมตร เรียวปลายแหลม ส่วนหนึ่งข้างต้นพื้นสีขาบ สองส่วนข้างปลายพื้นสีขาวมีจักรสีขาวอยู่กลางพื้นสีขาบ ชักขึ้นบนเสาหลังของเรือลำใดเป็นเครื่องหมายว่า นายทหารผู้ใหญ่ในกระบวนเรืออยู่ในเรือลำนั้น เว้นแต่นายทหารผู้ใหญ่นั้น เป็นนายพล จึงให้ใช้ธงนายพลตามตำแหน่งยศ |
 พ.ศ. 2479 ได้มีการตราพระราชบัญญัติธงขึ้นใหม่ เรียก ธงผู้ใหญ่ว่าธงหัวหน้าชั่วคราว ลักษณะของธงมีลักษณะและสัณฐานเช่นเดียวกับ ธงผู้บังคับหมวดเรือ เว้นแต่พื้นสีขาวรูปที่กลางผืนธงนั้น เป็นรูปสมอสีขาบ 1 ตัว และได้ใช้มาจนกระทั่ง ทุกวันนี้ |
8. ธงผู้บัญชาการฐานทัพเรือ
 ธงผู้บัญชาการฐานทัพเรือ ปรากฏหลักฐานครั้งแรกในพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2522 ความว่า ธงผู้บัญชาการฐานทัพเรือ มีลักษณะและสีอย่างเดียวกับ ธงผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ แต่ปลายธงที่เป็นแฉกรูปหางนกแซงแซวเป็นสีฟ้า |
9. ธงผู้บังคับการสถานีทหารเรือ
 ธงผู้บังคับการสถานีทหารเรือ ปรากฏหลักฐาน ครั้งแรก ในพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2479 ว่า ธงผู้บังคับการสถานีทหารเรือฝ่ายบก มีลักษณะและสัณฐานอย่างเดียวกับ ธงผู้บังคับการกองเรือรบ (กองเรือยุทธการ) แต่ตอนปลายที่ตัดเป็นแฉกรูปหางนกแซงแซว ลึก 1 ใน 3 ของส่วนยาวนั้น เป็นสีแดง ใน พ.ศ. 2483 ได้มีการตราพระราชบัญญัติธงแก้ไขขึ้นใหม่ เรียกธงผู้บังคับการสถานีทหารเรือฝ่ายบก ว่า ธงผู้บังคับการสถานีทหารเรือ แต่รูปลักษณะก็คงเช่นเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาจนทุกวันนี้ |
10. ธงผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน
 ปรากฏหลักฐานครั้งแรกในพระราชบัญญัติธง พ.ศ. 2522 มีลักษณะและสีอย่างเดียวกับ ธงผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ แต่ปลายธงที่เป็นแฉกรูปหางนกแซงแซวเป็นสีเหลือง |
11. ธงประจำกองทัพเรือ
 ปรากฏหลักฐานครั้งแรกในพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2522 ว่ามีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 6 ส่วน ยาว 9 ส่วน พื้นธงสีขาบ ตรงกลางพื้นธงมีดวงกลมสีขาว ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ยาว 4 ใน 6 ส่วนของความกว้างของผืนธง ภายในดวงกลมมีรูปจักร 8 แฉก แฉกของจักร เวียนไปทางซ้าย และมีสมอสอดวงจักร ภายใต้พระมหามงกุฎ รูปเหล่านี้ เป็นสีเหลือง |
|
| |
| |
|