ยุทธการบ้านชำราก
     
 
วีรกรรมของทหารนาวิกโยธินในการรบที่บ้านชำราก อ.เมือง จ.ตราด เมื่อ 4 - 18 พฤษภาคม 2528
ทหารนาวิกโยธิน จากกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรี และตราด (กปช.จต.) ทำการรบกับทหารเวียดนามประมาณ 1 กรม ที่รุกไล่ติดตามกองกำลังกัมพูชาประชาธิปไตยฝ่ายนายเขียวสัมพัน และล้ำเข้ามาในเขตไทย ประมาณ 2 ก.ม. เป็นพื้นที่กว้างตามแนวชายแดน ประมาณ 4 ก.ม. ทหารเวียดนามวางกำลังยึดพื้นที่และดัดแปลงเป็นที่มั่นแข็งแรง
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จัดกำลังโจมตีผลักดัน ขับไล่ให้ถอยออกไปจากเขตแดนประเทศไทยเป็นผลสำเร็จ
 
เหตุการณ
เมื่อกลางเดือน เมษายน พ.ศ. 2528 ทหารเวียดนาม ได้ปฏิบัติการ โจมตีที่มั่น ทหารกัมพูชา ตามแนวชายแดนไทย ด้านเทือกเขาบรรทัด จังหวัดตราด อย่างรุนแรง ตามแผน K-FIVE ทั้งนี้ เพื่อหวังจะยึด แนวชายแดนไทย - กัมพูชา ไว้ทั้งหมด และในวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2528 ทหารเวียดนาม ได้รุกติดตาม ทหารกัมพูชา ตามแนวสันเขาบรรทัด โดยรุกล้ำชายแดนไทยเข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร ที่บริเวณบ้านชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด แล้ว ได้วางกำลังเป็นแนวยาวตามเส้นสันเขา มีการดัดแปลงที่มั่น เพื่อป้องกัน การตีตอบโต้ และมีท่าทีว่าจะยึดพื้นที่ ไว้อย่างถาวร คาดว่าทหารเวียดนามที่วางกำลังอยู่ ในพื้นที่นี้ ประมาณ 1 กรมทหารราบ เพิ่มเติมกำลัง ด้วย 1 กองพันรบพิเศษ
กองบัญชาการกองกำลัง ด้านจันทบุรี - ตราด มี พลเรือโท ประเสริฐ น้อยคำศิริ ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน เป็น ผู้บัญชาการและรับผิดชอบทางด้านนี้อยู่ ได้สั่งการให้ปืนใหญ่สนามยิงทำลายฐานที่มั่น ของทหารเวียดนาม รวมทั้งสั่งให้หน่วยบินทหารเรือ ที่ 31 ฝูงบิน 207 ของทหารอากาศ ปฏิบัติงานที่จังหวัดตราด ขึ้นใช้อาวุธทางอากาศ แต่ก็ไม่สามารถผลักดันทหารเวียดนามให้ออกไปจากชายแดนไทยได้ ดังนั้น ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 ผู้บัญชาการกองกำลัง ด้านจันทบุรี - ตราด จึงได้ใช้ กำลังเข้าผลักดันทหารเวียดนามให้พ้นเขตแดนไทย โดยมีกำลังหลักจากกองพันทหารราบที่ 3 กองกำลัง ด้านจันทบุรี - ตราด ซึ่งมี นาวาตรี บัณฑูร วรรณสุทธิ์ เป็น ผู้บังคับกองพัน สมทบด้วย 1 กองร้อยจากกองพันทหารราบที่ 2 และ 4 กองร้อยอาสาสมัครทหารพราน 2 กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน สนับสนุนด้วย 1 กองพันทหารปืนใหญ่สนาม หมวดบินทหารเรือที่ 31 และหน่วยบิน 207 กองหนุนจัดจาก กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 กรมนาวิกโยธิน
สำหรับที่หมายแบ่งออกเป็น 3 พื้นที่ คือที่หมาย 1, 2 และ 3

กองพันทหารราบที่ 3 แบ่งกำลังออกเป็น 3 กองรบ คือ
กองรบที่ 1 มี เรือโทพายุ เหล็กเพ็ชร เป็นผู้บังคับกองรบ
กองรบที่ 2 มี เรือโทเกรียงเดช รัตนปัญญากุล เป็นผู้บังคับกองรบ
กองรบที่ 3 มี เรือเอกเกรียงศักดิ์ บุญชู เป็นผู้บังคับกองรบ

เริ่มปฏิบัติการ ผลักดัน ทหารเวียดนาม ในเช้าตรู่ ของวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 โดยกองรบที่ 1 และ 2 เข้าตีที่หมาย 1 จากทางเหนือ ลงไปทางใต้ กองรบที่ 3 เป็นกองหนุน สามารถยึดที่หมาย 1 ได้ ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2528
ในวันที่ 6 - 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 กองรบที่ 1, 2 และ 3 เข้าตีต่อ ที่หมาย 3 แต่ได้รับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากทหารเวียดนาม ไม่สามารถ ยึดที่หมาย 3 ได้ แต่ยังคง รักษาพื้นที่ บริเวณ ที่หมาย 1 ไว้ได้
ในวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 กองกำลังด้านจันทบุรี - ตราด ได้ใช้กำลังกองหนุน เข้าเสริมการปฏิบัติ

กองหนุนจากกองพันทหารราบที่ 1 มี นาวาโท เทอดศักดิ์ พรหมศิริ เป็นผู้บังคับกองพัน จัดกำลังเป็น 4 กองร้อย คือ
กองร้อยปืนเล็กที่ 2 มี เรือเอก ชนะกาญจน์ ใคร่ครวญ เป็นผู้บังคับกองร้อย
กองร้อยปืนเล็กที่ 3 มี เรือโท รัตนะ วงศาโรจน์ เป็นผู้บังคับกองร้อย
กองร้อยปืนเล็กที่ 4 มี เรือโท ทวี พิกุลทอง เป็นผู้บังคับกองร้อย
กองร้อยกองบังคับการและบริการมี เรือเอก อัมพร บำรุงพันธ์ เป็นผู้บังคับกองร้อย

เริ่มเข้าตีผลักดัน ต่อที่หมาย 3 ในวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 โดยใช้ กองร้อยปืนเล็กที่ 2 เข้าตีทางด้าน ทิศใต้ กองร้อยปืนเล็กที่ 4 เข้าตีทางด้านทิศตะวันออก และ กองร้อยปืนเล็กที่ 3 เป็นกองหนุน ถึงแม้จะได้รับการต้านทานจากทหารเวียดนามอย่างเหนียวแน่น ในวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 กองร้อยปืนเล็กที่ 4 สามารถยึดพื้นที่บางส่วนของที่หมาย 3 ไว้ได้ และอีก 4 วันต่อมาคือในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2528 กองพันเฉพาะกิจที่ 3 และ กองพันทหารราบที่ 1 ได้รวมกำลัง เข้าตีต่อ ที่หมาย 3 อย่างรุนแรง ด้วยการสนับสนุนจากกองพันปืนใหญ่สนาม และกำลังทางอากาศ สามารถยึดที่หมาย 3 ไว้ได้ และผลักดันทหารเวียดนามพ้นจากแนวชายแดนไทย เวลา 10 นาฬิกา 5 นาที ของวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2528
 
การปฏิบัติภารกิจของทหารนาวิกโยธิน ในยุทธการบ้านชำราก
สำหรับที่หมาย 2 พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูมิประเทศ ที่สำคัญทางทหาร (KEY - TERRAIN) และส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชายแดนไทย ทางกองกำลังจันทบุรี - ตราด จึงไม่ได้สั่งให้เข้ายึดจากช่วงปฏิบัติ วันที่ 4-18 พฤษภาคม พ.ศ.2528 ฝ่ายเราสูญเสีย กำลังพลดังนี้ เสียชีวิต 9 คน บาดเจ็บ 63 คน ฝ่ายเวียดนาม เสียชีวิต (นับศพได้) 17 คน บาดเจ็บไม่ทราบจำนวน ฝ่ายเรายึดสิ่งของอุปกรณ์ของทหารเวียดนามได้ดังนี้

ปืนกล 12.7 มิลลิเมตร 1 กระบอก
ปืนกล 7.62 มิลลิเมตร 1 กระบอก
กระสุน 6,000 นัด
ปืนเล็กยาวอาร์ก้า 2 กระบอก
ระเบิดมือ 10 ลูก
หมวกทหารเวียดนาม 1 ใบ
ทำลายปืน ค. 120 มิลลิเมตร 1 กระบอก
ปืนไร้แสงสะท้อน 2 กระบอก
และ คลัง สป.5 ได้ 1 แห่ง

หลังจากได้ผลักดันทหารเวียดนามออกไปแล้ว ฝ่ายเราได้ปรับกำลังดัดแปลงที่มั่นและยึดภูมิประเทศสำคัญ ตามแนวชายแดนสันเขาบริเวณตรงข้ามบ้านชำรากไว้ ณ ส่วนสูงชัน เพื่อป้องกันพื้นที่ดังกล่าวไว้
การปฏิบัติการรบที่บ้านชำรากครั้งนี้ เป็นการดำเนินการกลยุทธ์ของหน่วยระดับกองร้อยปืนเล็ก ดังนั้นผู้บังคับบัญชาระดับกองร้อยลงไปจนถึงระดับหมวดหมู่พวกยิง ที่นำหน่วยเข้าตีอย่างกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว กำลังรบระดับลูกแถวที่ทำการสู้รบอย่างกล้าหาญ อดทน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจค้นรื้อถอนทุ่นระเบิดกับระเบิด ต้องปฏิบัติงานอย่างหนักและเหนื่อยยาก ฝ่าอันตรายตลอดเวลา ตลอดจนนักบินของกองทัพเรือ จากหน่วยบินทหารเรือที่ 31 และ นักบินของกองทัพอากาศ จากหน่วยบิน 2022 ฝูงบิน 207 ด้วย นักบินเหล่านี้ได้สนับสนุน หน่วยภาคพื้นดินอย่างใกล้ชิดกล้าหาญไม่เกรงต่ออันตราย จากปืนต่อสู้อากาศยาน และจรวดต่อสู้อากาศยานของทหารเวียดนาม ที่ใช้ยิงอยู่ตลอดเวลา และจะละเว้น เสียมิได้ คือนักรบทุกท่าน ที่ได้สละชีวิตเป็นชาติพลีทั้ง 8 คน และบาดเจ็บจากการปฏิบัติการรบ ครั้งนี้ เขาเหล่านี้ สมควรที่ได้รับคำชมเชย ได้รับคำสดุดี จากพี่น้องร่วมชาติเป็นอย่างยิ่ง ที่ร่วมแรง ร่วมใจ กันสู้รบ เพื่อขับไล่ผู้รุกราน ให้ออกไปจากผืนแผ่นดินไทย โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก และอันตรายที่จะได้รับจนภารกิจที่ได้รับบรรลุผลสำเร็จเป็นอย่างดี นับว่าเป็นงานที่แสดงให้เห็นถึงพลัง ความสามัคคีกลมเกลียว กันอย่าง น่าชมเชยมาก
การสู้รบครั้งนี้ มีคุณค่าและความสำคัญต่อกองทัพเรือ เพราะเป็นการแสดงถึงความกล้าหาญ และ เด็ดเดี่ยวของทหารเรือไทย โดยฝ่ายเราเป็นฝ่ายเข้าตีรุก เข้าหา ข้าศึก ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ได้ กำลังพลจะต้องใช้ จิตใจรุกรบอย่างสูง นับเป็นแบบอย่างที่อนุชนรุ่นหลัง ควรศึกษา เอาเป็น เยี่ยงอย่าง

ผู้เสียชีวิตจากการสู้รบที่บ้านชำราก
1. พันจ่าเอกวินิจ นภากุลทอง
2. พลทหาร ธวัชชัย สมใจ
3. พลทหาร นิมิตร จำปาทอง
4. อาสาสมัครทหารพรานนาวิกโยธิน สมหมาย ขันชาลี
5. อาสาสมัครทหารพรานนาวิกโยธิน วิโรจน์ เจริญพานิช
6. อาสาสมัครทหารพรานนาวิกโยธิน อำนาจ เหมาะสมาน
7. อาสาสมัครทหารพรานนาวิกโยธิน อภิเดช บุญยะสิมะ
8. อาสาสมัครทหารพรานนาวิกโยธิน ไพรวัลย์ วงศ์สว่าง
9. อาสาสมัครทหารพรานนาวิกโยธิน อนันต์ มานะจรรยาพงษ์