 |
|
|
|
ความหมาย |
|
| |
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ เป็นพิพิธภัณฑ์สถานแบบพิเศษ ทำหน้าที่ รวบรวม อนุรักษ์วัตถุพิพิธภัณฑ์อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โบราณสถาน และโบราณคดีที่เกี่ยวกับกิจการทหารเรือ และนำวัตถุพิพิธภัณฑ์มาจัดแสดงให้ประชาชนทั่วไปได้ชม ศึกษา และได้รับความเพลิดเพลินไปพร้อม ๆ กัน |
|
|
| |
| |
ที่มา |
|
งานทางด้านประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ของกองทัพเรือ ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เดือนมีนาคม 2466 ซึ่งกระทรวงทหารเรือ ได้เล็งเห็นความสำคัญกิจการทางด้านนี้ จึงได้จัดตั้งกองประวัติศาสตร์ขึ้น มีหน้าที่รวบรวมประวัติของราชการทหารเรือและอื่น ๆ ตามความประสงค์ของเสนาธิการทหารเรือ |
|
| |
อาคารและสถานที่ |
|
| |
พ.ศ. 2484 กองทัพเรือได้วางโครงการปรับปรุงกองประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ และริเริ่มโครงการพิพิธภัณฑ์ขึ้นเป็นครั้งแรก แต่โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ในครั้งนี้มิได้ดำเนินการแต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีงบประมาณเพียงพอ แต่ก็ได้พยายามเก็บรวบรวมวัตถุไว้ที่กองประวัติศาสตร์ และใช้สถานที่ของสโมสรกรมเสนาธิการทหารเรือ ซึ่งเป็นอาคารไม้ ตั้งอยู่ติดอาคารกรมสื่อสารทหารเรือ |
|
พ.ศ. 2485 กิจกรรมด้านพิพิธภัณฑ์ได้เริ่มขั้นตอนรวบรวมวัตถุพิพิธภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีจากที่ต่าง ๆ ในกองทัพเรือ และนำมาสงวนรักษาไว้ แต่ยังไม่มีการจัดแสดง |
| |
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2496 ได้กำหนดให้มีแผนกพิพิธภัณฑ์ขึ้นเป็นแผนกหนึ่งในกองประวัติศาสตร์ และเปลี่ยนสายการบังคับบัญชา จากกองขึ้นตรงต่อ กรมเสนาธิการทหารเรือ ไปเป็น กองขึ้นตรงต่อกรมธุรการทหารเรือ (กรมสารบรรณทหารเรือในปัจจุบัน) และมีอัตราเจ้าหน้าที่สำหรับบริหารงานด้านนี้โดยเฉพาะ |
| |
ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 กองประวัติศาสตร์ได้ย้ายสถานที่ทำการจากสโมสรกรมเสนาธิการทหารเรือ ไปตั้งอยู่ที่ราชนาวิกสภาชั้นล่าง ได้จัดให้แผนกพิพิธภัณฑ์อยู่ทางด้านเหนือ (2 ห้อง) และได้ขออนุมัติจากกองทัพเรือเปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2498 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 50 ปีมาแล้ว นับว่าอาคารราชนาวิกสภาคือที่กำเนิดของพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ |
| |
พ.ศ. 2501 กองทัพเรือได้ย้ายสถานที่ของกองประวัติศาสตร์กลับมาอยู่ในพระราชวังเดิม และย้ายแผนกพิพิธภัณฑ์ไปอยู่ ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า ในปีนี้กองทัพเรือได้พิจารณาเห็นว่า กองประวัติศาสตร์เป็นงานที่สนับสนุนความต้องการของฝ่ายอำนวยการด้านยุทธการมากกว่าหน่วยอื่น ๆ จึงได้ให้กองประวัติศาสตร์ย้ายจากกรมสารบรรณทหารเรือไปขึ้นตรงต่อกรมยุทธการทหารเรือ ตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ. 2501 |
| |
ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 ได้เปิดให้ประชาชนเข้าชม และได้กระทำติดต่อกันมาประมาณ 8 เดือนเศษ กองทัพเรือจำเป็นต้องใช้สถานที่ในบริเวณนั้นเป็นที่เก็บวัตถุระเบิด จึงทำให้ต้องงดการจัดแสดงไป |
| |
ในปี พ.ศ. 2512 พลเรือเอก จรูญ เฉลิมเตียรณ ผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้น ได้เห็นความสำคัญของการจัดให้มีอาคารพิพิธภัณฑ์ทหารเรือขึ้นเป็นการถาวร จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อจัดทำโครงการสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ และได้เลือกใช้ที่ดินของกองทัพเรือบริเวณตรงข้ามโรงเรียนนายเรือ ซึ่งเป็นที่ดินว่างเปล่าอยู่ประมาณ 22 ไร่ เป็นที่ตั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ แต่เนื่องจากกองทัพเรือมีงบประมาณจำกัด จึงดำเนินการก่อสร้างอาคารเพียงส่วนหนึ่งเป็นอาคารตึก 2 ชั้น 1 หลัง ซึ่งเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ อาคารหมายเลข 1 ในปัจจุบัน |
| |
พิพิธภัณฑ์ทหารเรือได้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2514 แล้วเสร็จและได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมในปี พ.ศ. 2515 เป็นต้นมา พิพิธภัณฑ์ทหารเรือที่ได้จัดตั้งขึ้นในครั้งนี้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แบบพิเศษ ซึ่งกองทัพเรือจัดตั้งขึ้นเพื่อแสดงและรวบรวม สงวนรักษาวัตถุพิพิธภัณฑ์ เรื่องราวประวัติความเป็นมาของกองทัพเรือโดยเฉพาะ เพื่อใช้ประกอบการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ทหาร และพัฒนาการทางทะเล ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการศึกษาพิจารณายุทธศาสตร์ ยุทธวิธี และหลักนิยมในการรบของกองทัพเรือ เพื่อให้ข้าราชการของกองทัพเรือ ข้าราชการทั่วไป ตลอดจนประชาชนได้เข้าชมเพื่อการศึกษา และได้รับความเพลิดเพลินในโอกาสเดียวกัน |
| |
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 จนถึงปี พ.ศ. 2525 อาคารพิพิธภัณฑ์ทหารเรือที่สร้างไว้เดิมได้คับแคบลง เนื่องจากมีวัตถุพิพิธภัณฑ์เป็นจำนวนมากประมาณ 2,000 กว่าชิ้น จนทำให้อาคารพิพิธภัณฑ์ทหารเรือได้กลายเป็นคลังเก็บรักษาวัตถุพิพิธภัณฑ์มากกว่าการจัดแสดงวัตถุพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการพิพิธภัณฑ์ ดังนั้น จึงได้สร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ อาคาร 2 ขึ้นอีก 1 หลัง เป็นอาคาร 3 ชั้น ในปี พ.ศ.2529 แล้วเสร็จในปี พ.ศ.2530 กับได้อนุมัติให้จัดสร้างอาคารคลังเก็บวัตถุพิพิธภัณฑ์อีก 2 หลัง เมื่อกลางปี พ.ศ. 2530 เพื่อทดแทนคลังเก็บวัตถุพิพิธภัณฑ์หลังเดิมที่ชำรุด |
| |
| |