ในปีพุทธศักราช
๒๔๓๖ เมื่อพระชนมายุได้ ๑๓ พรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงพระกรุณา
โปรดเกล้า ฯ ให้เสด็จไปทรงศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศ
อังกฤษภายหลังสำเร็จการศึกษา และได้เสด็จกลับมาถึง
ประเทศไทยแล้ว ก็ได้ทรงทุ่มเทแนวพระดำริในการปรับปรุง
การศึกษาวิชาการทหาร ให้ทันสมัยเทียบเท่านานาอารยประเทศ และได้ทรงก่อกำเนิดโรงเรียนนายเรือขึ้นที่พระราชวังเดิม
ธนบุรี จนสามารถผลิตนายทหารสัญญาบัตรรุ่นแรกได้ เมื่อ วันที่
๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๕๐
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
พระนามเดิมของ
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
(ต้นราชสกุล อาภากร)
เป็นพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๕ นับลำดับราชสกุลวงศ์ เป็นองค์ที่ ๒๘ ประสูติ
ิในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันอาทิตย์ที่
๑๙ ธันวาคม
พุทธศักราช ๒๔๒๓ และทรงเป็นพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์ที่ ๑
ในเจ้าจอมมารดาโหมด |
นอกจากทรงพระปรีชาสามารถในด้านกิจการทหารเรือแล้ว
พระองค์ทรงมุ่งศึกษาเกี่ยวกับ ตำราแพทย์แผนโบราณ
จนสามารถรักษา ให้ความช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยได้อย่างมากมาย
โดยมิได้ทรงหวังสิ่งใดตอบแทน พระเกียรติคุณในนามของ
หมอพร ได้ขจรขจายไปทั่วในชนทุกเหล่าชั้น
ต่อมาพระองค์ทรงลาออกจากราชการทหารเรือ
เนื่องจากทรงพระประชวรโรคภายในและเสด็จไปประทับรักษา
ณ ชายทะเลปากน้ำ จังหวัดชุมพร ขณะที่ประทับอยู่ที่จังหวัด
ชุมพรนั้นก็เกิดเป็นพระโรคไข้หวัดใหญ่
เนื่องจากถูกฝน
ทรงประชวรอยู่เพียง ๓ วัน ก็สิ้นพระชนม์ ณ ตำบลหาดทรายรี
ในวันเสาร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๔๖๖ สิริพระชนมายุได้
๔๓ พรรษา
พลเรือเอก
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากร-
เกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ทรงเป็นองค์บิดา
ของทหารเรือไทย เป็นที่เคารพสักการะของทหารเรือไทย
ตลอดถึงประชาชนทั่วไปมาช้านานและยังทรงเคยดำรงตำแหน่ง
เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ถึง ๒ วาระ คือตั้งแต่ ๑ มิถุนายน
พุทธศักราช ๒๔๔๙ ถึงวันที่ ๑๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๕๔ และตั้งแต่วันที่ ๒๖ กันยายน
พุทธศักราช ๒๔๖๑ ถึงวันที่ ๑
ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๖๔ ดังนั้น กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จึงได้จัดสร้างพระอนุสาวรีย์ของพระองค์ท่าน ประดิษฐานไว้
เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้สักการบูชา และระลึกถึงพระองค์ท่าน
สืบไป
พระประวัติ
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
*****************