การใช้คำว่า "ผ้ามหาบังสุกุล" ของพิธีกรในงานศพ

เคยไปงานศพ (ฌาปนกิจทั่วไป และพระราชทานเพลิงศพ) ได้ยินพิธีกรในงาน เชิญประธานในพิธี (ย้ำประธานในพิธี) ขึ้นทอด \"ผ้ามหาบังสุกุล\" และนิมนต์พระสงฆ์ขึ้นพิจารณา \"ผ้ามหาบังสุกุล\"

การใช้คำว่า \"ผ้ามหาบังสุกุล\" ดังกล่าว เป็นการใช้ถูกต้องหรือไม่อย่างไร ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร (จะใช้ว่า \"ผ้าบังสุกุล\" \"ผ้าไตรบังสุกุล\" สำหรับทุกคนที่ขึ้นไปทอดผ้า/พระสงฆ์ ประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส/ฝ่ายสงฆ์ น่าจะเพียงพอแล้ว ใช่หรือไม่ อย่างไร)

ขอความกระจ่างด้วยครับ
  โดย : คนที่ยังสงสัย - [8 November 2556 - 12:56:10]

  ความคิดเห็นที่ 1
ขอตอบคุณคนที่ยังสงสัยในประเด็นคำถามการใช้คำว่า “ผ้ามหาบังสุกุล” ของพิธีกรในงานศพ เป็น ๒ กรณี คือ

๑. กรณีพิธีพระราชทานเพลิงศพ พิธีกรใช้คำว่า “ผ้ามหาบังสุกุล” ตามข้อแนะนำของกองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง (ก่อนปี ๒๕๔๙) แม้ในปัจจุบัน กองพระราชพิธีฯ จะเปลี่ยนมาแนะนำให้ใช้คำว่า “ผ้าไตรบังสุกุล” แทนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีพิธีกรแนวอนุรักษ์นิยม ยังคงยืนยันที่จะใช้คำว่า “ผ้ามหาบังสุกุล” ตามข้อแนะนำเดิมของกองพระราชพิธีฯ ต่อไป ด้วยเข้าใจว่า “ผ้ามหาบังสุกุล” กับ “พิธีพระราชทานเพลิงศพ” เกี่ยวข้องกัน และคำว่า “มหา” ที่เพิ่มเข้ามา แสดงถึงความเป็นของพระราชทาน ถึงกับมีบางวัดในบางจังหวัด ให้ถือเป็นหลักปฏิบัติว่า ถ้ามีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ต้องใช้คำว่า “ผ้ามหาบังสุกุล” เท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงประเด็นว่า ถูกต้อง หรือไม่ อย่างไร

๒. กรณีพิธีฌาปนกิจศพทั่วไป พิธีกรใช้คำว่า “ผ้ามหาบังสุกุล” เพื่อแสดงถึงการให้เกียรติประธานในพิธี และคำว่า “มหา” ที่เพิ่มเข้ามา สื่อถึงความเป็นผ้าบังสุกุลผืนหรือไตรสำคัญ ซึ่งก็ไม่คำนึงถึงว่า ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เช่นกัน

มีประเด็นที่ขอหยิบยกมาประกอบการพิจารณาว่า การใช้คำว่า “ผ้ามหาบังสุกุล” ของพิธีกรในงานศพทั้ง ๒ กรณีเบื้องต้นว่า ถูกต้อง เหมาะสม หรือไม่ อย่างไร ดังนี้

พระเทพสิทธิมุนี ญาณสิทธิเถระ พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนา วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ ได้รจนาหนังสือ ชื่อ“กฐิน-ผ้าป่า-อานิสงส์” ในตอนที่ว่าด้วยประวัติผ้าป่าและผ้าบังสุกุล พระคุณท่านได้เรียกผ้าห่อศพของนางปุณณทาสีที่พระพุทธเจ้าทรงชักบังสุกุล ด้วยความเคารพยกย่องอย่างสูงสุด ว่า “ผ้ามหาบังสุกุล” ด้วยเหตุผล ๓ ประการ คือ

(มีต่อ)
  โดย : กองอนุศาสนาจารย์ ยศ.ทร. - [13 November 2556 - 14:17:39]

  ความคิดเห็นที่ 2
(ต่อ)

๑. การชักผ้าบังสุกุลครั้งนั้น เป็นครั้งแรกและผ้าบังสุกุลผืนแรกในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา

๒. การชักบังสุกุลครั้งนั้น เป็นครั้งสำคัญที่แม้แต่แผ่นดินยังแสดงความอัศจรรย์เลื่อนลั่นสะเทือนรู้เห็นเป็นพยาน

๓. การชักผ้าบังสุกุลครั้งนั้น จัดเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่พระพุทธเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้เป็นปฐมบทแห่งการแสวงหาผ้ามาทำเครื่องนุ่งห่มของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา

ด้วยเหตุผลทั้ง ๓ ประการดังกล่าว ที่หลอมรวมกันเป็น “ผ้ามหาบังสุกุล” ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งพระปัญญาคุณ พระวิสัยทัศน์ และพระจริยวัตรพิเศษเฉพาะพระพุทธเจ้าเท่านั้น จึงหาควรที่ใครจะนำคำว่า “ผ้ามหาบังสุกุล” ไปใช้เรียกชื่อผ้าที่ภิกษุชักจากศพ หรือผ้าที่ทอดหน้าศพ ทอดบนสายโยง หรือทอดบนภูษาโยง ในพระราชพิธีหรือพิธีบำเพ็ญกุศลศพ หรือพิธีทักษิณานุประทาน ทื่ถือปฏิบัติสืบสานกันอยู่ในปัจจุบัน แต่อย่างใดไม่ หรือหากจะมีพิธีกรคนใดต้องการจะยกย่องเชิดชูผู้ที่เป็นประธานในพิธี ในกรณีที่จัดให้มีการทอดผ้าหลายผืน หรือหลายไตร เพียงการใช้คำเรียกชื่อว่า ผ้าบังสุกุล หรือผ้าไตรบังสุกุล ก็นับเป็นการยกย่องเชิดชูผู้ที่เป็นประธานในพิธีว่าได้ให้เกียรติทำหน้าที่เจริญรอยตามพระพุทธจริยวัตรอย่างสมบูรณ์ที่สุดแล้ว

ถึงกระนั้น เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับคุณคนที่ยังสงสัยที่ว่า “เพียงใช้ว่า “ผ้าบังสุกุล” “ผ้าไตรบังสุกุล” สำหรับทุกคนที่ขึ้นไปทอดผ้า/พระสงฆ์ ประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส/ฝ่ายสงฆ์ ก็พอแล้ว”

และถ้าคุณคนที่ยังสงสัย ยังไม่หายสงสัย แนะนำให้ไปดูรายละเอียด เรื่อง “ปัญหา...ว่าด้วยผ้าบังสุกุล” ในเว็บไซต์ของ กอศ.ยศ.ทร. เพิ่มเติม
(http://www.navy.mi.th/navedu/subedu/chaplainweb)
  โดย : กองอนุศาสนาจารย์ ยศ.ทร. - [13 November 2556 - 14:19:51]

  ความคิดเห็นที่ 3
กราบขอบพระคุณกองอนุศาสนาจารย์ ยศ.ทร. อย่างสูงครับที่ให้ความกระจ่าง จนหายสงสัย เป็นปลิดทิ้งเลยครับ
  โดย : คนที่ยังสงสัย [ 15 November 2556 - 10:56:38]

  ความคิดเห็นที่ 4
ขอร่วมแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่พระเทพสิทธิมุนี ญาณสิทธิเถระ ท่านใช้คำเรียกผ้าที่พระพุทธองค์ทรงชักบังสุกุลจากศพนางปุณณทาสีด้วยความเคารพอย่างสูงสุดว่า “ผ้ามหาบังสุกุล” ใน ๒ ประเด็น คือ

๑. คำว่า “มหา” ใช้ขยายความหมายว่า “มาก” เพราะตามหลักฐานที่มาของผ้าบังสุกุลในพระพุทธศาสนา ในอุรุเวลปาฏิหาริยกถา มหาขันธกะ พระวินัยปิฎก มหาวรรค ภาค ๑ แสดงไว้ว่า ขณะที่พระพุทธองค์ทรงชักบังสุกุลจากผ้าห่อศพนางปุณณทาสี ที่กำลังขึ้นอืดพอง มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม มีหนอนไต่ไชชอนอยู่ทั่วร่างนั้น เมื่อทรงสลัดผ้าให้หนอนหล่นลงที่พื้น ปรากฏว่ามีหนอนปริมาณมากถึงหนึ่งทะนาน แสดงให้เห็นว่าเป็นผ้าที่สกปรกอย่างมาก และเป็นผ้าที่มีกลิ่นเหม็น น่าสะอิดสะเอียนอย่างร้ายกาจ อาศัยเหตุที่พระพุทธองค์ทรงเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติ ไม่น่าจะทรงกระทำเช่นนั้น หรือทรงนำผ้าเช่นนั้นมาทำเป็นเครื่องนุ่มห่มได้ แต่เมื่อไม่ทรงถือพระองค์ ทรงสามารถละมานะแห่งกษัตริย์ และกระทำสิ่งที่เหลือเชื่อได้ถึงขนาดนั้น จึงมีเหตุอันควรอย่างยิ่งที่พระเทพสิทธิมุนี ญาณสิทธิเถระ ท่านจะเรียกผ้าบังสุกุลผืนนั้นด้วยความเคารพอย่างสูงสุดว่า ผ้ามหาบังสุกุล

๒. คำว่า “มหา” ใช้ขยายความหมายว่า “ยิ่งใหญ่ สำคัญ หรือเป็นคุณสมบัติพิเศษ” เฉพาะเจาะจงกับพระพุทธองค์เท่านั้น เช่น

- เรียกต้นโพธิ์ที่ทรงตรัสรู้ ว่า ต้นพระศรีมหาโพธิ์
- เรียกวิหารที่ทรงประทับอยู่ประจำว่า เชตวันมหาวิหาร
- เรียกพระสูตรที่ว่าด้วยการเสด็จดับขันธปรินิพพานว่า มหาปรินิพพานสูตร เป็นต้น
  โดย : น.อ.เกษม กิจกระจ่าง [ 22 November 2556 - 10:45:59]

  ความคิดเห็นที่ 5
ทำไมเราไม่ถือคติว่า พูดแล้วเจ้าภาพพอใจอิ่มใจเพื่อเป็นการทุเลาจากอาการเศร้าโศกที่เขาสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รัก คงไม่ผิดมากนักหรอกหากเราจะเอื้อมยืมคำอันสูงส่งมาใช้กับงานของนางมี ตาสี ต่างชาติเขาคุยกับในหลวงเราก็ใช้แค่ I กับ You พระองค์ยังไม่ทรงตำหนิอะไรเลย และพวกคุณๆก็ยังไม่เห็นเดือดร้อนอะไรเลย อย่ายึดติดเลยว่านี่ของกู นั่นของสู เพราะสุดท้ายก็ตายเน่าเหม็นกันทั้งมวล คิดง่ายๆว่า ผ้าบังสุกุล=ผืนเล็ก ส่วนผ้ามหาบังสุกุล=ผืนใหญ่
  โดย : ครูดุล - [12 April 2557 - 14:35:56]

  ความคิดเห็นที่ 6
เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ ๕
  โดย : panongchid - [29 July 2557 - 15:12:21]

  ความคิดเห็นที่ 7
ในปัจจุบันการสื่อสารการแสวงหาข้อมูลความรู้ทำได้มาก ดังนั้นการเป็นพิธีกรในพิธีควรเป็นผู้ที่มีความรู้เพื่อสื่อสารให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้ที่ได้ร่วมพิธีได้เข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่ใช่จะเอาแต่ใจเจ้าภาพและผู้มาเป็นประธานอย่างเดียว
  โดย : สรวม สินกัน - [18 August 2557 - 13:43:39]

  ความคิดเห็นที่ 8
ผ้าบังสุกุลผืนเดียว อาจจะเป็นผ้าอาบน้ำฝนหรือผ้าสบง หรือผ้าจีวร ควรเรียกผ้าบังสุกุล หากครบชุดเป็นไตรจีวรควรเรียกผ้าไตรบังสุกุล
  โดย : สรวม สินกัน - [18 August 2557 - 13:49:46]

  ความคิดเห็นที่ 9
เห็นด้วยกับความเห็นที่ 7 เพราะการเป็นพิธีกรควรจะทำ พูดในสิ่งที่ถูกต้องเพราะจะเป็นการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมที่ถูกต้องเอาไว้ไม่ควรบัญญัติศัพท์ที่ไม่ถูกต้องขึ้นมาถึงแม้แรก ๆ จะขัดหูผู้ฟังแต่ถ้าเราอธิบายให้้ผู้ฟังเข้าใจต่อไปก็คงจะยอมรับกันเอง
  โดย : พิธีกรงานศพ - [20 August 2557 - 13:05:12]


ร่วมแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้
ชื่อ :  
Email :  
รายละเอียด : 
verify image:
  
กรุณาใส่ข้อความตามภาพ: