นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๘๒ เล่มที่ ๙ กันยายน ๒๕๔๒
ศูนย์ฝึกทหารใหม่ (ตอนที่ ๓)
พลเรือโท ประชุม อารีรอบ
1 2
หน้าที่ 1
         
      ในกลางปี พ.ศ.๒๔๙๘ หน่วยให้ความช่วยเหลือทางทหาร "จัสแม็ก" ได้เจรากับฝ่ายไทย สนับสนุน ให้ตั้งศูนย์ฝึกทาหารใหม่ของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อให้เป็นที่มั่นทำการฝ่ายคอมมิวนิสต์ พร้อมกับส่งนายทหารเรือ ทหารบก ไปเยี่ยมชม การฝึกหัดที่สหรัฐอเมริกาในอันดับต่อมา ในที่สุดการปรึกษาหาหรือเรื่องสถานที่ตั้งเป็นที่ ตกลง กันว่า ศูนย์หฝึกทหารใหม่ของกองทัพบกจะตั้งอยู่ที่อำเภอ ปราณบุรี สว่นศูนย์ฝึกทหารใหม่ ของกองทัพเรือจะตั้งอยู่ในพื้นที่ของสภานีเรือสัตหีบ ในนามของกองฝึกทหารใหม่ โรงเรียน ชมุพล ทหารเรือ นอกจากนั้นหน่วยจัสแม็กยังได้แนะนำให้ปรับปรุงการเกณฑ์ทหาร และการ จัดผลัด ทหารเกณฑ์ใหม่เข้าฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่จะระบบเดิมซึ่งปฏิบัติมาตั้งแต่มี พระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร พ.ศ.๒๔๔๘ ออกใช้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๕ ซึ่งทางกองทัพไทย ทั้ง ทัพบก ทัพเรือ และ อากาศ ได้ดำเนินการ เกณฑ์ทหาร ในแต่ละปีในเดือนเมษายน เมื่อรับราชการทหารครบกำหนด ๒ ปี แล้วปลดเป็นทหารกองหนุนประมาณปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเมษายน ฉะนั้นทุกๆปี ประมาณเดือน เมษายน ถึงกรกฏาคม ทหารกำลังพลของทุกเหล่าทัพจึงเหลือเพียงครึ่งจำนวน โดยเหลือเพียงทหารประจำการปีที่๑ ซึ่งเพิ่งเลื่อนขั้นเป็นทหารปีที่๒ ใหม่ๆ ส่วนทหารปีที่๒ เดิมซึ่งรับราชการครบ ๒ ปีและและมีสมรรถภาพในการรบดีที่สุด สำหรับทหาร ใหม่ ซึ่งได้รับแก่เกณฑ์ เข้ามาใหม่เมื่อเดือนเมษายนการยังฝึกในภาคสาธารณศึกษา เพื่อให้ได้ เรียนรู้ความรู้เบื้องต้นทั่วไปเกี่ยวกับวิชาทหารเป็นระยะเวลาประมาณ ๓ เดือน ซึ่งมีจำนวน ประมาณ ๖,๐๐๐ ถึง ๗,๒๐๐ คน ไม่สามารถทำการฝึกอบรม พร้อมกันได้โดยหน่วยฝึก อบรมเพียงหน่วยเดียว ถึงแม้จะสร้างใหม่ก็ไม่คุ้มกันเพราะมีระยะ เวลาการทำการอยู่เพียง ๓ เดือน ก็หมดงาน และต้องว่างงานไปถึง ๙ เดือน จนกว่าจะถึงกำหนดเกณฑ์ทหารใหม่ ในเดือนเมษายนปีต่อไป ดังนั้นการฝึกอบรมทหารใหม่จึง ต้องแยกย้ายกันฝึกอบรมกันเอง ตามหน่วยตนสังกัดต่างๆ ทหารใหม่ที่เข้ามาแต่ละปีจึงไม่ได้ความรู้ทางด้าน วิชาการ เรือเบื้องต้น เป็นมาตราฐานและคุณภาพเดียวกัน สมรรถภาพ กำลังพลของทหารที่ประจำอยู่ จึงเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ไม่อยูในสภาพพร้อมรบที่ดี
      สำหรับระบบใหม่ของการเกณฑ์ทหาร และการจัดทหารใหม่เข้าฝึกอบรมวิชาการเรือ เบื้อง ต้น ที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ตามที่หน่วย จัสแม๊ก แนะนำ คือการดำเนินการเกณฑ์ทหาร ใหม่ในต้นเดือนเมษายนเหมือนเดิม แต่ให้จัดทหารใหม่ทยอย กันเข้ารับราชการแบ่งเป็น ๔ ผลัด แต่ละผลัดห่างกันประมาณ ๓ เดือน ในแต่ละผลัดจึงมีทหาร ผลัดละประมาณ ๑๕๐๐ คน ถึง ๑๘๐๐ คน ถูกส่งเข้ารับการฝึก อบรมที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ก่อนเป็นเวลา ๙ สัปดาห์ทุกผลัด แล้วจึงส้งตัวแยกย้ายกันไปตาม ต้นสังกัดต่างๆ ตามที่กรมกำลังพลได้กำหนด ขณะเดียวกัน ก็รับทหารใหม่เข้ามาฝึกทยอยกันไป ศูนย์ฝึกทหารใหม่จึงมีงานทำตลอดปี ทหารใหม่แต่ผลัด จะได้รับการฝึกอบรมภาคสาธารณ เป็นมาตราฐานเดี่ยวกัน และจำนวนทหาร แต่ผลัด ประมาณ ๑,๕๐๐ ถึง ๑,๘๐๐ คน เป็นจำนวนที่พอเหมาะไม่มาก เกิน สมถรรณ ภาพของศูนย์ฝึก ทหารใหม่
      เมื่อทหารเกณฑ์ที่เข้ามาแต่ละปีแบ่งเป็น ๔ ผลัด ทยอยกันเข้ามารับราชการกันเช่นนี้ แต่ละผลัดเมื่อเข้ารับราชการทหารครบ ๒ ปี แล้วจะได้รับการปลด เป็นทหารกองหนุน ทยอยกัน ไป พร้อมกันนี้ก่อนรับทหารเกณฑ์ใหม่เข้ารับการฝึกอบรมที่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ต่อเนื่องไป เช่นเดียว กัน ตลอดระยะเวลา ๒ ปี มีจำนวนทหารประจำการ ทั้งหมด ๘ ผลัด ในทุกๆ ๓ เดือน ก็จะมีกำลังพล แบ่งแยกได้ดังนี้ ปลดเป็นทหารกองหนุน๑ผลัด ส่งเข้ารับการฝึกอบรมที่ศูนย์ ฝึกทหารใหม่ คงมีกำลังพลประจำการอยู่ตามหน่วยสังกัดต่างๆ จำนวน ๗ ผลัด ในจำนวน ๗ ผลัดนี้ คงมีทหารที่ผ่านการฝึกอบรมภาคสาธารณศึกษาจากศูนย์ฝึกทหารใหม่ ยังไม่ได้ฝึกภาค อาชีพเพียง ๑ ผลัด ส่วนอีก ๖ ผลัด ยังคงสังกัดยังหน่วยต่างๆ นับว่าเป็นกำลังพล สมรรถภาพพร้อมรบ ๗๕ % ของกำลังพลประจำการทั้งหมด กำลังพล ทหารประจำการ กำลังพลทหารหารในระบบนี้จึงมีความหนาแน่และมีสรรถภาพกว่าระบบเดิมมาก กระทรวง กลาโหม สมัยนั้นเห็นชอบด้วย และได้ดำเนินการให้ จ้าหน้าสัสดีกองทัพบกในจังหวัดต่างๆ ดำเนินการเกณฑ์ทหารโดยแบ่งเป็น ๔ ผลัด ในกองทัพ บกกองทัพ เรือ และกองทัพอากาศ ซึ่งแต่ละกองทัพก็ได้จัดตั้งศูนย์ฝึกทหารใหม่ของตนขึ้น โดยหน่วย จัสแม็ก ก็ได้ช่วยเหลือ โดยการจัดหาอุปกรณ์การฝึกสอน อุปกรณ์เครื่อง ใช้ประจำหน่วยตลอดจนการก่อสร้าง อาคารสถานที่ของศูนย์ฝึกทหารใหม่ สำหรับทหารบกได้ จัด ตั้ง ศูนย์ฝึกทหารใหม่ขึ้นที่ อำเภอ ปราณบุรี ส่วนกองทัพเรือยังอยูในสภาพสับสนเนื่องจากกรณี ขถบแมมฮันตันจึงได้จัดตั้งใน ครั้งนั้นเป็นเพียง กองฝึกทหารใหม่ อยู่ในสังกัดโรงเรียนชุมพลทหารเรือ แต่มีที่ตั้งหน่วย อยู่ที่กรมนาวิกโยธินเดิม ซึ่งถูกยุบมาเป็น เพียง แค่ หน่วยป้องกันทหารเรือสัตหีบ โดยใช้อาคาร เดิมของกองพันทหารราบที่ ๑ กรมนาวิกโยธิน ซึ่งถูกยุบเป็นที่ตั้งของกองฝึกทหารใหม่
      กองฝึกทหารใหม่มีหน้าที่ในการจัดเจ้าหน้าทีไปรับทาหารใหม่ ที่ถูกเกณฑ์แต่ละผลัด ตาม จังหวัดต่างๆ ที่ได้นัดหมายกับเจ้าหน้าที่สสัดดีจังหวัดต่างๆโดยพาหนะของของกองทัพเรือ และนำเข้ามาประจำกองฝึกทหารใหม่ ให้ได้รับการฝึกอบรมภาคสาธารณศึกษาอยู่ที่ กอง การฝึกทหารใหม่ มีกำหนดเวลาประมาณ ๓ เดือน ทุกผลัดเป็นประจำ เมื่อเสร็จสิ้น การฝึกหัดตามหลักสูตรเป็นเวลา ๙ สัปดาห์แล้ว ก็ดำเนินการจัดแยกย้ายกัน ไปอยู่ตามหน่วย ต้นสังกัดต่างๆ ตามที่กรมกำลังพลทหารบกได้กำหนดแจ้งมาให้ดำเนินการมา ใน ทุกๆผลัด
      เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๔ ข้าพเจ้าได้รับคำสั่งย้ายมาจากตำแหน่งนายทหาร ติดต่อ หน่วย จัสแม็ก มาเป็น ต้น เรือ ร.ล.ประแส ลำใหม่ โดยได้เดินทางไปรับเรือที่ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับเรือ ร.ล. ท่าจีน ลำใหม่ที่เข้าร่วมรบกับสหประชาติในสงครามเกาหลี เวลาประมาณ ๙ เดือน เมื่อครบกำหนดเวลาผลัดเปลี่ยนกำลังพลได้เดินทางกลับประเทศไทย และได้รับคำสั่ง ให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งต้นเรือโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๔๙๕ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ขณะนั้นข้าพเจ้ายังรับตำแหน่งต้นเรือโรงเรียนนายเรืออยู่ และมียศเป็น นาวาตรี ได้มีประกาศกองทัพเรือรับสมัครนายทหารเรือ ให้ไปได้การศึกษาวิชาการทหารต่างๆ ณ ประเทศ สหรัฐอเมริกา ด้วยความช่วยเหลือของหน่วย จัสแม็ก ข้าะเจ้าจึงได้สมัคร เพื่อไป ศึกษาหลักสูตรการปราบเรือดำน้ำ ซึ่งใช้ระยะเวลาการศึกษาประมาณ ๙ เดือน และได้ผ่าน การคัดเลือกรวม ๓ คน คือ นาวาตรี เกตุ สันติเวชกุล นาวาตรี อุดดม พุ่มหิรัญ (ยศในขณะนั้น) ได้ออกเดินทางรวมกันไป โดยเครื่องบินทหารของสหัรฐอเมริกา และได้ไปถึงเมือง ซานฟานซิสโก เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๘ ซึ่งเป็นวันชาติของสหรัฐอเมริการพอดี และได้เดินทางต่อไปโดยสายการบินภายในประเทศ ตรงไปยังเมืองซานดิเอโก ซึ่งเป็นที่ตั้ง ของโรงเรียน โซนาร์ของ กองเรือยุทธการ อันเป็นสถานศึกษาหลักสูตรวิชาปราบเรือดำน้ำ และมีที่พักอาศัยของนายทหารเรืออเมริกา และนายทหาร ต่างประเทศ ที่เข้าศึกษาในหลักสูตร นี้อยู่ภายในเขตที่ตั้งของโรงเรียนนี้ด้วย สำหรับนายทหารเรือของต่างประเทศที่เข้าศึกษาในรุ่น เดียวกัน นอกจากนายทหารเรือไทย ๓ นายแล้ว ยังมีนายทหารเรือญี่ปุ่นอีก ๓ นาย และมีนาย ทหารเรือจีน ๑ นาย รวมทั้งจ่าทหารเรืออเมริกาเหล่าโซน่าร์อีกจำนวนหนึ่ง
      หลักสูตรวิชาปราบเรือดำน้ำได้แบ่งการศึกษาออกเป็น ๓ ภาค คือ  ภาคที่ ๑ เป็นการ ศึกษาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ ใช้เวลาศึกษา ๖ เดือน ได้เรียนรู้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทั้งทาง ทฤษฏีและทางปฏิบัติ โดยเฉพาะวงจรเคื่องโซนาร์ ซึ่งเป็นเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ สำหรับฟังหาตำแหน่งที่อยู่ของเรือดำน้ำ นักเรียนทั้ง หมดจะต้องฝึกจนสามารถสร้างวงจรเครื่อง รับเสียงได้ด้วยตนเอง ตลอดจนสามารถตรวจหา จุดชำรุดของวงจรอิเล็กทรอนนิกส์ได้ เพื่อสามารถซ่อมแซมแก้ไข้ให้สามารถใช้ได้ดีเหมือนเดิม
      ภาคที่ ๒ ศึกษาวิธีปราบเรือดำน้ำ ใช้เวลา ๒ เดือน เป็นฝึกทั้งทางทฤษฏีและ ปฏิบัติ โดยใช้เครื่องมือโซนาร์ตรวจจับตำบลที่อยู่ของเรือดำน้ำ และการฝึกการนำเรือเพื่อดักหน้าเรือ ดำน้ำ ให้อยู่ในระยะยิงด้วยอาวุธต่อต้านเรือดำน้ำ ซึ่งเป็นกลุ่มลูกระเบิด ออกไปทางหัวเรือ พร้อมกัน ๒๔ ลูก ลงสู่พื้นน้ำเป็นวงกลม และใช้ลูกระเบิดน้ำลึกซึ่งใช้ยิงและปล่อยไปทาง ท้ายเรือการฝึกปฏิบัตินี้โดยใช้อุปกรณ์ช่วย การฝึกซึ่งติดดตั้งอยู่ใน เครื่องฝึกที่โรงเรียน ซึ่งสามารถแสดงผลได้คล้ายของจริง และมีการฝึกร่วมกับเรือดำน้ำ ตามสภาพที่เป็นจริง
      ทั้งสองภาคนี้เป็นการฝึกอยู่ในโรงเรียนโซนาร์ของกองเรือยุทธการ (Fleet Sonar School) และพักอาศัยอยู่ในเขตของโรงเรียน ภาคที่ วิชาครูใช้เวลาฝึกประมาณ ๑ เดือน
      ภาคการศึกษาที่ ๓ นั้นจะต้องย้ายไปอยู่ที่ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ซึ่งอยู่ไม่ห่างกับโรงเรียน โซนาร์ของกองเรือยุทธการเท่าใดนั้น
      วิชาครูนั้น ได้รับการเสนอแนะให้ทำแผนการสอน ตามขั้นตอนต่างจนสามารถทำแผน การ สอน วิชาต่าง ได้ด้วยตนเอง แล้วแต่ๆละคนจะเลือกเรื่องใดขึ้นมาทำ และนำมาทำการสอน แก่เพื่อนนักเรียนในชั้นเดียวกัน ทีล่ะคนเรียงตามลำดับ ในความกำกับดูแลของครูผู้สร้าง ซึ่งคอยติชมนักเรียนทุกคนจนมีความรู้ความเข้าในการทำแผนการสอน อย่างสมบูรณ์
      วิชาภาคที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งใช้เวลาศึกษา ๘ เดือน เมื่อกลับถึงประเทศไทยแล้ว ขาพเจ้าไม่มีโอกาสนำความรู้ความสามารถที่ได้เรียนมามาใช้ประโยชน์เลย แต่วิชาภาคที่ ๓ คือวิชาครูที่ใช้เวลาศึกษาเพียงเดือนเดียวเมื่อกลับมาถึงประเทศไทยแล้วข้าพเจ้าได้มีโอกาส นำความรู้เกี่ยวกับวิชาครู หรือ การทำแผน การสอน (Lesson Plan) มาใช้เป็นประโยชน์แก่ ทางราชการได้อย่างเต็มที่

1 2
หน้าที่ 1