นาวิกศาสตร์ ปีที่ ๘๓ เล่มที่ ๑๑ พฤษจิกายน ๒๕๔๓
เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น
นาวาเอก ธเนศ อินทรัมพรรย์
1 2 3 4
หน้าที่ 1

        เมื่อสักประมาณ ๔-๕ เดือนที่ผ่านมา หลายท่านอาจจะได้ทราบข่าวเกี่ยวกับกลุ่มคณะ ญาติของผู้เสียชีวิตจากกรณีเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ได้มีการเรียกร้องขอให้กระทรวงกลาโหม เพื่อต้องการทราบข้อมมูลเกี่ยวกับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกระทรวงกลาโหม ได้นำผลการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแสดงให้เห็นกับคณะผู้เรียกร้องได้ทราบแล้ว โดยได้ ลบ ปกปิดข้อความที่เห็นว่าไม่สมควรทำการเปิดเผยไว้ แต่คณะผู้เรียกร้องเห็นว่ากระทรวง กลาโหมไม่มีความจริงใจในการนำผลการสอบสวนข้อเท็จจริงมาเปิดเผยเพราะได้ทำการลบ ปิดข้อความไว้เป็นจำนวนมาก จนไม่สามารถจะทราบข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในการค้นหาศพ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยคณะผู้เรียกร้องจะได้ทำการอุทรณ์ต่อคณะกรรมการ วินิจฉัยเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เพื่อพิจารณาสั่งการให้กระทรวงกลาโหมเปิดเผยผลการ สอบสวนข้อเท็จจริงให้มากกว่าที่เคยนำมาเสนอไว้ ซึ่งผลการดำเนินการของคณะผู้เรียกร้อง จะเป็นอย่างไรนั้น ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าได้จากสื่อต่างๆ แต่มีสิ่งที่น่าจะได้นำ มาศึกษากันในเบื้องต้นว่า กลุ่มคณะญาติของผู้เสียชีวิตที่มาทำการเรียกร้องนั้นได้ใช้สิทธิ ตามกฎหมายอะไร กระทรวงกลาโหมจะปกปิดหรือเปิดเผยข้อมูลผลการสอบสวนข้อเท็จจริงได้ มากน้อยเพียงใด มีวิธีการปฏิบัติอย่างไร ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ เป็นปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมไทย ที่สมควรจะได้ทำการศึกษาให้มีความเข้าใจอยู่บ้าง จะได้ไม่ถูกใครว่าได้ว่าไม่ทันยุคทันสมัย
        จากเดิมฯ ที่เราเคยปฏิบัติในเรื่องของการปกปิดข้อมูลข่าวสารของราชการนั้น เรามักจะ ถือว่า "การปกปิดเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติ การเปิดเผยเป็นข้อยกเว้น"ซึ่งจะต้องใช้ระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๑๗ มาเป็นหลักในการปฏิบัติ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทางราชการทหาร การปฏิบัติค่อนข้างทีจะเคร่งครัด มีการกำหนดชั้นความลับตั้งแต่ ปกปิด ลับ ลับมาก ลับที่สุด อยู่หลายเรื่องจนทำให้ดูเหมือนว่าเรื่องที่ไม่ลับก็กลายเป็นเรื่องลับ ทั้งๆที่มิได้กำหนดชั้น ความลับจนไม่มีอะไรที่เปิดเผยได้สักอย่าง มิหนำซ้ำหากมีผู้ใดไปเปิดเผยก็จะกลับกลายเป็น ความผิดตามกฏหมายเสียอีก
        ในปัจจุบันนับตั้งแต่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๐ ออกมามีผลบังคับใช้ซึ่งกฏหมายฉบับนี้มี ลักษณะเป็นกฏหมายกลางซึ่งเป็นข้อยกเว้นของกฏหมายอื่นๆโดยมีผลให้เกิดปรากฏการณ์หรือ กระแสใหม่เกิดขึ้นมาในสังคม นั่นคือ มีการวางหลักการใหม่โดยบอกว่าข้อมูลข่าวสารของ ราชการนั้นต้อง "เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น" ซึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหลักการดัง ที่ว่านั้นปัญหาในทางปฏิบัติก็จะมีขึ้นมากมาย หลายประการ เนื่องจากเป็นกฏหมายใหม่เป็น หลักการใหม่ที่อาจจะขัดต่อความรู้สึกเคยชินของเจ้าหน้าที่ที่ได้เคยปฏิบัติ จึงเป็นความจำเป็น ที่ส่วนราชการทหารของเรา จะได้ทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ตลอดจนวิธีการปฏิบัติตาก กฏหมายพอสังสเขป เพื่อที่จะพิจารณาว่า ข้อมูลข่าวสารของราชการทหารในส่วนใดบ้างที่ สมควรจะได้กำหนดเป็นความลับ ถ้าเปิดเผยจะกระทำได้มากน้อยเพียงใด แต่ก่อนอื่น เราควร จะได้ทราบถึงเหตุผลและความจำเป็นที่มีการประกาศใช้กฏหมายฉบับนี้กันเสียก่อน
        ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๕๘ กำหนดให้ "บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับทราบข้ลมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือส่วนราชการท้องถิ่น เว้นแต่การเปิดเผยข้อมูลนั้นจะกระทบ ต่อความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยของประชาชน หรือส่วนได้ส่วนเสียอันพึงได้รับการ คุ้มครองของบุคคลอื่น ทั้งนี้ตามที่กฏหมายบัญญัติ" จะเห็นได้ว่าจากบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ดังกล่าว จำเป็นที่จะต้องมีกฏหมายรองรับ เพื่อให้สามารถมีการปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ดังนั้นพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ จึงได้มีขึ้นเพื่อรองรับ "สิทธิได้รู้" ของประชาชน ซึ่งเป็นแกนสำคัญของตัวกฏหมายนี้ มีข้อกำหนดให้ส่วนราชการจะต้องปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้สิทธิแก่ประชาชนในการที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของส่วนราชการ เพื่อให้สอดคล้อง กับหลักการของระบอบประชาธิปไตยที่กล่าวว่าอำนาจมาจากประชาชน ประชาชนเป็นผู้ใช้ อำนาจในการปกครอง ส่วนราชการผู้มีหน้าที่ในการปฏิบัติต้องให้โอกาสประชาชนได้มีการ ตรวจสอบ การให้ประชาชนได้มีโอกาสกว้างขวางในการได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการ ดำเนิน การต่างๆของรัฐเป็นสิ่งจำเป็น ดังคำกล่าวที่ว่า "รัฐรู้อะไร ประชาชนรู้อย่างนั้น" เพื่อที่ ประชาชน จะสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิทางการเมืองได้โดยถูกต้องกับความเป็น จริง กฏหมายฉบับนี้กำหนดให้ประชาชนมีสิทธิได้รับรู้วข่าวสารของราชการ โดยมีข้อยกเว้น อันไม่ต้องเปิดเผยที่แจ้งชัด และจำกัดเฉพาะข้อมูลข่าวสาร ที่หากเปิดเผยแล้วจะเกิดความ เสียหายต่อประเทศชาติ หรือต่อประโยชน์ที่สำคัญของเอกชน ทั้งนี้เพื่อพัฒนาระบอบประชา ธิปไตยให้มั่นคงและจะยังผลให้ประชาชนมีโอกาสรู้ถึงสิทธิหน้าที่ของตน อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะ ปกปักรักษา ประโยชน์ของตน ประกอบกับสมควรคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับข้อมูลข่าวสารของราชการไปพร้อมกัน

1 2 3 4
หน้าที่ 1