ปีที่ ๘๖ เล่มที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๖
 
ประกาศชมเชยข้าราชการ...
คณะผู้บัญชาการระดับสูง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า...
ตอบปัญหาให้ได้ก่อน...
บทบาทของนักเรียนนายเรือ...
บทบาทของสงครามโฟตอน...
บทวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์...
ตำราพิชัยสงครามซุนวู
แบบธรรมเนียมทหาร
เกียรติศักดิ์นักรบ
แม่ดีเด่น...
บทบาทไอที...
กฎหมายน่ารู้
ภัยรายวัน
ประทีปธรรม
ดื่มเพื่อสุขภาพ
 

 

   แบบธรรมเนียมทหาร

   
 กระโจมไฟ
1 2 3 4 5  
หน้าที่ 5

    มีดเหน็บ"มีดเหน็บ" หรือเรียกในภาษา อังกฤษว่า Dirk หรือ Dagger ซึ่งนักเรียนนาย เรือใช้อยู่ มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ยุคเรือใบ เมื่อไทยรับการฝึกหัดศึกษา และการแต่งกาย แบบอังกฤษเข้ามาใน กองทัพ ก็นำมาเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องแบบนักเรียนนายเรือด้วย ส่วน เหล่าทัพอื่นเมื่อนำแบบ ไปใช้ภายหลังก็เรียกเป็น "กระบี่สั้น" ถ้าดูหนังสือประวัติโรงเรียน เหล่าทัพเก่าๆ ดู จะเห็นว่ามีเพียงนักเรียนนายเรือเหล่าเดียวเท่านั้นที่คาดมีดเหน็บประกอบ เครื่องแต่งกาย มีดเหน็บรุ่นแรกที่มีหัวด้ามกระบี่เป็นรูป สิงโต แต่ไทยเรียก "เสือน้ำ" ยังหา ดูได้ที่พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ แต่ในปัจจุบันเปลี่ยนเป็นหัวช้างตามสัตว์สัญลักษณ์ของชาติแล้ว
   ในยุคเรือใบนั้น การฝึกหัดศึกษา เพื่อเป็นนายทหารไม่ได้ทำบนบกเหมือนเช่นปัจจุบัน แต่ฝึกและเรียนกันในเรือรบ จริง ๆ โดยนักเรียนทำการนายเรือ หรือ midshipman เริ่ม เรียนกันตั้งแต่อายุ ๑๓ - ๑๔ ขวบ จึงยังมีรูปร่างค่อนข้างเล็ก ยังไม่สามารถคาดกระบี่ยาวได้ แต่เนื่องจากความจำเป็นที่นักเรียนเหล่านี้ต้องมีมีด เป็นทั้งอาวุธประจำกาย และใช้สำหรับ การทำงานบนเรือ จึงมีการจ่ายมีดเหน็บเล่มสั้นให้ติดตัวไว้ทุกคนในยามปกติที่เรือไม่เข้าทำ การรบก็ ใช้มีดเหน็บนี้ตัดเชือก หรือกรีดใบเรือ และเมื่อเรือเข้ารบกัน ถึงระยะประชิดกราบ เรือ แล้วใช้โยทะกา ผูกเรือติดกัน ๒ ฝ่าย ตรงเข้าตะลุมบอน นักเรียนทำการนายเรือเหล่านี้ ก็จะใช้มีดเหน็บเป็นอาวุธในการต่อสู้
    ในปัจจุบันนักเรียนนายเรือหลายๆ ชาติยังคงรักษาประเพณีการคาดมีดเหน็บ นี้อยู่อังกฤษ ต้นตำรับได้ยกเลิกการคาด มีดเหน็บไปแล้ว ส่วนโรงเรียนนายเรือ สหรัฐ ก็เคยใช้มาก่อนและ ยกเลิก ไปแล้วเช่นกัน ผู้เขียนเมื่อคราวมีโอกาสไปโรงเรียนนายเรือสหรัฐ ฯ ได้เห็นมีดเหน็บ ของ นักเรียนนายเรือสหรัฐ ฯ ยุคเก่าอยู่ใน ตู้กระจกพิพิธภัณฑ์ประจำโรงเรียน ซึ่งมีประวัติ ความเป็นมาอธิบายไว้ พร้อมวันที่ยกเลิกการใช้ไว้ให้ทราบด้วย ส่วนใน กองทัพเรือบางชาติ ยังคงถือว่ามีดเหน็บนี้เป็นสัญลักษณ์ของนายทหาร เช่น กองทัพเรือรัสเซีย มอบมีดเหน็บนี้ ให้นายทหารไว้ใช้คาดเอวเวลาแต่งเครื่องแบบชุดคอแบะไปร่วมงานที่ค่อนข้างเป็นทางการ ผู้เขียน เคยเห็นนายทหารเรือรัสเซียแต่งกายประกอบมีดเหน็บอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อคราวไป ประชุม ที่ราชรัฐโมนาโก
       การทำความเคารพของทหาร
    ทหารทั่วโลกในปัจจุบัน ถ้าแต่ง เครื่องแบบ สวมหมวก ไม่มีอาวุธจะทำ ความเคารพกัน ด้วยการวันทยหัตถ์ คือ แบมือขวายกขึ้นมาแตะกระบังหมวก หรือประมาณหางคิ้วด้านขวา ถ้าเป็นหมวกไม่มีปีก หรือกระบัง การทำความเคารพด้วยการ วันทยหัตถ์นี้ มีความเป็นมานับ ตั้งแต่สมัยอัศวินสวมเกราะในยุโรปโบราณ ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องไอเวนโฮจะเห็นได้ชัดเจนว่า แต่งกายอย่างไร อัศวินที่ว่านี้สวมเกราะ ไปทั้งร่าง รวมทั้งศีรษะ ใบหน้าก็มีกระบัง มาปิดแต่ จะเจาะเป็นช่อง ๆ ในแนวตั้งเพื่อให้มองเห็นได้ เมื่อแต่งคลุมกันหมดดังนี้ จึงไม่ทราบว่า ใครเป็นใคร อัศวินสมัยนั้น เมื่อขี่ม้าผ่านกันจึงแสดงความเป็นพวกเดียวกัน ด้วยการใช้มือขวา ยก กระบังออกให้เห็นหน้า และยังถือเป็นการแสดง ความเคารพกันอีกด้วย ต่อมาเมื่อผ่านยุค อัศวินเสื้อเกราะแล้ว การทำความเคารพกันด้วยการเปิดกระบังหน้าหมวกเหล็กจึงเปลี่ยนมา เป็น วันทยหัตถ์เช่นในปัจจุบัน
    สำหรับเมืองไทยนั้นการทำความเคารพขณะสวมหมวกด้วยวิธีวันทยหัตถ์ ก็เป็นแบบเดียว กันกับกองทัพอื่น ๆ ทั่วโลก ยกเว้นขณะถอดหมวก หลาย ๆ ประเทศ ยังคงทำความเคารพ ด้วยการวันทยหัตถ์ เช่นเดิม สำหรับกองทัพไทย กรณีที่ไม่ได้สวมหมวก และปราศจากอาวุธ ถ้าเป็น นายทหารให้ทำความเคารพด้วยการโค้ง ถ้าต่ำกว่าสัญญาบัตรให้ใช้วิธียืนตรง ในสมัย ที่ผู้เขียนจบจากโรงเรียนนายเรือ ใหม่ ๆ เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓ ในตอนนั้นข้าราชการหญิง ทั้งประ ทวน และสัญญาบัตรนิยมทำความเคารพด้วยการยกมือไหว้ และแพร่หลายไปดุจไฟลามทุ่ง ร้อนถึง กรมจเรทหารเรือ ต้องออกหนังสือเตือน ให้ทำความเคารพขณะแต่งเครื่องแบบ ให้ เป็นไปตามแบบธรรมเนียมทหาร ขณะ ไม่สวมหมวก คือ โค้ง ถ้าเป็นนายทหารสัญญาบัตร และยืนตรง ถ้าต่ำกว่า สัญญาบัตร การเคารพของทหารหญิง จึงเริ่มเข้ารูปเข้ารอยมาแต่ บัดนั้น แต่มา ในช่วงปีหลัง ๆ นี้ผู้เขียนเห็นการยกมือไหว้ ขณะแต่งเครื่องแบบเริ่มกลับมาอีก แต่คราวนี้ไม่ได้เกิดกับทหารหญิง แต่เกิดในกลุ่มนายทหารสัญญาบัตรชายก่อนและขณะนี้ เริ่ม ลุกลามไปในกลุ่มนายทหารหญิง เหลือแต่เพียงทหารต่ำกว่าสัญญาบัตรที่ยังไม่มีใคร ปฏิบัติ แต่ถ้าสถานการณ์ยังเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ คงเลี่ยงไม่พ้นเช่นกัน เพราะคงกลาย เป็นจารีตประเพณีไป โดยไม่ต้องเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร
     เข็มขัดคาดเอว
   สมัยผู้เขียนมียศเรือเอก มีคุณครู ผู้สอนท่านหนึ่งในโรงเรียนนายทหารชั้นต้น ซึ่งบรรยาย เรื่องหลักนิยมทางทหาร ท่านกล่าวถึงการที่กองทัพเรือชาติตะวันออกส่วนใหญ่รับเหล่าหลัก นิยมทั้งการรบ และการแต่งกายมาจากชาติตะวันตกทั้งสิ้น ถ้าไม่ลอกมาทั้งหมด ก็เอามาดัด แปลงให้เป็นแบบของตัวเองรวมทั้งกองทัพเรือไทยเราด้วย เว้นอยู่อย่างหนึ่งที่ท่านเห็นว่าเรา ยังเป็นตัวของตัวเองคือ การคาดเข็มขัด สีดำกับเครื่องแบบทุกชุด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ตัวของทหารเรือไทย ผู้เขียนฟังแล้วก็มีความเห็นสอดคล้องด้วย เพราะการมีเข็มขัดสีดำเส้น เดียวย่อมมีความประหยัด และอเนกประสงค์ และสีดำก็เป็นโทนสี ที่กลมกลืนกับทั้งอินทรธนู และแถบหมวกอยู่แล้ว อีกประการหนึ่งเข็มขัดก็มีหน้าที่เพียงรัดกางเกงให้ติดกับเอว จะ เปลี่ยน สีไปตามชุด เช่น กากี ขาว ฯลฯ ก็ยังคงให้ผลเท่าเดิมทุกประการ การมีเข็มขัดเพียง สีเดียว คือ สีดำของทหารเรือไทย ไม่ว่าจะเป็นชุดใดจึงน่าจะเป็นการเหมาะสม และประหยัด ทั้งยังเป็นการแสดงถึงความเป็นตัวของตัวเองที่ไม่ตามฝรั่งไปซะทุกเรื่อง มิฉะนั้นเราคงต้อง ไปย้อมผมให้เป็นสีทองด้วยจะได้ชื่อว่า ทำตัวเป็นสากล
    ปิดท้าย
      แบบธรรมเนียมทหารนั้นอาจเกิดได้ทั้งจากปฏิบัติ สืบเนื่องจากในอดีตและวิวัฒนาการ มาตามสมัย หรือมีการดัดแปลงให้เข้ากับสถานการณ์ และ สภาพแวดล้อมปัจจุบันกองทัพ บาง ประเทศอาจมีประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่จนมี แบบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ของ ตนเองไม่เหมือนใคร บางประเทศที่เกิดใหม่ อาจคิดดัดแปลงแบบธรรมเนียมทหาร ของ ประเทศอื่นให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ของตนที่ไม่ซ้ำแบบผู้อื่น และบางประเทศ ก็อาจใช้วิธี ีเลียนแบบเอาโดยตรง จากประเทศที่ตนคิดว่าเป็นแม่แบบที่ดี อย่างไรก็ตามแบบธรรมเนียม ทหาร ย่อมมีที่มา ที่ไปเสมอ ไม่ว่ามีเหตุผล หรือไม่สมเหตุ สมผลก็ตาม แต่ว่าไปโดยเฉลี่ย แล้ว แบบธรรมเนียมทหารทั่วโลกในปัจจุบัน ก็ดูจะไม่ผิดแปลกกันมากนัก จะแตกต่าง ผิด แผกกันไปบ้างก็ถือเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัวของใครของมัน ไม่ใช่เรื่อง ต้องเครียดอะไรที่ จะต้องตามผู้อื่นเขาไปเสียทุกเรื่อง การยืนหยัดที่จะแตกต่างนั้น ต้องอาศัยความกล้า และ ความมั่นใจ ในตัวเองมากพอสมควรทีเดียว