ปีที่ ๘๗ เล่มที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗
.
บรรณาธิการแถลง
พระอนุสาวรีย์...
นิยายชาวเรือ เรื่อง...
นายทหารเรือ และการตกลงใจ
ผู้นำทางทหารกับ...
บทบาททหารเรือในลำน้ำโขง
แลเครื่องแบบ
เกียรติศักดิ์นักรบ...
เอเปก กาลาดินเนอร์
กินชะลอแก่
กฎหมายน่ารู้
ประทีปธรรม
ปกิณกะชาวเรือ
ดื่มเพื่อสุขภาพ
ใบสมัครสมาชิก
สมาชิกฌาปนกิจถึงแก่กรรม
 

 

แลเครื่องแบบ
 
น.อ.หญิง พรรณราย  เชื้อพิบูลย์
1 2 3 4  
หน้าที่ 2

ทัศนาเครื่องแบบ
     หากท่านเปิดสมุดภาพเครื่องแบบนายทหารสัญญาบัตร จัดทำโดยกรมกำลังพลทหารเรือ พุทธศักราช ๒๕๔๕ จะมีภาพเครื่องแบบนายทหารสัญญาบัตรหญิงตามหมายเลข จำนวน๒๓ ชุด ไม่รวมเครื่องแบบเฉพาะกาล  แม้จะมีจำนวนเครื่องแบบมากมาย แต่ที่เห็นคุ้นตามี ๙ ชุด ดังนี้หมายเลข ๑ เครื่องแบบปกติขาวคอแบะหมายเลข๒เครื่องแบบปกติขาวคอเปิดหมายเลข ๓ เครื่องแบบปกติคอพับแขนสั้น หมายเลข ๓ (ก) เครื่องแบบปกติคอเปิด หมายเลข ๔ เครื่อง แบบปกติคอพับแขนยาวหมายเลข ๖ เครื่องแบบครึ่งยศหมายเลข ๗ เครื่องแบบเต็มยศ หมาย เลข ๑๐ และ ๑๐ (ก) เครื่องแบบปกติลำลองคอพับแขนสั้น และแขนยาว ตามลำดับ
     ท่านผู้อ่านอาจจะสังเกตว่า เครื่องแบบบางชุดกฎกระทรวงและระเบียบกองทัพเรืออนุมัติ ให้ใช้นานแล้ว แต่ไม่ค่อยมีนายทหารหญิงคนใดสวมใส่ จนเครื่องแบบชุดนั้นคล้ายสูญพันธุ์ ไป โดยปริยาย ผู้เขียนขอวิเคราะห์จากประสบการณ์ของตัวเอง และจากการสนทนาระหว่างทหาร หญิงด้วยกัน ดังนี้
     หมายเลข ๒ (ข) และ ๒ (ค) เครื่องแบบปกติขาวคอพับแขนสั้นและแขนยาว
     ชุดนี้อาจจะคุ้นตาในหมู่นักเรียนพยาบาล แต่ไม่ค่อยมีทหารหญิงคนใดสวมใส่เพราะเข็ม ขัดสีดำแลดูไม่ค่อยเข้ากับชุดเสื้อสีขาว กระโปรงสีขาวและรองเท้าสีขาว อาจจะประหยัดเพราะ เพียงตัดกระโปรงสีขาวเพิ่ม ๑ ตัวแต่พูดง่าย ๆคือ ใส่แล้วไม่สวย ดังนั้นเมื่อถึงวาระสำคัญ เช่น
วันกองทัพเรือ  วันสถาปนาหน่วยทหารหญิงจึงเลือกสวมเครื่องแบบปกติขาวคอเปิด หรือชุดที่ เรียกทั่วไปว่า ชุดขาวน้อย เพราะใส่แล้วสวยสง่างามกับทุกสรีระ แม้กระทั่งการสั่งการจากกรม กำลังพลทหารเรือในการกำหนดการแต่งกายในวาระต่าง ๆ เช่น ในวันอาภากร ก็ยังให้แต่งชุด ขาวน้อย
     หมายเลข ๕ เครื่องแบบปกติน้ำเงินดำคอแบะ
     ชุดนี้ว่ากันว่าออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับเครื่องแบบปกติกากีคอแบะของทหารชาย ผู้เขียน เคยเห็นภาพถ่ายเก่า ๆ ของบิดา สมัยไปฝึกอบรม ณ ประเทศสหรัฐ ฯ ท่านใส่เครื่องแบบปกติ กากีคอแบะไปเข้าชั้นเรียนร่วมกับนายทหารนานาประเทศ   และใส่เวลาตามเสด็จพร้อมสวม รองเท้าสีกากี  ต่อมาชุดนี้ก็เลือนหายไป ดังนั้นเมื่อต้องเข้าร่วมพิธีปฏิญาณสาบานตนต่อธงชัย เฉลิมพลใน ๒๕ มกราคม ผู้กระทำพิธีทุกคนจึงใส่เครื่องแบบหมายเลข ๑ คือเครื่องแบบปกติ ขาว  หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ชุดขาวใหญ่ ส่วนการแต่งกายของผู้ร่วมพิธีเปลี่ยนแปลงไปในแต่ ละปี บางปีกำหนดให้แต่งชุดปฏิบัติงานปกติ บางปีแต่งชุดขาวน้อย
     เมื่อกำหนดให้ทหารชายที่กระทำพิธีปฏิญาณสาบานตนใส่เครื่องแบบปกติกากีคอแบะแต่ เปลี่ยนเป็นรองเท้าสีดำเพื่อให้เข้ากับเครื่องแบบของทหารบก ทหารหญิงก็ยังคงใส่เครื่องแบบ ปกติขาวคอแบะ ดังนั้นในพิธีดังกล่าว จึงเห็นสีของเครื่องแบบ ๒ สี คือ สีกากีและสีขาว ต่อมาผู้ เกี่ยวข้องมีความเห็นว่าควรมีเครื่องแบบสำหรับทหารหญิงที่เหมาะสมกับเครื่องแบบปกติกากี คอแบะของทหารชาย มีการออกแบบ และได้ข้อสรุปเป็นเครื่องแบบปกติน้ำเงินดำคอแบะ ซึ่งผู้ เขียนมีความเห็นว่า  ก็ยังไม่เหมาะสมกับเครื่องแบบปกติกากีคอแบะ เพราะสีของเครื่องแบบ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จึงเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงจากความแตกต่างรูปแบบ หนึ่งไปสู่ความ แตกต่างอีกรูปแบบหนึ่งเท่านั้นดังนั้นต่อไปนี้ในพิธีปฏิญาณสาบานตนก็จะเห็นสีของเครื่องแบบ ๒ สี คือ สีกากี และสีน้ำเงินดำ แทนที่สีกากีและสีขาว
     เมื่อพิจารณาด้านความคุ้มค่า ผู้เขียนเห็นว่าไม่คุ้มค่าโดยสิ้นเชิง  เพราะเครื่องแบบ ปกติ น้ำเงินดำคอแบะนี้  ใช้ในโอกาสร่วมพิธีปฏิญาณสาบานตนต่อธงชัยเฉลิมพลเพียงโอกาสเดียว เท่านั้น  ผู้เขียนหมายถึงทหารหญิงโดยทั่วไป ไม่เกี่ยวข้องกับทหารหญิงที่ทำหน้าที่นายธง ซึ่ง อาจมีโอกาสสวมใส่บ่อยครั้ง  หากโต้แย้งว่าเพียงตัดเสื้อชั้นนอกเพิ่มเพียงตัวเดียวเท่านั้น ส่วน เสื้อตัวในและกระโปรงเป็นเครื่องแบบที่มีอยู่แล้ว ผู้เขียนขอแย้งกลับว่าไม่จริงเลย ผู้สวมใส่จะ ต้องตัดกระโปรงเพิ่มอีก๑ตัว  เพื่อใส่กับเสื้อตัวนี้โดยเฉพาะ เพราะหากใช้กระโปรงที่มีอยู่แล้ว ซึ่งผ่านการซักตากมาหลายครั้ง สีย่อมต่างจากเสื้อที่ไม่ค่อยได้สวมใส่อย่างชัดเจน