|
|
อ่าวประวัติศาสตร์ของประเทศไทยตอนอ่าวตอนบน |
| |
 |
|
หน้าที่ 1 |
ความเป็นมาของอ่าวประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอ่าวตอนบน สุดของอ่าวไทยซึ่งเรียก กันในบรรดาผู้เกี่ยวข้องว่า อ่าวตัว ก หรือในแผนที่เดินเรือต่างประเทศในอดีตมักเรียกว่าอ่าว กรุงเทพ (Bight of Bangkok) เดิมทีเดียวเป็นที่สับสนว่า มีสถานะทางกฎหมายเป็นน่าน น้ำภายใน (Internal Waters) ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีการประกาศมีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับ ปัญหานี้ครั้งแรก เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๐๐ เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้จับกุมเรือสระแก้ว ๒ อัน เป็นเรือไทยบรรทุกสินค้าประเภทที่ต้องขออนุญาตก่อนนำเข้า จึงจะเข้ามาในราชอาณาจักรได้ รวมเป็นสินค้าราคา ๑,๘๕๔,๔๒๔.๘๕ บาท ศุลกากรได้ส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีแก่คนประจำเรือฐานสมคบกันหนีศุลกากรแต่เมื่อคดีถึงศาล ศาลอาญาได้พิจารณ ายกฟ้องโจทก์ และให้คืนของกลางให้แก่เจ้าของเรือ โดยวินิจฉัยว่า เรือสระแก้ว ๒ กินน้ำลึก ต้องแล่นห่างฝั่งประมาณ ๑๐ ไมล์ เป็นการแล่นอยู่นอกเขตน่านน้ำของประเทศไทยซึ่งตาม กฎหมายถือเอาตามระยะ ๓ ไมล์ จากฝั่งเท่านั้น (ชี้แจงเพิ่มเติม - ตำบลที่จับกุมคดีนี้อย ู่บริเวณแหลมผักเบี้ยซึ่งท้องทะเลค่อนข้างลาด ประเทศไทยขณะนั้นยังไม่เคยมีการประกาศ ทะเลอาณาเขต ๓ ไมล์ (ทะเล) มาก่อนเลย การวินิจฉัยของศาลที่ว่า เขตน่านน้ำไทยกว้าง ๓ ไมล์น่าจะเป็นการ ยึดถือตามหลักจารีตประเพณีของกฎหมายระหว่างประเทศขณะนั้น ซึ่งเป็น ที่ยอมรับเป็นสากลว่า รัฐชายฝั่งมีทะเลอาณาเขตได้ ๓ ไมล์ทะเลจากฝั่ง ดังนั้นอ่าวตัว ก ซึ่ง เจ้าหน้าที่ศุลกากรเข้าใจว่าเป็นน่านน้ำภายใน และอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศไทย นั้นศาลเห็นว่าไม่ถูกต้องศาลยอมรับเขตน่านน้ำเพียง ๓ ไมล์ จากฝั่งเท่านั้นหาได้ยอมรับ ทั้งอ่าวซึ่งมีปากอ่าวกว้างถึง ๕๓ ไมล์ทะเล ไม่ - ผู้เขียน)อ้างถึง - คำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ ๒๘๔/๒๕๐๑ คดีหมายเลขแดงที่ ๗๙๗/๒๕๐๑ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๐๑ ของศาลอาญา
แนวความคิดในการประกาศอ่าวประวัติศาสตร์
ปัญหาเรื่องการจับกุม เรือสระแก้ว ๒ แล้วถูกศาลยกฟ้อง ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น กระทรวงการคลังยังมีความข้องใจ สถานะทางกฎหมายของอ่าวตัว ก ว่าเป็นน่านน้ำภายในของ ประเทศไทยหรือไม่ จึงมีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ ขอให้พิจารณา และดำเนินการ ให้ชัดแจ้ง เพื่อป้องกันมิให้มีปัญหาดังที่เกิดขึ้นแล้วต่อไปอีกกระทรวงการต่างประเทศ ได้นำ เรื่องเข้าพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการพิเศษ เพื่อพิจารณาอนุสัญญาต่าง ๆ ในการ ประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๐๒ เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๐๒ โดยมี หลวงจำรูญเนติศาสตร์ เป็นประธานผู้แทนกองทัพเรือในฐานะผู้แทนกระทรวงกลาโหม ในที่ประชุมดังกล่าวคือ พลเรือตรี สวัสดิ์ คงศิริ (พลเรือโท) และนาวาเอก อมร ศิริกายะ (พลเรือเอก และอดีต ผู้บัญชาการทหารเรือ) ยังมีนายทหารเรืออีกท่านหนึ่งคือ พลเรือตรี เอกชัย อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นผู้แทนกระทรวงคมนาคม (ขณะนั้นท่านเป็นอธิบดีกรมเจ้าท่า)ในที่ประชุมคณะกรรมการ ฯ ได้หารือถึงคำพิพากษาของศาล คดีเรือสระแก้ว ๒ และมีความเห็นว่า ควรจะประกาศ ให้อ่าวตัว ก เป็นน่านน้ำภายในของประเทศไทย ในฐานะที่เป็นอ่าวประวัติศาสตร์ของ ประเทศไทยการพิจารณาขณะนั้น คณะกรรมการ ไม่แน่ใจเกี่ยวกับอ่าวตัว ก ว่าจะเข้าเกณฑ์ ที่จะถือได้ว่าเป็นอ่าวประวัติศาสตร์ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ คณะกรรมการ ได้มอบหมายให้ผู้แทนกองทัพเรือไปเขียนแผนที่อ่าวประวัติศาสตร์ของอ่าวตัว ก และ ให้ผู้ แทนกระทรวงศึกษาธิการและผู้แทนกรมประมง ศึกษาทาง ประวัติศาสตร์ ของอ่าวตัว ก และ อ่าวไทย เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ และการใช้อำนาจการปกครอง เพื่อเสนอที่ประชุมครั้งต่อไป
ได้มีการประชุมคณะกรรมการพิเศษ ฯ เกี่ยวกับอ่าวประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกในการ ประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๐๒ เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๒ ผลการประชุมสรุปได้ว่า เห็นสมควร ให้มีการประกาศอ่าวตัว ก เป็นอ่าวประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ประชุมได้มีการหารือ ถึงเส้น ฐาน ตรงที่จะปิดปากอ่าวประวัติศาสตร์ พลเรือตรี สวัสดิ์ คงศิริ ผู้แทนกองทัพเรือ เสนอใช้เส้นตรงจากเกาะจวงถึงเขาตะเกียบหัวหิน หลวงจำรูญเนติศาสตร์ ไม่เห็นด้วยที่จะเอา เกาะเป็นจุดฐาน เห็นว่าควรจะเป็นเส้นที่ลากจากฝั่งถึงฝั่งที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนความเห็น กันอย่างกว้างขวางในเรื่องนี้ แต่ก็ยังหาข้อยุติไม่ได้ ในการประชุมครั้งนี้ และได้มีการประชุม คณะกรรมการพิเศษ ฯ ครั้งที่ ๓/๒๕๐๒ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๒ ที่ประชุมยังคงหารือ
เรื่องขอบเขตและสถานะทางกฎหมายของอ่าวประวัติศาสตร์สรุปแล้วคณะกรรมการยังไม่แน่ใจ เกี่ยวกับประเด็นการบังคับใช้กฎหมายในอ่าวประวัติศาสตร์ ในฐานะเป็นน่านน้ำภายในผู้แทน กองทัพเรือได้เสนอเส้นปิดปากอ่าวประวัติศาสตร์ใหม่โดยเสนอแนวละติจูดแหลมปู่เฒ่า (๑๒๐ ๓๙. ๐๐ น.) เป็นแนวปิดปากอ่าวประวัติศาสตร์ ที่ประชุมเห็นชอบตามที่กองทัพเรือเสนอ และที่ประชุมยังเสนอให้มีการแบ่งเขตจังหวัดต่าง ๆ ภายในอ่าวตัว ก ด้วยผู้เขียนไม่พบ หลักฐานต่อจากประชุม ครั้งที่ ๓/๒๕๐๒ จึงไม่ทราบว่ามีการประชุมต่อไปอีกกี่ครั้ง อย่างไรก็ตามได้พบบันทึกของ นายจาพิกรณ์ เศรษฐบุตร กรรมการและเลขานุการคณะกรรม การพิเศษ ฯ ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๐๒ กราบเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ เรื่องอ่าวประวัติศาสตร์สรุปได้ว่าคณะกรรมการ ฯ เห็นสมควรประกาศอ่าวประวัติศาสตร ์ของประเทศไทย และเสนอร่างพระราชบัญญัติกำหนดเขตจังหวัดในอ่าวไทยตอนใน (อ่าวประ วัติศาสตร์ - ผู้เขียน) ซึ่งคณะกรรมการได้แก้ไขและให้ความเห็นชอบแล้ว เพื่อพิจารณาดำเนิน การเสนอรัฐบาลต่อไป

|