ปีที่ ๘๘ เล่มที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๘
ชื่อบุคคล
พลเรือเอก ไพศาล บุณยศานต
   
หน้าที่ 1

     คำว่าชื่อบุคคลหมายรวมทั้งชื่อตัวชื่อรองและชื่อสกุลซึ่งมีความหมายตามพระราชบัญญัติ ชื่อบุคคล พ.ศ.๒๕๐๕
               มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้.-
               "ชื่อตัว" หมายความว่า ชื่อประจำบุคคล
               "ชื่อรอง" หมายความว่า ชื่อประกอบถัดจากชื่อตัว
               "ชื่อสกุล" หมายความว่า ชื่อประจำวงศ์สกุล

นี่เป็นภาษาที่เรียกกันตามกฎหมายแต่ในการเรียกขานกันทั่ว ๆ ไปนั้นเราเรียกว่าชื่อและ นามสกุล ซึ่งมีประวัติและความเป็นมาคือ
     แต่เดิมคนไทยเมื่อสมัยก่อนปี พ.ศ.๒๔๕๖ ไม่มีนามสกุลใช้กันอย่างเป็นทางการ คงเรียก กันแต่ชื่อถ้าจะเน้นให้รู้แน่ชัดว่าเป็นใคร ก็มักจะนำชื่อบิดาหรือมารดา มาต่อท้ายเช่นนายแดง ลูกนายดำ หรือ นายเขียว ลูกนางขาว เป็นต้น หรืออาจจะมีการตั้งนามสกุลของตนเอง เพื่อ จำกัด ให้รู้ว่าผู้มีชื่อนั้น เป็นใครให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็ได้ แต่ยังไม่มีกฎเกณฑ์กำหนดเป็นทางการ หรือมีการจดทะเบียนเป็นทางการไว้ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงออกพระราชบัญญัติขนานนามสกุลคนไทยขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๖  เรียกว่า พระราชบัญญัติขนานนามสกุลพระพุทธศักราช ๒๔๕๖และเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจ เจตนา รมณ์ของพระราชบัญญัติขนานนามสกุลดังกล่าวผู้เขียน ขอคัดลอกข้อความอารัมภบทของ พระราช บัญญัติโดยรักษาถ้อยคำสำนวนเดิมไว้ ดังนี้.-
    "มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้า อยู่หัวดำรัสเหนือเกล้า ฯ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่าทรงพระราชดำริห์เห็นว่าสมควรจะมีบัญ ญัติวิธีจดทะเบียนคนเกิด  คนตาย  และทำงานสมรสให้เป็นการมั่นคงชัดเจนสืบไป
  และวิธีจดทะเบียนอันนี้ย่อมอาศรัยสอบสวนตำหนิรูปพรรณสัณฐานบุทคน และเทือกเขาเหล่า กอสืบมาแต่บิดามารดาใดให้ความแม่นยำก่อนจึงทำได้เพื่อจะได้เป็นผล สำเร็จดังพระราช ประสงค์นี้ ทรงพระราชดำริห์ว่าบุทคนทุก ๆคนจำต้องมีทั้งชื่อตัวและชื่อสกุล และวิธีขนานนาม สกุลนั้นควรให้ใช้แพร่หลายถึงทั่วประชาชน พลเมืองตลอดทั้งพระราชอาณาจักรจึงทรงพระ กรุณาโปรดเกล้า ฯ    ให้ตราพระราชบัญญัติโดยบท มาตราไว้ดังต่อไปนี้"
     หลังจากนั้นก็ได้พระราชทานนามสกุลให้แก่ข้าราชการและประชาชนที่ขอพระราชทาน
เรียกว่านามสกุลพระราชทาน ซึ่งคุณพ่อของผู้เขียนก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระราชทาน โดยมีพระ ราชลัญจกร (ตราประจำพระองค์) ลงพระปรมาภิไธย พระราชทานให้ดังนี้
                                        (พระราชลัญจกร)
                         (พระปรมาภิไธย) รามวชิราวุธ ป.ร.
                         ขอให้นามสกุลของ ว่าที่นายร้อยตำรวจตรีส่าน
                        ประจำกองตำรวจ ภูธรที่ ๖ จังหวัดสิงห์บุรีตามที่ขอ
                        มานั้นว่า "บุณยศานติ" (เขียนเป็นอักษรโรมันว่า
.                       PUNYASANTI) อันเป็นมงคลนาม
                        ขอให้สกุล บุณยศานติ มีความเจริญรุ่ง
                        เรืองมั่นคงอยู่ในกรุงสยามชั่วกัลปาวสาน
                                                              พระที่นั่งอัมพรสถาน
                                   ว ันที่ ๒๙ มิถุนายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๒