| ชื่อบุคคล |
| พลเรือเอก
ไพศาล บุณยศานติ |
 |
|
หน้าที่
1 |
คำว่าชื่อบุคคลหมายรวมทั้งชื่อตัวชื่อรองและชื่อสกุลซึ่งมีความหมายตามพระราชบัญญัติ
ชื่อบุคคล พ.ศ.๒๕๐๕
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้.-
"ชื่อตัว"
หมายความว่า ชื่อประจำบุคคล
"ชื่อรอง"
หมายความว่า ชื่อประกอบถัดจากชื่อตัว
"ชื่อสกุล"
หมายความว่า ชื่อประจำวงศ์สกุล
นี่เป็นภาษาที่เรียกกันตามกฎหมายแต่ในการเรียกขานกันทั่ว ๆ ไปนั้นเราเรียกว่าชื่อและ
นามสกุล ซึ่งมีประวัติและความเป็นมาคือ
แต่เดิมคนไทยเมื่อสมัยก่อนปี พ.ศ.๒๔๕๖ ไม่มีนามสกุลใช้กันอย่างเป็นทางการ
คงเรียก กันแต่ชื่อถ้าจะเน้นให้รู้แน่ชัดว่าเป็นใคร ก็มักจะนำชื่อบิดาหรือมารดา
มาต่อท้ายเช่นนายแดง ลูกนายดำ หรือ นายเขียว ลูกนางขาว เป็นต้น หรืออาจจะมีการตั้งนามสกุลของตนเอง
เพื่อ จำกัด ให้รู้ว่าผู้มีชื่อนั้น เป็นใครให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็ได้ แต่ยังไม่มีกฎเกณฑ์กำหนดเป็นทางการ
หรือมีการจดทะเบียนเป็นทางการไว้ จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงออกพระราชบัญญัติขนานนามสกุลคนไทยขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๕๖
เรียกว่า พระราชบัญญัติขนานนามสกุลพระพุทธศักราช ๒๔๕๖และเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจ
เจตนา รมณ์ของพระราชบัญญัติขนานนามสกุลดังกล่าวผู้เขียน ขอคัดลอกข้อความอารัมภบทของ
พระราช บัญญัติโดยรักษาถ้อยคำสำนวนเดิมไว้ ดังนี้.-
"มีพระบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธพระมงกุฎเกล้าเจ้า
อยู่หัวดำรัสเหนือเกล้า ฯ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่าทรงพระราชดำริห์เห็นว่าสมควรจะมีบัญ
ญัติวิธีจดทะเบียนคนเกิด คนตาย และทำงานสมรสให้เป็นการมั่นคงชัดเจนสืบไป
และวิธีจดทะเบียนอันนี้ย่อมอาศรัยสอบสวนตำหนิรูปพรรณสัณฐานบุทคน
และเทือกเขาเหล่า กอสืบมาแต่บิดามารดาใดให้ความแม่นยำก่อนจึงทำได้เพื่อจะได้เป็นผล
สำเร็จดังพระราช ประสงค์นี้ ทรงพระราชดำริห์ว่าบุทคนทุก ๆคนจำต้องมีทั้งชื่อตัวและชื่อสกุล และวิธีขนานนาม
สกุลนั้นควรให้ใช้แพร่หลายถึงทั่วประชาชน พลเมืองตลอดทั้งพระราชอาณาจักรจึงทรงพระ
กรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติโดยบท
มาตราไว้ดังต่อไปนี้"
หลังจากนั้นก็ได้พระราชทานนามสกุลให้แก่ข้าราชการและประชาชนที่ขอพระราชทาน
เรียกว่านามสกุลพระราชทาน ซึ่งคุณพ่อของผู้เขียนก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระราชทาน
โดยมีพระ ราชลัญจกร (ตราประจำพระองค์) ลงพระปรมาภิไธย พระราชทานให้ดังนี้
(พระราชลัญจกร)
(พระปรมาภิไธย)
รามวชิราวุธ ป.ร.
ขอให้นามสกุลของ
ว่าที่นายร้อยตำรวจตรีส่าน
ประจำกองตำรวจ ภูธรที่ ๖ จังหวัดสิงห์บุรีตามที่ขอ
มานั้นว่า
"บุณยศานติ" (เขียนเป็นอักษรโรมันว่า
. PUNYASANTI)
อันเป็นมงคลนาม
ขอให้สกุล
บุณยศานติ มีความเจริญรุ่ง
เรืองมั่นคงอยู่ในกรุงสยามชั่วกัลปาวสาน
พระที่นั่งอัมพรสถาน
ว
ันที่ ๒๙ มิถุนายน พระพุทธศักราช ๒๔๖๒