ปีที่ ๙๐ เล่มที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.  ๒๕๕๐
EEZ กับการปฏิบัติการทางทหารของรัฐชายฝั่งอื่น
น.อ.อนิรุธ สวัสดี
 
หน้าที่ 1

         อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล  พ.ศ.๒๕๒๕  (The 1982 United Nations Convention on the Law of the Sea)  ได้ก่อให้เกิดหลักการปฏิบัติและข้อกำ หนดในการปฏิบัติการทางทะเลหลายอย่างตัวอย่างที่สำคัญ เช่นการยืนยันอำนาจอธิปไตยของ รัฐชายฝั่งในทะเลอาณาเขตเขตต่อเนื่องและสิทธิของรัฐอื่นๆ ในการใช้ทะเลหลวงรวมถึงการ กำหนดให้รัฐอื่นๆ   และรัฐชายฝั่งมีสิทธิบางประการในการใช้เขตเศรษฐกิจจำเพาะ  (Exclu sive Econo mic Zone-EEZ)   แต่อย่างไรก็ตามสิทธิดังกล่าวได้เกิดข้อขัดแย้งที่สำคัญระ หว่างรัฐคือการที่รัฐต่างๆ อ้างเสรีภาพในการใช้เขตเศรษฐกิจจำเพาะเพื่อปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นหัวข้อสำคัญที่ควรจะมีการศึกษาและทำความเข้าใจ
        จากการที่ผู้เขียนได้มีส่วนร่วม ในการฝึกการวางแผนการปฏิบัติการทางเรือและการ
ฝึกการรบทางทะเลของหลักสูตรต่างๆระดับนายทหารสัญญาบัตร ปัญหาหนึ่งที่ยังมีข้อสงสัย และมี ข้อโต้แย้งอย่างมากในการศึกษาเรื่องอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลพ.ศ. ๒๕๒๕ ในหัวข้อการที่เรือ หรืออากาศยานทหารสามารถปฏิบัติการในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ของรัฐชาย ฝั่งอื่นๆ ได้หรือไม่ขอบเขตของการปฏิบัติการเป็นอย่างไรรัฐชายฝั่งมีสิทธิในการ ห้ามการปฏิบัติ ิการนั้นได้หรือไม่ เรือหรืออากาศยานสามารถเข้าไปลาดตระเวนเพื่อหาข่าว สารในเขตเศรษฐกิจ จำเพาะของรัฐชายฝั่งอื่นๆ ได้หรือไม่เรื่องที่น่าสงสัยเหล่านี้เป็นคำถาม ที่จะต้องมีการปฏิบัติที่ อาจจะต้องเกิดขึ้นจริง เราได้เตรียมการแก้ปัญหาหรือตอบคำถามใน สิ่งเหล่านี้แล้วหรือยัง
         บทความนี้มีจุดมุ่งเพื่อต้องการศึกษาสิทธิการปฏิบัติของเรือ และอากาศยานทหารใน เขตเศรษฐกิจจำเพาะของรัฐชายฝั่งอื่นๆ ของอนุสัญญาฯ ขอบเขตหรือรูปแบบของการปฏิบัติ เป็นอย่างไร บทความจะสำเร็จตามจุดมุ่งหมายดังกล่าว จะต้องทำการตรวจสอบความ หมาย ของเขตเศรษฐกิจจำเพาะ สิทธิการปฏิบัติของเรือและอากาศยานทหารใน เขตเศรษฐกิจจำ เพาะของรัฐชายฝั่งและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการปฏิบัติการทางเรือและอากาศยานทหาร ในกรณีอื่นๆ รวมถึงศึกษาเหตุการณ์ในอดีตที่เป็นข้อขัดแย้งจากการปฏิบัติการของเรือและ อากาศยานทหารในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ

          สิทธิของเรือ หรืออากาศยานในการเดินเรือ หรือบินผ่านเขตเศรษฐกิจจำเพาะ
          อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล  พ.ศ.๒๕๒๕  ได้บัญญัติเรื่องเขต เศรษฐกิจจำเพาะไว้ในภาคที่ ๕ โดยกำหนดขอบเขตของเขตเศรษฐกิจจำเพาะเป็นระยะ ๒๐๐ ไมล์จากเส้นฐาน  ซึ่งภายในขอบเขตนี้รัฐชายฝั่งมีสิทธิอธิปไตยในการสำรวจการแสวงหาประ โยชน์การอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากรทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ไม่ว่าทรัพยากรนั้นจะอยู่ บน พื้นท้องทะเลดินใต้ผิวดินของพื้นท้องทะเล หรือห้วงน้ำเหนือพื้นท้องทะเลตามข้อ ๕๖.๑ (เอ) สิทธิอธิปไตยดังกล่าว เป็นสิทธิของรัฐชายฝั่งแต่เพียงผู้เดียวที่สามารถใช้สิทธินั้นเหนือ ทรัพยากรที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตในเขตเศรษฐกิจจำเพาะนั้น ส่วนสิทธิของรัฐ อื่นในเขตนี้ประ กอบด้วยการมีสิทธิเสรีภาพในการเดินเรือ หรือการบินผ่านรวมทั้งการวางสายเคเบิลและท่อ ทางใต้ทะเล ตามข้อ ๕๘.๑ จากบทบัญญัติดังกล่าวของ อนุสัญญาฯทำให้เกิดผลกระทบต่อ เสรีภาพในการใช้ทะเลของรัฐอื่น ซึ่งกล่าวได้ว่าเรือและอากาศยาน ของรัฐทั้งหลายมีเสรีภาพ ในการเดินเรือ และการบินผ่าน แต่จำกัดในด้านการแสวงหาทรัพยากรและการก่อสร้างต่างๆ ในเขตดังกล่าว

           สิทธิของเรือ หรืออากาศยานทหารในการเดินเรือหรือบินผ่านเขตเศรษฐกิจจำเพาะ การปฏิบัติการทางทหารของรัฐอื่นสามารถกระทำได้หรือไม่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ของรัฐ ชายฝั่ง จากการตรวจสอบ ข้อ ๒.(๔) ในกฎบัตรของสหประชาชาติได้กล่าวในเรื่องของการ คุกคาม หรือการใช้กำลังระหว่างรัฐว่า "ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สมาชิกทั้งปวงจะ ต้องละเว้นการคุกคามหรือการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งอาณาเขตหรือเอกราชทางการเมือง ของรัฐใดๆ หรือการกระทำในลักษณะการอื่นใดที่ไม่สอดคล้องกับความมุ่งประสงค์ของสห ประชาชาติ" รวมทั้ง ข้อ ๘๘ ของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้กล่าวว่า  "ทะเลหลวงจะต้องสงวนใช้เพื่อความมุ่งประสงค์ทางสันติ" ซึ่งจากข้อดังกล่าว สามารถนำมาบังคับใช้ได้ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะด้วย ดังนั้นการใช้เขตเศรษฐกิจจำเพาะ ควรจะใช้ในทางสันติ
           ตามข้อ ๕๘(๒) ซึ่งกล่าวว่า "ให้ใช้ข้อ ๘๘ ถึงข้อ ๑๑๕ และกฎข้อบังคับของกฎ หมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเขตเศรษฐกิจจำเพาะเท่าที่ไม่เป็นการขัดกับภาคนี้" รวม ถึงสิทธิของเรือหรืออากาศยานได้ถูกจำกัดที่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๕๘.๓ "ในการใช้สิทธิและ การ ปฏิบัติตามหน้าที่ตนตามอนุสัญญานี้ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะให้รัฐคำนึงถึงสิทธิและหน้าที่ของ รัฐชายฝั่งและให้ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ ที่ออกโดยรัฐชายฝั่งตามบทบัญญัติแห่งอนุ สัญญานี้   และกฎหมายอื่นของกฎหมายระหว่างประเทศตราบเท่าที่ไม่เป็นการขัดกับภาคนี้" จากกฎบัตรฯ และอนุสัญญาสามารถตีความได้ว่าเรือหรืออากาศยานของทุกรัฐ สามารถเดิน เรือผ่านหรือบินผ่านเขตเศรษฐกิจจำเพาะของรัฐชายฝั่งได้ เสมือนกับเดินเรือในน่านน้ำสากล หรือทะเลหลวง แต่การใช้ต้องเพื่อความมุ่งประสงค์ทางสันติ รวมทั้งต้องคำนึงถึงสิทธิและหน้า ที่ของรัฐชายฝั่ง และให้ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่ออกโดยรัฐชายฝั่ง ด้วยซึ่งรัฐชาย ฝั่งมีสิทธิในเรื่องการสำรวจ การแสวงหาประโยชน์ การอนุรักษ์และการจัดการทรัพยากร ทั้ง ที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต
         ส่วนการปฏิบัติการของเรือ หรืออากาศยานทหารสามารถปฏิบัติการได้ในเขตเศรษฐ กิจจำเพาะของอีกรัฐหนึ่งไม่ได้กำหนดอย่างชัดเจนแต่อย่างไรก็ตามเรือหรืออากาศยานทหาร ถือว่าเป็นเรือหรืออากาศยานประเภทหนึ่งเหมือนกัน จึงสามารถใช้สิทธิเดินเรือผ่านหรือบิน ผ่านเขตเศรษฐกิจจำเพาะของรัฐชายฝั่งได้ และรัฐชายฝั่งสามารถออกฎหมายหรือข้อบังคับ ห้ามการปฏิบัติการของเรือรบในเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์ และการจัดการทรัพยากรทั้งที่มีชีวิต และไม่มีชีวิตในเขตเศรษฐกิจจำเพาะได้