ผู้บังคับการเรือชีวิต (ตอนที่ ๑) |
นาวาเอก จรัสเกียรติ ไชยพันธุ์ |
  |
|
หน้าที่ 1 |
บทนำ
DR ท่านผู้อ่านหลายท่านคงเคยเห็นคำว่า Dr.มาแล้วและส่วนใหญ่คงคุ้นเคย และ เข้าใจ ว่า Dr. คือคำย่อของคำว่า Doctor ซึ่งหมายถึงผู้ที่จบปริญญาเอกในสาขาวิชาเรียนต่าง ๆ แต่คำว่า DR ที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็น คำเฉพาะอีกคำหนึ่งที่นักเดินเรือทุกคนเข้าใจ ความหมายดี ซึ่งหมายถึง "การเดินเรือรายงาน" (Dead Reckoning) การเดินเรือรายงาน เป็นวิธีการเดินเรือด้วยวิธีการคำนวณตำบลที่เรือไว้ล่วงหน้าจากตำบลที่เรือแน่นอนครั้งสุดท้าย
ตามเข็ม (Course เป็นทิศทางราบที่เรือแล่นไปในน้ำ) และความเร็วที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ใช้ ้สำหรับวางแผนการเดินเรือ เรียกว่าการ "ขีดเข็ม" คำว่า Dead Reckoning ในภาษาอังกฤษ นั้นคำแรกแผลงมาจากคำเดิมว่า deduced แปลว่า "อนุมาน" ระหว่างเส้นทางในแผนที่เดิน เรือนักเดินเรือจะทำการพล็อต "ที่เรือรายงาน" (Dead reckoning position) หรือ "ที่เรือ DR" ทำให้ผู้นำเรือทราบโดยประมาณว่า ณ เวลาหนึ่งด้วยความเร็วและเข็มที่กำหนดหนึ่ง เรือ จะเดินทางไปถึง ณ ตำบลที่แห่งใดตามที่เขาคาดหมาย DR จึงเป็นประโยชน์กับผู้นำเรือ สำหรับ เตรียมการเพื่อระมัดระวังอันตรายในเรื่องต่าง ๆ ไว้ได้ล่วงหน้าด้วย เช่น เมื่อถึงเวลา ๒๐๐๐ จะเห็นกระโจมไฟ ณ ที่นั้นผู้นำเรือจะต้องเปลี่ยนเข็มไปถือเข็มใหม่ หรือเมื่อถึงเวลา ๐๒๐๐ เส้นทางเรือเดินจะอยู่ในเขตเส้นทางเดินเรือสินค้า ผู้นำเรือก็ต้องระมัดระวังเรือโดนกัน (ชน)เป็นพิเศษ หรือพรุ่งนี้เวลา ๑๘๐๐ เรือจะผ่านแนวพายุ จึงต้องเตรียมจัดเก็บสิ่งของเข้าที่ ให้เรียบร้อยเสียแต่เนิ่น เป็นต้น อาจกล่าวได้ว่า DR ไม่ใช่จุดหมายปลายทางแต่เป็นเรื่องของ การเตรียมการไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างมีเหตุผล โดย "มีความเร็วและทิศทาง" เป็นตัวตั้ง ซึ่งมีความจำเป็นต่อเรือที่ต้องเดินทางในระยะไกล เช่น เรือเดินสมุทรโดยมาก ในความเป็น จริงเมื่อเรือเดินทาง ไปในท้องทะเลจะเกิด "แนวทางเรือ" ( The Ships Track ) ซึ่งจะไม่ ตรงกับที่เรือ DR เสียทีเดียวเพราะมีปัจจัยภายนอกและภายในที่เกี่ยวข้องมากมาย เกิดขึ้น ระหว่างการเดินเรือ เช่น อุปสรรคจากคลื่นลมหรือเหตุการณ์ที่ไม่ปกติของตัวเรือเอง ผู้นำเรือ ต้องเปลี่ยนทิศหัวเรือ (Heading) บ้าง เปลี่ยนความเร็วเรือบ้างเพื่อให้เรือมีความปลอดภัยสูง สุดในเวลานั้นๆ เมื่อแก้ปัญหาตามสถานการณ์เสร็จแล้วต้องรีบนำเรือเข้าสู่เส้น ทาง DR เดิน เรือต่อไปจนถึงที่หมายให้ได้ในที่สุด
จุดหมายปลายทางของชีวิตก็เช่นกัน ตามที่กล่าวมาแล้วผู้ที่อยู่เรือจะรู้ว่าการไปถึง ณ ที่แห่งใดในท้องทะเลก็ยังต้องขีดเข็มแล้ว DR ไปทั้งสิ้น ผู้บังคับการเรือเดินสมุทรที่เดินเรือ ไปโดยไม่ DR เส้นทางเรือเดินไว้ก่อนมีความเสี่ยงที่จะหลงทางและนำพาผู้คนไปสู่ความวิบัติ หายนะด้วยกันกับเขาทั้งสิ้น ท่าน ผู้อ่านคงไม่อยากเดินทางไปกับผู้บังคับการเรือคนดังกล่าว เป็นแน่ หากเรามองชีวิต ชีวิตเรานั้นมีค่ามากนัก มากกว่าเรือเดินสมุทรเป็นไหนๆ ตัวเราเป็น ผู้นำชีวิตของเราเองเหมือนเราเป็น "ผู้บังคับการเรือชีวิต" ของเราเอง การจะปล่อยให้ชีวิตเดิน ไปตามยถากรรมไม่กำหนดจุดมุ่งหมายในชีวิตไว้ ย่อมทำให้ชีวิตมีความสุ่มเสี่ยงเหมือนเรือลำ ที่ไม่มี DR เป็นแน่แท้ ดังนั้นเราควรกำหนดเส้นทาง ชีวิตและกำหนดที่หมาย ในแผนที่ชีวิตไว้ ในใจที่หมายในแผนที่ชีวิตต้องเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การไปถึง และเส้นทาง ชีวิตก็ควรมี DR เป็น ตำบลที่ตรวจสอบระดับความสำเร็จระหว่างทางจนไปถึงที่หมายในใจนั้น ตามความเป็นจริงที่ หมายหรือเป้าหมายในใจของเราแต่ละคนนั้นอาจต่างกัน บางคนคือการ มีครอบครัวที่อบอุ่นสุข สงบใจ บางคนคือความร่ำรวยฐานะเงินทอง บางคนคือความมีเกียรติยศ ชื่อเสียง แต่การจะไป สู่เป้าหมายนั้นล้วนมีอุปสรรคขวางอยู่ตลอดเส้นทางทั้งสิ้น ต้องอาศัยความเข้มแข็งของชีวิต ทั้ง ทางจิตใจทางร่างกายทางปัญญาและทางจิตวิญญาณที่มากเพียงพอจึงจะสามารถผ่านอุปสรรค นานาประการไป กลายเป็นคนมีความสุข กลายเป็นเศรษฐี หรือเป็นคน ที่มีเกียรติยศดังที่ตั้งใจ ไว้ได้ ยิ่งถ้ารู้จักที่จะ DR ชีวิตไว้ตั้งแต่ต้น ก็เชื่อได้ว่า "แนวทางชีวิต" (The Lifes Track) ของเราจะมีความสมบูรณ์ ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจหวัง ได้มาก ขึ้น
ผู้เขียนได้วิเคราะห์ชีวิตราชการทหารของนายทหารสัญญาบัตรที่สำเร็จการศึกษา
จากโรงเรียนนายเรือหรือที่เรียกกันว่า "นายทหารโรงเรียน" แล้ว เห็นว่าสามารถเปรียบเทียบ ลำดับความก้าวหน้าทางการงานและความก้าวหน้าทางการเงินของนายทหารโรงเรียนกับการ เดินทางของเรือเดินสมุทรได้ และสามารถ DR ได้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๙ ผู้เขียนได้ มี โอกาสบรรยายเรื่อง ดังกล่าวนี้ให้นายทหารใหม่ที่ไปช่วยปฏิบัติราชการที่โรงเรียนชุมพล ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือได้รับทราบ เป็น DR ชีวิตด้านการงาน ๓ ช่วง DR ชีวิต ด้านการเงิน ๔ ช่วง และหลักการ DR ชีวิตครอบครัวอีก ๓ ประการ หลายคนที่ได้ฟังบรรยาย เห็นว่าตนสามารถนำหลักการนี้ไปใช้ในชีวิตได้จริง จากการประเมินผลหลังการบรรยาย ผู้ฟัง บรรยายได้เสนอแนะให้ผู้เขียนเผยแพร่ แนวความคิดนี้ให้นายทหารโรงเรียนรุ่น ต่อไปได้รับ ทราบและควรเผย แพร่ในวงกว้างด้วยเนื่องจากในหลายประเด็นที่กล่าวถึงสามารถปรับใช้ได้ กับชีวิตของผู้คนโดยทั่วไปโดยเฉพาะท่านที่เป็นข้าราชการมีเงินเดือนประจำ ผู้เขียนจึงได้ เรียบเรียงปรับปรุงบทความที่บรรยายดังกล่าวเสียใหม่ นำมาเผยแพร่ไว้ ณ ที่นี้ โดยหวังว่าจะ ให้เป็นประ โยชน ์กับ ท่านผู้อ่านได้บ้างไม่มากก็น้อย
เนื้อเรื่อง
ท่านทุกคนในที่นี้ล้วนมีความรู้และมีความตั้งใจเรียนมาแต่อดีตจึงสามารถสอบผ่าน การคัดเลือกมาเป็นนักเรียนเตรียมทหารและนักเรียนนายเรือได้ ท่านใช้เวลาในการศึกษาร่ำ เรียนมารวมเวลาได้เจ็ดปี บัดนี้ จบมาเป็นเรือตรีได้สิบเดือนแล้ว เหมือนกับว่าท่านได้เดินทาง มาถึงตำบลที่ DR แรกของชีวิตข้าราชการทหารเรือ ณ ตำบลที่ DR แรกนี้ถือว่าเป็นจุดที่มี สาระมากทีเดียวคือ ได้เป็นนายทหารสัญญาบัตรรับเงินเดือน น.๑ ชั้น ๘ ๘,๔๓๐ บาท มีหน้าที่ การงานเป็นนายทหารฝึก ที่ต้องมีความรับผิดชอบ แต่ตามความเป็นจริงถ้าถามท่านว่ามีความ รู้เพียงพอแก่หน้าที่แล้วหรือไม่? หลายคนตอบในใจว่า "ไม่" แล้วในเรื่องเศรษฐกิจ ส่วนตัวล่ะ! ท่านมี รายได้พอกินพอใช้และเหลือเก็บออมหรือไม่? ส่วนใหญ่แล้วจะตอบในใจว่า "ไม่" อีก เช่นกัน ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะที่ผ่านมา ๑๐ เดือนท่านได้หมดทรัพย์ไปกับเรื่องไม่สมควร อยู่มาก ขณะนี้ใครรวมเงินเก็บได้ไม่ถึงหนึ่งในสี่ของเงินเดือนที่รับมา ๑๐ เดือนซึ่งเป็นเงิน ประมาณ ๒๑,๐๗๕ บาท ล้วนเป็นผู้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องปรับตัวทั้งสิ้น คำสอนในพุทธศาสนาได้ กล่าวไว้เกี่ยวกับเรื่องความสุขทางโลกของมนุษย์ ว่า มนุษย์มีสุขจากการมีทรัพย์และมีสุขจาก การใช้ทรัพย์สำหรับการใช้ทรัพย์นั้นท่านสอนว่าควรใช้ทรัพย์ไปในเรื่องอันควร ๔ ประการได้ แก่ เพื่อความสุขของตนเอง ญาติพี่น้อง มิตรสหายและการทำบุญกุศล แต่ถ้าใช้ทรัพย์ไปกับ เรื่องอื่น ๆ นอกจากที่กล่าว ไว้แล้วนี้ถือเป็นเรื่องไม่อันควร การใช้ทรัพย์หมดไปกับเรื่องการ พนัน การเที่ยวเตร่มัวเมา การดื่มสุราสูบบุหรี่ถือว่าเป็นการใช้ทรัพย์ให้หมดไปกับเรื่องไม่อัน ควรทั้งสิ้น เพราะไม่ได้ใช้ทรัพย์ไปเพื่อความสุขของตัวเองอย่างแท้จริง กล่าวคือ 
