ปีที่ ๙๐ เล่มที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ.  ๒๕๕๐
แม่ทัพเรือกู้ชาติ(ตอนที่๘)
พลเรือเอก วสินธ์ สาริกะภูต
 
หน้าที่1

บทที่ ๑๑ เตรียมกองทัพเรือ
        มีเวลาประมาณ ๓เดือน ในห้วงฤดูฝนที่มรสุมในอ่าวไทยรุนแรงไม่เหมาะแก่การเดิน
เรือในทะเลจึงเป็นห้วงเวลาสำหรับเตรียมกองทัพเรือกู้ชาติมี เวลาพอๆกับที่หน่วยบัญชาการ นาวิกโยธินใช้ฝึกเตรียมกำลังกองพันนาวิกโยธินที่ไปช่วยกองทัพภาค ที่ ๓ ปราบปรามผู้ก่อ การร้ายคอมมิวนิสต์ในยุทธการสามชัย ณ พื้นที่บริเวณภูหินล่อง กล้า รอยต่อ ๓ จังหวัด เลย เพชรบูรณ์ และพิษณุโลก เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ - ๒๕๑๖ เท่านั้นทั้งๆ ที่ มีงานมากกว่ากัน นับ สิบเท่า งาน ของกองทัพกู้ชาติมีอะไรบ้างที่จะต้องกระทำให้สำเร็จภายในประมาณ ๓ เดือนนี้
๑. เตรียมกำลังพลให้พร้อมรบ
        การกู้ชาติครั้งนี้ต้องกระทำด้วยการรบเท่านั้นไม่เหมือนครั้ง  สมเด็จพระนเรศวรมหา
ราชที่ทรงประกาศอิสรภาพของราชอาณาจักรอยุธยาที่เมืองแครงด้วย  การหลั่งน้ำด้วยสุวรรณ
ภิงคารลงเหนือแผ่นดิน (แม่พระธรณี) ให้คน (ไทย - มอญ)และเทพเทวาได้รับรู้แล้วจึงรบกับ
กองทัพพม่า  ที่ยกมาจะกระทำย่ำยีเอาราชอาณาจักรอยุธยากลับไปเป็นเมืองขึ้นอีก (ประกาศ ก่อนรบที่หลัง)แต่ของพระเจ้าตากสินต้องประกาศอิสรภาพด้วยการรบและต้องรบชนะภารกิจกู้ ชาติที่ทรงแบกไว้เต็มทั้งสองบ่าจึงจะสำเร็จการกู้ชาติต้องรบเมื่อต้องรบก็ต้องการคนมารบคน ที่มารบจะได้มาจากไหน

       ๑.)  จากคนในพื้นที่หัวเมืองชายทะเลตะวันออกกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่ยังไม่เคยรบกับพม่า
       ๒.) จากผู้ที่แตกกระสานซ่านเซ็นออกมาจากอยุธยา หรือจากหัวเมืองภาคกลางภาค
เหนือที่ถูก
กองทัพพม่าย่ำยี่กลุ่มนี้เคยแพ้พม่ามาแล้วการหาคนมาเป็นกำลังทัพกู้ชาติ จะได้ จากอาสาสมัครเป็นส่วนใหญ่ให้มาร่วมด้วยใจและกาย ดังนั้นพระเจ้าตากสินจึงได้ประกาศ นโยบายหลักของกองทัพกู้ชาติของพระองค์หรือยุทธศาสตร์การเมือง ตั้งแต่เริ่มตีฝ่าออกมา จากอยุธยาให้ประชาชนที่กองทัพผ่านได้ทราบ ซึ่งก็ได้คนเข้ามาร่วมอุดมการณ์มากขึ้นตาม
ลำดับ จาก ๕๐๐คนจนถึง๕,๐๐๐คนและ ณ เมืองจันทบุรีฐานทัพที่แข็งแรง มั่นคงเป็นสถาน ที่ที่จะรีบกระจายประกาศนโยบายหรือยุทธศาสตร์ของกองทัพกู้ชาติ ให้แพร่กระจายไปกว้าง
ไกล ยิ่งขึ้น เพื่อการระดมอาสาสมัครจากคนไทยผู้รักชาติจากทุกสารทิศกองทัพต้องการ ทั้ง ขุนพลและลูกแถวได้คนมาแล้วยังรบไม่ได้ต้องฝึกให้พร้อมรบ ก่อนทหารของทุก ประเทศใน โลกนี้ ไม่ว่ายุคใด สมัยใด ต้องได้รับการฝึกให้ทำการรบได้เสียก่อน ถึงจะเอาไปรบได้ขั้นต้น ก็ฝึกการรบ (ต่อสู้) เป็นบุคคล ขั้นต่อมาคือการรบเป็นหน่วย คนเพียง ๕ , ๐๐๐ คน จะกู้ ชาติ คนหลายหมื่นยังแพ้ ก็ต้อง ฝึก ฝึก และ ฝึก
          ๑.๑ การฝึกเพลงอาวุธ ดาบ ทวน ธนู หน้าไม้ ฯลฯ ให้ชำนาญ พร้อมที่จะตะลุมบอน กับพม่า กำลังพลร้อยพ่อพันแม่ต่างบ้านต่างเมืองทั้งไทย และจีน ฯลฯ ที่เข้ามาสวามิภักดิ์ ช่วย กันกู้ชาติ มาเป็นกลุ่มที่มีนายปกครองคุมมาก็มีมาเองเป็นกลุ่มเล็กๆ ชวนกันมาโดยไม่มีนาย ก็มากส่วนมากเป็นประชาชนผู้รักชาติที่เป็นทหารมาก่อนมีไม่มากนักจึงต้องมีการฝึกปรับพื้น ฐานความรู้ในการรบตั้งแต่เป็นบุคคลและเป็นหน่วยหมู่หมวดกองร้อยกองทัพ ให้มีความรู้พื้น ฐานใกล้เคียงกันงานทุกอย่างฝึกได้ไม่ว่าจะยากง่ายแค่ไหนก็ฝึกได้การรบที่รออยู่ข้างหน้าต้อง เป็นฝ่ายเข้าตีจึงต้องใช้ความฮึกเหิมห้าวหาญชนิดวิ่งสู้ฟัดดังนั้นเพลงอาวุธจากสำนักดาบต่าๆ 
ตั้งแต่สำนักเมืองตากสำนักดาบภาคกลางสำนักดาบเมืองหลวง ตลอดจนเพลงดาบภาค ตะวัน ออกคงจะได้ รับการ ฝึกผสมกลมกลืนกันฝึกให้คล่องแคล่วชำนาญคงจะต้องมีการ ศึกษาเพลง อาวุธ ของพม่า และวิธี เอาชนะหรือฝึกแม่ไม้ที่จะข่มเพลงอาวุธพม่า ที่ขาดไม่ได้คือแม่ไม้ มวย ไทย ที่ใช้ประกอบ
เพลงระดับ หมวด ระดับกองร้อย จนถึงนายทัพย่อย ๆ