พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยปัญหาการคมนาคมขนส่งและ
มองการณ์ไกลไปถึงสถานการณ์ด้าน พลังงาน ! ซึ่งเป็นหัวใจในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะ น้ำมัน !!!
แต่ในเมื่อประเทศไทยไม่สามารถผลิตน้ำมันเองได้
ทำอย่างไร ? ... เราจึงจะพึ่งตนเองได้บ้าง
ทำอย่างไร ? ... เราจึงจะสร้างภูมิคุ้มกันในด้านพลังงานได้
อย่างน้อยก็ระดับหนึ่ง
"... ถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดแล้ว ก็ใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นได้มีแต่ต้องขยัน หาวิธีที่ทำให้เชื้อเพลิงเกิดใหม่ ..."
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๔ ธันวาคม ๒๕๔๘
ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มตามแนวพระราชดำริปี ๒๕๔๖ !!
เราจึงได้เห็นรถทุกคันในศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ใช้น้ำมันไบโอดีเซลซึ่งผลิตขึ้นเองเป็นเชื้อเพลิงโดย ใช้วัตถุดิบจากแปลงทดลองปลูกปาล์มน้ำ มันภายในศูนย์ ฯ ซึ่งเป็นผลพวงจากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแก้ปัญหา ดินพรุ ใน ภาค ใต้สำเร็จ
ปัจจุบันศูนย์ ฯ แห่งนี้จึงสามารถผลิตน้ำมันไบโอดีเซลได้ครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การแปรรูป การสกัด จนถึงขั้นตอนกลั่นออกมาเป็นน้ำมันดิบ ซึ่งปัจจุบันสามารถเผื่อแผ่ให้ชาว ประมงเรือกอและขนาดเล็กในจังหวัดนราธิวาสได้ทดลองใช้
รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ สัณห์ชัยกลิ่นพิกุลหัวหน้าโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรม น้ำมันปาล์มขนาดเล็ก อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ เล่าว่า"...เขาบอกกันว่า ไบโอดีเซลที่เรา ผลิตที่พิกุลทองนี่ทำให้เครื่องยนต์เขา สตาร์ทง่าย เพราะว่าน้ำมันไบโอดีเซลจะมีออกซิเจน มากกว่าน้ำมันดีเซลปกติ เครื่องยนต์ สตาร์ทง่าย เดินเรียบ แล้วก็มีกลิ่นของไอเสีย หอม..."
ย้อนหลังไปในปี ๒๕๑๘
หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมนิคมสร้าง ตนเองพัฒนาภาคใต้ที่อำเภอกวนกาหลงจังหวัดสตูลงานวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลา นครินทร์ เกี่ยวกับกระบวนการนำน้ำมันปาล์มมาใช้ผลิตไบโอดีเซลตามพระราชดำริ จึงได้เริ่ม ดำเนินการขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าอีก ๓๐ ปีต่อมา น้ำมันจะมีราคาแพง กว่าลิตรละ ๓๐ บาท
วันนี้...ผลสำเร็จจากอดีตทำให้ประเทศไทยมีพลังงานทางเลือกไว้ใช้รองรับวิกฤต
พลังงาน
หนึ่งในนั้น คือ ไบโอดีเซลจากน้ำมันปาล์มตามแนวพระราชดำริ โดยไม่ต้องรอผล
งานศึกษาวิจัยของอนาคตหรือแลกซื้อวิทยาการราคาแพงลิบจากต่างประเทศ
พระองค์ทรงห่วงใยอนาคตของประเทศไทย ซึ่งต้องพึ่งการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิล
จากต่างประเทศจำนวนมาก ในขณะที่ชาวไทยส่วนใหญ่ก็เป็นเกษตรกรหากสินค้าเกษตร สามารถ นำมาสร้างพลังงานทดแทนได้จะเป็นการช่วยประหยัดเงินตรา และช่วยให้เกษตรกร มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอีกด้วย
รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ สัณห์ชัยฯ เล่าย้อนไปว่า "..ท่านทรงเพ่งเล็งมาที่น้ำมัน
ปาล์มเลย เพราะว่าพระองค์ท่านทรงรู้จักปาล์มน้ำมันมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ แล้วนะครับ มุมมอง ของพระองค์ท่านนี่จะมองไปที่โรงงานขนาดเล็ก เพื่อจะให้เกษตรกรรายย่อยนี่สามารถจะรวม
ตัวกันได้ พอถึงปี ๒๕๔๓ VISSION ของพระองค์ท่านก็ออกมาเลยว่า เอาน้ำมันปาล์มไปทด
แทนน้ำมันดีเซล !"
