ในเดือนพฤษภาคมนี้ ถือได้ว่าเป็นอีกเดือนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อทหารเรือไทย ทุก ๆ ท่าน และเป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อ วันที่ ๑๙ พ.ค. ๒๔๖๖ หรือ ๘๕ ปีที่ผ่านมาแล้วนั้นเป็น วันที่กองทัพเรือไทย ได้สูญเสียบุคคลที่สำคัญที่สุดแห่งกองทัพ นั่นคือเป็นวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ( เสด็จในกรมหลวงชุมพร ฯ ) "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ผู้ทรงสถิตสถาพรอยู่ในใจของ ทหารเรือไทยทุกนาย และกองทัพเรือได้กำหนดให้วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวัน "อาภากร" อนึ่ง พระองค์ท่านเป็นพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัว รัชกาลที่ ๕ ประสูติในพระบรมมหาราชวัง เมื่อ ๑๙ ธันวาคม ๒๔๒๓ ในเจ้าจอมมารดา โหมด สิ้นพระชนม์เมื่อ ๑๙ พฤษภาคม ๒๔๖๖ สิริพระชนมายุได้ ๔๔ ปี

หลังจากที่บทความด้วยพระบารมีและปาฏิหาริย์ของเสด็จในกรมหลวงชุมพร ฯ ได้ รับการพิจารณาให้เผยแพร่ลงในนิตยสารนาวิกศาสตร์กองทัพเรือ ปีงบประมาณ ๒๕๕๐ (ฉบับ เดือน พ.ย.๔๙ ธ.ค.๔๙ ม.ค.๕๐ ส.ค.๕๐ และ ก.ย.๕๐) จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผู้เรียบ เรียง พร้อมด้วย นาวาโท สุริยะ คำสอน สังกัดกรมการขนส่งทหารเรือ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำ เนินงานจัดสร้างพระอนุสาวรีย์ และศาลของเสด็จในกรมหลวงชุมพร ฯ ขนาดเท่าพระองค์จริง ที่ผ่านมาทั้งหมดก็ ๕ สถานที่ ในฐานะที่ปรึกษาในการจัดสร้าง ซึ่งก็ถือว่าได้ตอบแทนในพระ มหากรุณาธิคุณแด่เสด็จในกรมหลวงชุมพรฯอย่างสุดเต็มกำลังขีดความสามารถและสติปัญญา ที่สามารถจะกระทำได้ ทั้งนี้ผู้เรียบเรียงและนาวาโท สุริยะ ฯ ก็มิได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ นอก เหนือจากความสุขกายสบายใจ และการได้รับเงินเดือนจากทางราชการที่เสด็จในกรมหลวง ชุมพรฯ ได้ทรงวางรากฐานก่อตั้งขึ้นไว้ให้สามารถดำรงชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอเพียง จนถึง ทุกวันนี้ด้วยความสำนึกในพระกรุณาธิคุณแด่เสด็จในกรมหลวงชุมพร ฯ ผู้เรียบเรียงจึงจะขอ ถ่ายทอดให้ทราบถึงพระบารมีและปาฏิหาริย์ของเสด็จในกรมหลวงชุมพร ฯ "หมอพร" เพื่อ เป็นการเผยแพร่พระบารมีและพระเกียรติคุณให้ทุกๆ ท่านได้รับทราบโดยทั่วกันหากท่านผู้ อ่านได้เคยศึกษาพระประวัติของเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ จะทราบได้ว่าพระองค์ท่านมีพระ ปรีชาสามารถ ในด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยในปี พ.ศ. ๒๔๕๔ ขณะที่พระองค์ได้ทรง ออกจากราชการ เป็นระยะเวลาประมาณ ๖ ปีเศษ ทรงศึกษาตำราหมอยาไทย จนมีความรู้แตก ฉาน โดยมีความสนพระทัยในเรื่องเกี่ยวกับสมุนไพรธรรมชาติ และการนำประโยชน์จากสมุน ไพรธรรมชาติมาทำเป็นตัวยาในการรักษาโรคให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งพระองค์เอง มิเคย เลือกชนชั้นวรรณะในการรักษา ทรงให้ความเมตตาและเป็นกันเองแก่คนไข้ทุกคนที่มาหาพระ องค์ท่าน นอกจากนั้นพระองค์ท่านยังทรงมีความเมตตา ในการเดินทางไปรักษาผู้ป่วยถึงที่ บ้านหากทรงทราบ นำความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้จนได้รับสมญานามว่า "หมอพร" ที่ผมได้กล่าวมานี้ก็อยากจะถ่ายทอดให้ทราบเกี่ยวกับพระบารมีและปาฏิหาริย์ "หมอ พร" ซึ่งทั้งนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ได้มีการปฏิบัติแล้วเกิดผลในทางที่ดีและสมความ ปรารถนา โดยขอให้ใช้ดุลพินิจและวิจารณญานในการ วิเคราะห์เหตุ การณ์ที่ผมจะได้กล่าวให้ ทราบนะ ครับเหตุการณ์แรกด้วยความบังเอิญหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ เมื่อวันพุธที่ ๕ ส.ค.๕๐ เวลา ประมาณ ๐๙.๐๐ น. ขณะที่ผู้เรียบเรียง (ดำรงตำแหน่งรองผู้ อำนวยการกองการศึกษา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ) กำลังดำเนินงานในความรับผิดชอบที่ได้ รับ มอบหมายจากผู้บังคับ บัญชา ให้ดำเนินการจัดทำร่าง "งานรับรองแผนที่ยุทธศาสตร์ของ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ" เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อให้เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือลงนามและเสนอให้สำนัก งานปลัดบัญชีทหารเรือดำเนินการต่อไปอยู่นั้น จ่าเอก วีรพันธ์ เพียรไชย เสมียนแผนกระเบียน และสถิติ กองการศึกษา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ซึ่งปกติจะมาดูแลทำความสะอาดห้องทำงาน ผู้เรียบเรียงเป็นประจำก็ได้มาสนทนากับผู้เรียบเรียงอยู่พักหนึ่งโดยสาระในเรื่องปาฏิหาริยของ เสด็จในกรมหลวงชุมพร ฯ ที่ 
