ปีที่ ๙๑ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.  ๒๕๕๑
สถานภาพทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยในช่องแคบมะละกา
พลเรือเอก ถนอม เจริญลาภ
 
หน้าที่ 1


          โดยพระบรมราชโองการ ประกาศเขตเศรษฐกิจจำเพาะของราชอาณาจักรไทยด้าน ทะเลอันดามัน เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑ มีผลให้ประเทศไทยมีพื้นที่เขต ทางทะเล ( Maritime Zones) ในช่องแคบมะละกาตอนเหนือ ประมาณ ๔๐ , ๐๐๐ ตาราง
กิโลเมตร ข้อเท็จจริงและสิทธิดังกล่าวนี้ คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่เคยทราบ ผู้เขียนขอเรียนชี้ แจงเพื่อเป็นข้อมูลกับผู้สนใจและเกี่ยวข้อง ดังนี้
           ๑. ประกาศเขตเศรษฐกิจของประเทศไทยด้านทะเลอันดามัน 
              " ... มีพระบรมราชโองการให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่าโดยที่ได้มีประกาศ ลง วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๒๔ เรื่องเขตเศรษฐกิจจำเพาะของ ราชอาณาจักรไทย กำหนดว่า เขตเศรษฐกิจจำเพาะของราชอาณาจักรไทย ได้แก่บริเวณที่อยู่ถัดออกไปจากทะเล อาณาเขตของราชอาณาจักรไทยมีความกว้าง ๒๐๐ ไมล์ทะเล วัดจากเส้นฐานที่ใช้วัดความ กว้างของทะเลอาณาเขต นั้น
              บัดนี้ เป็นการสมควรที่จะประกาศเพิ่มเติม โดยถือตามหลักกฎหมายระหว่าง ประเทศ อันเป็นที่ยอมรับนับถือกันทั่วไปว่า ขอบเขตรอบนอกของเขตเศรษฐกิจจำเพาะของ ราชอาณาจักรไทยด้านทะเลอันดามัน ได้แก่ เส้นเชื่อมกันตามจุดพิกัดภูมิศาสตร์ของแต่ละจุด ดังต่อไปนี้ ... ฯลฯ "
             ข้อความข้างต้นคือ ๒ วรรคแรกของประกาศพระบรมราชโองการประกาศเขต เศรษฐกิจของประเทศไทยด้านทะเลอันดามัน เมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕  ซึ่งจะดูรายละ เอียด ค่าพิกัดและแผนที่ประกอบได้จากเอกสารประกอบหมายเลข ๑/๑ และ ๑/๒ ค่าพิกัดภูมิ ศาสตร์ของแต่ละจุดของขอบรอบนอกตามประกาศ มีทั้งสิ้น ๒๗ จุด ซึ่งก็คือ ความตกลงเรื่อง เขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับมาเลเซีย ไทยกับอินโดนีเซีย ไทยกับอินเดีย และไทยกับ พม่า ซึ่งมีการเจรจาและตกลงต่อเนื่อง กันมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๒ จนถึง พ.ศ.๒๕๒๕ นั่นเอง
            
จากประกาศเขตเศรษฐกิจของประเทศไทยด้านทะเลอันดามันครอบคลุมพื้นที่ เขตทางทะเลทั้งสิ้นประมาณ ๑๒๐ , ๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ซึ่งโดยความเป็นจริง สถานภาพ ทางภูมิศาสตร์ตามการกำหนดชื่อและขอบเขตของมหาสมุทรและทะเล ( Limits of Oceans and Seas)ขององค์การอุทกศาสตร์สากล (International Hydrographic Organization, IHO) พื้นที่เขตทางทะเล (น่านน้ำภายใน ทะเลอาณาเขต เขตต่อเนื่องและเขตเศรษฐกิจจำ เพาะ) ของประเทศไทย อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดว่าเป็นทะเลอันดามัน ประมาณ ๘๐ , ๐๐๐ ตาราง กิโลเมตร และเป็นพื้นที่ที่กำหนดว่าเป็นช่องแคบมะละกาประมาณ ๔๐ , ๐๐๐ ตารางกิโลเมตร เพราะฉะนั้น ถ้าจะเรียกขานชื่อของเขตเศรษฐกิจของประเทศไทยทางด้านตะวันตกของแหลม มลายู หรือด้ามขวานทองของไทยให้ถูกต้องตามสถานภาพทางภูมิศาสตร์ คือเขตเศรษฐกิจจำ เพาะของประเทศไทยด้านทะเลอันดามันและตอนเหนือของช่องแคบมะละกา
            
๒. องค์การอุทกศาสตร์สากล ( The International Hydrographic Organization)
             
องค์การอุทกศาสตร์สากล ซึ่งมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า The Inter national Hydrographic Organization เป็นเจ้าของเรื่องการกำหนดชื่อและขอบเขตของมหาสมุทร ทะเล และช่องแคบที่ใช้ในการเดินเรือระหว่างประเทศทั่วโลก เป็นองค์การที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๔ (๑๙๒๑) เพื่อความมุ่งประสงค์ คือ
          
๑. ให้ความร่วมมือในกิจการของสำนักงานอุทกศาสตร์แห่งชาติของประเทศต่าง ๆ            ๒.ให้มีการผลิตแผนที่และเอกสารการเดินเรือเป็นรูปแบบและมาตรฐานเดียว
กันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
           ๓. ให้การยอมรับ วิธีการสำรวจอุทกศาสตร์ที่เชื่อถือได้และมีประสิทธิภาพ
           ๔. พัฒนาวิทยาศาสตร์ในแขนงอุทกศาสตร์และสมุทรศาสตร์
           
เมื่อเริ่มจัดตั้งองค์การนี้ในปี พ.ศ.๒๔๖๔ มีสมาชิกก่อตั้งเพียง ๑๙ ประเทศ ส่วน มากเป็นประเทศที่มีกิจกรรมการเดินเรือทะเลอย่างกว้างขวาง ทั้งเรือรบและเรือพาณิชย์ เป็น ที่น่าสังเกตว่า ประเทศสยามเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นสมาชิก ก่อ ตั้งองค์การนี้ ซึ่งชื่อขององค์การนี้เมื่อเริ่มจัดตั้ง มีชื่อว่า The International Hydrographic Bureau (IHB) ในปี ค.ศ.๑๙๗๐ (๒๕๑๓) เมื่อ The Intergovernmental Convention มีผลบังคับใช้ องค์การ IHB ได้เปลี่ยนชื่อเป็น The International Hydrographic Organization (IHO) ตามรูปแบบชื่อขององค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ขององค์การสห ประชาชาติ IHB เดิมยังคงมีอยู่ในฐานะสำนักงานใหญ่ ของ IHO ซึ่งก็ยังคงตั้งอยู่ ณ ที่เดิมคือ รัฐโมนาโก ปัจจุบันมีสมาชิกเป็นรัฐชายฝั่ง ๗๘ ประเทศ