บทความ เรือดำน้ำรัสเซียในช่วงต้นยุคสหภาพโซเวียต นี้เป็นตอนที่สองต่อเนื่อง จากบทความเรือดำน้ำแห่งจักรวรรดิรัสเซีย ซึ่งจะได้กล่าวถึงการพัฒนาเรือดำน้ำและการสง ครามใต้น้ำของประเทศรัสเซีย ในช่วงต้นสหภาพโซเวียต ตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๑๗ ไปจนถึง ปี ค.ศ. ๑๙๔๐ เริ่มตั้งแต่ยุคการปกครองของเลนิน ไปถึงยุคของสตาลินก่อนเกิดสงครามโลก ครั้งที่สอง
ก่อนที่จะเข้าสู่รายละเอียดเกี่ยวกับเรือดำน้ำรัสเซียในยุคนี้ ผู้เขียนขอนำท่านไป ศึกษาประวัติศาสตร์ของรัสเซียในช่วงเวลาดังกล่าวพอสังเขป... ยุคโซเวียต รัสเซีย เริ่มขึ้น เมื่อรัสเซียเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นสังคมนิยม ในปี ค.ศ. ๑๙๑๗ มีชื่อทางการตามรัฐ ธรรมนูญใหม่ว่า " สหภาพสาธารณรัฐโซเวียต โซเชียลลิสต์ ( The Union of Soviet
Republic) " ซึ่งเริ่มใช้เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๒๒ เลนิน ผู้นำคนแรกในระบอบสังคมนิยมของรัสเซีย ได้บริหารประเทศจนถึงปี ค.ศ.๑๙๒๔ จึงถึงแก่อาสัญกรรม จากการป่วยซึ่งเป็นผลจากการ ถูกลอบสังหารเมื่อปี ค.ศ.๑๙๒๐ ซึ่งแม้จะไม่สำเร็จ แต่ส่งผลให้เลนินได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ เจ็บป่วยเรื้อรังนับตั้งแต่นั้นมาโดยตลอด

เลนิน ขณะกล่าวคำปราศัย วาดโดย Alexander Gerasimov.
ในระยะนี้เอง เรือดำน้ำในสมัยจักรวรรดิรัสเซียยังคง ประจำการในกองทัพเรือรัส เซียต่อมา จนกระทั่งในสมัยของสตาลินผู้นำคนที่สอง จึงได้มีการขยายแสนยานุภาพทางทหาร และปฏิวัติระบบอุตสาหกรรมของประเทศขนานใหญ่ ภายใต้แผนพัฒนา ๕ ปี ซึ่งส่งผลอย่าง มากต่อความเจริญทางด้านนวัตกรรมของเรือดำน้ำรัสเซีย และมีการผลิตเรือดำน้ำใหม่ ๆ ออก มาเป็นจำนวนมาก
สตาลินหรือในชื่อเดิมคือ นาย อิโอซิฟ วิซซาริโอโนวิช ดูซูกัสวิล คำว่าสตาลิน
( Stalin) แปลว่ามนุษย์เหล็กกล้า เป็นหนึ่งในนามแฝงหลายนามที่เขาใช้ในการปลุกระดมและ เขียนบทความต่อต้านรัฐบาลพระเจ้าซาร์ ซึ่งต่อมานามแฝงนี้ได้กลายเป็นชื่อประจำตัวทำให้ เป็น ที่รู้จักไปทั่วโลกกลุ่มนักปฏิวัติบอลเชวิกต่างใช้นามแฝงในการทำงานและเขียนบทความ
ใต้ดินต่อต้านจักรวรรดินิยม ซึ่งต่างกลายเป็นชื่อที่ผู้คนคุ้นเคยกันมากเสียกว่าชื่อจริง เช่นนาย
โมโลตอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียในสมัยสตาลิน มีชื่อจริงว่า Vjacseszlav Mihajlovics คำว่า โมโลตอฟ ( Molotov) แปลว่า ค้อน ( hammer) หนึ่งใน สัญลักษณ์ของการปฏิวัติ ค้อน-เคียว โดย ค้อนสื่อแทนกรรมกรผู้ใช้แรงงานและเคียวหมายถึง ชาวนา

เลนินในช่วงก่อนเสียชีวิตไม่นานนัก และสตาลินผู้ซึ่งเลนินไม่ปรารถนาให้เป็นผู้นำประเทศต่อจากเขา
สตาลินไม่ใช่ตัวเก็งที่จะได้บริหารประเทศต่อจากเลนิน พูดง่ายๆ ก็คือเลนินไม่ไว้ ใจเขา ผู้คนทั่วไปในสมัยนั้นคาดการณ์กันว่า ทรอตสกี้ (Trotsky) หนึ่งในผู้บริหารพรรคที่มี ตำแหน่ง สำคัญในการคุมกำลังกองทัพแดง และเปรียบเหมือนตัวตายตัวแทนของเลนินจะได้ เป็นทายาททางการเมืองคนต่อไป ทรอตสกี้มีการศึกษาดี มีความสามารถและตำแหน่งหน้าที่ อยู่ในระดับสูงรองจากเลนินเพียงคนเดียว
ก่อนที่เลนินจะถึงแก่อาสัญกรรม เขาได้เขียนบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับบุคคล แวดล้อมตัวเขา และอนาคตการบริหารประเทศรัสเซีย ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นคำสอนของเขาว่า ทรอตสกี้นั้นเด่นกว่าทุกคนในด้านความสามารถ แต่เชื่อมั่นในตนเองเกินไป และหน้าที่การ งานใหญ่โตเกินไป จนคนอื่นไม่ชอบขี้หน้า จึงไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำต่อจากเขา ส่วนสตาลิน ซึ่งเลนินกลัวว่าจะได้ปกครองรัสเซียต่อจากเขานั้น เป็นบุคคลที่โหดร้ายไม่รู้จักใช้อำนาจด้วย ความระมัดระวัง และหยาบคายเกินไป ทางที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดมาเป็นเลขาธิการพรรคนั้น คน ๆ นั้นจะต้องอดทนมากกว่าสตาลินมีความจงรักภักดีและสุภาพเรียบร้อยมากกว่า
แต่ขณะที่เลนินป่วยอยู่นั่นเอง สตาลินได้ดำเนินการลับๆภายในพรรคคอมมิวนิสต์ จนได้เป็น เลขาธิการพรรค ในทันทีที่เลนินถึงแก่อาสัญกรรม สตาลินได้เข้าควบคุมเสียงส่วน ใหญ่ใน พรรคได้ทั้งหมด ในเรื่องเล่ห์กลอุบาย การมองเห็นการไกลที่จะฉกฉวยประโยชน์แล้ว ทรอต สกี้แพ้สตาลินไม่เห็นฝุ่น ทรอตสกี้นั้นถนัดแต่การรบกันซึ่งๆหน้า ซึ่งหากเปรียบกันแล้ว สตาลิน เหมือนเสือร้ายที่ซุ่มเงียบคอยตะปบเหยื่อโดยมิพักให้ต้องเสียแรง แต่ทรอตสกี้นั้น เหมือนกระทิงเปลี่ยวที่มุ่งจะตะลุยชนไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว