ปีที่ ๙๑ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.  ๒๕๕๑
วันคล้ายวันขึ้นระวางประจำการ เรือหลวงมกุฎราชกุมาร ปีที่ ๓๕
นาวาโท ยุทธนา เอี่ยมสะอาด
 
หน้าที่ 1


           ประวัติความเป็นมากองทัพเรือได้รับอนุมัติงบประมาณพัฒนากำลังรบทางเรือให้มี
สมรรถภาพสูงขึ้นตามแผนป้องกันประเทศ โดยการจัดหาเรือรบประเภทพิฆาตคุ้มกัน หรือ เรือ ฟริเกต ซึ่งเหมาะสมกับภารกิจของกองทัพเรือ ซึ่งในขณะนั้นได้มี ๔ บริษัทในการเสนอแบบ เรือใกล้เคียงกับคุณลักษณะและราคาตามต้องการของฝ่ายอำนวยการ คือ VICKERS - ARMSTRONGS VOSPER THORNYCROFT BLOHM & VOSS และYARROW ในที่สุดได้คัดเลือกบริษัท YARROW ซึ่งเป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด และเป็นบริษัทที่ มีชื่อเสียงใน การสร้างเรือกองทัพเรือได้ลงนามสัญญาสร้างเรือ กับบริษัทยาร์โรว์จำกัด เมื่อวันที่ ๒๑ สิงหา คม ๒๕๑๒ โดยมีพลเรือเอก จรูญ เฉลิมเตียรณ ผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้นเป็นผู้ลงนาม ฝ่ายกองทัพเรือไทย และ SIR ERIC YARROW เป็นผู้ลงนามฝ่ายบริษัท


           เรือหลวงมกุฎราชกุมาร สร้างที่อู่เรือของบริษัท YARROW SHIPBUILDERS LIMITED SCOTSTOUN GLASGOW SCOTLAND ประเทศสหราชอาณาจักรแต่เดิม กองทัพเรือ ตั้งใจจะใช้ชื่อว่าเรือหลวงเจ้าพระยา แทนเรือหลวงเจ้าพระยาลำแรกแต่ในระหว่าง ที่เรือยังสร้างไม่เสร็จ ได้มีพระราชพิธีสถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ ฯ ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๑๕ กองทัพเรือ จึงได้เปลี่ยนชื่อเรือเป็นเรือหลวงมกุฎราชกุมาร เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรตินับได้ ว่าเป็นเรือลำที่สองที่ได้รับชื่อนี้ การสร้างเรือหลวงมกุฎราชกุมาร ได้กระทำตามเทคนิคการ สร้างเรือสมัยใหม่ ไม่มีการวางกระดูกงู โดยในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ได้ทำพิธีปล่อย เรือลงน้ำ มีคุณหญิง ดุษฎี ศุภมงคล ภริยาของเอกอัครราชทูตไทย ประจำสหราชอาณาจักรเป็น ผู้ประกอบพิธี เรือหลวงมกุฎราชกุมารได้ขึ้นระวางประจำการโดยสังกัดหมู่เรือที่ ๑ กองเรือ ตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ เมื่อวันเสาร์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๑๖ และได้ทำพิธีรับมอบเรือ ใน วันจันทร์ ที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๑๖ โดยมี พลเรือเอก จิตต์ สังขดุลย์ เสนาธิการทหารเรือ ใน ขณะนั้นเป็นผู้ลงนามรับมอบ

           หลังจากรับมอบเรือแล้วกำลังพลประจำเรือได้ทำการฝึกกับกองทัพเรืออังกฤษ และ ได้ออกเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๑๗ โดยออก เรือจากเมือง PORTSMOUTH สหราชอาณาจักร ระหว่างทางได้จอดแวะเมืองท่าต่างๆ  เพื่อ รับส่งกำลัง บำรุงตลอดจนอวดธงราชนาวีไทยด้วยดังนี้ BREST (FRANCE) LISBON (PORTUGAL) .LAS PALMAS (SPAIN) FREE TOWN (SIERRA LEONE) LUANDA (ANGO LA) SIMONSTOWN (SOUTH AFRICA) DURBAN(SOUTH AFRICA) MAHE (SEYCHELLES) COLOMBO (SRILANKA) PENANG (MALAYSIA) SINGA PORE และถึงท่าเรือเสือซ่อนเล็บ โรงเรียนนาย เรือ วันพุธที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๑๗ รวมระยะ ทางในการเดินทาง ๑๓ , ๗๑๓ ไมล์ ใช้เวลา ๗๒ วัน
            ยิ่งเป็นที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของ ร.ล.มกุฎราชกุมารนั้นก็คือ อดีต ผบ.เรือ ได้ก้าวขึ้น สู่การเป็นผู้นำของกองทัพเรือ และกองทัพไทย พล.ร.อ.สุวัชชัย เกษมสุข ในตำแหน่งผู้บัญชา การทหารเรือ และ พล.ร.อ.ณรงค์ ยุทธวงศ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

การปฏิบัติสำคัญที่ผ่านมา
          
เรือหลวงมกุฎ ราชกุมาร มีขีดความสามารถปฏิบัติการดังนี้คือ ป้องกันน่านน้ำ อาณาเขตปฏิบัติการร่วมกับเรือเร็วโจมตีต่อตีเรือผิวน้ำขนาดกลาง และขนาดเล็กด้วยปืนเรือ ทำการระดมยิงฝั่ง ทำหน้าที่คุ้ม กันกระบวนเรือ ปฏิบัติการปราบเรือดำน้ำโดยอิสระหรือร่วมกับ เรือปราบเรือดำน้ำลำอื่นหรือ ร่วมกับเครื่องบิน /เฮลิคอปเตอร์ ปราบเรือดำน้ำ
           เรือหลวงมกุฎราชกุมาร มีประวัติอันยาวนานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ออกปฏิบัติ ราชการต่าง ๆ ที่สำคัญมากมาย อาทิเช่น การฝึกผสม THALAY LAUT การฝึกผสม SING SIAM การฝึกผสม KAKADU และในปี ๒๕๕๐ที่ผ่านมามีภารกิจที่สำคัญ ทั้งด้านการฝึก ปฏิบัติราชการหน่วยเฉพาะกิจต่างๆ และสนับสนุนการฝึกหลักสูตรต่างๆ ของกองทัพเรือ ดังนี้ ปฏิบัติภารกิจเป็นหมู่เรือรักษาการณ์วังไกลกังวล ปฏิบัติราชการกองเรือภาค ที่ ๑ การฝึกองค์ บุคคลและยุทธวิธีกองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ