ปีที่ ๙๑ เล่มที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.  ๒๕๕๑

ประทีปธรรม : เรื่อง ปฏิสันถาร

กองอนุศาสนาจารย์ ยศ.ทร.

 

 

          คำว่า " ปฏิสันถาร " โดยทั่วไป หมายถึง การต้อนรับตามมารยาทและธรรมเนียมที่ มีอยู " แต่พระพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับปฏิสันถารมากกว่านั้น ถึงกับยกขึ้นเป็นหลักธรรม ข้อหนึ่ง เรียกว่า " ปฏิสันถารคารวตา " หมายถึงปฏิสันถารนี้เป็นเรื่องที่ต้องเคารพทำอย่าง ระมัดระวังไม่ให้บกพร่องเสียหาย และเป็นเรื่องที่ต้องออกจากใจ ไม่ใช่เป็น เพียงปฏิบัติตาม ธรรมเนียม พร้อมกันนั้น ก็แนะวิธีการไว้ ๒ อย่างคือ

           ๑. อามิสปฏิสันถาร ต้อนรับด้วยอามิสสิ่งของ เช่น เครื่องดื่ม ข้าวปลาอาหาร ที่พัก
ที่อาศัย เป็นต้น
           ๒. ธัมมปฏิสันถาร ต้อนรับด้วยธรรม ได้แก่ความดีงามที่จะพึงปฏิบัติต่อผู้มาเยือน เริ่มตั้งแต่เต็มใจต้อนรับ ปราศรัยโดยสุภาพไพเราะ เอาใจใส่ช่วยเหลือธุระของเขาเป็นต้น

            มีข้อน่าพิจารณาว่า หน่วยราชการเป็นหน่วยงานที่ต้องติดต่อสัมพันธ์ ทั้งกับผู้อื่นใน
ลักษณะให้บริการทั้งกับหน่วยราชการด้วยกันเองในลักษณะการติดต่อประสานงาน ปฏิสันถาร จึงเป็นหัวข้อที่ข้าราชการควรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะธัมมปฏิสันถาร คือความดีงามที่พึง ปฏิบัติต่อผู้มาเยือน เพราะแสดงถึงระดับของการพัฒนาองค์กร ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และ คุณธรรมที่มีในหัวใจ นอกจากนั้นยังเป็นบ่อเกิดแห่งมิตรภาพความประทับใจ นำมาซึ่งความ รักใคร่กลมเกลียว พร้อมจะช่วยเหลือเกื้อกูลกันในอนาคต เป็นการลงทุนน้อยแต่ได้ประโยชน์ มาก
            เมื่อมีผู้อื่นเข้ามาพบ ไม่ว่าจะต้อนรับดีหรือไม่ดี ก็ใช้เวลาเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่ประทับอยู่ในใจของผู้มาเยือน   ทั้งด้านบวกและลบจะคงอยู่ยาวนานหลายเดือนหลายปี บางครั้งคงอยู่ชั่วชีวิต การปฏิสันถารจึงเป็นเหมือนการพิพากษาตัวเองต่อหน้าผู้อื่น พระพุทธ ศาสนาจึงให้ความสำคัญถึงขั้นยกขึ้นเป็นหลักธรรมที่ต้องให้ความเคารพดังกล่าว