หมวดที่  7

หมวดงานวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย

7.1      บทนำ

7.2      ขอบเขต

7.3      มาตรฐาน และกฎข้อบังคับ

7.4      การติดตั้งท่อและอุปกรณ์ในระบบ

7.5      ระบบท่อยืนและสายส่งน้ำดับเพลิง(Standpipe and Hose System)

7.6      ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง (sprinkler system)

7.7      ระบบสายฉีดน้ำดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์

7.8      เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ (portable extihguisher)

7.9      เครื่องสูบน้ำดับเพลิง

7.10         การทดสอบระบบ

7.11         ระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับงานระบบป้องกันอัคคีภัย

7.12         การฝึกอบรม

 

หมวดที่  7

หมวดงานวิศวกรรมป้องกันอัคคีภัย

7.1      บทนำ

           รายละเอียดของรายการและข้อกำหนดในเอกสารนี้ จะใช้เมื่อในแบบรูป และรายการประกอบแบบก่อสร้างไม่มีข้อกำหนดเป็นอย่างอื่น หรืออาจใช้เพื่อประกอบ หรือขยายความเพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้น หากมีความขัดแย้งกับแบบแปลน และรายการประกอบแบบก่อสร้างให้ยึดถือตามแบบแปลน และรายการประกอบแบบก่อสร้างเป็นหลัก

7.2      ขอบเขต

           ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา ติดตั้ง และทดสอบเครื่องจักร เครื่องมือ ตลอดจนวัสดุ อุปกรณ์ทั้งหมดตามแบบและ       รายละเอียดของข้อกำหนดนี้ตลอดจนงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจไม่ได้แสดงไว้ แต่จำเป็นต้องทำเพื่อให้งานระบบป้องกันอัคคีภัยเสร็จเรียบร้อยจนใช้งานได้ตามหลักวิชาการและมาตรฐานต่างๆ เป็นที่ยอมรับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบเขตของงานประกอบด้วยระบบต่าง ๆ  ดังนี้

7.2.1            งานระบบป้องกันอัคคีภัย

7.2.2            งานระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับระบบป้องกันอัคคีภัย

7.2.3  งานทดสอบระบบ และการทำความสะอาด

7.3      มาตรฐาน และกฎข้อบังคับ

           ในการติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยให้บรรลุผลเรียบร้อยสมบูรณ์ ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและติดตั้ง ตามมาตรฐาน และกฎข้อบังคับต่าง ๆ  ฉบับล่าสุดที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

7.3.1  มาตรฐานการเดินท่อภายในอาคารของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย

7.3.2  มาตรฐานการป้องกันอัคคีภัยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย

7.3.3  สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)

7.3.4  วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)

7.3.5  กระทรวงหรือหน่วยงานอื่น ๆ  ที่เกี่ยวข้อง

7.3.6  American National Plumbling Code

7.3.7  The American Society of Plumbling Engineering (ASPE)

7.3.8  Factorty Mutual Engineering Corp. (FM)

7.3.9   National Fire Protection Association (NFPA)

7.3.10 Underwriter Laboratories Inc. (UL)

7.3.11 American National Standard Institute (ANSI)

7.3.12 British Standard (BS)

7.3.13 Japanese Standard (JIS)

7.3.14 Deutsche Industry Norm (DIN)

7.4      การติดตั้งท่อและอุปกรณ์ในระบบ

7.4.1  ข้อกำหนดทั่วไป

7.4.1.1  ติดตั้งเครื่องสูบน้ำดับเพลิง ระบบท่อน้ำดับเพลิง อุปกรณ์สายส่งน้ำดับเพลิง ระบบ      สปริงเกลอร์น้ำ และเครื่องดับเพลิงแบบมือถือ ตามแบบและข้อกำหนดจนสามารถใช้การได้สมบูรณ์ตามที่ต้องการ

7.4.1.2  ท่อน้ำดับเพลิง อุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ  และเครื่องสูบน้ำดับเพลิงจะต้องทาสี การทาสีท่อเหล็กจะต้องลงสีพื้นกันสนิม (Led Lead Primer) ก่อน  2  ชั้น ก่อนการทาสีจริง โดยจะต้องทำความสะอาดผิวเหล็กให้สะอาดก่อนการทาสี ท่อน้ำที่ฝังดินจะต้องทาเคลือบด้วย Soal-Tar Enamel แล้วใช้แผ่น Asbestos พันทับอีกชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นจึงทาสีเคลือบด้วยสารกันน้ำ

7.4.1.3  วาล์วทุกตัวต้องเป็นชนิดที่ออกแบบมาสำหรับใช้กับระบบป้องกันเพลิงไหม้ โดยได้รับการรับรองจาก UL   หรือ FM

7.4.1.4  มาตรฐานการติดตั้งระบบ จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานดังนี้ NFPA 10–Portable Extinguishers, NFPA  13–Sprinkler System, NFPA 14–Standpipe and Hose Systems, NFPA  20–Centrifugal Fire Pumps

7.4.1.5  ติดตั้งอุปกรณ์อื่น ๆ  เข้ากับท่อ อันได้แก่ ท่อระบายอากาศ ท่อน้ำทิ้ง ตามจำนวนที่จำเป็น และตามต้องการ

7.4.1.6  แบบระบบป้องกันอัคคีภัยเป็นเพียง Diagram แสดงให้เห็นแนวทางเดินท่อน้ำ ส่วนการติดตั้งจริงผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบแบบสถาปนิก โครงสร้าง ระบบปรับอากาศ ระบบประปา ระบบสุขาภิบาล และระบบงานอื่น ๆ 

7.4.1.7  การติดตั้งท่อน้ำจะต้องเป็นไปโดยถูกต้อง โดยการวัดขนาดความยาวแท้จริง ณ สถานที่ติดตั้ง การติดตั้งต้องไม่ก่อให้เกิดแรงกดดันกับระบบท่อ ต้องอยู่ห่างจากประตูหน้าต่าง และช่องเปิดอื่น ๆ 

7.4.1.8  การติดตั้งท่อน้ำ จะต้องปล่อยให้มีการยืดและหดตัวโดยไม่เกิดความเสียหายต่อข้อต่อต่างๆ 

7.4.1.9  ท่อน้ำในแนวดิ่งจะต้องยึดให้ขนานกับแนวผนังหรือเสาและต้องเป็นแนวตรง ผงตะใบ ฝุ่นต่างๆ ต้องกวาดออกจากภายในท่อ ผิวนอกท่อเหล็กกล้าดำต้องทาสีกันสนิมอย่างน้อย      2 ชั้น

7.4.1.10 ท่อน้ำต้องติดตั้งให้มีแนวเอียงเพียงพอแก่การระบายน้ำทิ้ง หรือระบายอากาศออก

7.4.1.11 ปลายเปิดของท่อหรืออุปกรณ์ จะต้องปิดเพื่อป้องกันฝุ่น ผง เศษผง เข้าไปอยู่ภายในท่อ เพื่อความสะดวกในการซ่อมบำรุง ซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงในระบบท่อ  ต้องมียูเนียนหรือหน้าแปลนเท่าที่ปรากฎในแบบ ระหว่างข้อต่อเข้าอุปกรณ์ หรือเท่าที่จำเป็นอื่น ๆ 

7.4.1.12 แนวท่อต้องจัดให้สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย เพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษา ซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์

7.4.1.13 ใช้ข้อต่อที่ได้ขนาดมาตรฐานในการต่อท่อที่เปลี่ยนแปลงแนวทางเดิน เปลี่ยนขนาดหรือมีข้อแยก

7.4.1.14 ติดตั้งวาล์ว ให้ก้านวาล์วอยู่ตำแหน่งในแนวดิ่งมากที่สุด

7.4.1.15 หลังจากต่อท่อแบบขันเกลียวหรือเชื่อม ร่องเกลียวส่วนที่เหลือโผล่ออกมา และรอยเชื่อมต่อทุกแห่งจะต้องใช้แปรงลวดขัดแล้วทาสีกันสนิม Zinc Chromate

7.4.2  ที่แขวนและรองรับท่อ

7.4.2.1  ต้องเป็นชนิดที่ปรากฎในแบบทำด้วยเหล็กอาบสังกะสีสำหรับบริเวณทั่วไป และทำด้วย STAINLESS STEEL สำหรับท่อที่ฝังดินหรือเดินใน TRANCH และต้องใช้ทุกระยะ 10 ฟุตของท่อ หรือช่วงที่ท่อหักเปลี่ยนทิศทาง ต้องมีที่แขวนและรองรับท่อไม่เกิน 24 นิ้ว จากช่วงหักเลี้ยว

7.4.2.2  ที่แขวนท่อและหนุนท่อ ต้องสามารถปรับระยะสูงต่ำในแนวดิ่งได้ไม่ต่ำกว่า  2  นิ้ว

7.4.2.3   ANCHOR รองรับท่อในแนวดิ่งที่แสดงในแบบและเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกัน UNDER STRAIN จะต้องเป็น HEAVY FORGED หรือ WELDED CONSTRUCTION แยกต่างหากจาก SUPPORT

7.4.2.4   anchor สำหรับรองรับท่อในแนวนอนเพื่อป้องกัน strain จาก offsets ต้องเป็น forged wrought iron clamped ยึดอย่างแน่นหนา

7.4.2.5  การรองรับท่อเมนในแนวดิ่ง ตรงข้องอต้องเป็นไปตามที่แสดงในแบบ

7.4.2.6  ห้ามใช้ที่รองรับท่อชนิดอื่น ๆ เช่น ลวด เชือก ไม้ โซ่ ซึ่งไม่ได้ระบุไว้มาใช้รองรับท่อ

7.4.2.7  ผู้ติดตั้งต้องรับผิดชอบในการจัดหา วาง concrete insert และ anchor rod และทำงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างอื่น ๆ  ที่จำเป็นสำหรับการติดตั้งที่รับท่อต่าง ๆ 

7.4.2.8  ท่อน้ำที่วิ่งขนานกันหรือใกล้เคียงกันกับท่อชนิดอื่น ๆ ผู้ติดตั้งจะต้องแสดงถึงตำแหน่ง ระดับของท่อต่าง ๆ  ก่อนการติดตั้งท่อและที่รองรับจริง

7.4.2.9  ที่แขวนและรองรับท่อ จะมีขนาดและรายละเอียดดังที่ระบุไว้ในแบบ แต่ผู้ทำการติดตั้งจะต้องรับผิดชอบในการเพิ่มขนาดเหล็กแขวนท่อ และความหนาของเหล็กเพื่อให้เหมาะสมกับน้ำหนักของท่อในส่วนที่จำเป็น

7.4.2.10 ต้องทาสีกันสนิม red lead primer หนึ่งชั้น และทาสีทับหน้าอีกชั้นหนึ่ง (one primer coat)

7.4.3  ท่อสวมลอด (pipe sleeve)

7.4.3.1  ท่อสวมลอด ต้องฝังไว้ในบริเวณที่ท่อน้ำเดินผ่านผนัง คาน หรือพื้นคอนกรีต

7.4.3.2  ท่อสวมลอดจะต้องกว้างกว่าขนาดของท่อที่ลอดอย่างน้อย  1  นิ้ว และต้องยาวตลอดช่วงที่ผ่านทะลุโครงสร้างนั้น ท่อก่อนฝังต้องทาสีกันสนิมอย่างน้อย  2  ชั้น

7.4.3.3  ในกรณีที่ท่อทะลุผ่านพื้น ท่อสวมลอดจะต้องทะลุสูงขึ้นไปบนพื้น เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าไปในช่องท่อ และต้องอุดวัสดุกันน้ำรอบท่อลอดนี้

7.4.3.4  รอบช่องว่างระหว่างท่อน้ำดับเพลิงกับท่อสวมลอด ต้องอุดด้วยวัสดุซึ่งสามารถกันไฟได้อย่างน้อย  2  ชม.

7.4.3.5  ในกรณีที่ท่อลอดผ่านผนัง พื้น เพดาน ซึ่งปรากฎแก่สายตา จะต้องปิดช่องทั้งสองด้านของผนัง พื้น เพดาน ด้วยแผ่นอลูมิเนียมหนา  1.2  มม. โดยยึดด้วยเซ็ทสกูร

7.4.4  การต่อท่อ(Pipe Joint)

7.4.4.1  การต่อแบบเชื่อม (Welded Join)

(1)    สำหรับท่อเหล็กดำ ให้ใช้การเชื่อมรอยต่อทุกแห่ง ยกเว้นส่วนที่เป็นยูเนี่ยนหรือหน้าแปลน ซึ่งเตรียมไว้สำหรับการถอดออกได้

(2)    ท่อขนาดใหญ่ที่จะนำมาเชื่อม ต้องลบปลายให้เป็นมุมประมาณ  35-40  องศา โดยการกลึงก่อนการลบปลาย อาจใช้หัวเชื่อมตัด แต่ต้องใช้ฆ้อนเคาะอ๊อกไซด์ และสะเก็ดโลหะออกพร้อมทั้งตะไห้เรียบร้อยก่อนการเชื่อม

(3)    การเชื่อมข้อต่อท่อจะต้องเชื่อมแบบ Butt Welding โดยมีมาตรฐานและน้ำหนักท่อตามมาตรฐาน ASA, B 16.9 และตาม ASTM A-234

 (4)    การเชื่อมท่อต้องเป็นไปอย่างสม่ำเสมอทั้งท่อ ให้โลหะที่นำมาเชื่อมละลายเข้าหากันได้อย่างทั่วถึง

(5)    ก่อนการเชื่อมต้องทำความสะอาดส่วนปลายที่จะนำมาเชื่อม ตั้งปลายท่อที่จะนำมาเชื่อมให้เป็นแนวตรง เว้นช่องว่างระหว่างท่อที่นำมาเชื่อมเพื่อป้องกันการปิดระหว่างการเชื่อม

(6)    ห้ามใช้ข้องอที่เชื่อมขึ้นมาเองในงาน

(7)    การปฏิบัติงานเชื่อมต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ ASA

7.4.4.2  การต่อแบบหน้าแปลน (Franges)

(1)    วาล์วที่ใช้กับท่อขนาด  2 ½  นิ้วขึ้นไป ให้ใช้การต่อกับท่อด้วยหน้าแปลนยกเว้น Hose Gate Valve ให้ต่อด้วยเกลียว

(2)    การยึดจับหน้าแปลนของท่อสองท่อต้องขนานกันและอยู่ในแนวเดียวกัน หน้าแปลนทั้งสองต้องยึดจับแน่นด้วย Bolt  ยึด

(3)    หน้าแปลนและยูเนียน จะต้องมีหน้าราบเรียบ ไม่คดเอียง มีประเก็นยางสังเคราะห์หนา  1/16 นิ้วหรือประเก็นแอสเบสทอส (ใช้กับท่อนอกอาคาร) สวมสอดอยู่

(4)    BOLT ที่ใช้ยึดจับหน้าแปลนขันเกลียวร่วมกับ NUT เมื่อขันเกลียวต่อแล้วต้องโผล่เกลียวออกมาจาก NUT ไม่เกิน  ¼  ของเส้นผ่าศูนย์กลางของ BOLT, BOLT & NUT ที่ใช้จะต้องทำด้วยวัสดุเหล็กผสมนิเกิล หรือโลหะที่ไม่เป็นสนิมโดยง่าย

7.5      ระบบท่อยืนและสายส่งน้ำดับเพลิง(Standpipe and Hose System)

7.5.1  ท่อน้ำดับเพลิง

วัสดุสำหรับท่อน้ำดับเพลิงให้ใช้ท่อเหล็กดำชนิดมีตะเข็บ (Black Steel Pipe) SCH. 40  ตามมาตรฐาน ASTM  A-53, Grade  B  (ERW) ส่วนท่อระบายน้ำทิ้งให้ใช้ท่อเหล็กอาบสังกะสี (Galvanized Steel Pipe) ตามมาตรฐาน มอก. 277-2521  ประเภท  2

7.5.2  วาล์ว (Valves)

7.5.2.1  วาล์วในระบบดับเพลิง จะต้องเป็นวาล์วที่ได้รับการรับรองให้ใช้สำหรับระบบดับเพลิงเท่านั้น และ/หรือได้รับการรับรองจาก UL หรือ  FM

7.5.2.2  วาล์วทั้งหมดในระบบจะต้องสามารถทนแรงดันขณะใช้งาน (Working Pressure) ได้ไม่น้อยกว่า  175  psi  หรือตามที่กำหนดในแบบ

7.5.2.3   Gate Valve  สำหรับขนาด  ½  นิ้ว ถึง  2  นิ้ว ทำด้วย Bronze ชนิด Outside Screw and Yoke (O.S. & Y) ยึดข้อต่อโดยใช้เกลียว สำหรับขนาด  2 ½  นิ้ว และใหญ่กว่า  ทำด้วย Cast-Iron  หรือ Steel ชนิดมีหน้าแปลน และเป็นแบบ Outside Screw and Yoke (O.S. & Y)

7.5.2.4  Check Valves  แบบ  Swing Type Check Valve ยกเว้น Check Valve ที่ใช้กับ Jockey Pump ให้ใช้ Silence Check Valve รายละเอียดทั่วไปเหมือนกับ Gate Valve

7.5.2.5  Adjustable Pressure Restricting Valves  ขนาด  1 ½  นิ้ว ถึง 2 ½ นิ้วสำหรับปรับความดันน้ำกรณีความดันเกิน 100  psi  ให้คงอยู่ที่  65  psi  เมื่อมีการไหลของน้ำ ตัววาล์วทำด้วยทองเหลือง ต่อกับท่อโดยใช้เกลียว Orifice  เป็นแบบ Sigment Control สามารถปรับได้และล็อคได้

7.5.2.6  Butterfly Valves สำหรับใช้กับท่อขนาด  4  นิ้วขึ้นไป และใหญ่กว่าตามที่แสดงในแบบ ตัววาล์วทำด้วย Gray Cast-Iron ส่วน

7.5.3  ที่ระบายลมและน้ำทิ้ง (Air Vents and Drain)

7.5.3.1   ในระบบท่อน้ำต้องมีที่ระบายลม เพื่อเปิดให้อากาศหรือก๊าซอื่น ๆ  ที่มีอยูในท่อหนีออกจากท่อได้ในขณะเติมน้ำ

7.5.3.2  ต้องมีที่ระบายลมอัตโนมัติ (Automatic Air Vent) ติดตั้งที่จุดสูงสุดของท่อน้ำในแนวดิ่ง และทุกตัวต้องมีวาล์วปิดที่ทางด้านลมเข้า และมีท่อน้ำทิ้งต่อไปยังท่อน้ำทิ้งรวม

7.5.3.3  ต้องมีปลั๊กอุดขนาดไม่เล็กกว่า  ½  นิ้ว หรือตามที่ระบุไว้ในแบบ อยู่ที่จุดต่ำสุดของระบบท่อน้ำทุกท่อ เพื่อใช้ในการระบายน้ำทิ้งออกจากระบบ

7.5.4  เกจ์วัดความดัน (Pressure Gauge)

เป็นแบบ Bourdon สำหรับวัดความดันของน้ำ ทำด้วย Stainless Steel หน้าปัทม์กลมเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า  4  นิ้ว มีสเกลบนหน้าปัทม์อยู่ในช่วง  0 – 150  ของความดันใช้งานปกติ วัดค่าได้เที่ยงตรงแน่นอน คลาดเคลื่อนไม่เกิน  1  %  เกจ์วัดความดันแต่ละชุดจะต้องมี Shut – Off Needle Valve และ Snubber Connector ความดันใช้งานต้องไม่น้อยกว่าความดันสูงสุดที่ปรากฏบนสเกลหน้าปัทม์

7.6      ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง (sprinkler system)

7.6.1  ข้อกำหนดทั่วไป

7.6.1.1  ติดตั้งระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิงอัตโนมัติตามแบบรายละเอียด และข้อกำหนดจนสามารถใช้การได้สมบูรณ์ตามที่ต้องการ

7.6.1.2  มาตรฐานการติดตั้งระบบ จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานของ nfpa 13-standard for the installation of sprinkler system

7.6.1.3  การติดตั้งท่อน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ  มีรายละเอียดเช่นเดียวกับการติดตั้งระบบท่อยืน และสายส่งน้ำดับเพลิง

7.6.1.4  อุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง ต้องเป็นของใหม่จากโรงงานผู้ผลิตเดียวกันทั้งหมด และได้รับการรับรองจาก ul หรือ fm

7.6.2  หัวกระจายน้ำ (sprinkler head)

7.6.2.1  เป็นชนิดหัวทองเหลืองชุบโครเมียมที่ระบุให้ใช้ในแบบรายละเอียดและข้อกำหนด

7.6.2.2  อุณหภูมิทำงานของหัวกระจายน้ำ ตามที่ระบุในแบบให้ใช้แบบทนแรงดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า  175  psi หรือตามที่กำหนดในแบบ

7.6.2.3  ชิ้นส่วนของหัวกระจายน้ำต้องสร้างขึ้นและประกอบกันตามมาตรฐาน และผ่านการรับรองจาก ul และ/หรือ fm ซึ่งประกอบด้วยส่วนสำคัญ เช่น แผ่นหักเหทิศทางน้ำ (deflector) กระเปาะแก้วบรรจุสี (frangible bulb) แสดงอุณหภูมิทำงาน orifice, valve, frame or yoke, ตัวเรือน (body)

7.6.2.4  หัวกระจายน้ำจะต้องมีตัวเลขแสดงอุณหภูมิการทำงานของกระเปาะแก้ว (temperature rating)  และจะต้องมีตัวเลขบอกปีที่ผลิตพิมพ์ติดไว้ที่ frame หรือตัวเรือนอีกด้วย

7.6.3  หัวสปริงเกอร์น้ำสำรอง

ผู้รับจ้างจะต้องจัดหาหัวสปริงเกอร์น้ำสำรอง ซึ่งมีขนาดอุณหภูมิการทำงาน และคุณสมบัติอื่น เช่นเดียวกับที่ติดตั้งในระบบพร้อมกับตู้บรรจุ และประแจพิเศษสำหรับใช้ในการถอด และติดตั้ง หัวสปริงเกอร์สำรองจะต้องมีจำนวนตามชนิดของหัวสปริงเกอร์ตามมาตรฐาน nfpa  

7.6.3.1  การติดตั้งท่อน้ำในระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง

(1)    การติดตั้งท่อน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ  มีรายละเอียดเช่นเดียวกับการติดตั้งระบบท่อน้ำดับเพลิงสายส่งน้ำดับเพลิง

(2)    การแขวนท่อและรองรับท่อสำหรับท่อในแนวขวาง (cross main) แขวนท่อทุก  ช่วงของท่อแยก (branch line)

ก. ระยะแขวนบนท่อแยก (branch line) ระหว่างศูนย์กลางของหัวฉีดน้ำแบบหัวหงายกับที่แขวนท่อจะต้องไม่น้อยกว่า  3  นิ้ว

ข. ความยาวของท่อแยกจากจุดที่แขวนท่อน้ำอันสุดท้ายของท่อแยก จะต้องไม่มากกว่า  35  นิ้ว สำหรับท่อแยกขนาด  1  นิ้ว หรือ  48  นิ้ว สำหรับท่อแยกขนาด 1 ¼  นิ้ว ในกรณีที่มีความยาวเกินกว่านี้จะต้องเพิ่มที่แขวน-รองรับท่อที่ปลายของท่อแยกด้วย

(3)    ความลาดเอียงของท่อแยก ท่อขวาง และ feed main

ก. การแขวนท่อน้ำในระบบฉีดน้ำโดยอัตโนมัติ จะต้องมีความลาดเอียงเพียงพอเพื่อระบายน้ำในระบบทิ้ง

ข. ความลาดเอียงของท่อแยก (branch line) ไปยังท่อขวาง (cross man) จะต้องไม่น้อยกว่า  1; 250  และไม่น้อยกว่า 1: 500  สำหรับท่อแยกช่วงสั้น ๆ 

ค. ความลาดเอียงของท่อขวาง (cross main) และความลาดเอียงของท่อ feed main ไปยังท่อ riser  จะต้องไม่น้อยกว่า  1: 500 

7.6.3.2  ระบบวาล์วสัญญาณ (wet type alarm valve)

(1)    ทั่วไป

ก. เป็นวาล์วควบคุมการเปิดน้ำเข้าระบบท่อยืนและสายส่งน้ำดับเพลิง

ข. วาล์วจะเป็นแบบติดตั้งในแนวดิ่ง หรือแนวนอนตามที่ระบุในแบบ ตัวเรือน (body) เป็นเหล็กหล่อ และมีลิ้นวาล์ว (clapper) เป็นทองเหลือง ที่ตัวเรือนจะต้องมีฝาปิดเปิด (handhole cover) ยึดติดกับตัวเรือนด้วย nut โดยมีซีลยางกันรั่วรองรับอยู่เพื่อใช้เปิดทำความสะอาดภายใน

ค. รายละเอียดการติดตั้ง alarm valve ร่วมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ  เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์ตามในแบบรายละเอียด  วาล์วจะต้องทนแรงดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า  175  psi  หรือตามที่กำหนดในแบบ

(2)    ระฆังน้ำ (water motor gong)

ก. จะต้องติดตั้งตามตำแหน่งที่ปรากฏในแบบ

ข. ระฆังน้ำจะต้องทำงานทันทีเมื่อวาล์วเปิด และน้ำไหลเข้าสู่ระบบท่อดับเพลิง

ค. ท่อระบายน้ำทิ้งเมื่อผ่านเข้าระฆังน้ำแล้ว จะต้องต่อท่อระบายน้ำทิ้งออกไปยังท่อระบายน้ำรวมของระบบ

7.6.4   supervisory switch

ผู้รับจ้างจะต้องติดตั้ง supervisory switch ไว้ที่ main valve ของระบบดับเพลิงทุกตัวเพื่อส่งสัญญานแสดงสถานะการปิดเปิดวาล์วไปที่ตู้ควบคุมระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงใหม้ โดยจะต้องเลือกใช้ให้ตรงกับชนิดของวาล์วที่ติดตั้ง ตัวเรือนครอบทำด้วย cast aluminium สกรุที่ยึดตัวเรือนเป็นชนิดพิเศษซึ่งต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะมาขันส่วนฐานทำด้วยโลหะเคลือบสารกันการกัดกร่อน ข้อต่อเป็นชนิด  ½  นิ้ว npt  ก้านวัด (trip rod) เป็นแบบปรับได้ มี contacts ชนิด s.p.d.t.  2  ชุด โดยมี contract rating =  2  amps ที่ 24  v.d.c. อุปกรณ์จะต้องได้รับการรับรองจาก  ul  และ/หรือ fm

7.6.5   flow switch

เป็นแบบ vane type waterflow with retard สามารถตรวจจับอัตราไหลของน้ำในท่อได้ ที่อัตราการไหลต่ำกว่า  10  gpm  ขึ้นไป โดยมีอุปกรณ์หน่วงเวลา (retard) ซึ่งสามารถตั้งปรับเวลาได้ สามารถทนแรงดันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า  250  psi  ตัวเรือนทำด้วย cast aluminium ยึดด้วยสกรูชนิดพิเศษซึ่งต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะมาขันมี contract rating =  2  amps ที่ 24  v.d.c. อุปกรณ์จะต้องได้รับการรับรองจาก  ul  และ/หรือ fm

7.7      ระบบสายฉีดน้ำดับเพลิงพร้อมอุปกรณ์

7.7.1  ตู้เก็บสายส่งน้ำดับเพลิง

เป็นตู้เหล็ก มีรูปร่าง ขนาด ตามแบบและพอเหมาะสมที่จะบรรจุสายส่งน้ำ เหล็กประกอบตู้จะต้องมีความหนาไม่ต่ำกว่า  16  awg  ประตูตู้จะต้องสามารถเปิดได้  180  องศา  การติดตั้งตู้จะต้องตั้งลอย ฝัง หรือตั้งพื้นตามที่ระบุไว้ในแบบ\

 

7.7.2  อุปกรณ์ประกอบตู้อื่น ๆ  มีดังนี้

7.7.2.1  ที่ล็อคประตูพร้อมมือจับ

7.7.2.2  บานพับประตูแบบซ่อนใน

7.7.2.3  ซ่องสำหรับให้ท่อน้ำเข้า ตู้มีขนาดพอเหมาะและมีโอริงโดยรอบช่อง

7.7.2.4  ตัวหนังสือแสดงชื่อและเลขที่กล่องอย่างชัดเจนและถาวร

7.7.2.5  ตู้ที่ติดตั้งด้านข้าง pressurizing duct ให้ทำการ  seal  รอยต่อรอยรั่วต่าง ๆ  ด้วยวัสดุที่สามารถทนต่อเพลิงใหม้ได้อย่างน้อย  2  ชม.

7.7.3  สายส่งน้ำดับเพลิง กรณีใช้ชนิดม้วน (fire hose reel)

เป็นสายสีแดงขนาดไม่ต่ำกว่า  1  นิ้ว ยาว  100  ฟุต เสริมให้แข็งแรงด้วยโครงสร้างเส้นใยถัก ทำให้ใม่หักงอเป็นชนิด  recessed swing type  ได้  180  องศาจากตัวตู้ ทนความดันทดสอบได้ไม่ต่ำกว่า  300  psi  ผลิตตามมาตรฐาน  en 694  อุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ  มีดังนี้

7.7.3.1  หัวฉีดน้ำพลาสติก jet/ spray/ shut-off nozzle

7.7.3.2  วาล์วควบคุมแบบอัตโนมัติทำจากโลหะผสมที่แข็งแรง เมื่อดึงสายจากขดม้วนสายน้ำไหลมายังหัวฉีดได้โดยอัตโนมัติ

7.7.3.3  ขดม้วนสายทำจากแผ่นเหล็กขึ้นรูปพ่นสีแดงเช่นเดียวกับตู้เก็บสายส่งน้ำดับเพลิง ที่กลางขอทำด้วยโลหะหล่อไม่เป็นสนิม มีสลัก (BOLT) ยึดกับผนัง

7.7.4  สายส่งน้ำดับเพลิง กรณีใช้ชนิดสายพับ (fire hose rack)

7.7.4.1  เป็นสายที่ถักจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์สีขาว อยู่บนแผ่นยางสังเคราะห์ (synthetic rubber lined) ขนาด  1 ½  นิ้ว ยาว  100  ฟุต ทนแรงดันแตกระเบิดได้ไม่ต่ำกว่า  500  psi  และทนแรงดันขณะใช้งานได้ไม่ต่ำกว่า  250  Psi

7.7.4.2  หัวฉีดน้ำสำหรับสายฉีดน้ำดับเพลิงขนาด  1 ½  นิ้ว เป็นแบบ jet/ fog spray nozzle ทำด้วยโลหะทองเหลืองชุบโครเมียม  สามารถปรับลักษณของน้ำเป็นฝอย หรือเป็นลำได้ตามต้องการ

7.7.4.3  หัวฉีดสำหรับสายฉีดน้ำดับเพลิงขนาด 2 ½  นิ้ว เป็นแบบ straight stream nozzle  ทำด้วยโลหะทองเหลืองชุบโครเมี่ยม

7.7.5  หัวรับน้ำสำหรับตำรวจดับเพลิง (fire department connection)

7.7.5.1  เป็นหัวรับน้ำที่มีลิ้นกันกลับ (check valve) พร้อมกันอยู่ในตัว และมีฝาครอบชุบโครเมียมพร้อมโซ่คล้องครบชุดและข้อต่อสวมเร็ว

7.7.5.2  หัวรับน้ำจะต้องทำจากวัสดุอลูมิเนียมผสมทองเหลืองหรือวัสดุอื่น ๆ  ชุบโครเมียมที่มีความคงทนแข็งแรง สามารถทนแรงดันขณะใช้งาน ได้ไม่น้อยกว่า  175  psi

7.7.5.3  หัวรับน้ำดับเพลิงทุกชุดจะต้องมีวาล์วกันกลับ (check valve) ติดต่างหากในเส้นท่อด้วยทุกชุด พร้อมบ่อ คสล. กรณีติดตั้งใต้ดิน

7.7.5.4  จะต้องมีป้ายทำด้วยแผ่นทองเหลือง ขนาดไม่เล็กกว่า  0.25 x 0.5 ม. กัดเป็นตัวอักษรแสดงข้อความว่า “ หัวรับน้ำดับเพลิง สำหรับต่อเชื่อมเข้าระบบสปริงเกลอร์”  และ “ หัวรับน้ำดับเพลิงสำหรับต่อเชื่อมเข้าถังเก็บน้ำดับเพลิง “  ให้ถูกต้องตามการใช้งาน

7.8      เครื่องดับเพลิงแบบมือถือ (portable extihguisher)

7.8.1  เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมี a-b-c

7.8.1.1  เป็นเครื่องมือดับเพลิงชนิดผงเคมีสำหรับดับเพลิงได้  3  ประเภท a-b-c ขนาด  10  ปอนด์ ถัวถังทำจากเหล็กกล้าพ่นสี และมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด dot (department of transportation) สามารถทนความดันทดสอบได้ไม่ต่ำกว่า  400  psi  ความดันสำหรับใช้ขับผงเคมีให้ใช้ความดันจากแก๊ส โดยประมาณ  190  psi  อุปกรณ์ชุดสายฉีดน้ำ หัวฉีด วาล์ว จะต้องทนแรงดันได้ไม่ต่ำกว่า  1.5  เท่าของแรงดันแก๊สปกติ

7.8.1.2  ผงเคมีที่ใช้ เป็นสารประเภทโมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต ผสมสารพิเศษเพื่อป้องกันการจับตัวเป็นก้อนได้ง่าย มีจุดประสงค์เพื่อใช้บรรจุในเครื่องดับเพลิงเคมีโดยเฉพาะ และมีประสิทธิภาพในการดับเพลิงสูง จะต้องมีความสามารถในการดับเพลิงได้เทียบเท่ากับค่า tis rating  6 a : 10 b

7.8.2  เครื่องดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์

เป็นเครื่องมือดับเพลิงขนาด  10  ปอนด์ ใช้สำหรับดับเพลิงในห้องเครื่องไฟฟ้า และบริเวณต่าง ๆ  ตามที่กำหนด มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด dot (department of transportation) สามารถทนความดันทดสอบได้ไม่ต่ำกว่า  300  psi  มีความสามารถในการดับเพลิงไม่ต่ำกว่าค่า ul listed ratihg  5  bc 

7.9      เครื่องสูบน้ำดับเพลิง

7.9.1  รายละเอียดโดยทั่วไป

7.9.1.1  เครื่องสูน้ำจะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐาน  nfpa-20  standard for the installation of centrifugal fire pump และได้รับการรับรองจาก ul  และ/หรือ fm

7.9.1.2  เครื่องสูบน้ำจะต้องเป็นชนิด vertical turbine หรือ horizontral split case centrifugal ที่มีสมรรถนะไม่ต่ำกว่าที่ระบุไว้ในแบบ และรายการ โดยต้องมีประสิทธิภาพในการทำงานไม่ต่ำกว่า  70  % เครื่องสูบน้ำจะต้องสามารถส่งน้ำได้  150  % ของปริมาณน้ำที่กำหนด โดยมีความดันไม่ต่ำกว่า  65  % ของความดันที่กำหนด และความดันเมื่อวาล์วทางด้านน้ำส่งปิดจะต้องไม่เกิน  120  %  ของความดันที่กำหนด

7.9.1.3  การขับเคลื่อนเครื่องสูบน้ำ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า หรือเครื่องยนต์ดีเซลตามที่ระบุในแบบ

7.9.1.4  เครื่องสูบน้ำรักษาความดันพร้อมมอเตอร์ โดยมีสมรรถนะตามที่ระบุในแบบ

7.9.1.5  แผงควบคุมเครื่องสูบน้ำดับเพลิง และเครื่องสูบน้ำรักษาแรงดันจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน  nfpa-20  ที่ประกอบอุปกรณ์ และเดินสายไฟเสร็จเรียบร้อยมาจากโรงงานผู้ผลิต และได้รับการรับรองจาก  ul  หรือ  fm

7.9.2  อุปกรณ์ประกอบระบบเครื่องสูบน้ำดับเพลิง

ให้จัดหาและติดตั้งอุปกรณ์ประกอบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงตามที่ระบุและกำหนดขนาดในแบบดังนี้

7.9.2.1 eccentric suction reducer

7.9.2.2 concentric discharge increaser and/or discharge tee

7.9.2.3 automatic air release valve

7.9.2.4 circulation releef valve

7.9.2.5 main relief valve (ul listed and/or fm aproved)

7.9.2.6 Flow meter (175% of rated fire pump capacity) fm approved

7.9.2.7 suction pressure gauge

7.9.2.8 discharge pressure gauge

7.10    การทดสอบระบบ

7.10.1 ทั่วไป

ให้ทดสอบระบบท่อด้วยกำลังดันของน้ำในระหว่างการติดตั้ง และภายหลังการติดตั้ง รวมถึงการล้างท่อน้ำภายหลังการติดตั้งด้วยเครื่องสูบน้ำ

7.10.2 การทดสอบระบบท่อน้ำ

ระบบท่อที่ติดตั้งเสร็จแล้ว จะต้องได้รับการทดสอบด้วยแรงดันของน้ำ โดยอัดน้ำเข้าไปในระบบท่อน้ำทั้งหมดด้วยความดันไม่น้อยกว่า  250  psi เป็นเวลา  2  ชม. โดยจะต้องไม่มีการรั่วของน้ำปรากฏให้เห็น

7.10.3 การทดสอบการทำงานเครื่องสูบน้ำ

ให้ทดสอบการทำงาน และสมรรถนะของเครื่องสูบน้ำดับเพลิง และเครื่องสูบน้ำรักษาแรงดันโดยให้เดินเครื่องเป็นเวลา  1  ชม. ติดต่อกันหลังจากนั้นให้ตรวจสอบการทำงานของเครื่องสูบน้ำ ณ จุดทำงานต่าง ๆ  กัน โดยให้วัดปริมาณการไหล และแรงดันที่จุดต่าง ๆ  บันทึกผลที่ได้เพื่อเทียบกับ performance curve ที่ทดสอบมาจากโรงงานผู้ผลิต

7.10.4 การล้างท่อน้ำ

7.10.4.1 ให้ล้างระบบท่อน้ำที่ติดตั้งเสร็จเป็นส่วน ๆ  โดยกำหนดให้มีอัตราการไหลของน้ำตามขนาดท่อตามที่ระบุ

7.10.4.2 อัตราการไหลของน้ำในการล้างท่อตามขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางต่าง ๆ

       ขนาดท่อ (นิ้ว)                           อัตราการไหลของน้ำ(gpm)

            4                                     400

            6                                     750

            8                                     1,000

7.10.4.3 ท่อส่วนที่อยู่ระหว่างหัวรับน้ำพนักงานดับเพลิงและเช็ควาล์ว หลังจากการติดตั้ง จะต้องได้รับการล้างท่อด้วยปริมาณน้ำที่กำหนดก่อนติดตั้งหัวน้ำเข้ากับระบบท่อ

7.11    ระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับงานระบบป้องกันอัคคีภัย

 7.11.1          ขอบเขตงาน

ผู้รับจ้างต้องติดตั้งงานระบบไฟฟ้า แผงสวิตซ์ควบคุมการทำงานของเครื่องจักร และอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ  ในระบบป้องกันอัคคีภัย พร้อมทั้งเดินท่อร้อยสายไฟไปยังเครื่องจักรอุปกรณ์ต่าง ๆ  ทั้งภายในและภายนอกอาคารให้ได้ตามมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตามที่ระบุไว้ในแบบและรายการ เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้วจะต้องทดสอบการทำงานของระบบอัตโนมัติให้เป็นไปตามแบบและข้อกำหนด และให้ใช้งานได้ดี

7.11.2 มาตรฐานการติดตั้ง

7.11.2.1 วัสดุและอุปกรณ์ใช้งานต่างๆ เช่น มอเตอร์สตาร์ทเตอร์ สวิตซ์ตัดตอนต่างๆ มาตรวัด ฯลฯ ให้ใช้มาตรฐานเดียวกับงานระบบไฟฟ้าของอาคาร

7.11.2.2 หากแบบรูป และรายการละเอียดมิได้ระบุไว้ ตู้แผงสวิตซ์ ต้องทำด้วยเหล็กแผ่นหนาไม่น้อยกว่า 2.0 มม. พ่นสีรองพื้นกันสนิม 2 ชั้น แล้วพ่นสีทับหน้าให้เรียบร้อย ประตูหรือฝาปิดต้องมีขอบยางกันน้ำติดแนบสนิทกับตัวตู้ สวิตท์และอุปกรณ์ทุกตัวมีแผ่นป้ายบอกชื่ออย่างชัดเจน การเดินสายไฟในตู้ต้องจัดให้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีรหัสเลขหมายสายไฟควบคุม  ด้านในของฝามี Wiring Diagram แสดงรายละเอียดการเดินสายไฟด้วย โดยให้ใช้รายละเอียดต่าง ๆ  ของหมวดงานวิศวกรรมไฟฟ้า

7.11.2.3 ให้เดินท่อ IMC ร้อยสายไฟแบบ THW แกนเดียว 750 V, 75 C ตามมาตรฐาน มอก. 11-2528 ช่วงที่จะเข้าอุปกณ์และมอเตอร์ให้ใช้ Flexible Conduit ชนิดกันน้ำแบบโลหะต่อเป็นระยะไม่น้อยกว่า 50 ซม.

7.11.2.4 ระบบไฟฟ้า ให้มีระบบการเดินสายดิน ป้องกันการรั่วของกระแสไฟฟ้า

7.12     การฝึกอบรม   

ผู้รับจ้างจะต้องฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ควบคุม และบำรุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ  โดยผู้จัดจำหน่าย และหรือผู้ติดตั้งอุปกรณ์นั้น ๆ  ที่ผู้รับจ้างได้จัดซื้อมา ให้มีความรู้ ความสามารถในการใช้งาน และการบำรุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์ จนสามารถใช้งานด้วยตนเอง พร้อมทั้งคู่มือและเอกสารรายละเอียดของเครื่องจักร อุปกรณ์ จำนวน 4 ชุด มอบให้คณะกรรมการตรวจการจ้าง