|
[๑]
สุภมาณพ โตเทยยบุตร ได้เข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งประะทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี
และได้กราบทูลถามพระองค์ว่า เหตุใด มนุษย์ที่เกิดมาจึงแตกต่างกันไป คือ มีอายุสั้น มีอายุยืน มีโรคมาก มีโรคน้อย มีผิวพรรณทราม
มีผิวพรรณงาม มีศักดาน้อย มีศักดามาก มีโภคะน้อย มีโภคะมาก เกิดในสกุลต่ำ เกิดในสกุลสูง มีปัญญาทราม มีปัญญามาก ดังนี้
ที่มา: จูฬกัมมวิภังคสูตร ๑๔[๕๗๙-๕๘๐]๒๘๗
[๒]
พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบว่า
สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน
เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้แตกต่างกันไป
ส. ข้าพระองค์ไม่อาจเข้าใจความโดยย่อนั้นได้ ขอพระองค์ได้โปรดอธิบาย
ให้ข้าพระองค์ได้เข้าใจในรายละเอียดด้วยเถิด
ที่มา: จูฬกัมมวิภังคสูตร ๑๔[๕๘๑]๒๘๗
[๓]
พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายในรายละเอียดดังนี้
ผู้ฆ่าสัตว์ ผู้ไม่ฆ่าสัตว์ ผู้เบียดเบียนสัตว์ ผู้ไม่เบียดเบียนสัตว์ ผู้มักโกรธ
ผู้ไม่มักโกรธ ผู้มักริษยา ผู้ไม่มักริษยา ผู้ไม่ทำบุญให้ทาน ผู้ทำบุญให้ทาน ผู้ไม่สุภาพอ่อนน้อม
ผู้สุภาพอ่อนน้อม ผู้ไม่แสวงธรรมจากพระ ผู้แสวงธรรมจากพระ |
|
ตายแล้วตกนรก หรือชาตินี้มีอายุสั้น ตายแล้วขี้นสวรรค์ หรือชาตินี้มีอายุยืน
ตายแล้วตกนรก หรือชาตินี้มีโรคมาก ตายแล้วขี้นสวรรค์ หรือชาตินี้มีโรคน้อย ตายแล้วตกนรก หรือชาตินี้มีผิวพรรณทราม
ตายแล้วขี้นสวรรค์ หรือชาตินี้เป็นคนน่าเลื่อมใส(มีผิวงาม)
ตายแล้วตกนรก หรือชาตินี้มีศักดาน้อย ตายแล้วขี้นสวรรค์ หรือชาตินี้มีศักดามาก ตายแล้วตกนรก หรือชาตินี้มีโภคะ(โภคทรัพย์)น้อย
ตายแล้วขี้นสวรรค์ หรือชาตินี้มีโภคะ(โภคทรัพย์)มาก ตายแล้วตกนรก หรือชาตินี้เกิดในสกุลต่ำ
ตายแล้วขี้นสวรรค์ หรือชาตินี้เกิดในสกุลสูง ตายแล้วตกนรก หรือชาตินี้มีปัญญาน้อย ตายแล้วขี้นสวรรค์ หรือชาตินี้มีปัญญามาก
|
การปฏิบัติตนอย่างไร
ก็ย่อมนำไปสู่ผลของการปฏิบัติตนอย่างนั้น
ที่มา: จูฬกัมมวิภังคสูตร ๑๔[๕๘๒ - ๕๙๖]๒๘๘-๒๙๒
[๔]
ส. ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าพระองค์ขอถึงพระองค์ พระธรรม และภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ
ขอพระองค์โปรดทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ที่มา: จูฬกัมมวิภังคสูตร ๑๔[๕๙๗]๒๙๒
|