navyround11.gif (9368 bytes)


ประวัติความเป็นมา
ของ
กองทัพเรือ

ทะเล..จากแหล่งอาหาร..สู่การค้า..และสงคราม
                      มนุษย์ที่อยู่ใกล้ทะเล ได้ใช้ทะเล เป็นแหล่งอาหาร ให้กับตนเอง  มาตั้งแต่ ครั้งโบราณ และ ต่อมา ได้เรียนรู้ การใช้ท่อนไม้ การต่อแพ และ การสร้างเรือ เพื่อเคลื่อนที่ ออกจากฝั่ง ไปหาอาหาร เพิ่มเติม ในทะเล และ นำไปสู่ แผ่นดินใกล้ๆ จนเมื่อมนุษย์ มีความเจริญขึ้น รู้จักประดิษฐ์ คิดทำเรือ ที่สามารถ ทนคลื่นลม ออกไปสู่ มหาสมุทรได้ ระยะทางไกลๆ จึงทำให้  เกิดการติดต่อ แลกเปลี่ยน ค้าขาย กันขึ้น จากดินแดน ใกล้เคียง  ขยายออกไป ยังดินแดน ที่อยู่ห่างไกล มากขึ้น ในยุคต่อมา เมื่อ มนุษย์รู้จัก การตั้งหลักแหล่ง เป็นอาณาจักร รู้จัก การปกครอง บ้านเมือง การติดต่อ ค้าขาย ก็มีมากขึ้น การปรากฏตัว ของสินค้า ในการลำเลียง ขนส่งทางทะเล ทำให้เกิด การปล้นสดมภ์ สินค้า จากพวก โจรสลัด ซึ่ง เรือสินค้าเอง ไม่อยู่ในสภาพ ที่จะป้องกัน สินค้า ที่ขนมา กับเรือ โดยลูกเรือ ของตนได้ กลุ่มพ่อค้า จึงได้เริ่ม จัดตั้ง เรือบรรทุกทหารขึ้น เพื่อป้องกัน เรือสินค้า ในทะเล ของตน  รูปแบบ ของ เรือ ที่ใช้ในยุคนั้น จะมี ๒ แบบคือ เรือกลม ที่มีตัวเรือกว้าง สำหรับ บรรทุกสินค้า ขับเคลื่อน ด้วยใบ และ เรือยาว ซึ่งสร้างขึ้น เป็นพิเศษ สำหรับ ต่อสู้ ขับเคลื่อน ด้วยกำลัง ฝีพาย เรือทั้งสองแบบ ได้มี การพัฒนารูปแบบ และ ขนาด จนมี ขนาดใหญ่ เหมาะสม แก่การ ใช้งาน ในเวลานั้น
                      ความขัดแย้งกัน เนื่องมาจาก การค้า ผลประโยชน์ ลัทธิความเชื่อ ความต้องการ ขยาย ดินแดน และ การแผ่ขยาย อำนาจ ทำให้เกิด สงคราม การรบพุ่ง ระหว่าง เผ่าพันธุ์ จนนับครั้ง ไม่ถ้วน ผลจาก สงครามครูเสด (Crusades) อันยาวนาน ซึ่งเกิดขึ้น ประมาณ พ.ศ. ๑๖๓๘ ทำให้ ชาวยุโรป ที่เข้าไป ทำสงคราม ในดินแดน ฝั่งตะวันออก ของ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ได้รู้จักใช้ และ เห็นคุณค่า ของสินค้า ที่ตนเอง ไม่เคยรู้จัก มาก่อน ได้รู้รส ของน้ำตาล เครื่องเทศ เครื่องชูรส ต่างๆ ตลอดจน เครื่องหอม สีย้อมผ้า เครื่องแก้ว เครื่องปั้นดินเผา ยารักษาโรค ผ้าไหม ฯลฯ ความเคยชิน ทำให้เกิด ความต้องการ ใช้สินค้า เหล่านั้น หลังจาก กลับสู่ประเทศ ของตน และ เกิดการ หาหนทาง เอาสินค้า เหล่านั้น เข้าไปขาย ในประเทศ ในยุคนั้น ชาวอิตาเลียน ผูกขาด การซื้อขาย แลกเปลี่ยน สินค้า กับพ่อค้า ชาวมุสลิม จากตะวันออกกลาง โดยสามารถ ควบคุม เส้นทาง การลำเลียง สินค้า ๓ เส้นทาง คือ เส้นทางแรก เป็นเส้นทาง ทางบก ข้ามเอเซีย ไปเมืองท่า คอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) ในทะเลดำ เส้นทาง ที่สอง เป็นเส้นทาง ลำเลียง ทางบก ออกคาบสมุทรอียิปต์ ทางเมืองอเลกซานเดรีย (Alexandria) และ เส้นทาง ที่สาม เป็นการ ลำเลียง ทางทะเล ผ่าน มหาสมุทรอินเดีย สู่อ่าวเปอร์เซีย จากนั้น ลำเลียงทางบก ไปยัง เมืองท่า ทางฝั่งตะวันออก ของ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน การซื้อขาย แลกเปลี่ยน สินค้า จาก เอเซีย สู่ยุโรป ของ ชาวอิตาเลียน นี้ นำความมั่งคั่ง มาสู่ ชาวอิตาเลียน เป็นอันมาก ทำให้หลายเมืองในอิตาลีกลายเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างประเทศของยุโรป
                      จากความมั่งคั่ง ทางการค้า ที่ชาวอิตาเลียน ผูกขาดการค้า และ เส้นทาง ลำเลียง อยู่นี้เอง ทำให้ หลายประเทศ ในยุโรป อันได้แก่ โปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ และ อังกฤษ ต้องการให้ ประเทศ ของตน มั่งคั่ง และเป็น ศูนย์การค้าขาย ระหว่าง ประเทศแบบชาวอิตาเลียน บ้าง จึง ต่างมุ่งแสวงหา เส้นทาง ลำเลียง ขนส่งสินค้า สายใหม่ ของตน เพื่อ แสวงหา กำไร จากการค้า กับประเทศ แถบเอเซีย จนในที่สุด ชาวโปรตุเกส ก็สามารถ ค้นพบ เส้นทาง ลำเลียง ขนส่งทางน้ำ ทั้งสาย ที่เสียค่าใช้จ่าย ถูกกว่าเดิม ได้ใน พ.ศ. ๒๐๔๑ เส้นทาง ดังกล่าว เป็นเส้นทาง จากโปรตุเกส อ้อมแหลมกู๊ดโฮป (Good Hope) ไปสู่อินเดีย ทำให้ ชาวโปรตุเกส สามารถ ติดต่อ ค้าขาย กับประเทศ คู่ค้า ทางเอเซีย ได้โดยตรง ไม่ต้องผ่าน พ่อค้า ชาวมุสลิม มีผลทำให้ สินค้า ของ ชาวโปรตุเกส มีราคา ถูกกว่า ของ ชาวอิตาเลียน โปรตุเกส จึงกลายเป็น ประเทศ ผู้นำ ทางการค้า กับประเทศ แถบเอเซีย แทนที่ ชาวอิตาเลียน ในประมาณ พ.ศ. ๒๐๔๓ และทำให้ เมืองลิสบอน     ของ โปรตุเกส กลายเป็น เมืองท่า ที่สำคัญ และ มั่งคั่ง ร่ำรวย ที่สุด จากตัวอย่าง ความสำเร็จ ของ ชาวโปรตุเกส นี่เอง ทำให้ บรรดา ประเทศอื่นๆ ในยุโรป เอาอย่าง และ ใช้เส้นทาง ลำเลียง ขนส่ง ทางทะเล ทั้งสาย เป็นหลัก ที่เรียกว่า การค้าทางทะเล (Seaborne Trade)
                      ผลจากการ แสวงหา สินค้า และ เส้นทาง ลำเลียง เพื่อการค้า ของ ประเทศ ต่างๆ ในยุโรป นี่เอง ทำให้ เกิดการค้นพบ ดินแดน ใหม่ๆ อันได้แก่ ทวีปอเมริกา ออสเตรเลีย และ หมู่เกาะ ต่างๆ มากมาย ในมหาสมุทร ซึ่ง ทั้งโปรตุเกส สเปน ฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ และ อังกฤษ ต่างเข้ายึดครอง เป็น อาณานิคม ของตน เพื่อผูกขาด การแสวงหา ผลประโยชน์ จากดินแดน เหล่านั้น อาณานิคม มีความสำคัญ และ ทำความร่ำรวย มหาศาล แก่ประเทศ เหล่านี้ เป็นอย่างมาก และ ทำให้ ประเทศเหล่านั้น ร่ำรวย มหาศาล เพราะเป็น แหล่งวัตถุดิบ และ แรงงาน ราคาถูก กับเป็นแหล่ง กระจายสินค้า สำเร็จรูป ที่ทำขึ้น จากวัตถุดิบ และ แรงงาน เหล่านั้นด้วย ในขณะ ที่ดินแดน ที่ถูกยึดครอง เป็น อาณานิคม ถูกกอบโกย และ ตักตวง ทรัพยากร ประชาชน พื้นเมือง ถูกกดขี่ และปกครอง เยี่ยงทาส การแย่งกัน หาอาณานิคม ในยุค ล่าอาณานิคม นี้ได้ก่อให้เกิด การกีดกัน แก่งแย่งกัน ด้วย กำลังเรือรบ จึงได้ ก้าวเข้ามาสู่ การป้องกัน การค้าทางทะเล และ ไม่น่าแปลกใจว่า ประวัติศาสตร์ ทางเรือ จะมี การบันทึก การสู้รบ อันเกิดจาก กรณีพิพาท ที่เนื่องมาจาก ความขัดแย้ง ในการ แสวงหา ผลประโยชน์ ทางการค้า และ ก่อให้เกิดการ ขยายสมุททานุภาพ เพื่อการ ครองทะเล ของ ประเทศต่างๆ     
                      ความต้องการ ที่จะปกป้อง คุ้มครอง และ สนับสนุน การค้าทางทะเล ของตน ได้กลาย เป็น องค์ประกอบ สำคัญ ของการค้า ทางทะเล ในยุคนั้น แม้ว่า ยุทธศาสตร์ การใช้เรือ ทำการรบ เพื่อป้องกัน การคมนาคม ขนส่งทางทะเล จะมีมา ตั้งแต่ราว ๔๘๐ ปี ก่อนคริสตกาล ก็ตาม แต่เรือรบ และ กำลังรบ ทางทะเล ซึ่งเป็นที่มา ของกองทัพเรือ ของแต่ละชาติ ในเวลาต่อมา ก็ยังคงมี ความสำคัญ และมี ความสัมพันธ์ เกี่ยวข้อง ใกล้ชิดกับ การค้าทางทะเล ตลอดมา ประดุจ เงาตามตัว หากประเทศใด มีการค้า ทางทะล ที่มั่งคั่งรุ่งเรือง กองทัพเรือ ของประเทศนั้น ก็จะ พลอยใหญ่โต เข้มแข็ง และ ยังผลให้ ประเทศนั้น มีความมั่นคง ตามไปด้วย ในทำนอง กลับกัน หาก กองทัพเรือ อ่อนแอ หรือ เสียหาย จากการรบ ก็จะทำให้ ประเทศนั้น เกิดความเสื่อมถอย ทางการค้า ไม่มีกำลัง ในการปกป้อง คุ้มครอง การค้า ของตน  ผลตามมา ก็คือ ความเสื่อมถอย ทางเศรษฐกิจ อันนำไปสู่ ความเสื่อมโทรม ของชาตินั้น ดังนั้น ประเทศที่มี ผลประโยชน์ ทางทะเล ทุกประเทศ จึงจำเป็น ต้องระวัง รักษาผลประโยชน์ ของตนไว้ ให้มั่นคง ด้วยการ มีกำลังเรือรบ เป็นจำนวน มากพอที่ จะคุ้มครอง ป้องกัน รักษา ผลประโยชน์ ด้านทะเล ของตนไว้ ให้ได้ การคุ้มครอง ป้องกัน นั้นมิได้ จำกัดเขต อยู่แต่เฉพาะน่านน้ำทะเล อาณาเขต ของตน แต่อย่างเดียว แต่จะต้อง มีความสามารถ ที่จะคุ้มครอง ป้องกัน ผลประโยชน์ ของตน จาก แหล่งผลประโยชน์ มาสู่ ทะเลอาณาเขต ของตนได้ อย่างปลอดภัย ด้วย
ทะเลกับประเทศไทย อดีต...ปัจจุบัน
                      หากย้อนดู อาณาเขต ของประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งยังเป็น ประเทศ "สยาม" จะเห็นได้ว่า ในสมัยที่ สยาม มีความรุ่งเรือง ที่สุด อาณาเขต ของ ประเทศ จะมีดินแดน ด้านตะวันออก  ขนาบ สองฝั่ง แม่น้ำโขง และ ด้านใต้สุด ครอบคลุม แหลมมลายู ทั้งหมด   ซึ่งดินแดน ด้านใต้ ทั้งหมดนี้ จะมีทะเล ล้อมรอบ ทั้ง ๒ ด้าน   เป็นแนวยาว การที่สยาม   สามารถ ปกครอง ดินแดน ติดชายฝั่ง ทะเล ทั้งสองด้าน ได้ทั้งหมดนี้ น่าจะสันนิษฐาน ได้ว่า คนไทย ตั้งแต่ สมัยโบราณ มีความ เชี่ยวชาญ ในการ ใช้ทะเล เป็นเส้นทาง ติดต่อ คมนาคม ได้ดี สามารถ ใช้ทะเล ขยายอาณาเขต การปกครอง ไปได้ จนสุดเขต แผ่นดิน และการที่สยาม มีความเจริญรุ่งเรือง อย่างมาก สาเหตุหนึ่ง ก็คงมาจาก การติดต่อ ค้าขาย กับประเทศ ทางยุโรป ที่ขยาย เส้นทางเดินเรือ จาก อินเดีย ผ่านช่องแคบ มะละกา ออกไปสู่ มหาสมุทรแปซิฟิค ทำให้สยาม กลายเป็น เมืองท่าสำคัญ ระหว่าง สองฟากฝั่ง มหาสมุทร คนไทย กับทะเล จึงเป็น ส่วนหนึ่ง ของกัน และกัน มาตั้งแต่ สมัยโบราณ จนถึงปัจจุบัน

....กลับหน้าหลัก....
....กลับหน้าสารบัญ....