การศึกษาในกองทัพเรือ

                   พ.ศ.๒๔๓๓ ภายหลัง พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงจัดตั้ง กระทรวงยุทธนาธิการ ขึ้น โดยมีหน้าที่ บังคับบัญชา ราชการทหาร และ พลเรือน ที่เกี่ยวข้อง แก่ทหารบก ทหารเรือแล้ว กรมทหารเรือ ได้จัดตั้ง โรงเรียนสอน วิชาทหารเรือขึ้น เพื่อฝึกหัด ศึกษาให้ความรู้ แก่บุคคล ที่เข้ามา เป็นทหารเรือ ในเบื้องต้น โดยมีแผนก ทหารราบ มีหน้าที่ ฝึกหัดศึกษา วิชาทหารราบ ทั้งท่ามือเปล่า ท่าอาวุธ และ วิชาการเรือ เบื้องต้น ให้ก่อนแล้ว จะส่งทหาร ส่วนหนึ่งไป ประจำใน เรือหลวงขนาดใหญ่ ทางเรือหลวง ขนาดใหญ่ ก็จะทำ การฝึกหัด ศึกษาเพิ่มเติม ความรู้ ให้กับพวก ทหารเหล่านี้อีก วิชาที่สอน ได้แก่ วิชาเชือกรอก เรือโบต เชือกเสา เพลาใบ และการปืน เป็นต้น พ.ศ.๒๔๓๖ ภายหลัง จากวิกฤติการณ์ ที่ฝรั่งเศส ส่งเรือรบ ๒ ลำ ตีฝ่าแนว ป้องกันของ ฝ่ายไทยเข้ามา ในแม่น้ำ เจ้าพระยา เมื่อ วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๓๖ ซึ่งเป็น เหตุการณ์ ที่เป็นบทเรียน อันมีค่า สำหรับ ประเทศไทย ที่ว่าจ้าง ชาวต่างประเทศ เข้ามา รับราชการ ในเวลานั้น พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว จึงทรง พระราชดำริว่า จะต้องรีบให้ การศึกษา แก่คนไทย ในเรื่อง กิจการทหารเรือ เพื่อให้คนไทย สามารถรับ ตำแหน่ง หน้าที่ต่างๆ ในเรือหลวง แทนชาวต่างประเทศได้ และใน พ.ศ.๒๔๓๖ นั้นเอง พระองค์ จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอ หลายพระองค์ ไปศึกษา วิชาการ ทางด้าน การปกครอง การทหารบก และ การทหารเรือ ณ ประเทศในยุโรป เพื่อนำวิชา ที่ศึกษา มาปรับปรุง แก้ไขบ้านเมือง ให้เจริญรุ่งเรือง ทัดเทียม อารยประเทศ สำหรับ วิชาการทหารเรือ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้า ลูกยาเธอ พระองค์เจ้า อาภากรเกียรติวงศ์ ไปศึกษา วิชาการ ทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ แล้วเสด็จกลับ เข้ามา รับราชการ ในกรมทหารเรือ เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๓ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรง พระกรุณา โปรดเกล้าฯ ส่งนักเรียนไทย ไปศึกษาวิชา การทหารเรือ ณ ต่างประเทศ อีกด้วย เพื่อที่ให้ บุคคลเหล่านี้ กลับมาเป็น กำลังสำคัญ ในการพัฒนา กิจการทหารเรือ แทนชาวต่างประเทศ ในโอกาสต่อไป
                   พ.ศ.๒๔๓๘ โรงเรียนนายสิบ และโรงเรียน นายร้อยทหารเรือ มีอยู่ ในอัตรากำลัง เจ้าหน้าที่ กรมทหารเรือ แล้ว แต่ไม่พบ หลักฐานว่า ที่สถานที่ตั้ง โรงเรียนครั้งแรก อยู่ ณ ที่ใด ใน พ.ศ.๒๔๔๓ โรงเรียนทั้งสอง โรงเรียนตั้งอยู่ ที่บริเวณ "โรงหล่อ"(คือบริเวณ กรมอู่ทหารเรือ ปัจจุบัน) โดยมี นายร้อยโท ลังเง (LIEUTENANT R.J.LANGE) เป็น ผู้บังคับการ โรงเรียน ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๔๓ มี นักเรียนนายสิบ ๑๕ นาย นักเรียน นายร้อยทหารเรือ ๒ นาย เหตุที่ นักเรียนนายร้อย ทหารเรือ มีน้อยก็เพราะ ต้องรอ คัดเลือก จาก นักเรียนนายสิบ ที่มีความรู้ และมีความ ประพฤติดี ส่วนนักเรียน นายสิบ ที่ไม่ได้รับ การคัดเลือก เป็นนักเรียน นายร้อยทหารเรือ เมื่อจบแล้ว จะส่งไป บรรจุตามเรือ และ ป้อมต่างๆ
                   ต่อมาใน พ.ศ.๒๔๔๑ นายพลเรือโท พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่น ปราบปรปักษ์ ผู้บัญชาการ กรมทหารเรือ ได้มีหนังสือขึ้น กราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว เพื่อทรงทราบ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ร.ศ.๑๑๗ (พ.ศ.๒๔๔๑) พอสรุปได้ว่า ขณะนี้ กรมทหารเรือ ได้จัดตั้ง โรงเรียนนายสิบ โรงเรียน นายร้อยทหารเรือ โรงเรียนนายเรือ และ โรงเรียนนายช่างกล ขึ้นแล้ว ตามที่ทรง พระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้น ตาม พระราชประสงค์แล้ว โดยได้คัดเลือก บุตรหมู่ ซึ่งมีอายุ ตั้งแต่ ๑๘ ปี ที่ม ีความรู้ ความสามารถ พอที่ จะเข้าเรียน โรงเรียนนายสิบ ได้ก็จัด เข้าเรียน วิชาที่เรียน ในสมัยนั้น ก็คือ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และวิชาทหาร เมื่อผู้ใด สอบผ่าน โรงเรียนนายสิบ ได้แล้ว ก็ส่งเข้า โรงเรียน นายร้อยทหารเรือ แต่ถ้า ต้องการเรียน โรงเรียนช่างกล ก็ส่งไป ฝึกงานโรงเวิร์ค ชอบบ้าง และส่ง ลงประจำเรือกลไฟต่างๆ เรียนตั้งแต่ เป็นช่างไฟ ไปจนถึง เลื่อนขึ้น เป็นช่างกล แล้ว ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนลง ประจำเรือต่างๆ เพื่อเรียนรู้ การใช้ เครื่องจักรเรือต่างๆ แล้วสอบไล่ ส่วน โรงเรียนนายเรือ ยังไม่มี คนเข้าเรียน เพราะต้องรับ ผู้ผ่านการเรียน วิชา ภาษา อังกฤษก่อน และประกอบกับ บิดามารดา ไม่นิยมให้บุตร ของตนมาเรียน เนื่องจาก กลัวบุตรของตน จะเป็นทหาร จึงมัก จะหลีกเลี่ยง ส่งบุตรไปเรียน วิชาภาษาไทย วิชา ภาษาอังกฤษ ตามโรงเรียนต่างๆ จากหนังสือ กราบบังคมทูล ดังกล่าว ไม่พบหลักฐานว่า รัชกาลที่ ๕ ทรงมี พระบรม ราชวินิจฉัย ในหนังสือที่ ผู้บัญชาการ กรมทหารเรือ กราบบังคมทูล ว่าอย่างไร ต่อมา จนกระทั่ง ถึงวันที่ ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ มีนักเรียนนายเรือ ที่เป็นบุตร หมู่ ๑๐ นาย๑ นับว่าพอ "ครบชั้น" ที่จะเปิด การเรียนของ โรงเรียนนายเรือ ได้ ในวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๒   กรมทหารเรือ ได้ออก แจ้งความ เชิญชวน ให้ข้าราชการ ส่งบุตรหลาน เข้าเรียนใน โรงเรียนนายเรือ โรงเรียน นายร้อยทหารเรือ และ โรงเรียนนายสิบ ทหารเรือ อีกด้วย
                   พ.ศ. ๒๔๔๓ กรมทหารเรือ ได้ออกประกาศ กรมทหารเรือ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๔๓ ๓ เชิญชวน ให้ข้าราชการ ส่งบุตรหลาน เข้าโรงเรียนต่างๆ ใน กรมทหารเรืออีก สำหรับ โรงเรียนนายเรือ พระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรม ราชโองการว่า ถ้าหากมี นักเรียนนายเรือ ผู้ใดที่ เรียนหนังสือดี พระองค์ จะทรง บริจาคพระราชทรัพย์ พระราชทานให้ กรมทหารเรือ ส่งนักเรียน ไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ ทุกปี หลังจากที่ กรมทหารเรือ ออกแจ้งความ กรมทหารเรือแล้ว ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๓ โรงเรียนนายเรือ มีนักเรียนนายเรือ ทั้งหมด ๑๙ นาย โดยมี นายเรือโท ไซเดอร์ลิน (C.P.Seidelin) เป็นผู้บังคับการ โรงเรียนนายเรือ คนแรก วิชาที่สอน (ตามรายงาน) คือ เลข เรขาคณิต ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วาดเขียน และพลศึกษา สถานที่เรียน ครั้งแรกคงจะฝาก ให้เรียนอยู่ใน เรือหลวงมูรธา วสิตสวัสดิ์ ชั่วคราวก่อน ต่อมาได้ย้าย มาเรียนบนบก และใช้ศาลา วัดวงศมูลวิหาร เป็นที่เรียน ชั่วคราว ครั้นเมื่อ ซ่อมอาคาร นันทอุทยาน เสร็จแล้วก็ย้าย โรงเรียนนายเรือ ไปตั้งที่ นันทอุทยาน สุนันทาลัย ๔ และ พระราชวังเดิม ตามลำดับ
                   พ.ศ. ๒๔๔๖ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ขึ้น เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๖๕ เป็นหน่วยขึ้นตรง กรมทหารเรือ มีหน้าที่ บังคับบัญชา โรงเรียนนายเรือ อำนวยการ และเรียบเรียง แบบเรียนต่างๆ กับมีหน้าที่ เก็บรักษา อำนวยการเขียน และพิมพ์แผนที่ ซึ่งใช้ในการเดินเรือ
                   พ.ศ.๒๔๔๘ เมื่อนายพลเรือตรี พระเจ้า บรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ ได้รับพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ไปดำรง ตำแหน่ง เจ้ากรม ยุทธศึกษาทหารเรือ แล้ว พระองค์ ได้ทรงปรับปรุง แก้ไขระบบ การศึกษา ในโรงเรียนนายเรือ เสียใหม่ เพื่อให้ผู้ที่ สำเร็จการศึกษา มีความรู้ ความสามารถ เสมอด้วย นายทหารเรือ ต่างประเทศ และ สามารถ ทำงานแทน ในตำแหน่ง ชาวต่างประเทศ ที่ได้จ้าง มาทำราชการ ในกรมทหารเรือ ในสมัยนั้นได้ สถานที่ศึกษา โรงเรียนนายเรือ ในช่วงนี้ตั้ง อยู่ที่ พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี ในเวลา ต่อมาทรงตั้ง โรงเรียนช่างกล ขึ้นอีก ๑ โรงเรียน เมื่อ พ.ศ.๒๔๔๙ และได้รวม โรงเรียน นายช่างกล เข้ากับ โรงเรียนนายเรือ เรียกชื่อว่ า"โรงเรียนนายเรือ และนายช่างกล" ต่อมา วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๖๒ เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนดังกล่าว ใหม่ว่า "โรงเรียนนายทหารเรืฮ"

โรงเรียนนายเรือที่พระราชวังเดิม

โรงเรียนนายเรือที่พระราชวังเดิม

โรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ

โรงเรียนนายเรือ จังหวัดสมุทรปราการ

                  พ.ศ.๒๔๔๙-พ.ศ.๒๔๕๑ กรมทหารเรือ ได้จัดตั้งกองโรงเรียนพลทหารเรือ ขึ้นตามหัวเมืองชายทะเล ด้านตะวันออก ๗ โรงเรียน คือที่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร พระประแดง สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี  ต่อมา ได้เปิดโรงเรียนอาวุธ ขึ้นที่เรือรานรุกไพรี โดยกรมทหารเรือ มีคำสั่ง ให้กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ไปติดตั้งปืนใหญ่ ที่เรือรานรุกไพรี ตั้งแต่วันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๐ ใน พ.ศ.๒๔๕๑ เรือรานรุกไพรี ปลดระวางประจำการ จึงได้ย้านนักเรียน ไปพักที่โรงเรียนเก่า วัดวงศมูลวิหาร และให้ไปเรียน การอาวุธที่โรงเรียนนายเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๑ จนกว่าได้สร้างโรงเรียนอาวุธ เป็นการถาวรแล้ว ต่อมาใน พ.ศ.๒๔๕๓ ได้เปลี่ยนชื่อ "โรงเรียนอาวุธ" เป็น "โรงเรียนจ่า" ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๓ และให้เพิ่มวิชา เดินเรือเข้าไปในโรงเรียนดังกล่าว อีกด้วย

นายพลเรือโท พระยาราชวังสัน

นายพลเรือโท พระยาราชวังสัน
เมื่อเป็นนักเรียนนายเรือกับคณะอาจารย์โรงเรียนนายเรือบางท่าน

                   พ.ศ.๒๔๕๔ ได้ย้าย กองโรงเรียนจ่า จากวัดวงศมูลวิหาร มาตั้ง ณ โรงเรียน ที่สร้างใหม่ ในบริเวณ กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ ตั้งแต่ วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๔ จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๕๙ กระทรวงทหารเรือ ได้มีคำสั่ง ให้ย้ายโรงเรียนจ่า ไปตั้งที่ ป้อมเสือซ่อนเล็บ สมุทรปราการ (โรงเรียนนายเรือ ปัจจุบัน) ตั้งแต่ วันที่ ๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๕๙ เป็นต้นไป

                   ในปลาย พ.ศ.๒๔๕๕ พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรม เสนาธิการ ทหารเรือ ขึ้นอีกกรมหนึ่ง เป็นส่วนหนึ่ง ของ กรมบัญชาการ กระทรวงทหารเรือ ตั้งแต่ วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๕๖   เป็นต้นมา มีหน้าที่ ดำริการ ฝ่ายทหาร การเรือ การเตรียมศึก การฝึกหัด และการบรรจุตำแหน่ง นายทหาร ซึ่งตาม หน้าที่ดังกล่าว ในส่วนการศึกษา กรมเสนาธิการ ทหารเรือจะเป็นผู้กำหนด หลักสูตร การเรียน การสอน การสอบไล่ และการฝึกภาค ทางทะเล ของโรงเรียน ตามหน่วยต่างๆ ใน กระทรวงทหารเรือ ทั้งหมด ส่วนหน่วยต่าง ๆ ที่มีโรงเรียน อยู่ในสังกัด จะเป็นเพียง ผู้บังคับบัญชา โรงเรียน และปฏิบัติตามหลักสูตร ที่กรมเสนาธิการ ทหารเรือ กำหนด
                   พ.ศ.๒๔๖๐ กระทรวงทหารเรือ มีคำสั่งให้ กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ จัดสถานที่ตั้ง เป็นกอง โรงเรียนพันจ่าทหารเรือ ขึ้น เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๖ เพื่อให้ การศึกษา อบรมแก่จ่า ที่จะเลื่อนฐานะ เป็นพันจ่านักเรียน พันจ่ารุ่นแรก ที่เข้าอบรม ในโรงเรียนนี้มี ๑๐ นาย กองโรงเรียน พันจ่าทหารเรือ ที่ตั้งใหม่นี้ อยู่ใน การบังคับ บัญชาของ ผู้บังคับการ กองโรงเรียนจ่าทหารเรือ ต่อมา ในวันที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๐ กระทรวงทหารเรือ ได้เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนจ่า และ โรงเรียนพันจ่า เป็นโรงเรียนพันจ่า และจ่า ส่วนการ บังคับบัญชา ยังขึ้นกับ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตามเดิม
                   ต่อมา พ.ศ.๒๔๖๒ กระทรวงทหารเรือ ได้แก้ไข ระเบียบการรับ นักเรียนจ่าใหม่ จากเดิมเคยรับ จากผู้อาสาสมัคร เปลี่ยนมาคัดเลือก จากผู้ที่ มีความรู้ ซึ่งถูกเกณฑ์ เข้ารับราชการทหาร โดยส่ง ทหารเกณฑ์ใหม่ ที่ได้คัดเลือกแล้วไปศึกษา ยังสถานที่ต่าง ๆ ดังนี้
                   ๑. กองโรงเรียนพล ทหารเรือ ๗ แห่ง ซึ่งอยู่ในความบังคับ บัญชาของ กรมทหารเรือชายทะเล
                   ๒. โรงเรียนจ่า ๖ แห่ง คือ.-
                         ๒.๑ โรงเรียนจ่าเรือ เป็นสถานที่ ศึกษาวิชาการเรือ ตั้งอยู่ที่ ป้อมเสือซ่อนเล็บ สมุทรปราการ ขึ้นตรงต่อ กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ
                         ๒.๒ โรงเรียนจ่าปืน เป็นสถานที่ ศึกษาวิชา เหล่าปืนใหญ่ ขึ้นตรงต่อ กรมสรรพาวุธ ทหารเรือ
                         ๒.๓ โรงเรียนจ่าตอร์ปิโด และทุ่นระเบิด เป็นสถานที่ศึกษาวิชาตอร์ปิโด และทุ่นระเบิด ขึ้นตรงต่อกรมสรรพาวุธทหารเรือ
                         ๒.๔ โรงเรียนจ่าประดาน้ำ เป็นสถานที่ ศึกษาวิชา เหล่าประดาน้ำ ขึ้นตรงต่อ กรมสรรพาวุธทหารเรือ
                         ๒.๕ โรงเรียนจ่ากลจักร เป็นสถานที่ ศึกษาวิชากลจักร ขึ้นตรงต่อ กรมยุทธโยธา ทหารเรือ
                         ๒.๖ โรงเรียนจ่าอาณัติสัญญาณ เป็นสถานที่ ศึกษาวิชา เหล่าอาณัติสัญญาณ ขึ้นตรงต่อ กรมเสนาธิการทหารเรือ
                   กรมเสนาธิการ ทหารเรือ มีหน้าที่ กำหนดหลักสูตร การศึกษา ของโรงเรียนจ่า เหล่าต่างๆ ทั้ง ภาคสาธารณศึกษา และ ภาคอาชีพศึกษา ตลอดจน การสอบไล่ นักเรียนจ่า ที่ส่งมาศึกษา ตามโรงเรียนจ่า เหล่าต่าง ๆ จะศึกษา มีกำหนด ๑ ปี แบ่งออกเป็น ๒ ภาค ๆ ละ ๖ เดือน ภาคต้น ให้ศึกษา วิชาการ ภาคสาธารณ ศึกษา และภาคปลาย ให้ศึกษา วิชาภาค อาชีพศึกษา ส่วนปีที่ ๒ ต่อไปเป็นปี รับราชการ ๑ ปี นักเรียนจ่า ผู้ใดสอบไล่ได้   กรมเสนาธิการ ทหารเรือ จะเป็น ผู้ออก ใบประกาศนียบัตร และให้เรียกว่า "จ่าสำรอ." ผู้ใดสอบไล่ตก ให้เป็น พลทหารต่อไป
                   เมื่อโรงเรียนจ่าเรือ ได้รับ พลทหารเกณฑ์ใหม่ จากกรมทหารเรือ ชายทะเลแล้ว กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ จะทำหน้าที่ คัดเลือก ทหารเกณฑ์ใหม่ เหล่านั้นส่งไป ศึกษา วิชาต่าง ๆ ตามกอง โรงเรียนจ่า และให้เรียกว่า นักเรียนจ่า ส่วนผู้ที่ม ีความรู้ชั้นที่ ๑ กรมเสนาธิการ ทหารเรือ จะส่งไปศึกษา วิชาการตาม โรงเรียนจ่า หรือจะบรรจุ ให้เข้ารับราชการ ตามกรมต่าง ๆ ที่ต้องการใช้ วิชาความรู้ ชนิดนั้นก็ได้ แต่ต้องตกลง กับหัวหน้ากรมนั้น ๆ เสียก่อน ส่วน ทหารเกณฑ์ใหม่ ผู้ที่มิได้ ถูกคัดเลือก ส่งมาศึกษา วิชายัง โรงเรียนจ่าต่าง ๆ ก็ให้ศึกษา วิชาใน ภาคสาธารณศึกษา ชั้นต้น ณ กองโรงเรียน พลทหารเรือนั้นๆ ซึ่งพลทหาร ทุกเหล่า จะต้องได้รับ การฝึกหัด ศึกษา วิชาความรู้ ตามเหล่า มีกำหนด ๖ เดือน แล้วก็ จะแบ่งพลทหาร ออกเป็น ๒ ประเภท เพื่อศึกษา วิชาแผนกปากเรือ และ ช่างไฟ ถือเป็นวิชา ในภาคอาชีพศึกษา สำหรับพลทหาร ที่จะรับราชการ ต่อไป ตามหน้าที่ของตน
                   การแบ่งประเภท พลทหาร เพื่อศึกษา วิชาปากเรือ และช่างไฟนี้ กองโรงเรียน พลทหารเรือนั้น ๆ เป็นผู้แบ่ง โดยจะแบ่ง พลทหารที่ จะเข้าศึกษา วิชาช่างไฟก่อน ตาม จำนวน ที่กรมเสนาธิการ ทหารเรือต้องการ แล้วจะส่งไป ศึกษา วิชาช่างไฟ ณ กรมยุทธโยธา ทหารเรือ มีกำหนด ๖ เดือน ส่วนที่เหลือ จะศึกษาวิชา แผนกปากเรืออยู่ ณ กองโรงเรียน พลทหารเรือนั้น ๆ ต่อไปอีก ๖ เดือน
                   สำหรับ นักเรียนจ่า ที่ศึกษาวิชาการ อยู่ตาม โรงเรียนจ่าต่าง ๆ เมื่อครบกำหนด เสร็จการศึกษาแล้ว จะสอบไล่ได้ หรือตกก็ตาม ให้กรมต้นสังกัด ส่งนักเรียนจ่า เหล่านี้ มอบให้แก่ กรมชุมพลทหารเรือ เพื่อใช้ราชการ ต่อไป เว้นแต่ นักเรียนจ่า ที่ศึกษาอยู่ใน โรงเรียนจ่า อาณัติสัญญาณ จะสอบไล่ได้ หรือตกก็ตาม ให้คงรับราชการ สังกัด ในกรม เสนาธิการ ทหารเรือ แผนก ๖ ต่อไป ส่วนนักเรียนจ่า ประดาน้ำ ก็เช่นเดียวกัน จะสอบไล่ได้ หรือตกก็ตาม ให้คงรับราชการ สังกัด กรมสรรพาวุธ ทหารเรือ ต่อไป เมื่อกรมชุมพล ทหารเรือ ได้รับจ่าสำรอง และพลช่างไฟ มาแล้ว ก็จะส่ง จ่าสำรอง และพลช่างไฟ ไปประจำ ตามเรือต่าง ๆ ที่ยังขาดอัตราอยู่
                   พ.ศ.๒๔๖๔ พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยน ระเบียบการปกครอง และ การบังคับบัญชา ในกระทรวงทหารเรือ ตั้งแต่ วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๖๔  ใหม่ โดยให้ยุบ กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ จากกรมขึ้นตรง กระทรวงทหารเรือ ไปขึ้นอยู่ใน การบังคับบัญชา กับกรมเสนาธิการ ทหารเรือ และให้โอน กองโรงเรียนจ่าเรือ ที่ขึ้นอยู๋ ในบังคับบัญชา กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ โอนกองโรงเรียนพล ทหารเรือกรุงเทพฯ จาก กรมชุมพลทหารเรือ ไปขึ้นอย ู่ในการบังคับ บัญชากับ กรมทหารเรือ ชายทะเล ส่วนโรงเรียน นายทหารเรือ (โรงเรียนนายเรือ) ยังคงขึ้น การบังคับบัญชา กับ กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ
                   พ.ศ.๒๔๖๕ พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ส่งทหาร พรรคนาวิกโยธิน จากกอง โรงเรียนพล ทหารเรือต่างๆ มาบรรจุ ตามกรม กอง โดยทำ การฝึกหัด ศึกษาควบ กับการทำงาน ในหน้าที่ จึงมีผลทำให้ กองโรงเรียน พลทหารเรือที่ ๑, ๒, ๓, ๔ และ ๖   ถูกยุบเลิก มารวมกับ กองโรงเรียนจ่าเรือ
                   พ.ศ.๒๔๖๖ ยุบเลิกกอง โรงเรียนพลทหารเรือที่ ๕ (บางพระ) ๓ และกองโรงเรียน จ่าอาวุธ (จ่าปืน) สังกัด กรมสรรพาวุธทหารเรือ โอนมารวมกับ กองโรงเรียนจ่าเรือ   (ป้อมเสือ ซ่อนเล็บ) สมุทรปราการ และตั้ง โรงเรียนจ่าเรือ (บางพระ) ขึ้นอีกแห่ง เพื่อเป็น สถานที่ศึกษา นักเรียนจ่า เหล่าสามัญ โดยใช้ สถานที่ตั้ง กองโรงเรียน พลทหารเรือที่ ๕ (บางพระ) ในปีเดียวกันนี้เอง กรมทหารเรือ ชายทะเล ถูกยุบเลิกไป จึงโอน กองโรงเรียนจ่าเรือ มาขึ้นอยู่ในการ บังคับบัญชาของ กรมชุมพลทหารเรือ
                   พ.ศ. ๒๔๖๗ กระทรวงทหารเรือ ได้เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนจ่าเรือ สมุทรปราการ เป็น "กองโรงเรียนพล ทหารประจำเรือ จังหวัด สมุทรปราการ "โรงเรียนจ่าเรือ บางพระ เป็น " กองโรงเรียนพล ทหารประจำเรือบางพระ" และโรงเรียนจ่า อาณัติสัญญาณเป็น "โรงเรียนพลทหาร อาณัติสัญญาณ" ตั้งแต่ วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๗ เป็นต้น มาสำหรับ กรมยุทธศึกษ าทหารเรือ มีโรงเรียน ขึ้นอยู่ใน การบังคับบัญชาอยู่ ๒ โรงเรียน คือ โรงเรียนนายทหารเรือ (โรงเรียนนายเรือ)   และโรงเรียนพลทหาร พรรคกลิน
                   พ.ศ. ๒๔๖๘ กระทรวงทหารเรือ มีดำริ จัดตั้ง โรงเรียนทหารเรือชั้นสูงขึ้น   เพื่อให้เป็น สถานที่ศึกษา ชั้นสูงแก่นายทหารเรือ และได้ทำพิธีเปิด การศึกษารุ่นแรก เมื่อ วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๖๘ มีนักเรียนทั้ง ๒ แผนก โดยมี นายพลเรือตรี พระยาราชวังสัน (ศรี กมลนาวิน) เสนาธิการ ทหารเรือ เป็นประธาน ในพิธีเปิด โรงเรียนนายทหารเรือ สมัยนั้น แบ่งเป็น ๒ แผนก คือ แผนกพรรคนาวิน และ แผนกพรรคกลิน เป็นหน่วยขึ้นตร งกรมเสนาธิการ ทหารเรือ กำหนด การศึกษา ประมาณ ๑ ปี ผู้รับการศึกษา มีชั้นยศ ไม่เกิน นาวาตรี และไม่ต่ำกว่า เรือเอก โรงเรียน นายทหารเรือชั้นสูง ที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ ขึ้นอยู่ใน การบังคับบัญชาของ กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ
                   พ.ศ. ๒๔๖๙ ประเทศอยู่ใน ฐานะขาดแคลน งบประมาณ กระทรวงทหารเรือ จึงได้ปรับ ส่วนราชการ ในกระทรวงทหารเรือ ให้เหมาะสมกับ งบประมาณ ที่ถูกตัดทอน ลงไป จึงได้ยุบเลิก กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๙๕ ยุบเลิก กองโรงเรียน พลทหารประจำเรือ สมุทรปราการ กองโรงเรียน พลทหารประจำเรือ บางพระ กองสำรองทัพเรือ (กองโรงเรียน พลทหารเรือกรุงเทพ) กองโรงเรียน พลทหารพรรคกลิน ลงเสียทั้ง ๔ กอง โดยให้ มารวมศึกษาอยู่ ณ สถานที่ กองโรงเรียน พลทหาร ประจำเรือ สมุทรปราการเดิม ซึ่งถูก ยุบเลิกไปแต่ เพียงแห่งเดียว และให้ตั้ง "กองโรงเรียนจ่าสำรอง" ขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ ๔ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๐ เป็นสถานที่ฝึกหัดศึกษาของ ทหารเกณฑ์ และทหารอาสา   ตามข้อบังคับ ทหารเรือที่ ๑๐/ แล้วส่งไปประจำ ตามเรือต่างๆ ทั้งแผนก ปากเรือและแผนกท้องเรือ ส่วนนักเรียนพันจ่า และจ่า จ่าสำรอง เหล่าต่าง ๆ ยังคงใช้ สถานที่ กองโรงเรียนจ่า สำรอง สมุทรปราการ เป็นสถานที่ เรียนต่อมา ส่วนนักเรียนจ่า อาณัติสัญญาณ คงศึกษาอยู่ ณ กรมเสนาธิการ ทหารเรือ (แผนกที่ ๖ สถานีวิทยุ โทรเลข) และ นักเรียนจ่า ประดาน้ำ ยังคงศึกษา ที่กรมสรรพาวุธ ทหารเรือ เช่นเดียวกัน สำหรับ โรงเรียนนายทหารเรือ โรงเรียนนายเรือ และโรงเรียน เพิ่มวิชา นายทหารเรือ ได้มาขึ้นอยู่ใน การบังคับบัญชา ของกรมเสนาธิการ ทหารเรือ
                   พ.ศ.๒๔๗๒ กระทรวงทหารเรือ ได้เปลี่ยนชื่อ กองโรงเรียน จ่าสำรอง เป็น "กองโรงเรียนชุมพล" เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๔๗๒   เป็นต้นมา จนกระทั่งใน พ.ศ.๒๔๗๕ กองโรงเรียนชุมพล ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น โรงเรียนชุมพลทหารเรือ

นายพลเรือโท พระยาราชวังสัน ในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนนายทหารเรือ

นายพลเรือโท พระยาราชวังสัน ในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนนายทหารเรือ
พร้อมด้วยคณะอาจารย์และนักเรียนรุ่น พ.ศ.๒๔๖๘ (นับเป็นรุ่นที่ ๑)

การศึกษาสมัยประชาธิปไตยจนถึงปัจจุบัน
                   พ.ศ. ๒๔๗๖ กระทรวงทหารเรือ ถูกลดฐานะ มาเป็น กรมทหารเรือ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กองทัพเรืฮ" ใน พ.ศ. ๒๔๗๗ กองทัพเรือ มีสถาบัน การศึกษาที่ให้ การศึกษา วิชาความรู้ ตามสาขา วิชาชีพ แก่ข้าราชการ ทหารเรือ ทั้งนายทหารสัญญาบัตร และ นายทหารประทวน และยังมี สถาบันการศึกษา ฝึกอบรม บุคคลพลเรือน ที่จะเข้ามา รับราชการใน กองทัพเรือ ที่เป็น นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทว นและ พลทหาร โรงเรียนต่างๆ ในสมัยนี้คือ โรงเรียนนายทหารเรือ โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนทั้ง ๒ โรงเรียนนี้ ขึ้นอยู่ใน การบังคับ บัญชาของ กรมเสนาธิการ ทหารเรือ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ขึ้นอยู่ใน การบังคับบัญชา ของสถานีทหารเรือกรุงเทพ   โรงเรียนช่างแสง ขึ้นอยู่ใน การบังคับบัญชา กรมสรรพาวุธ ทหารเรือ เป็นต้น
                   พ.ศ. ๒๔๘๐ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมี นายพลเรือโท หลวงสินธุ สงครามชัย (สินธุ์ กมลนาวิน) เป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ได้พิจารณา เห็นว่า การศึกษา ของชาติ ควรดัดแปลง แก้ไขเสียใหม่ ให้เหมาะสม กับสถานการณ์ จึงให้ยุบเลิก ชั้นมัธยมปีที่ ๗ และปีที่ ๘ นั้นเสีย โดยให้มี โรงเรียนอาชีพต่าง ๆ ขึ้นแทน ดังนั้น จึงทำให้หน่วย การศึกษา ต่างๆ คิดจัดตั้ง โรงเรียนเตรียมขึ้น และให้มีความรู้ เทียบเท่า ชั้นมัธยมปีที่ ๗ และปีที่ ๘ ในครั้งแรก รัฐบาลอนุมัติให้มี โรงเรียนเตรียมอุดม ได้ ๔ แห่ง คือ เตรียมอุดม จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เตรียมธรรมศาสตร ์การเมือง เตรียมนายร้อย ทหารบก และเตรียมนายเรือ มีกำหนด ระยะเวลา การเรียน ๒ ปี สำหรับ นักเรียน เตรียมนายเรือ เมื่อสอบไล่ ได้ปีที่ ๒ แล้วก็เข้า เป็นนักเรียนนายเรือ ต่อไป ส่วนสถานที่ตั้ง ของโรงเรียน เตรียมนายเรือ ได้ใช้อาคาร โรงเรียนจ่า (บริเวณ พระราชวังเดิม) ซึ่งได้ย้ายไป อยู่ที่ ป้อมเสือซ่อนเล็บ แล้ว ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๙ ต่อมาได้มี หน่วยราชการ ได้มาใช้ สถานที่ดังกล่าว คือ กรมจเรทหารเรือ   โรงเรียนจ่ากลจักร ใช้เป็นที่พัก กองรักษาการณ์ โรงเรียนนายเรือ และ โรงเรียน เตรียมนายเรือ ในที่สุด โรงเรียนเตรียมนายเรือ ที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ ขึ้นอยู่ในบังคับ บัญชาของ โรงเรียนนายเรือ
                   พ.ศ. ๒๔๘๕ กองทัพเรือ มีความเห็นว่าอาคาร โรงเรียนนายเรือ ที่พระราชวังเดิม คับแคบ ไม่พอกับ จำนวนนักเรียน ที่นับวัน จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น กองทัพเรือ จึงได้ พิจารณาหา สถานที่ที่เหมาะสม สร้างอาคาร โรงเรียนนายเรือ แห่งใหม่ขึ้น และได้ตกลงใจ ใช้สถานที่ บริเวณเกล็ดแก้ว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นสถานที่ สร้างอาคาร โรงเรียนนายเรือ จึงได้ เริ่มสร้างอาคาร โรงเรียนนายเรือ ตั้งแต่บัดนั้น เป็นต้นมา
                   พ.ศ. ๒๔๘๖ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้รับอนุมัติ ให้ตั้งขึ้นใหม่ อีกครั้งหนึ่ง โดยขึ้นอยู่ใน การบังคับบัญชา ของกรมเสนาธิการ ทหารเรือ มีโรงเรียน ขึ้นอยู่ในการบังคับ บัญชาของ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้แก่ กองโรงเรียนนายเรือ กองโรงเรียน ชุมพลทหารเรือ และโรงเรียนปืนใหญ่ ส่วนโรงเรียน เตรียมนายเรือ ขึ้นอยู่ใน การบังคับบัญชา ของ กองโรงเรียนนายเรือ
                   พ.ศ.๒๔๘๗ กองทัพเรือ ได้ย้าย โรงเรียนเตรียมนายเรือ และ โรงเรียนนายเรือ ไปอยู่ที่ สัตหีบชั่วคราว เนื่องจาก กรุงเทพฯ ถูกคุกคามจากภัย ทางอากาศ ในสงครามโลก ครั้งที่ ๒ แต่ครั้น สงครามโลกเลิกแล้ว โรงเรียนนายเรือ ก็ไม่ได้ย้าย กลับมาอยู่ที่ พระราชวังเดิม เพราะการก่อสร้าง อาคารโรงเรียนนายเรือ ที่เกล็ดแก้ว ใกล้จะเสร็จแล้ว ใน พ.ศ.๒๔๘๙ โรงเรียนนายเรือได้ย้ายไปอยู่ ณ อาคาร โรงเรียนนายเรือ หลังใหม่ที่เกล็ดแก้ว ส่วนโรงเรียน เตรียมนายเรือ ย้ายกลับมาอยู่ที่ พระราชวังเดิม เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๙ และ ใน พ.ศ. ๒๔๙๐ โรงเรียนเตรียมนายเรือ แยกการบังคับบัญชา ออกจาก โรงเรียนนายเรือ มาขึ้นอยู่กับ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตั้งแต่ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๙๐ เป็นต้นมา
                   พ.ศ.๒๔๙๓ ตั้งโรงเรียนการบิน ขึ้นใน กองทัพเรือ เพื่อให้การศึกษา อบรมแก่ผู้ที่ จะมาเป็น นักบินทหารเรือ โดยให้ โรงเรียนการบิน ขึ้นในการ บังคับบัญชา กับกองบิน ทหารเรือ
                   พ.ศ.๒๔๙๕ กองทัพเรือ ได้ย้ายแลกเปลี่ยน สถานที่กอง โรงเรียนชุมพล ทหารเรือ ที่ตั้งอยู่ ณ ป้อมเสือซ่อนเล็บ สมุทรปราการ ไปอยู่ที่อาคาร โรงเรียนนายเรือ เกล็ดแก้ว แล้วย้าย โรงเรียนนายเรือ เกล็ดแก้ว มาอยู่ที่ ป้อมเสือซ่อนเล็บ สมุทรปราการ
                   พ.ศ.๒๔๙๖ ได้มีการจัด ส่วนราชการใน กองทัพเรือใหม่ โดยได้แบ่งการจัด เป็นส่วนใหญ่ ๆ ๕ ส่วน ๒ สำหรับ ในส่วนการศึกษา มี โรงเรียนนายทหารเรือ กองโรงเรียน นายเรือ โรงเรียนเตรียม นายเรือ กองโรงเรียน ชุมพลทหารเรือ โรงเรียนการอาวุธ โรงเรียนจ่าวิทยุ และ ทัศนสัญญาณ ซึ่ง โรงเรียนต่าง ๆ เหล่านี้ อยู่ในการบังคับ บัญชากรมยุทธศึกษา ทหารเรือ
                   พ.ศ.๒๔๙๘ กองทัพเรือ ได้มีการจัด ส่วนราชการใน กองทัพเรือใหม่อีก ในส่วนการศึกษา มีกรมยุทธศึกษา ทหารเรือ เป็นผู้ควบคุม การศึกษา มีหน่วยต่าง ๆ คือ โรงเรียน นายทหารเรือ โรงเรียนนายเรือ โรงเรียน เตรียมนายเรือ และโรงเรียนชุมพล ทหารเรือ ส่วนโรงเรียน อาชีพต่าง ๆ ก็มอบหมาย ให้หน่วยที่เป็น เจ้าของอาชีพ เป็นผู้ควบคุม การศึกษา
                   พ.ศ.๒๔๙๙ กองทัพเรือ ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการ ขึ้นคณะหนี่ง จำนวน ๑๒ ท่าน ๓ โดยมี พลเรือเอก เสนาะ รักธรรม เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธาน กรรมการ คณะกรรมการ ชุดนี้มีหน้าที่ พิจารณาแผนการศึกษา โดยทั่วไปใน กองทัพเรือ การจัดรูปโรงเรียน ตลอดจน โครงการ ดำเนินการ เพื่อเสนอ กองทัพเรือ พิจารณาสั่งการ ต่อไป คณะกรรมการ ชุดนี้ได้ใช้เวลา ในการดำเนินการ ประมาณ ๑ ปีเศษ จึงเสร็จเรียบร้อย และรายงานให้ จอมพลเรือ หลวงยุทธศาสตร์โกศล (ประยูร ยุทธศาสตร์ โกศล) ผู้บัญชาการ ทหารเรือ และ สมาชิกสภา กองทัพเรือ ทราบ เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๐
                   กองทัพเรือ ได้พิจารณาแก้ไข ร่างระเบียบ กองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษา ตามที่ คณะกรรมการ เสนอเสร็จเรียบร้อยแล้ว และให้มี คำสั่งกองทัพเรือ ที่ ๒๓๕/๒๕๐๐ ลง ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๐ ให้ยกเลิก ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การศึกษา ที่มีมาแต่เดิมเสีย โดยให้เริ่มใช้ ระเบียบกองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษาใหม่ พ.ศ.๒๕๐๐ ตั้งแต่ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๐ เป็นต้นมา ซึ่งระเบียบใหม่นี้ ได้แบ่ง แผนกการศึกษา ในกองทัพเรือ ออกเป็น ๓ ส่วน คือ
                   ๑. ส่วนที่หนึ่ง คือ โรงเรียนที่ขึ้นตรง กองทัพเรือ โดยกรมกำลังพล ทหารเรือ เป็นผู้ควบคุม การศึกษา โรงเรียนในส่วนนี้ ได้แก่ โรงเรียน นายทหารเรือ ซึ่งตั้งขึ้น เพื่ออำนวย การศึกษา แก่นายทหารใน กองทัพเรือ ที่ได้ผ่าน การปฏิบัติราชการ ในตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ มาแล้ว ให้มีความรู้ ในวิชาทหาร และวิชาอื่น ๆ กว้างขวาง จน สามารถปฏิบัติ ราชการ ตามตำแหน่ง ที่ได้เป็นอย่างดี นายทหาร ที่เข้าศึกษา ในโรงเรียนนี้ เรียกชื่อว่า "นายทหารนักเรียน" การศึกษา ในโรงเรียนนี้ จัดแบ่ง ออกเป็น ๒ ภาค คือ ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ นายทหารเรือ ที่เข้าโรงเรียน นายทหารเรือ จะมียศตั้งแต่ เรือตรี จนถึง นาวาเอกขึ้นไป หรือเทียบเท่า โดยจะต้องมี คุณสมบัติ ตามเกณฑ์ที่ กองทัพเรือกำหนด จึงจะเข้า ศึกษาใน โรงเรียน ต่างๆ ได้ โรงเรียน ในส่วนนี้คือ
                         ๑.๑ วิทยาลัยการทัพเรือ เป็นสถาน การศึกษาชั้นสูงของ กองทัพเรือ ที่อำนวย การศึกษา วิชาการยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีชั้นสูง ของ กองทัพเรือ นายทหารที่ จะเข้า ศึกษาใน วิทยาลัยการทัพเรือ นี้ กองทัพเรือ จะเป็นผู้พิจารณา จากนายทหารชั้นยศ ตั้งแต่ นาวาเอกขึ้นไป ซึ่งสำเร็จ การศึกษาจาก โรงเรียนเสนาธิการ ทหารเรือ มาแล้ว หรือ เทียบเท่า ระยะเวลา การศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๑ ปี
                         ๑.๒ โรงเรียน นายทหารเรือ อาวุโส เป็นโรงเรียนที่ อำนวยการศึกษา วิชาการทหารชั้นสูง ทั่วไป วิชาการปกครอง หลักการปฏิบัติ ประสานงาน ร่วมกัน ระหว่าง หน่วยทหาร ผู้เข้าศึกษา ในโรงเรียนนี้ คือ ผู้ที่มียศชั้น นาวาโท ทุกพรรคทุกเหล่า เว้นผู้ที่ สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียนเสนาธิการ ทหารแล้ว ระยะเวลา การศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๖ เดือน
                         ๑.๓ โรงเรียนเสนาธิการ ทหารเรือ เป็นโรงเรียน ที่อำนวยการศึกษา วิชาเสนาธิการกิจ และวิชายุทธวิธีทหาร ทั่วไป ผู้เข้าศึกษา ในโรงเรียนนี้ คือ นายทหาร พรรคนาวิน มียศนาวาตรี ที่สำเร็จ การศึกษาจาก โรงเรียนนายเรือ หรือ โรงเรียนนายเรือ ต่างประเทศ ที่ทางการรับรอง ผู้ที่จะเข้าศึกษา ในโรงเรียนนี้ จะต้องผ่าน การสอบคัดเลือก โดย กรมกำลังพล ทหารเรือ แต่ถ้าเป็น นายทหาร พรรคนาวิกโยธิน ที่สำเร็จจาก โรงเรียนนายเรือ และ นายทหาร จากเหล่าทัพอื่น ใช้คัดเลือก ระยะเวลา การศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๑ ปี
                         ๑.๔ โรงเรียน นายช่างกลชั้นสูง เป็นโรงเรียน ที่อำนวยการศึกษา วิชาช่างกลชั้นสูง ผู้ที่เข้าศึกษา ในเรียนนี้ คือ นายทหาร พรรคกลิน มียศนาวาตรี ที่สำเร็จ การศึกษา จาก โรงเรียนนายเรือ หรือ โรงเรียนนายเรือ ต่างประเทศ ที่ทางการรับรอง ผู้จะเข้าศึกษา ในโรงเรียนนี้ จะต้องผ่านการสอบ คัดเลือก โดยกรมกำลังพล ทหารเรือ ระยะเวลา การศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๑ ปี
                         ๑.๕ โรงเรียน นายทหารเรือชั้นต้น เป็นโรงเรียน ที่อำนวยการศึกษา วิชาการทางเทคนิค และวิชาอื่นเพิ่มขึ้น จากที่ได้ศึกษา มาแล้วใน โรงเรียนนายเรือ ผู้ที่เข้าศึกษา ในโรงเรียนมี ชั้นยศ เรือโทที่สำเร็จ การศึกษาจาก โรงเรียนนายเรือ หรือ โรงเรียนนายเรือ ต่างประเทศ ที่ทางการรับรอง เว้นนายทหาร พรรคนาวิกโยธิน ที่ผ่าน การศึกษา จากโรงเรียน นายทหาร กองทัพอื่น ที่เทียบเท่า กรมกำลังพล ทหารเรือ เป็นผู้จัดให้ เข้าศึกษาเป็นชุดๆ ไป ระยะเวลา การศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๑ ปี
                         ๑.๖ โรงเรียน เพิ่มวิชา นายทหารเรือ เป็นโรงเรียน ที่อำนวยการ ฝึกหัดศึกษาหนักไป ในวิชาอาชีพเฉพาะอย่าง   เป็นสาขา เช่น วิชาการทหาร การเดินเรือ การช่างกลเรือ การช่างโยธา การช่างโรงงาน การพลาธิการ ฯลฯ ผู้ที่เข้าศึกษา ในโรงเรียนนี้มี ชั้นยศไม่เกิน เรือโท ที่สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียนชุมพล ทหารเรือ หรือ นายทหารอื่น ที่ ผู้บังคับบัญชา เห็นว่า มีความรู้เพียงพอ ที่จะเข้ารับ การศึกษาได้ เว้นนายทหาร ที่ได้รับปริญญา อนุปริญญาหรือเทียบเท่า ระยะเวลา การศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๑ ปี
                   ๒. ส่วนที่สอง คือโรงเรียน ที่ขึ้นอยู่ใน บังคับบัญชา ของกรมยุทธศึกษา ทหารเรือ โดยกรมยุทธศึกษา ทหารเรือ เป็นผู้ควบคุม การศึกษา โรงเรียน ในส่วนนี้ ได้แก่
                         ๒.๑ โรงเรียนนายเรือ จัดตั้งขึ้น เพื่ออำนวย การฝึกหัดศึกษา และอบรม นักเรียนนายเรือ ให้มีความรู้ ความสามารถ ในวิชาการ ทหารเรือ และเพียบพร้อม ด้วยคุณ ลักษณะทุกอย่าง ที่จำเป็น สำหรับ นายทหารชั้นสัญญาบัตร ระยะเวลา ศึกษาปกติ มีกำหนด ๕ ปี
                         ๒.๒ โรงเรียนเตรียมนายเรือ จัดตั้งขึ้นเพื่อ อำนวยการ ฝึกหัดศึกษา และอบรม บุคคลพลเรือน ให้มีความรู้ ความสามารถ ในวิชาการ เพื่อเตรียมเข้าเป็น นักเรียน นายเรือ ระยะเวลาศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๒ ปี
                         ๒.๓ โรงเรียนชุมพล ทหารเรือ จัดตั้งขึ้นเพื่อ อำนวยการ ฝึกหัดศึกษา และอบรม นายทหารชั้นประทวน นักเรียนจ่า และ บุคคลพลเรือน ที่สมัคร หรือเรียกเข้ารับ ราชการให้มี ความรู้ ความสามารถ ในวิชาการ ทหารเรือ และเพียบพร้อม ด้วยคุณลักษณะ ทุกอย่างที่จำเป็น ตามตำแหน่งหน้าที่ โรงเรียน ในส่วนนี้ ได้แก่
                                 ๒.๓.๑ โรงเรียนพันจ่า เป็นโรงเรียน ที่อำนวยการ ฝึกหัดศึกษา นายทหารประทวน ชั้นจ่าเอก ซึ่งสมควร เลื่อนฐานะ ขึ้นเป็นพันจ่า ส่วนหนึ่ง ระยะเวลา ศึกษา ไม่น้อยกว่า ๓ เดือน และอีกส่วนหนึ่ง เพื่ออบรม พันจ่าเอก ที่ทำหน้าที่ สัญญาบัตร ให้มีสมรรถภาพ สมกับฐานะ ที่เป็นนายทหาร ชั้นสัญญาบัตร ได้ต่อไป ระยะเวลา ฝึกหัด และศึกษา ไม่เกิน ๑ ปี
                                 ๒.๓.๒ โรงเรียนจ่า เป็นโรงเรียน ที่อำนวยการ ฝึกหัดศึกษา และอบรม บุคคลพลเรือน ให้มีความรู้ ความสามารถ ในวิชาการ ทหารเรือ และเพียบพร้อม ด้วยคุณลักษณะ ทุกอย่างที่ จำเป็น สำหรับ นายทหารชั้นประทวน ระยะเวลา ฝึกหัด และศึกษา ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ไม่เกิน ๒ ปี
                                 ๒.๓.๓ โรงเรียนพลทหาร เป็นที่อำนวยการ ฝึกหัดศึกษา และอบรม บุคคลพลเรือน ที่สมัครเข้า รับราชการ หรือถูกเรียกเข้า กองประจำการ ระยะเวลา ฝึกหัด ศึกษา ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ไม่น้อยกว่า ๓ เดือน
                   ๓. ส่วนที่สาม คือ โรงเรียน ที่สังกัด ในหน่วยอื่น ๆ นอกจาก ที่กล่าวไว้ ในส่วนที่หนี่ง และส่วนที่สอง ได้แก่
                         ๓.๑ โรงเรียน อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับทหาร จัดตั้งขึ้น เพื่ออำนวยการ ฝึกหัดศึกษา และอบรม นายทหารชั้นประทวน นักเรียนจ่า และพลทหาร ให้มีความรู้ ความสามารถ ในวิชาอาชีพ เฉพาะอย่าง ตามความประสงค์ ของทางราชการ ทหารเรือ โรงเรียนในส่วนนี้ ได้แก่
                                 ๓.๑.๑ โรงเรียนสื่อสาร
                                 ๓.๑.๒ โรงเรียนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
                                 ๓.๑.๓ โรงเรียนสรรพาวุธ
                                 ๓.๑.๔ โรงเรียนพยาบาล
                                 ๓.๑.๕ โรงเรียนพลาธิการ
                                 ๓.๑.๖ โรงเรียนพาหนะ
                                 ๓.๑.๗ โรงเรียนธุรการ
                                 ๓.๑.๘ โรงเรียนการเงิน
                         ๓.๒ โรงเรียน อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับพลเรือน จัดตั้งขึ้น เพื่ออำนวยการ ฝึกหัดศึกษา และอบรม บุคคลพลเรือน ให้มีความรู้ ความสามารถ ในวิชาชีพ เฉพาะอย่าง ตามความประสงค์ ของทาง ราชการทหารเรือ โรงเรียนในส่วนนี้ ได้แก่
                                 ๓.๒.๑ โรงเรียนช่าง
                                 ๓.๒.๒ โรงเรียนผู้ช่วยพยาบาลหญิง
                                 ๓.๒.๓ โรงเรียนดุริยางค์
                         ๓.๓ กองการฝึก จัดตั้งขึ้น เพื่ออำนวยการ ฝึกหัดศึกษา และอบรม นายทหาร ชั้นสัญญาบัตร นายทหาร ชั้นประทวน นักเรียนทหาร พลทหาร และ บุคคลพลเรือน ให้มีความรู้ ความสามารถ ในวิชาการ เฉพาะอย่าง กว้างขวางเพิ่มพูน ยิ่งขึ้นจนสามารถ ปฏิบัติราชการ ตามตำแหน่ง หน้าที่ปกต ิและหน้าที่พิเศษ ได้เป็นอย่างดี เช่น วิชาการ ทหารฝ่ายเรือ การทหารฝ่ายบก การสรรพาวุธ การอิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสาร ฯลฯ กองการฝึก มี
                                 ๓.๓.๑ กองการฝึก กองเรือยุทธการ
                                 ๓.๓.๒ กองการฝึก กรมนาวิกโยธิน พ.ศ.๒๕๐๑ มีการตั้ง โรงเรียนเตรียม ทหารขึ้น ดังนั้นหลังจาก พ.ศ.๒๕๐๑ แล้ว โรงเรียนเตรียมนายเรือ จึงได้ปิดลง
                   พ.ศ.๒๕๑๖ กองทัพเรือ ได้ปรับปรุง ระเบียบกองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษา พ.ศ.๒๕๐๐ ใหม่เป็นบางส่วน เพื่อให้ เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยให้เริ่มใช้ ระเบียบนี้ ตั้งแต่ วันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๖ มีดังนี้
                   ๑. ส่วนที่หนึ่ง เปลี่ยนชื่อ โรงเรียน นายทหารเรืออาวุโส เป็น "โรงเรียนนายทหารอาวุโส" โรงเรียนนายเรือชั้นต้น เป็น "โรงเรียนนายทหารชั้นต้น" โรงเรียน เพิ่มวิชา นายทหารเรือ เป็น "โรงเรียนเพิ่มวิชา"
                   ๒. ส่วนที่สอง ยกเลิก ระเบียบ โรงเรียนเตรียมนายเรือ เนื่องจาก ได้ตั้งโรงเรียน เตรียมทหาร เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๑ แทนโรงเรียน เตรียมนายเรือ โรงเรียน เตรียมนายร้อย ทหารบก และโรงเรียนเตรียม นายเรืออากาศ ของทหารทั้ง ๓ เหล่าทัพ
                   ๓. ส่วนที่สาม ตั้งโรงเรียน อิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นมาอีก ๑ โรงเรียน โดยแยกออกมา จากโรงเรียนไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ และเปลี่ยนชื่อ โรงเรียนพาหนะ เป็น "โรงเรียน การขนส่งทหารเรือ" โรงเรียนช่าง เป็น "โรงเรียนช่าง กรมอู่ทหารเรือ"
                   พ.ศ. ๒๕๑๘ กองทัพเรือ ได้ออกระเบียบ กองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษาใหม่ โดยให้ยกเลิก ระเบียบกองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษา ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ และ พ.ศ. ๒๕๑๖ แล้ว ให้ใช้ระเบียบนี้ ตั้งแต่ วันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๘ เป็นต้นมา ระเบียบใหม่ ที่ออกมานี้ ยังคงแบ่ง ส่วนการศึกษา ออกเป็น ๓ ส่วน เหมือนครั้งก่อน ส่วนในรายละเอียด การศึกษา ได้แก้ไข เปลี่ยนแปลง หลักเกณฑ์ ให้เหมาะสม ตามสถานการณ์ มีดังนี้
                   ๑. ส่วนการศึกษาที่หนึ่ง โรงเรียนนายทหารเรือ ได้เปลี่ยน หน่วยผู้ควบคุม การศึกษาจาก กรมกำลังพล ทหารเรือ เป็นโรงเรียน นายทหารเรือ ขึ้นตรง กองทัพเรือ มีรายละเอียด แก้ไขจากเดิม เป็นดังนี้
                         ๑.๑ วิทยาลัยการทัพเรือ ได้เพิ่มหลักเกณฑ์ จากเดิมโดยกำหนด อายุผู้เข้าศึกษา ไม่เกิน ๕๐ ปีบริบูรณ์
                         ๑.๒ โรงเรียนเสนาธิการทหารเรือ ได้เพิ่มหลักเกณฑ์ จากเดิมโดยกำหนด ให้ผู้สำเร็จ การศึกษา จากสถาบัน การศึกษา ในระดับปริญญาตรี เข้าศึกษา ในโรงเรียนนี้ได้ และ ได้เปลี่ยนหลักเกณฑ์ จากการสอบ คัดเลือกมาเป็น การคัดเลือกแทน
                         ๑.๓ โรงเรียนชั้นต้น พรรคนาวิน ได้เพิ่มหลักเกณฑ์ จากเดิมให้ผู้ เข้าศึกษาชั้นยศ เรือโท หรือเรือเอก และลดระยะ เวลาการศึกษา โดยปกติ ลงเหลือ ๖ เดือน
                         ๑.๔ โรงเรียน นายช่างกลชั้นสูง เปลี่ยนชื่อโ รงเรียน นายช่างกลชั้นสูง เป็นโรงเรียน นายทหารพรรคกลิน และเปิดการศึกษา อบรมเป็น ๒ หลักสูตร คือ หลักสูตร นายทหาร ช่างกลชั้นสูง และ หลักสูตร นายทหารชั้นต้น พรรคกลิน สำหรับ หลักสูตรนายทหาร ช่างกลชั้นสูง เป็นหลักสูตร อำนวยการ ศึกษา วิชาการช่างชั้นสูง การบริหารการช่าง เศรษฐศาสตร์การช่าง พัฒนาการ ทางเทคนิค ด้านการช่าง และวิชาอื่นๆ ที่จำเป็น ตลอดจน การแก้ปัญหา ที่เกี่ยวข้อง ผู้เข้าหลักสูตรนี้ เป็นนายทหาร พรรคกลิน หรือนายทหาร พรรคพิเศษ เหล่าช่างยุทธโยธา ยศชั้น นาวาตรี หรือนาวาโท หรือเทียบเท่า สำเร็จจาก โรงเรียนนายเรือ หรือเทียบเท่า หรือสถาบัน การศึกษาในระดับ ปริญญาตรีและ ผ่านการ พิจารณา คัดเลือกโดย กรมกำลังพลทหารเรือ ระยะเวลา ศึกษาปกติ มีกำหนด ๑ ปี ส่วนหลักสูตร นายทหารชั้นต้น พรรคกลิน ได้เพิ่มระยะเวลา ศึกษาโดยปกติ จากเดิม มีกำหนด ๑ ปี เป็น ๒ ปี
                   ๒. ส่วนการศึกษาที่สอง เปลี่ยนแปลง สายการบังคับบัญชาใหม่ โรงเรียนพันจ่า และ โรงเรียนพลทหาร ซึ่งเดิม ขึ้นอยู่กับ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ มาขึ้นตรงกับ กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ และได้เปลี่ยนชื่อ โรงเรียนจ่า เป็น โรงเรียนชุมพล ทหารเรือ ดังนั้นโรงเรียน ที่ขึ้นอยู่กับ การบังคับบัญชา ของกรมยุทธศึกษา ทหารเรือ มีดังนี้
                         ๒.๑ โรงเรียนนายเรือ
                         ๒.๒ โรงเรียนพันจ่า
                         ๒.๓ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ
                         ๒.๔ โรงเรียนพลทหาร
                   ๓. ส่วนการศึกษาที่สาม
                         ๓.๑ โรงเรียน อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับทหาร ได้รวมโรงเรียน อิเล็กทรอนิกส์ เข้ากับ โรงเรียนไฟฟ้า เป็นโรงเรียนเดียวกัน อีกครั้ง และได้เพิ่ม โรงเรียน ช่างเครื่องยนต์ ขึ้นอีก ๑ โรงเรียน สำหรับโรงเรียน อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับทหาร ซึ่งเดิมได้เปิดอบรม ให้มีความรู้ แต่เฉพาะ นายทหารประทวน นักเรียนจ่า และ พลทหาร เท่านั้น ตามระเบียบใหม่ ได้เปิดอบรม ความรู้แก่ นายทหารสัญญาบัตร อีกด้วย
                         ๓.๒ โรงเรียน อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับพลเรือน ได้เปลี่ยน โรงเรียน ผู้ช่วยพยาบาลหญิง เป็น "โรงเรียนพยาบาล ผดุงครรภ์ และอนามัย" โรงเรียน ช่างกรมอู่ ทหารเรือ เป็น "โรงเรียนช่าง"
                         ๓.๓ กองการฝึก และศูนย์การฝึก ได้เปลี่ยน กองการฝึก กรมนาวิกโยธิน เป็น ศูนย์การฝึก กรมนาวิกโยธิน
                   พ.ศ.๒๕๒๐ กองทัพเรือ ได้แก้ไขระเบียบ กองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษา เพิ่มเติม โดยกำหนด คุณสมบัติ ของผู้เข้าศึกษา ในวิทยาลัย การทัพเรือใหม่ โดยไม่กำหนด อายุ ของผู้ที่ จะเข้าศึกษา และให้ผู้สำเร็จ การศึกษาจาก โรงเรียนนายทหาร อาวุโส ที่มีความรู้ จากสถาบัน การศึกษา ในระดับ ปริญญาตรี เข้าศึกษา ในวิทยาลัย การทัพเรือ ได้ด้วย นอกจากนี้ ยังปรับปรุง คุณสมบัติ ของผู้ที่เข้าศึกษา ในโรงเรียน นายทหารอาวุโส โรงเรียนเสนาธิการ ทหารเรือ โรงเรียน นายทหารชั้นต้น พรรคนาวิน และโรงเรียน นายทหาร พรรคกลิน โดยต้องได้รับ ความไว้วางใจ เกี่ยวกับ การรักษา ความปลอดภัยขั้น "ลับมาก"และ"ลับ" ตามที่ กรมกำลังพลทหารเรือ กำหนด
                   พ.ศ. ๒๕๒๑ ได้มีการแก้ไข ระเบียบ กองทัพเรือใหม่ โดยให้รวม นักเรียนจ่า พรรคนาวิกโยธิน นักเรียนจ่า พรรคพิเศษ-เหล่าพลาธิการ ชั้นปีที่ ๑ ซึ่งแยกกัน ศึกษา ตามหน่วยต่าง ๆ ให้มาเรียน รวมกันกับ นักเรียนจ่า เหล่าต่าง ๆ ที่โรงเรียน ชุมพลทหารเรือ
                   พ.ศ. ๒๕๒๖ ได้มีการตั้ง โรงเรียน อิเล็กทรอนิกส์ กรมอู่ทหารเรือ ขึ้นมาอีก โรงเรียน เพื่อฝึกหัด ศึกษา ระดับผู้ใช้งาน และผู้ชำนาญการ เฉพาะอย่าง และต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้เปลี่ยนชื่อ โรงเรียน นายทหารเรือใหม่เป็น "สถาบันวิชาการ ทหารเรือชั้นสูง" เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๗
                   พ.ศ.๒๕๓๐ ได้มีการปรับปรุง ระเบียบกองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษา ให้เหมาะสม ยิ่งขึ้น   เนื่องจาก กองทัพเรือ ได้จัดหน่วย และเปลี่ยนชื่อ สถานศึกษา แตกต่างไป จากเดิม มีการกำหนด วิทยฐานะ และระยะศึกษา ของผู้เข้าศึกษา ในสถานศึกษาต่างๆ ให้สอดคล้อง กับกาลสมัย จึงให้แก้ไข ระเบียบกองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษาใหม่ และให้ยกเลิก ระเบียบเดิม มีรายละเอียด สรุปได้ดังนี้
                   ๑. ส่วนการศึกษาที่หนึ่ง คือ สถาบันวิชาการ ทหารเรือชั้นสูง ประกอบด้วย
                         ๑.๑ วิทยาลัยการทัพเรือ เป็นสถานศึกษาชั้นสูง ของกองทัพเรือ ที่อำนวยการ ศึกษาวิชาการ ทางยุทธศาสตร์ การบริหารงาน และวิชาอื่นๆ อันจำเป็น สำหรับ นายทหาร เพื่อทำหน้าที่ เป็นผู้บังคับบัญชาในระดับ ผู้บังคับการ กองเรือ หรือเทียบเท่าขึ้นไป หรือเป็น ฝ่ายอำนวยการชั้นสูง ในกองทัพเรือ ผู้ที่จะเข้าศึกษา มีชั้นยศตั้งแต่ นาวาเอก ขึ้นไป หรือเทียบเท่าที่ สำเร็จการศึกษา จากโรงเรียน เสนาธิการทหารเรือ หรือเทียบเท่า หรือโรงเรียน นายทหารพรรคกลิน หลักสูตร นายช่างกลชั้นสูง หรือโรงเรียน นายทหารอาวุโส ที่สำเร็จ การศึกษา จากสถาบัน การศึกษา ในระดับปริญญาตรี   ผ่านการพิจารณา คัดเลือกโดย กรมกำลังพล ทหารเรือ ตามหลักเกณฑ์ ที่กองทัพเรือ กำหนด มีสุขภาพ แข็งแรง สามารถ ตรากตรำ ในการศึกษาได้ และเป็นผู้ที่ได้รับ ความไว้วางใจ ถึงขั้น"ลับที่สุด" ระยะเวลาการศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ไม่เกิน ๑ ปีการศึกษา ไม่ต้องสอบ ความรู้ แต่ใช้ วิธีประเมินผล การศึกษา
                         ๑.๒ โรงเรียน นายทหารอาวุโส  เป็นสถานศึกษา ที่อำนวยการ ศึกษาวิชาการ บังคับบัญชา การบริหารงาน การปฏิบัติ และ การประสานงาน ร่วมกัน ระหว่างหน่วย ทหาร อันจำเป็น สำหรับ นายทหาร เพื่อให้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ ระดับหัวหน้ากองได้ ผู้ที่จะเข้าศึกษา ในหลักสูตรนี้ เป็นนายทหารยศ ชั้นนาวาโท หรือเทียบเท่า เว้นผู้สำเร็จ การศึกษา จาก โรงเรียน เสนาธิการทหารเรือ หรือโรงเรียน นายทหารพรรคกลิน หลักสูตร นายทหาร ช่างกลชั้นสูง ผ่านการพิจารณา คัดเลือกโดย กรมกำลังพลทหารเรือ ตามหลักเกณฑ์ ที่ กองทัพเรือ กำหนด และเป็นผู้ได้รับ ความไว้วางใจ ถึงขั้น "ลับ" ระยะเวลาการศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ไม่เกิน ๖ เดือน การศึกษา ไม่ต้องสอบความรู้ แต่ใช้วิธี ประเมินผล การศึกษา
                         ๑.๓ โรงเรียน เสนาธิการทหารเรือ เป็นสถานศึกษา ที่อำนวยการ ศึกษาวิชาเสนาธิการกิจ และวิชาการอื่นๆ อันจำเป็น สำหรับ ผู้ปฏิบัติงาน เสนาธิการ ผู้ที่จะ เข้าศึกษา ในหลักสูตรนี้ เป็นนายทหารยศ ชั้นนาวาตรี หรือเทียบเท่า ที่สำเร็จ การศึกษาจาก โรงเรียนนายเรือ หรือเทียบเท่า หรือสถาบันการศึกษา ในระดับปริญญาตรี ผ่านการ พิจารณา คัดเลือกโดย กรมกำลังพล ทหารเรือ ตามหลักเกณฑ์ ที่กองทัพเรือ กำหนด และเป็นผู้ที่ได้รับ ความไว้วางใจ ถึงขั้น"ลับมาก" ระยะเวลาการศึกษา โดยปกต ิมีกำหนด ๑ ปี การศึกษา ม๊ การสอบ ความรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
                         ๑.๔ โรงเรียน นายทหารพรรคนาวิน เป็นสถานศึกษา เพื่ออำนวยการ ศึกษาวิชาการ ทหารเรือ และวิชาการอื่นๆ อันจำเป็น สำหรับ การปฏิบัติงาน ของนายทหาร ชั้นนายเรือ แบ่งหลักสูตร ออกเป็น ๓ หลักสูตร
                                 ๑.๔.๑ หลักสูตรพรรคนาวิน เป็นหลักสูตร ที่มุ่งหมาย ที่จะเพิ่มพูน ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ให้แก่นายทหาร เพื่อให้ สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ ระดับ ผู้บังคับการเรือ ชั้นหนึ่งได ผู้ที่จะเข้าศึกษา เป็นนายทหารยศ ชั้นเรือโท หรือเรือเอก พรรคนาวิน หรือพรรคพิเศษ เหล่าอุทกศาสตร์ หรือเหล่า ทหารพลาธิการ ที่สำเร็จ การศึกษา จาก โรงเรียนนายเรือ หรือ โรงเรียนทหารอื่น ที่เทียบเท่า ผ่านการพิจารณา คัดเลือกโดย กรมกำลังพลทหารเรือ ตามหลักเกณฑ์ ที่กองทัพเรือ กำหน ดและเป็นผู้ได้รับ ความไว้วางใจ ถึงขั้น "ลับมาก" ระยะเวลาการศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๖ เดือน การศึกษา มีการสอบความรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
                                 ๑.๔.๒ หลักสูตรทั่วไป เป็นหลักสูตร ที่มุ่งหมาย ที่จะเพิ่มพูน ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ให้แก่นายทหาร พรรคพิเศษ ที่สำเร็จ การศึกษา ระดับ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่าขึ้นไป   เพื่อให้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ ระดับหัวหน้าแผนกได้ ผู้ที่จะเข้าศึกษา เป็นนายทหารยศชั้น เรือโท หรือเรือเอก พรรคพิเศษ ที่สำเร็จ การศึกษา ปริญญาตรี ขึ้นไป ผ่านการพิจารณา คัดเลือกโดย กรมกำลังพลทหารเรือ ตามหลักเกณฑ์ ที่กองทัพเรือ กำหนด และเป็นผู้ได้รับ ความไว้วางใจถ ึงขั้น "ลับ" ระยะเวลา การศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๖ เดือน การศึกษา มีการสอบ ความรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
                                 ๑.๔.๓ หลักสูตรเพิ่มวิชา เป็นหลักสูตร ที่มุ่งหมายที่ จะเพิ่มพูน ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ให้แก่ นายทหาร ที่เลื่อนขึ้น มาจาก นายทหาร ประทวน เพื่อให้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ ระดับหัวหน้าแผนกได้ ผู้ที่จะเข้าศึกษา เป็นนายทหารยศชั้น เรือโท หรือเรือเอก มีอายุไม่เกิน ๔๘ ปีบริบูรณ์ มีวุฒิไม่ต่ำกว่า ชั้นมัธยม ศึกษาที่ ๓ ผ่านการ พิจารณาคัดเลือก โดยกรมกำลังพล ทหารเรือ ตามหลักเกณฑ์ ที่กองทัพเรือ กำหนด และเป็นผู้ที่ได้รับ ความไว้วางใจ ถึงขั้น"ลับ" ระยะเวลา การศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๖ เดือน การศึกษา มีการสอบ ความรู้ทั้ง ภาคทฤษฎีและ ภาคปฏิบัติ
                         ๑.๕ โรงเรียน นายทหารพรรคกลิน เป็นสถานศึกษา ที่อำนวยการ ศึกษาวิชาเทคนิค การช่าง และวิชาการอื่น ๆ อันจำเป็น สำหรับ การปฏิบัติงาน ของนายทหาร พรรคกลิน แบ่งหลักสูตร ออกเป็น ๒ หลักสูตรดังนี้ คือ
                                 ๑.๕.๑ หลักสูตร นายช่างกลชั้นสูง เป็นหลักสูตร ที่มุ่งหมายที่ จะเพิ่มพูน ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ทางช่าง ให้แก่ นายทหาร พรรคกลิน ชั้นนายนาวา เพื่อให้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ ระดับหัวหน้ากอง หรือต้นกล กองเรือขึ้นไป ผู้ที่จะเข้าศึกษา เป็นนายทหาร พรรคกลิน หรือนายทหาร พรรคพิเศษ เหล่าทหาร ช่างยุทธโยธา ยศชั้น นาวาตร ีหรือนาวาโท หรือเทียบเท่า ที่สำเร็จ การศึกษาจาก โรงเรียนนายเรือ หรือเทียบเท่า หรือสถาบันการศึกษาในระดับ ปริญญาตรี ผ่านการพิจารณา คัดเลือก โดยกรม กำลังพล ทหารเรือ ตามหลักเกณฑ์ ที่กองทัพเรือ กำหนด และเป็นผู้ได้รับ ความไว้วางใจ ถึงขั้น "ลับ" ระยะเวลา การศึกษา โดยปกติ มีกำหนด ๖ เดือน การศึกษา มีการสอบ ความรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
                                 ๑.๕.๒ หลักสูตรพรรคกลิน เป็นหลักสูตร ที่มุ่งหมาย ที่จะเพิ่ม ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ให้แก่ นายทหาร พรรคกลิน ชั้นนายเรือ ให้สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ ระดับ ต้นกลเรือชั้นหนึ่ง หรือหัวหน้าแผนก ได้ผู้ที่จะเข้าศึกษา เป็นนายทหาร พรรคกลิน ยศชั้น เรือโท หรือเรือเอก ที่สำเร็จ การศึกษา จากโรงเรียน นายเรือ หรือเทียบเท่า ผ่านการพิจารณา คัดเลือกโดย กรมกำลังพลทหารเรือ ตามหลักเกณฑ์ ที่กองทัพเรือ กำหนด และเป็นผู้ได้รับ ความไว้วางใจ ถึงขั้น"ลับ" ระยะเวลา การศึกษา โดยปกติ มีกำนด ๑ ปี การศึกษา มีการสอบ ความรู้ ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ
                   ๒. ส่วนการศึกษาที่สอง กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ยังคงเป็นหน่วย ควบคุมการศึกษา และบังคับบัญชา จัดตั้งขึ้น เพื่ออำนวยการ ฝึกหัดศึกษา และอบรม นักเรียนทหาร และ บุคคลพลเรือน ให้มีความรู้ ความสามารถ และคุณสมบัติ เหมาะสมกับ การที่จะเป็น นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน และ พลทหาร รวมทั้ง เพื่อเลื่อน วิทยฐานะ ของนายทหาร ประทวนให้สูงขึ้นด้วย มีโรงเรียน ในการบังคับบัญชา ดังนี้
                         ๒.๑ โรงเรียนนายเรือ
                         ๒.๒ โรงเรียนพันจ่า
                         ๒.๓ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ
                         ๒.๔ โรงเรียนพลทหาร
                         ๒.๕ ศูนย์ภาษา
                   ๓. ส่วนการศึกษาที่สาม เป็นสถานศึกษา อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับทหาร และสำหรับ พลเรือน ที่ขึ้นอยู่ใน บังคับบัญชา ของหน่วยต่าง ๆ ซึ่งมิได้ อยู่ใน ส่วนการศึกษา ที่หนึ่ง และ ส่วนการศึกษาที่สอง จัดตั้งขึ้น ตามความต้องการ ของกองทัพเรือ โดย กรมยุทธศึกษา ทหารเรือ เป็นหน่วยควบคุม การศึกษา มีดังนี้
                         ๓.๑ สถานศึกษา อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับทหาร จัดตั้งขึ้น เพื่ออำนวยการ ฝึกหัดศึกษา และอบรม นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน นักเรียนจ่า และ พลทหาร ให้มีความรู้ ความสามารถ ในวิชาชีพ เฉพาะอย่าง ตามความต้องการ ของกองทัพเรือ ประกอบด้วย
                                 ๓.๑.๑ โรงเรียนสื่อสาร
                                 ๓.๑.๒ โรงเรียนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
                                 ๓.๑.๓ โรงเรียนสรรพาวุธ
                                 ๓.๑.๔ โรงเรียนพยาบาล
                                 ๓.๑.๕ โรงเรียนพลาธิการ
                                 ๓.๑.๖ โรงเรียนการขนส่งทหารเรือ
                                 ๓.๑.๗ โรงเรียนสารบรรณ
                                 ๓.๑.๘ โรงเรียนการเงิน
                                 ๓.๑.๙ โรงเรียนช่างเครื่องยนต์
                                  ๓.๑.๑๐ โรงเรียนวิทยาศาสตร์
                                  ๓.๑.๑๑ โรงเรียนอุทกศาสตร์
                         ๓.๒ กองการฝึก กองเรือยุทธการ, ศูนย์การฝึก กรมนาวิกโยธิน, ศูนย์ฝึกอบรม อิเล็กทรอนิกส์ กรมอู่ทหารเรือ และศูนย์พัฒนา อาชีพช่าง กองการศึกษา กรมพัฒนา การช่าง กรมอู่ทหารเรือ เป็นสถานศึกษา ที่อำนวยการ ฝึกหัดศึกษา และอบรม นายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน นักเรียนทหาร พลทหาร และลูกจ้าง ให้มีความรู้ ความสามารถ ในวิชาการ เฉพาะอย่าง จนสามารถ ปฏิบัติราชการ ตามหน้าที่ปกติ และ หน้าที่พิเศษ ได้เป็นอย่างดี
                         ๓.๓ สถานศึกษา อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับพลเรือน เป็นสถานศึกษา ที่อำนวยการ ฝึกหัด ศึกษา และอบรมพลเรือน ให้มีความรู้ ความสามารถ ในวิชาชีพ เฉพาะอย่าง   ตามความต้องการ ของกองทัพเรือ มีดังนี้.-
                                 ๓.๓.๑ โรงเรียนพยาบาล ผดุงครรภ์ และอนามัย เปิดการฝึกหัด ศึกษาและอบรมใน
                                             ๓.๓.๑.๑ หลักสูตรพยาบาลศาสตร์
                                             ๓.๓.๑.๒ หลักสูตรพยาบาลศาสตร์ระดับต้น
                                 ๓.๓.๒ โรงเรียนช่าง
                                 ๓.๓.๓ โรงเรียนดุริยางค์
                   พ.ศ.๒๕๓๗ ได้มีการแก้ไข ระเบียบ กองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษา พ.ศ. ๒๕๓๐ ระเบียบ ที่แก้ไขใหม่นี้ มีบางส่วน ได้เปลี่ยนแปลงไป คือ
                   ๑. ด้านส่วนการศึกษาที่สอง มีโรงเรียน ในบังคับบัญชา ของกรมยุทธศึกษา ทหารเรือ ดังนี้
                         ๑.๑ โรงเรียนนายเรือ๑
                         ๑.๒ โรงเรียนพันจ่า
                         ๑.๓ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ
                         ๑.๔ ศูนย์ฝึกทหารใหม่
                         ๑.๕ ศูนย์ภาษา
                   ๒. ด้านส่วนการศึกษาที่สาม สถานศึกษา อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับทหาร แบ่งออกเป็น
                         ๑. โรงเรียน หรือสถานอบรม อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับทหาร ประกอบด้วย
                              ๑.๑ โรงเรียนสื่อสาร
                              ๑.๒ โรงเรียนไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
                              ๑.๓ โรงเรียนสรรพาวุธ
                              ๑.๔ โรงเรียนพยาบาล
                              ๑.๕ โรงเรียนพลาธิการ
                              ๑.๖ โรงเรียนการขนส่งทหารเรือ
                              ๑.๗ โรงเรียนสารบรรณ
                              ๑.๘ โรงเรียนการเงิน
                              ๑.๙ โรงเรียนช่างเครื่องยนต์
                              ๑.๑๐ โรงเรียนวิทยาศาสตร์
                              ๑.๑๑ โรงเรียนอุทกศาสตร์
                         ๒. กองการฝึก ศูนย์การฝึก และศูนย์พัฒนา อาชีพช่าง ของหน่วยต่างๆ ในกองทัพเรือ
                         สำหรับ สถานศึกษา อาชีพเฉพาะอย่าง สำหรับพลเรือน แบ่งออกเป็น
                              ๑. วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
                              ๒. โรงเรียนช่าง
                              ๓. โรงเรียนดุริยางค์
                         นอกนั้นคงเป็นไปตามระเบียบ กองทัพเรือ ว่าด้วยการศึกษา พ.ศ.๒๕๓๐

....กลับหน้าหลัก....
....กลับหน้าสารบัญ....