วีรกรรมของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ ๒๐๑
ในการยึดค่ายกรุงชิง

              เมื่อต้น พ.ศ. ๒๕๒๐ กองทัพเรือ ได้รับมอบหมาย จากกองบัญชาการทหารสูงสุด ให้จัดกำลัง ทหารนาวิกโยธิน เข้าร่วมปฏิบัติการ ในการปราบปราม ผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ภาคใต้ ร่วมกับ กองทัพภาคที่ ๔ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกองทัพเรือ ได้สั่งการ ให้ กรมนาวิกโยธิน จัดกำลัง ๑ กองพันทหารราบ โดยสนธิกำลังขึ้น เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ กำลังส่วนใหญ่ จัดจากกองพันทหารราบที่ ๘ กรมผสมนาวิกโยธิน จังหวัดสงขลา และ กองพันทหารราบที่ ๓ กรมผสมนาวิกโยธิน จังหวัดชลบุรี กองบินทหารเรือ มาให้ การสนับสนุน เรียกว่า หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ หรือ ใช้คำย่อว่า ฉก.นย. ๒๐๑ โดยมี นาวาโท ศุภนิตย์ จูฑะพุทธิ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๘ กรมผสมนาวิกโยธิน กรมนาวิกโยธิน เป็นผู้บังคับหน่วย ฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ ยังมี ตำรวจตระเวนชายแดน ๑ หมวด จำนวน ๒๕ นาย และ ทหารช่างกองทัพบก ๑ หมวด ขึ้นสมทบ อีกด้วย
              ภารกิจของหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ ซึ่งได้รับมอบ จากกองทัพภาคที่ ๔ คือ ตรวจค้น ค้นหา ทำลายล้าง กองกำลัง ที่ตั้ง แหล่งสะสม เสบียงอาหาร อาวุธ ยุทโธปกรณ์ ของผู้ก่อการร้าย คอมนิวนิสต์ ในพื้นที่ อ่าวกรุงชิง และบริเวณ พื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ พื้นที่ในอำเภอท่าศาลา อำเภอสิชล กิ่งอำเภอพรหมคีรี และ อำเภอลานสกา ซึ่ง หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ ได้เคลื่อนกำลัง เข้าไปยังพื้นที่ ปฏิบัติการ เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๐ โดยตั้งที่ บังคับการ ขึ้นที่บ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา จังหวัด นครศรีธรรมราช
              ภูมิประเทศ ของพื้นที่ ปฏิบัติการ คือ จากแหลมตะลุมพุก ลึกเข้าไปในแผ่นดิน เป็น เทือกเขานครศรีธรรมราช อันเป็นส่วนหนึ่ง ของเทือกเขาบรรทัด ยอดเขาบางยอด สูงถึง ๔,๐๐๐ ฟุต  อ่าวกรุงชิง ได้ตั้งอยู่ ท่ามกลาง ภูเขาสูง เหล่านั้น ภูมิประเทศ เต็มไปด้วย ความทุรกันดาร ยากที่จะเข้าไปถึง
              อ่าวกรุงชิง คือ ที่ตั้งขุมกำลังใหญ่ ของกองบัญชาการ ผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ ภาคใต้ ผู้ก่อการร้าย ได้สร้างค่ายที่พัก แข็งแรง หลายค่าย แต่ละค่าย บรรจุคน ได้นับร้อย บางแห่ง ก็ใช้ถ้ำ เป็นค่ายพัก มีโรงงาน ประกอบ วัตถุระเบิด สโมสร โรงตัดเย็บเสื้อผ้า ที่พยาบาล โรงประกอบอาหาร ขนาดใหญ่ มีเล้าหมู เล้าไก่ นอกจากนั้น แล้วยังได้ขุด คูสนามเพลาะ ล้อมรอบค่ายพัก และที่ตั้ง ปืนกล เป็นระยะๆ อีกด้วย ทั้งหมดนี้ ซุกซ่อนอยู่ อย่างมิดชิด ยากที่ จะตรวจการณ์ เห็นจาก ทางอากาศ และ ผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต ์ยังได้ลอบวาง กับระเบิด ตามเส้นทาง ที่คาดว่า ฝ่ายเรา จะบุกเข้าไป ตลอดจน วางกำลัง ไว้คอยซุ่ม โจมตี อีกด้วย ดังนั้น การเคลื่อนย้ายหน่วย จึงต้อง ใช้ความ ระมัดระวัง ทุกฝีก้าว แม้จะ พลาดพลั้งไปบ้าง แต่ทหารนาวิกโยธิน ก็มิได้ย่อท้อ
              การจัดกำลัง เป็นหน่วยเฉพาะกิจนั้น คือ การจัดกำลัง ให้มีความสมบูรณ์ ในตัวเอง ให้มากที่สุด โดยมี ทหารราบ เป็นกำลังหลัก มีหน่วยสนับสนุน ทางการรบ และ การช่วยรบ อีกจำนวนหนึ่ง กรมนาวิกโยธิน ได้จัดปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร ให้เป็น หน่วยในอัตรา ของหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ อีกด้วย
              การปฏิบัติการ ในครั้งนี้ นาวิกโยธิน ต้องปฏิบัติการ เป็นเวลานาน ประมาณ ๘ เดือน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นมา ได้นำกำลัง เข้าปิดล้อม และ หาข่าว ตลอดจน กวาดล้าง จนกระทั่ง พบค่าย ของผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ ที่ ๓๑ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ตลอดระยะเวลา ของการปฏิบัติการนี้ ทหารนาวิกโยธินใ นหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ ต้องพบกับ ความยากลำบาก นานัปการ ต้องขุดหลุมนอน และ ระมัดระวัง ทุกฝีก้าว อาหารการกิน ต้องรอให้ หน่วยเหนือ ส่งมาให้ ทางเครื่องบิน โดยวิธี ทิ้งร่ม หรือ ส่งทางเฮลิคอปเตอร์ บางครั้ง ไม่สามารถ ส่งให้ได้ เนื่องจาก สภาพลมฟ้าอากาศ หรือ ป่าทึบ จนเกินไป จึงต้องยังชีพ ด้วยการ แสวงหาเอง ในภูมิประเทศ
              การที่ ผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ ได้ตั้งค่าย และวางกำลัง อยู่ในชัยภูมิ ที่ได้เปรียบ และยาก ต่อการ ทำลาย ด้วยอาวุธเบา ของทหารราบนั้น ในบางครั้ง ต้องขอรับ การสนับสนุน การยิง จากปืนใหญ่ ขนาด ๑๐๕ มิลลิเมตร ให้ยิงทำลาย ซึ่งมี การประสาน การยิงกัน เป็นอย่างดี จากผล การยิงปืนใหญ่ ในการปราบปราม ครั้งนี้ ได้ทำลาย กำลัง และที่ตั้ง ของผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ ที่สำคัญๆ ได้มากมาย นอกจากนี้แล้ว ในการตรวจการณ์ ค้นหา เป้าหมาย ทางอากาศ เพื่อทำการ ปรับการยิง ให้กับปืนใหญ่ การทำลาย เป้าหมาย ภาคพื้นดิน ด้วยจรวด และ ปืนกล และ การคุ้มกันหน่วย ที่กำลังเคลื่อนย้าย ด้วยขบวนเดินเท้า และ ขบวนยานยนต์ รวมทั้ง คุ้มกัน เฮลิคอปเตอร์ เมื่อเข้า ปฏิบัติการ ในพื้นที่นั้น เป็นหน้าที่ ของหมวดบินเฉพาะกิจ หมวดบินทหารเรือที่ ๒๐๑ อันเป็น กำลังส่วนหนึ่ง ของกองบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ ซึ่ง กองทัพเรือ ได้ส่งมา เป็นหน่วยสนับสนุน การรบ ที่สำคัญ อีกหน่วยหนึ่ง นอกจากนั้นแล้ว กองทัพอากาศ ก็ยังพร้อม ที่จะให้ การสนับสนุน ในทันที เมื่อลักษณ ะเป้าหมาย เกินขีดความสามารถ ของหมวดบินทหารเรือ
              ในการ ปฏิบัติการรบนั้น ได้มี การปะทะ กับผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ หลายครั้ง มีทหารนาวิกโยธิน ได้รับบาดเจ็บ และ เสียชีวิต หลายราย ในพื้นที่ ที่เป็นป่า ภูเขา บริเวณ อ่าวกรุงชิงนั้น เต็มไปด้วย กับระเบิด ซึ่ง ผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ ได้วางดักไว้ เป็นระยะๆ เพื่อขัดขวาง การเคลื่อนที่ ของฝ่ายเรา ทำให้ มีผู้บาดเจ็บ และ เสียชีวิต อีกส่วนหนึ่ง ด้วย ในการ ส่งกลับ ผู้บาดเจ็บ และ เสียชีวิตนั้น จะต้องกระทำ อย่างเร่งด่วน จึงต้องใช้ เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งได้รับ การสนับสนุน อย่างดียิ่ง จากหน่วยบิน ทางยุทธวิธี ที่ ๒๐๑ ของ กองทัพภาคที่ ๔

ทหารนาวิกโยธิน ได้ทำการยึดค่ายกรุงชิงสำเร็จ

ทหารนาวิกโยธิน ได้ทำการยึดค่ายกรุงชิงสำเร็จ เมื่อ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๐
และได้ชักธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาแทนธงแดงตราค้อนเคียวของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

              ตลอดระยะเวลา ปฏิบัติการ ครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต และ บาดเจ็บ เป็นจำนวนมาก แต่ก็หาได้ ทำให้ ทหารนาวิกโยธิน ย่อท้อ หรือ เสียขวัญ แต่อย่างใด จนในที่สุด ก็สามารถ บุกเข้าถึง ค่ายกรุงชิง อันเป็น กองบัญชาการใหญ่ ของผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ภาคใต้ ซึ่งยัง ไม่เคยปรากฏว่า ทหารหน่วยใด ได้เข้าถึง มาก่อน ได้เข้าทำลาย และ ยึดค่าย กรุงชิงสำเร็จ เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๐ ทหารนาวิกโยธิน ได้ชักธงชาติไทย ขึ้นสู่ยอดเสา แทนธงแดง ตราค้อนเคียว ของผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ เพื่อ ประกาศว่า แผ่นดินไทย ต้องมี เฉพาะธงชาติไทย เท่านั้น

              การที่ ทหารนาวิกโยธิน ยึดค่ายกรุงชิง ได้นั้น ทำให ้ผู้ก่อการร้าย ต้องกระจัดกระจาย หลบหนีเอาตัวรอด ได้รับความทุกข์ยาก แสนสาหัส พวกที่ ทนลำบาก ไม่ได้ ต่างก็พากัน เข้ามอบตัว ซึ่ง ทางเจ้าหน้าที่ กองทัพภาคที่ ๔ ได้รับตัวไว้ และ ให้ความปลอดภัย แก่ผู้หลงผิด เหล่านั้น และ ได้ทำการ ฝึกอบรม เพื่อให้ ผู้หลงผิด ทั้งหลายได้กลับตัว กลับใจ เป็นพลเมืองดี ของชาติต่อไป ตามโครงการ การุณยเทพ

สรุปผลการปฏิบัติ

              - ปะทะกับ ผกค. ๓๒ ครั้ง
              - ถูกกับระเบิดของ ผกค. ๒๕ ครั้ง
              - ถูก ผกค.ซุ่มโจมตี ๒๕ ครั้ง
              - ถูก ผกค.ยิงรบกวนฐานปฏิบัติการ ๒๕ ครั้ง
              - ยึดค่ายพักของ ผกค.ได้ ๘๑ หลัง
              - ยึดยุ้งฉางเก็บข้าวเปลือกได้ ๔ หลัง
              - ยึดโรงยาสูบของ ผกค.ได้ ๒ หลัง
              - ยึดโรงเลื่อยของ ผกค.ได้ ๒ หลัง
              - ยึดไร่ผักขนาดใหญ่ได้ ๒ แห่ง

สรุปการสูญเสีย
ฝ่ายเรา

              เสียชีวิต ๙ นาย
              บาดเจ็บสาหัส ๓๙ นาย
              (ในจำนวนนี้มี ตชด. ๖ นาย และ ทบ. ๒ นาย)
              บาดเจ็บเล็กน้อย ๒๗ นาย

ฝ่ายผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.)

              เสียชีวิต ๕ คน
              มอบตัว ๕๒ คน
              แนวร่วมถูกจับกุม ๑๒๔ คน

รายชื่อผู้เสียชีวิตของฝ่ายเรา

              ๑. เรือเอก สมทบ กุลศิลารัตน
              ๒. จ่าเอก สำราญ เลิกวิลาศ
              ๓. จ่าเอก ไพบูลย์ โชติศาล
              ๔. จ่าเอก ธีระพล ไผ่ผันโฉม
              ๕. จ่าเอก ชาญศักดิ์ ศรีนิ่ม
              ๖. จ่าเอก อรินทร์ เพียนพจน์
              ๗. พลทหาร ประดิษฐ์ ปานเมือง
              ๘. สิบตำรวจโท วิรัตน์ จรูญรัตน์ (ตชด.)
              ๙. พลตำรวจ สมชาย ศรีสุขใส (ตชด.)

การเดินทางกลับที่ตั้งปกติ

              ภายหลัง จากที่หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ ได้ปฏิบัติ ภารกิจ ในการปราบปราม ผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ ในพื้นที่อ่าวกรุงชิง จนสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๒๐ และ กองบัญชาการทหารสูงสุด ได้สั่งให้ คงกำลัง ทหารนาวิกโยธิน เพื่อการปราบปราม ผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ ในพื้นที่นี้ ต่อไปอีก ๑ ปี กองทัพเรือ ได้สั่งการ ให้กรมนาวิกโยธิน จัดกำลัง มาผลัดเปลี่ยน เป็นหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๒ เพื่อให้ หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ เดินทาง กลับที่ตั้งปกติ และ ฟื้นฟูหน่วย ต่อไป
              หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ ๒๐๑ ซึ่งสนธิกำลัง จากกองพันทหารราบที่ ๓ กรมผสมนาวิกโยธิน ออกเดินทาง โดยทางเรือ จากสถานีทหารเรือสงขลา เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ และ เดินทางถึง ที่ตั้งปกติ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ส่วนกำลัง ที่จัดจากกองพันทหารราบที่ ๘ กรมผสมนาวิกโยธิน เดินทางกลับ เข้าที่ตั้งปกติ ที่จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ ๒๐๑ เลิกสนธิกำลัง เมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๐

เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยม
กองพันเฉพาะกิจนาวิกโยธินที่ ๒๐๑

              วันที่ทหารนาวิกโยธินทุกคน จะลืมเสียมิได้ ก็คือ เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์   พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จ พระราชดำเนิน ทรงเยี่ยม หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ และ เมื่อวันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ได้เสด็จ พระราชดำเนิน ทรงเยี่ยม หน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ที่ ๒๐๑

              พระองค์ ทรงสนพระราชหฤทัย ในการ ปฏิบัติภารกิจ ของทหารนาวิกโยธิน ได้ทรง ไต่ถามถึง การปฏิบัติการ ทางทหารต่างๆ และ มีพระราชประสงค์ ให้ร่วมมือกัน บูรณะ ฟื้นฟูพื้นที่ อ่าวกรุงชิง เพื่อให้ พสกนิกร ของพระองค์ ได้ใช้ประโยชน์ ในพื้นที่นั้น เป็นแหล่ง ประกอบอาชีพ ต่อไป พร้อมกับ ได้พระราชทาน สิ่งของต่างๆ เพื่อบำรุงขวัญ ให้กับ ทหาร ในหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินที่ ๒๐๑ โดยถ้วนหน้ากัน ต่อจากนั้น ได้ทอดพระเนตร สิ่งของต่างๆ ที่ยึดมาได้ อาทิเช่น เทปในการ ปลุกระดม ผ้าตัดเครื่องแบบ และ แผนผัง แสดงที่ตั้งค่าย ต่างๆ
              จากนั้น ได้เสด็จ พระราชดำเนิน ไปเยี่ยม ฐานปฏิบัติการ ของกองร้อยปืนเล็ก ที่บ้านปากลง ซึ่งเคย ตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของผู้ก่อการร้าย คอมมิวนิสต์ ทำให้ ประชาชน ต้องอพยพหนีภัย ของผู้ก่อการร้าย ละทิ้งที่ทำกิน ครั้นเมื่อฝ่ายเรา ได้กวาดล้าง ทำลาย ค่ายกรุงชิงแล้ว ประชาชน ในหมู่บ้านนี้ ต่างก็กลับ มาประกอบอาชีพ ตามเดิม อย่างมีความสุข และปลอดภัย ภายใต้การคุ้มครอง ของ ทหารนาวิกโยธินหน่วยนี้                                                                                                 

....กลับหน้าหลัก....
....กลับหน้าสารบัญ....