|
|
| 1
2 3 4 5
6 7 |
|
หน้า
3 |
|
|
วิเคราะห์
ในบทว่าด้วยการเดินทัพนี้ ซุนวูอธิบายถึงวิธีการเคลื่อนทัพ
และวางกำลังในภูมิประเทศต่าง ๆ กัน ให้เป็นคุณแก่ฝ่ายเรามากที่สุด
ทั้งยังแนะเคล็ดในการสังเกตพฤติกรรมของข้าศึกในโอกาสต่าง ๆ อันเป็นสิ่งบอกเหตุใช้ทำนายเหตุการณ์
ที่จะเกิดขึ้นถัดไป ปิดท้ายด้วยหลักการที่ขุนพลควรใช้ใน การ ปกครอง
การใช้งาน และการครองใจผู้ใต้บังคับบัญชาให้ได้ผลในการเดินทัพผ่านเขตภูเขา
ซุนวูแนะ ให้อยู่ในชัยภูมิสูงแต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามอยู่ในชัยภูมิดังกล่าวก็ละเว้นอย่าไปต่อกร
ด้วย เนื่องจาก ผู้ที่อยู่ใน ที่สูงย่อมเห็นความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ต่ำกว่าได้อย่าง
ชัดเจนจึงมี อิสระมาก กว่าในการ ดำเนินกลยุทธ์รวมทั้งการเลือกใช้อาวุธกระทำต่อผู้อยู่ข้างล่าง
อย่างสะดวก กว่า ในขณะที่ ผู้อยู่เบื้อง ล่าง ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในการเข้าตีผู้ที่อยู่ข้างบน
การมองเห็น เหตุการณ์ข้างบน รวมทั้ง การ ใช้อาวุธก็มีขีดจำกัดมากกว่าฝ่ายตั้งมั่นในที่สูง
การรบ กับข้าศึก ในที่สูงกว่าจึงพึงหลีกเลี่ยง มิฉะนั้นอาจเกิดความสูญเสียอย่างมาก
เมื่อเปรียบเทียบกับ การทำงานแล้ว การตั้งมั่นอยู่ในชัยภูมิ สูง ก็เสมือนกับงานที่ผู้นำหน่วยต้องรู้ปัญหางาน
ที่เผชิญอยู่ อย่างชัดเจน ประดุจมองข้าศึกจากที่สูง ทั้งยังสามารถเลือก
วิธีการต่าง ๆ มาจัดการกับปัญหา ที่เกิดขึ้นได้อย่างหลากหลายเช่นเดียวกับการ
มี อิสระ ในการเลือกใช้อาวุธกับข้าศึกนั้นเอง แต่สำหรับการทำงานที่ผู้รับผิดชอบไม่ทราบถึงประเด็นของ
ปัญหา และไม่รู้วิธีการที่จะ แก้ปัญหา นั้น ก็เหมือนกับผู้อยู่ในที่ต่ำกว่าข้าศึก
ถ้าขืนทำงานไปแบบ สุ่ม เสี่ยงก็คงต้องเสียงาน เหมือนหาญ เข้าต่อกรกับข้าศึกในที่สูงนั้นเองการรบในเขตแม่น้ำซุนวู
ูให้เข้าตีข้าศึก ในขณะที่ครึ่งหนึ่ง ของข้าศึกกำลังจะขึ้นฝั่ง และอีกครึ่งหนึ่งอยู่ในน้ำ
โดยให้ตั้งมั่น รออยู่บนที่ สูงริมฝั่ง ในการเข้าตี ขณะที่ข้าศึกกำลังจะขึ้นจากน้ำนั้น
ข้าศึกจะเป็นฝ่ายตั้งรับ และเพลี่ยงพล้ำ เพราะเคลื่อนไหว ได้อย่างจำกัด
ยานรบ สัตว์ต่างจะติดหล่ม เพราะกำลังเคลื่อนทัพผ่านดินนุ่มขอบ ฝั่งทหาร
จะบาดเจ็บล้มตาย ยานรบ สัตว์พาหนะถูกทำลาย และถูกฆ่าจนกลายเป็นสิ่งกีดขวาง
กำลัง พลอีกครึ่งหนึ่งที่ยังอยู่ในน้ำ หากจะถอยกลับฝั่งที่ข้ามมาก็ไกล
น้ำยังไหลเชี่ยวเคลื่อนกำลัง ไม่สะดวก หากจะรุกต่อเพื่อขึ้นฝั่งมาประจันหน้าก็เป็นฝ่ายถูกกระทำ
จึงเปรียบเสมือนเป้านิ่ง ให้ฝ่ายอยู่บนฝั่ง ใช้อาวุธระยะไกลยิงทำลายอย่างสนุกมือ
ซุนวูยังห้ามเดินทัพสวนกระแสน้ำ เนื่องจากไพร่พล สัตว์ พาหนะ และ ยานรบต้องออกแรงมากกว่าปกติในการเดินสวนกระแสน้ำ
จะทำให้หมดเรี่ยวแรงเสีย ก่อนที่จะเข้าต่อกรกับฝ่ายตรงข้าม อันนี้ก็คล้ายกับสุภาษิตไทยที่ว่า
"น้ำเชียว อย่าขวางเรือ" เพราะ เรือจะล่มพรุ หนองบึง ที่เหล่านี้เป็นที่ลุ่มชุ่มน้ำ
มีต้นไม้หรือหญ้า ขึ้นเป็นหย่อม ๆ ในบริเวณมีดินการ เดินเท้าหรือพายานพาหนะผ่านทำได้ลำบาก
และเชื่องช้า จึงควรผ่านอย่างรวดเร็ว ถ้าเลี่ยงการปะทะ ะบริเวณนี้ไม่ได้แล้ว
ซุนวูแนะให้วางกำลังบริเวณ ที่มีหญ้าขึ้นและมีป่าโกงกางเป็นฉากหลังเนื่องจาก
บริเวณที่หญ้าขึ้นพื้นจะแน่น และมั่นคงกว่า บริเวณอื่นของพรุและหนองบึง
ป่าโกงกางที่เป็นฉาก หลังยังช่วยกำบังกำลังฝ่ายเรา มิให้ข้าศึก เห็นได้ชัดเจนอีกด้วย
เปรียบเทียบกับการปฏิบัติงานใด ๆ พรุ หรือหนองบึง คืออุปสรรคเล็ก ๆ
น้อย ๆ ของการทำงานที่ต้องขจัดให้ผ่านพ้นไปโดยรวดเร็ว ถ้ายังมัวยุ่งกับปัญหาเล็ก
ๆ น้อย ๆ นานเกินไปก็เปรียบเสมือนกับการเดินทัพผ่านพรุอย่างเชื่องช้า
ที่อาจส่งผลทำให้เกิดความเสียหาย กับงานส่วนใหญ่ได้
|
|