|
|
|
ตำราพิชัยสงครามซุนวู
|
|
จิ้น
|
ซุนวูกล่าวว่า
:
ลักษณะหลัก ๆ ของภูมิประเทศในการรบ มีดังนี้ คือ
เข้าถึง ขลุกขลัก ยันกัน บีบรัด ที่สูง และเสมอกัน ถ้าฝ่ายเรานำไปก่อน และฝ่ายข้าศึก
ก็คืบหน้า ไปได้ด้วย เช่นกัน เรียกว่า "เข้าถึง" ในภูมิประเทศชนิดนี้ให้ยึดครองที่สูงไว้ก่อน
เป็นเบื้องแรกและอยู่ด้านรับแสงจากนั้น ปรับปรุงเส้นทางสำหรับการส่งกำลังบำรุง
เมื่อทำได้ดังนี้แล้ว เมื่อรบกับข้าศึกก็จะเป็นฝ่ายได้เปรียบถ้าสามารถรุดหน้าเข้าไปได้
แต่ถอน กลับได้ยาก เรียก "ขลุกขลัก"
ในภูมิประเทศเช่นนี้ ถ้าข้าศึกอยู่ในสภาพไม่พร้อมรับมือ ให้บุกเข้าไป พิชิตเสียทันที
แต่ถ้าข้าศึกพร้อมรับมือ และฝ่ายเรารุกได้เพียงเล็กน้อย โดยไม่อาจได้ชัยชนะ
เด็ดขาดแล้ว เป็นการยากที่จะถอนตัว ทั้งยังเสียเปรียบอย่างยิ่ง
ถ้าทั้งฝ่ายเรา และข้าศึก ไม่อาจรุกคืบหน้าให้ได้เปรียบซึ่งกันและกันแล้วเรียกว่า
"ยันกัน" ภูมิประเทศชนิดนี้แม้ข้าศึก
จะหลอกล่อด้วยผลประโยชน์ก็มิพึงบุกเข้าไป ให้ถอนกำลังออกมา แต่ถ้าเข้าโจมตีขณะเมื่อ
กำลังพลฝ่ายข้าศึกครึ่งหนึ่งรุกเข้ามา จึงจะได้เปรียบ
ในภูมิประเทศ "บีบรัด"
ถ้าได้ครองพื้นที่ก่อนให้วางกำลังเต็มพื้นที่รอคอยข้าศึกถ้าข้าศึก
ครองพื้นที่ก่อน และวางกำลังเต็มพื้นที่อย่าตามไปต่อกร แต่ถ้าข้าศึกวางกำลังไม่เต็มพื้นที่
จึงเข้าทำการรบด้วย ในภูมิประเทศซึ่งเป็น "ที่สูง" ถ้าฝ่ายเราครองพื้นที่ได้ให้ตั้งมั่นในที่สูง
ด้านรับแสงรอคอยฝ่ายข้าศึก แต่ถ้าข้าศึกทำเช่นนี้ได้ก่อนให้ถอนกำลัง ออกมา
อย่าตาม เข้าไป รบด้วย
ในภูมิประเทศ "เสมอกัน"
อำนาจทางยุทธศาสตร์ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายข้าศึกอยู่ในสถานะ เท่าเทียมกัน
เป็นการยากที่จะยั่วยุให้ข้าศึกเข้าทำการรบด้วย ในการรบนั้นไม่มีฝ่ายใดที่ได้
เปรียบ
ลักษณะทั้ง ๖ ประการของภูมิประเทศต้องใช้ให้เป็นคุณ
ขุนพลผู้รับผิดชอบบังคับบัญชา ต้องมีการพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน
มีกองทัพที่เลวอยู่ ๖ ประเภท คือ แตกทัพ ไร้ระเบียบ
ล่มจม แตกแยก เหลวแหลก และ พ่าย แพ้ ซึ่งความเลวร้ายทั้ง ๖ อย่างนี้มิได้เกิดจากฟ้าดินบันดาล
แต่เป็นความผิดของขุนพล
ดังนั้นเมื่อต่างมีอำนาจทางยุทธศาสตร์เท่ากัน นำกำลังน้อยกว่าข้าศึกถึงหนึ่งต่อสิบเข้าตี
ีข้า ศึก ก็ต้อง "แตกทัพ"
ถ้ากำลังพลเข้มแข็ง นายทหารอ่อนแอ
กองทัพก็ "ไร้ระเบียบ"
ถ้านายทหารเข้มแข็ง กำลังพลอ่อนแอ
กองทัพก็ "
ล่มจม"
ถ้านายทหารระดับสูง ลุแก่โทสะ
นายทหารระดับล่างไม่ฟังคำสั่ง นำกำลังเข้ารบอย่างเกรี้ยวกราด และไร้สติโดยพลการ
ขุนพลไม่ทราบถึงขีดความสามารถ กองทัพตน นี่คือกองทัพที่ "แตกแยก"
ถ้าขุนพลอ่อนแอ ไม่เข้มงวด สั่งการไม่ชัดเจนและไร้ภาวะผู้นำ
นายทหารและไพร่พล หย่อนยาน ไม่รักษาหน้าที่ การเดินทัพไม่เป็นรูปขบวน นี้คือความ
"เหลวแหลก"
ถ้าขุนพลไม่อาจหยั่งรู้ขีดความสามารถข้าศึก
นำทัพที่กำลังน้อยกว่าเข้าต่อสู้กองทัพที่กำลังมากกว่า หรือนำทัพอ่อนแอเข้าสู้กับทัพที่แข็งแกร่ง
ขาดการคัดเลือกกองระวังหน้าที่เหมาะสม นี้คือ "พ่ายแพ้"
|