ปีที่ ๘๖ เล่มที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖
 
เกียรติศักดิ์นักรบ...
โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง...
พิธีลาตายและสิทธิของ...
กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ...
ประทีปธรรม
สมาชิกฌาปนกิจถึงแก่กรรม
ปกิณกะชาวเรือ
ตำราพิชัยสงครามซุนวู
จิ้น
1 2 3 4 5 6  
หน้าที่  2

   พื้นที่ "เข้าถึง" หมายถึงบริเวณยุทธภูมิที่การคมนาคมสะดวก มีเส้นทางเข้าหลายสาย มาบรรจบกัน ทั้งฝ่ายเรา และข้าศึกเดินทางเข้าสู่พื้นที่ได้สะดวก เมื่อเป็นเช่นนี้การที่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งจะได้เปรียบ ต้องเข้าถึงพื้นที่ได้ก่อน เพื่อตั้งมั่นกองทัพ ในภูมิประเทศเช่นนี้เมื่อไป ถึงให้เลือกทำเลที่สูงไว้ เพื่อจะได้สังเกตความเคลื่อนไหวของข้าศึกที่จะเข้ามาทีหลังได้ ้อย่างชัดเจน ปรับปรุงและรักษาเส้นทางส่งกำลังบำรุงไว้ ให้สามารถลำเลียงเสบียงอาหาร น้ำ และยุทโธปกรณ์ ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อข้าศึกตามมาถึงทีหลังยังไม่ทันตั้งมั่น และเหนื่อยล้า จากการเดินทาง ถ้าฝ่ายเราฉวยโอกาสเข้าโจมตีเสียในขณะนี้ ข้าศึกจะระส่ำระสายเพราะ เสียเปรียบ และพ่ายแพ้ในที่สุด เปรียบเทียบกับการทำงานใด ๆ แล้วพื้นที่เข้าถึงคือ ปัญหาที่ มีวิธีการแก้ได้หลายแนวทาง เมื่อมีวิธีการแก้ไขได้หลากหลายไม่ยุ่งยากผู้ทำงานจึงมักทอด หุ่ยรอเวลาจนใกล้ ๆ เส้นตายของงานและก็เร่งรีบทำงานให้เสร็จ ๆ ทำให้มีการผิดพลาดเกิด ขึ้น ซึ่งถ้ามีการทำงานนี้แต่เนิ่น ๆ ไม่รอเวลาแล้ว ทำให้มีเวลาพอที่จะแก้ไขข้อบกพร่องของ งานก่อนที่จะครบกำหนด ผลงานจึงเรียบร้อยสมบูรณ์เสมือนการไปสู่ยุทธบริเวณแบบ "เข้าถึง" ก่อนข้าศึกนั้นเอง
   ในพื้นที่ "ขลุกขลัก" คือสภาพภูมิประเทศถูกโอบล้อม และคับแคบ ถึงแม้จะรุกเข้าไปรบ กับข้าศึกได้ แต่ด้วยความคับแคบจึงมีพื้นที่ในการดำเนินกลยุทธ์น้อย ถ้าเพลี่ยงพล้ำแล้ว โอกาสที่จะถอยกำลังกลับออกมาเป็นไปได้ยาก ดังนั้นต้องแน่ใจว่าข้าศึกอยู่ในสภาพเสีย เปรียบกว่าฝ่ายเราจึงเข้าไปรบด้วย มิฉะนั้นอาจประสบความสูญเสียอย่างหนัก เปรียบเทียบ กับสถานการณ์ทั่วไปแล้ว คือ การงานที่มีข้อจำกัด และอัตราเสี่ยงสูงต่อการที่จะประสบความ ล้มเหลว ถ้าไม่แน่ใจจริงแล้วควรละเว้นไม่รับงานนั้นเสียเป็นการดีกว่า
    พื้นที่ "ยันกัน" คือ สมรภูมิที่ทั้ง ๒ ฝ่ายต่างตั้งกำลังประจันหน้ากันแต่ไม่อาจขยับตัวรุกคืบ หน้าไปได้ การรุกแต่ ่ละครั้งจะมีการสูญเสียเกิดขึ้น แต่ละฝ่ายจึงต้องพยายามหลอกล่อให้ฝ่าย ตรงข้ามบุกเข้ามา ก่อน เช่น สถานการณ์ในสมรภูมิยุโรป ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ ที่ทั้ง ฝ่ายพันธมิตร และ ฝ่ายเยอรมัน ต่างขุดสนามเพลาะประจันหน้ากันโดยที่แต่ละฝ่ายไม่อาจรุก คืบหน้าให้เกิดผล แตกหักได้ทำให้สงคราม "สนามเพลาะ" นี้กินเวลายาวนาน ไพร่พลทั้ง ๒ ฝ่ายต่างสูญเสียกำลังจำนวนมาก ในแต่ละครั้งที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรุกเข้าไปในด้านศัตรู ก็จะถูก ฝ่ายตั้งรับเป็น ฝ่ายกระทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมากทุกครั้ง เปรียบเทียบกับการทำงาน พื้นที่ "ยันกัน" คือสถานการณ์ปัญหาที่ยังไม่อาจหาทางออกได้การดำเนินการต่อไปมีแต่จะสูญ เสียทรัพยากร ถ้าหยุดนิ่งเสียงานก็ทรงอยู่ แต่ไม่อาจทำให้แล้วเสร็จได้ การจะให้งานลุล่วงไป ได้ จำเป็นต้อง อาศัยความริเริ่ม ใหม่ๆ ที่ถูกต้องตรงประเด็น เช่น การริเริ่มใช้รถถังใน สงครามสนามเพลาะ ของฝ่ายพันธมิตร ที่ทำให้เกิด จุดเปลี่ยนในสงครามจนพันธมิตรได้รับ ชัยชนะ ฝ่ายเยอรมนี ในที่สุด