ปีที่ ๘๖ เล่มที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖
 
เกียรติศักดิ์นักรบ...
โรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง...
พิธีลาตายและสิทธิของ...
กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ...
ประทีปธรรม
สมาชิกฌาปนกิจถึงแก่กรรม
ปกิณกะชาวเรือ
ตำราพิชัยสงครามซุนวู
จิ้น
1 2 3 4 5 6  
หน้าที่  4

   ภูมิประเทศ "บีบรัด" คือพื้นที่มีเส้นทางเดินบังคับให้ต้องเดินผ่าน เช่น มีทิวเขาหรือที่สูง ขนาบ อยู่ ๒ ข้าง ภูมิประเทศเช่นนี้เหมาะสำหรับการซุ่มโจมตีแต่ละฝ่ายจึงต้อง พยายามเข้า วาง กำลังในพื้นที่ก่อนเพื่อให้สามารถเป็นผู้กำหนด "พื้นที่สังหาร" ให้กับฝ่ายศัตรูที่ตาม มา ภายหลัง ดังนั้น ในสถานการณ์รบที่ทราบว่าข้าศึกเข้าไปวางตัวก่อนในพื้นที่ดังกล่าวแล้วไม่ ควร จะเข้าไปรบด้วย เพราะจะถูกโจมตีจนเสียหายอย่างยับเยิน ไม่มีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะ เปรียบเสมือนกับงานที่เรารู้อยู่แก่ใจว่าไม่อาจทำให้ประสบความสำเร็จได้ และควรปฏิเสธไม่ รับงานนั้น
   สำหรับ "ที่สูง" มีลักษณะทำนองเดียวกันกับการวิเคราะห์ภูมิประเทศ "เข้าถึง" จึงขอข้าม ไปไม่กล่าวถึง
   ในพื้นที่ "เสมอกัน" คือยุทธบริเวณที่เป็นพื้นราบ การเคลื่อนกำลัง และดำเนินกลยุทธ์ คู่สงครามต่างมีอิสระในการริเริ่ม และดำเนินการรบ ถ้าอำนาจทางยุทธศาสตร์เท่าเทียมกัน แล้ว จึงไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบ หรือเสียเปรียบ เว้นแต่แม่ทัพฝ่ายใดมีความเฉลียวฉลาดเหนือ กว่า จึงจะมีโอกาสได้รับชัยชนะในการรบ เปรียบแล้วคือ สถานการณ์ทำงานที่มีปัจจัยการ บริหาร ทุกอย่างครบถ้วน จะทำงานได้เสร็จเรียบร้อยด้วยดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะได้หัวหน้า งานที่เป็นมืออาชีพมาดำเนินงานหรือไม่
   หัวหน้างานหรือขุนพลผู้นำทัพที่มีสติปัญญาจึงต้องรู้จักพินิจพิจารณาใช้ลักษณะภูมิประเทศ หรือสถานการณ์ทำงานทั้งหมดให้บรรลุสู่เป้าหมาย
   ในส่วนที่ ๒ ซุนวูกล่าวถึงกองทัพที่เลว ๖ ประเภท ซึ่งอุปมาได้กับหน่วยงาน หรือบริษัทห้าง ร้านใด ๖ ประเภท เช่นกัน ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานเหล่านี้ เกิดจากขุนพล หรือ หัวหน้าหน่วยที่ไร้ความสามารถ มิได้เกิดจากความบังเอิญ หรือโชคชะตา
   ประเภทแรกกองทัพที่มีขีดความสามารถทางยุทธศาสตร์เท่า ๆ กับข้าศึก แต่แม่ทัพผู้โง่ เขลากลับนำกำลังที่น้อยกว่าข้าศึก ถึงหนึ่งในสิบเข้าตีฝ่ายข้าศึกจนต้องตกเป็นฝ่าย พ่ายแพ้ "แตกทัพ" ไม่เป็นรูปกระบวน เปรียบกับหัวหน้างานของหน่วยงานใดก็ตาม แม้จะมีทรัพยากร ทั้งวัตถุ และบุคลากรเพียบพร้อมสนับสนุนในการทำงาน แต่ก็ไม่สามารถทำงานให้ลุล่วงตัดสิน ใจอย่างสะเพร่าไม่รอบคอบ ขาดการวิเคราะห์และตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ต้องสูญเสียทรัพยา กรแรงงาน และเวลาไปมากมาย แต่งานล้มเหลวในที่สุด หัวหน้างานหรือ ขุนพลของกองทัพ เช่นนี้ มักเติบโตขึ้นมาแบบข้ามสายงานเข้ามาอยู่ในตำแหน่งบริหารที่ตนเองไม่เข้าใจ ธรรมชาติของงาน และไม่มีความสามารถพอที่จะเรียนรู้งานนั้นได้ จึงบริหารงานแบบสุ่มเสี่ยง ตามสามัญสำนึกของตนจนกองทัพ หรือบริษัทเสียหายต้อง "แตกทัพ" หรือล้มละลายในที่สุด
ที่ว่า กำลังพลเข้มแข็ง นายทหารอ่อนแอ กองทัพก็ "ไร้ระเบียบ" เปรียบกับหน่วยงานใด ๆ ก็คือ ลูกน้องมีคุณภาพ และความรู้ความสามารถ แต่ตัวหัวหน้ากลับขาดความรู้ความสามารถ จึงไม่กล้าที่จะตัดสินใจ สั่งการใด ๆ ได้ แต่หน่วยงานนั้นก็ยังคงประคองตัวทำให้งานดำเนิน ต่อไปได้ เพราะระดับล่างช่วยกันทำงานให้ ซึ่งเมื่อตัวหัวหน้าไร้ฝีมือเสียแล้ว ลูกน้องก็ปราศ จากความเกรงกลัวหรือเกรงใจ ต่างทำอะไรตามใจชอบ โดย ผู้บังคับบัญชาก็ไม่กล้าว่ากล่าว แม้หน่วยงานประเภทนี้จะยังคงอยู่ได้เพราะรากฐานคือ ระดับผู้ใต้บังคับบัญชามีขีดความ สามารถ แต่ก็ตกอยู่ในภาวะสับสน "ไร้ระเบียบ" เพราะขาดผู้นำที่ดี