ปีที่ ๘๖ เล่มที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๔๖
 
ประทีปธรรม
 
กองอนุศาสนาจารย์ ยศ.ทร.

คนงาม

       คำว่า งาม หมายถึง ลักษณะที่เห็นแล้วชวนยินดี ชวนพึงใจ แบ่งเป็น ๔ ระดับ คือ งามอาภรณ์ งามเรือนร่าง งามมารยาท และงามจิตใจ
       ๑.งามอาภรณ์ คือ มีเครื่องประดับตกแต่งร่างกายที่สวยงาม สะอาดเรียบร้อย เหมาะสมกับฐานะ แต่งแล้วดูงาม ทำให้ผู้พบเห็นเกิดความนิยมชมชอบ
       ๒. งามเรือนร่าง ได้แก่ การมีร่างกายสมส่วน แข็งแรงเหมาะสมกับวัย ไม่มีโรคภัย ไข้เจ็บ เบียดเบียน ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป ตลอดจนรักษาความสะอาดของร่างกายได้ เป็นอย่างดี
       ๓. งามมารยาท คือ มีกิริยาวาจาที่เรียบร้อย มีสัมมาคารวะต่อผู้อาวุโสกว่าตน เป็นคน อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ มารยาทที่งามเช่นนี้เกิดขึ้นได้จากการฝึกหัดตามระเบียบวินัยและ ศีลธรรม ทางศาสนา
       ๔. งามจิตใจ ได้แก่ การมีจิตใจเยือกเย็น ไม่อิจฉาริษยาผู้อื่น มีความรักต่อผู้อื่นอย่าง บริสุทธิ์ใจ ทั้งมีจิตใจมั่นคงไม่หวั่นไหวต่อเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น ความงาม ๒ อย่างแรก คือ งามอาภรณ์และงามเรือนร่าง เป็นความงามภายนอก ระดับเปลือกและกระพื้ของความงาม เท่านั้น ส่วนความงาม ๒ อย่างหลัง คือ งามมารยาทและงามจิตใจ เป็นความงามภายใน ระดับเนื้อและแก่นของความงามทีเดียว
       เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยที่จะช่วยให้คนเป็นคนงามแล้ว ความงามภายนอกต้องตกแต่ง ด้วย เครื่องเสริมความงาม ต้องอาศัยวัตถุอุปกรณ์ต่าง ๆ ความงามประเภทนี้จึงไม่เป็นอิสระ และ เปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ตามวัยของคน ส่วนความงามภายใน เป็นความงาม ที่เกิดขึ้น จากระเบียบวินัยและศีลธรรม จึงเป็นความงามอิสระ เพราะใคร ๆ ก็สามารถเป็น เจ้าของได้
       ฉะนั้น เรามาเสริมสวยมารยาทและจิตใจของเราให้สวยงาม ควบคู่กับอาภรณ์และ เรือนร่าง กันดีกว่า เพื่อจะได้เป็นคนงามที่สมบูรณ์แบบ