แนะนำสถาบัน

การเรียนรู้

วิชาการ

บริการสังคม

นักเรียน

ศิษย์เก่า

::::: สุขภาพขาและเท้า :::::

            การเขย่งเกร็งน่องอยู่บนรองเท้าส้นสูงทั้งวัน ทำใหเมื่อยน่องได้ การใส่รองเท้าส้นสูงคสรจะมีส้นสูงไม่เกิน 1.5 นิ้ว เพราะถ้าสูงกว่านี้จะทำให้หล้ามเนื้อต้องทำงานหนัก เกิดผลเสียกับกล้ามเนื้อน่อง เท้า และหลังได้ แต่ถ้าคุณกำลังเมื่อยน่องอยู่ ลองแก้ไขเบื้องต้น โดยใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงที่กล้ามเนื้อตรงกลางข้อพับเข่าด้านหลังประมาณ 5-10 นาที หลังจากนั้นจึงนวดไปตามเส้นกลางขาด้านหลังจากส้นเท้าขึ้นไปเรื่อยๆ หรือแช่เท้าลงในน้ำอุ่นสัก 10-15 นาที จะช่วยให้ระบบไหลเวียนดีขึ้น คุณจะรู้สึกผ่อนคลายได้.....
            แต่วิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ถ้าจะให้ดีควรเลือกรองเท้าที่มีความสูงของส้นพอเหมาะ รูปทรงกระชับพอดีกับเท้า....เพื่อช่วยดูแลและถนอมขาและเท้าเราไว้เพราะอ่างไรเราคงต้องใช้บริการเท้าคู่นี้กันอีกนาน

:::::::: ชาเขียว :::::::::

           "ชา"  จัดว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีผู้นิยมมากชนิดหนึ่งแต่เดิมเราคุ้นเคยกับชาจีนและชาฝรั่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาดำ มากกว่าชาเขียวซึ่งมักรู้จักกันว่าเป็นชาญี่ปุ่น ความจริงแล้วชาเขียวเป็นที่นิยมหลายประเทศในแถบเอเซีย ที่เรียกว่าชาเขียว เนื่องจากลักษณะของใบชาแห้งที่สีจะไม่ดำเข้ม เมื่อชงแล้วได้น้ำชาสีเขียวจางๆ หรือเขียวอมน้ำตาล ขึ้นอยู่กับกระบวนการ ผลิต เราสามารถจำแนกใบชาออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ
           1. ชาดำ เป็นชาที่ผ่านการหมักบ่มอย่างเต็มที่ ก่อนการทำให้แห้งจึงได้ใบชาสีเข้มเกือบดำ
           2. ชาอู่หลง เป็นใบชาที่ผ่านการหมักบ่มบ้าง ประมาณครึ่งทางของการหมักชาดำ แล้วนำไปอบหรือตากแห้ง
           3. ชาเขียว ผลิตโดยไม่ผ่านการหมักบ่มก่อนทำให้แห้ง
           ในใบชาตามธรรมชาติตั้งแต่เด็ดมาจากต้นจะมีสารประเภทฟีนอลอยู่กลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า คาเทซิน ในกลุ่ม เอพิแกลโลคาเทซินแกลเลท หรือ EGCG นอกจากนี้ยังมีสารอีกหลายตัวที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน หากแต่สารต่างๆ เหล่านี้จะลดลงเมื่อใบชาแก่ขึ้น และยังถูกเปลี่ยนไปเป็นสารอื่นได้จากกระบวนการหมักบ่ม สาร EGCG นี้เองที่มีคุณสมบัติในการต้านสารหลายอย่างที่เป็นโทษต่อร่างกาย ชาเขียวจึงเป็นที่น่าสนใจในหมู่นักดื่มชา
           มีงานวิจัยจำนวนไม่น้อยเกี่ยวกับสารในชาเขียว ที่แสดงให้เห็นว่าสารเหล่านี้มีประโยชน์ในการลดความเสี่ยงจากโรคหลักๆ จำพวกโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยการลดระดับคอเลสโตรอล แอลดีแอล และไตรกลีเซอไรด์ ป้องกันโรคมะเร็ง เพราะมีฤทธิ์เป็นสารต่อต้าน อนุมูลอิสระ นอกจากนั้นยังสามารถต่อต้านจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมากับอาหารและเชื้อโรคอื่น เมื่อเร็วๆนี้มีการทดลองนำสาร EGCG ไปใช้ในการยับยั้งไวรัสเอดส์ ซึ่งต้องติดตามผลกันต่อไป
           อย่างไรก็ตามชาเขียวคงเป็นส่วนประกอบเล็กๆ ของการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ หากแต่ก็ทำให้เราต้องใช้จ่ายมากขึ้น ในขณะเดียวกัน อาหารอีกหลายชนิดก็มีคุณค่าเช่นเดียวกับชาเขียว และที่สำคัญการดูแลตนเองในด้านอื่นนอกจากการบริโภคอาหาร เช่น การออกกำลังกาย การผ่อนคลายความเครียดก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ต้องลงทุนกันมาก
           สำหรับชาเขียว นักวิชาการแนะนำว่าควรดื่มวันละไม่เกิน 4-5 ถ้วย เพราะในชาเขียวก็ยังมีสารคาเฟอีนและสารจำพวกคาเฟอีน ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกายถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป..
...
: