คิดแบบหมวกหกใบ


โดย...น.ต.หญิง สินีนุช ศิริวงศ์
       อาจารย์ประจำภาควิชาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ

“ การคิดนั้นอาจคิดได้หลายอย่าง จะคิดให้วัฒนะหรือคิดแล้วทำให้เจริญงอกงามก็ได้ จะคิดให้หายนะ หรือคิดแล้วทำให้พินาศฉิบหาย
ก็ได้ การคิดให้เจริญจะต้องมีหลักอาศัย หมายความว่า เมื่อคิดเรื่องหนึ่ง สิ่งใด ต้องตั้งใจมั่นคงโดยความเป็นกลาง ไม่ปล่อยให้อคติ อย่างหนึ่ง
อย่างใด ครอบงำ ให้มีแต่ความจริงใจ ตรงตามเหตุผลที่ถูกแท้ และเป็นธรรม ” พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙


การคิดของมนุษย์เริ่มเกิดขึ้นเมื่อมนุษย์สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว อาจจะเป็นข้อมูลหรือสถานการณ์ที่เป็นสิ่งเร้า ซึ่งมนุษย์รับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง ๕ หลังจากนั้น มนุษย์จะตอบสนองด้วยการคิดก่อนที่จะแสดงออกด้วยการพูดหรือ การกระทำ หากสิ่งเร้าใดทำให้มนุษย์เกิด ข้อสงสัย ความขัดแย้งหรือปัญหา ก็จะทำให้เกิดความทุกข์และเกิดกระบวนการคิดหาหนทางหรือวิธีการแก้ปัญหาอบข้อสงสัยจัดความขัดแย้งเพื่อให้ความทุกข์หมดไปจากตัวเองและ
กลับสู่ สภาวะสมดุล ข้อสรุปจากการศึกษาเรื่องความคิดระบุว่าการคิดรูปแบบใหม่จะไม่ใช่การคิดแบบวันวาน (Yesterday Mind) แต่จะเป็นการคิดแบบ
วันพรุ่งนี้ (Tomorrow mind) ซึ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นผู้คิด ตั้งคำถาม สืบเสาะหาสิ่งที่ยังไม่มีหรือ ยังไม่รู้ ออกจากกรอบความคิดเดิมที่ครอบงำอยู่ มองไป
ข้างหน้า คาดคะเนปัญหาและการท้าทายใหม่ โดยคนส่วน ใหญ่ยินดีที่จะแสดงตนเป็นคนโง่ คนเชย คนเห็นแก่ตัวได้ ถ้าเขาทราบว่านั่นเป็นเพียงการแสดงบทบาท
สมมติ เพราะการแสดงบทบาทเป็นคนอื่นจะทำให้ความความคิดถึงแต่ตนเองลดลงผู้แสดงจะลืมความเป็นตนเองพยายามคิดและปฏิบัติให้ตรงกับบทบาทที่ได้รับ
อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้บุคคลแสดงพฤติกรรมและความคิดได้อย่างตรงไปตรงมาและไม่สับสน

หมวกความคิดคืออะไร
ดร. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบ โน (Dr. Edward de Bono) ศาสตราจารย์ด้านการคิดชาวอิตาลี ได้ศึกษาและคิดค้นวิธีคิด (Thinking Method) เพื่อช่วย
ให้มนุษย ์มีการคิดที่มีประสิทธิภาพสร้างสรรค์และครอบคลุมรอบด้านยิ่งขึ้น เขาเสนอวิธีคิดแบบ " Six Thinking Hats"หรือการคิดแบบหมวกหกใบ


โดยแยกกรอบความคิดออกเป็นด้านๆอย่างชัดเจนและใช้หมวกแทนบทบาทสมมติจากนั้นจึงวิเคราะห์หาเหตุผลภายในกรอบบทบาทนั้นจะช่วยให้คิดพิจารณา
สิ่งต่างๆ ได้ครอบคลุมและมีคุณภาพมากขึ้น แทนที่จะคิดทุกด้านในเวลาเดียวกัน ซึ่งมักก่อให้เกิดความสับสนโดยแนวคิดนี้เป็นแนวความคิดที่สลัดความคิดแบบเก่า
หรือนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเจตคติและได้พยายามปรับปรุงโครงสร้างแบบแผนความคิดเดิมด้วยการนำสิ่งต่างๆมาผสมผสานกันในรูปแบบใหม่ที่ต่างไปจากเดิมเพื่อ
ให้ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยได้เสนอแนวความคิดเกี่ยวกับ “ การคิด ” ไว้ว่า การคิดเป็นขุมทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของมนุษย์ แต่เราไม่อาจพอใจกับทักษะ
ที่สำคัญที่สุดของเรา ไม่ว่าเราจะคิดเก่งแค่ไหน เราควรอยากคิดให้ดีขึ้นเสมออุปสรรคสำคัญของการคิดคือความสับสนเพราะเราพยายามคิดมากเกินไปในแต่ละครั้ง
ในขณะที่คิด เราใช้อารมณ์ ข้อมูล เหตุผลเชิงตรรกะ ความคาดหวัง และความคิดสร้างสรรค์มาปะปนกัน เหมือนกำลังโยนรับลูกบอลหลายลูกเกินไป
การคิดของเราจึงไม่มีประ-สิทธิภาพเท่าที่ควร การสวมหมวกเพื่อแสดงบทบาทสมมติ จึงเป็นกระบวนการที่มีความมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงในการคิดและปฏิบัติ ดังนั้น แนวความคิดแบบหมวกหกใบจะทำให้ผู้คิดสามารถคิดทีละเรื่องได้ สามารถแยกแยะอารมณ์กับเหตุผล และคิดเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างหลากหลาย

ความหมายของสีหมวกความคิดหกใบ
มีผู้กล่าวอยู่เสมอ ๆ ว่า ในการดำเนินชีวิตของคนเรานั้น บางคนต้องสวมหมวกหลายใบ ซึ่งการสวมหมวกในที่นี้หมายถึง การแสดงบทบาทในหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่ง การสวมหมวกหลายใบที่มีสีต่างกันแสดงถึงการมีหลายหน้าที่ของบุคคลนั้น อย่างไรก็ตามแม้คนเราจะมีหมวกหลายใบแต่เราก็สามารถสวมใส่ได้ที่ละหนึ่งใบเท่านั้น โดยกำหนดความหมายของสีหมวกความคิดทั้ง ๖ ใบ ดังนี้

หมวกสีขาว    สีขาวเป็นสีที่มีความเป็นกลาง มีลักษณะของความว่างเปล่า จึงเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริง (Facts) และจำนวนตัวเลข (Figures) เมื่อมีการสวมหมวกสีขาว หมายถึงที่ประชุมต้องการได้ข้อเท็จจริงในด้านข้อมูล หรือความรู้ที่มีลักษณะเป็นปรนัย ซึ่งยังไม่มีการถกเถียง และทุกคนจะให้แต่ข้อเท็จ จริง การให้ข้อเท็จจริงและตัวเลขต้องทำด้วยใจที่เป็นกลาง โดยไม่นำความคิดของตนเองเข้าไปปะปน การตั้งกรอบคำถามที่มุ่งเฉพาะประเด็นอย่างชัดเจน เหมาะสม นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการหาข้อเท็จจริง ตัวอย่างคำถาม เช่น มีข้อเท็จจริงหรือข้อมูลอะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังมีข้อมูล อื่นอีกหรือไม่ ต้องการ ข้อมูลอะไรบ้าง ได้ข้อมูลมาด้วยวิธีใด ถ้าคุณสวมหมวกสีขาวคุณจะพูดเรื่องนี้ว่าอย่างไร เป็นต้น การคิดแบบหมวกสีขาวต้องสมมติว่าตัวเอง เป็นคอมพิวเตอร์ ไม่มีอารมณ์ ไม่มีการตีความ มีแต่ข้อเท็จจริงเท่านั้น จึงนับว่าต้องใช้ทักษะมาก ๆ ซึ่งอาจมากกว่าการคิดแบบหมวกสีอื่น

หมวกสีแดง     สีแดงเป็นสีที่แสดงถึงความโกรธ ความฉุนเฉียวและความรุนแรงของอารมณ์ หมวกสีแดงจึงเกี่ยวข้องกับการแสดงออกของอารมณ์และความรู้สึก เมื่อมีการสวมหมวกสีแดง หมายถึง สมาชิกของที่ประชุมสามารถบอกความรู้สึกของตนเองที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำลังพิจารณา เช่น ชอบ-ไม่ชอบ ดี-ไม่ดี สงสัย เป็นห่วง ชื่นชม ซาบซึ้ง เกลียด กลัว เป็นต้น โดยปกติเมื่อแสดงอารมณ์ ความรู้สึก ก็จะไม่มีคำอธิบายหรือเหตุผลอะไรมากนัก คำถามเพื่อให้ได้มาซึ่งความคิดแบบ หมวกสีแดง เช่น รู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้หรือความคิดนี้ รู้สึกอย่างไรกับสถานการณ์หรือสิ่งที่ทำ มีความรู้สึกลึกๆ อย่างไรเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ มีความเห็นอย่างไร กับแผนงานนี้ เป็นต้น การให้คิดแล้วแสดงอารมณ์กับความรู้สึกออกมาโดยตรง จัดว่าเป็นการปลดปล่อยความในใจที่ถูกกักเก็บไว้ออกมา สิ่งที่แสดงออกอาจช่วย ในการตัดสินใจในตอนสุดท้ายได้

หมวกสีดำ   สีดำ หมายถึง ความเศร้าโศก มืดมน และการปฏิเสธ หมวกสีดำจึงเกี่ยวข้องกับความคิดทางด้านลบ การปฏิเสธ และการคัดค้าน เมื่อที่ประชุมต้องการ ให้พูดถึงจุดด้อย ข้อผิดพลาด ข้อบกพร่อง ข้อเสีย สิ่งไม่ดี โดยมีเหตุผลประกอบ เพราะถ้าไม่ให้เหตุผลในการตำหนิก็จะกลายเป็นการคิดแบบหมวกสีแดง
ตัวอย่างคำถามที่ใช้กับหมวกสีดำ ได้แก่ เรื่องนี้มีจุดอ่อนอะไร ข้อมูลที่ได้มาถูกต้องหรือไม่ สิ่งนี้คุ้มค่าที่จะทำหรือไม่ ความคิดนี้ถูกกฎระเบียบหรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าขาดความร่วมมือจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
หมวกสีดำเป็นวิธีคิดแบบหนึ่งที่ช่วยให้การทำงานมีความรอบคอบ แต่ในกรณีที่มีการเสนอความคิด แปลกใหม่ในระยะแรก จะไม่ใช้หมวกสีดำ แต่ควรให้ใช้หมวกสีเหลืองก่อน

หมวกสีเหลือง    สีเหลือง เป็นสีของตะวัน แสดงถึงความร่าเริงแจ่มใส หมวกสีเหลืองจึงแสดงถึงการมองโลกในแง่ดี มีความหวังและความคิดในทางบวก เมื่อมีการสวมหมวกสีเหลือง หมายถึง ต้องการให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นในด้านดี ให้คิดถึงประโยชน์ คุณค่า จุดเด่น และความคิดใหม่ๆ ที่ดี มีคุณค่าต่อส่วนรวม และสังคม ตัวอย่างคำถามสำหรับหมวกสีเหลือง เช่น สิ่งนี้มีประโยชน์อะไร จุดเด่นคืออะไร ยังมีโอกาสที่จะทำได้ใช่หรือไม่ มีข้อเสนอแนะอะไรที่เป็นรูปธรรม มากกว่านี้ ทำอย่างไรจึงจะเกิดประโยชน์มากขึ้นอีก เป็นต้น หมวกสีเหลืองจะเปิดโอกาสให้แสวงหาและพัฒนาสิ่งใหม่ เป็นการคิดที่นำไปสู่การสร้างสรรค์ต่อไป

หมวกสีเขียว   สีเขียวเป็นสีของผักหญ้า หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์และการเจริญเติบโต หมวกสีเขียวบ่งบอกถึงความคิดสร้างสรรค์ และความคิดใหม่ๆ เมื่อมีการสวมหมวกสีเขียว คือต้องการให้สมาชิกคิดอย่างสร้างสรรค์ คิดให้มีทางเลือกหลากหลาย คิดก้าวไปข้างหน้าเพื่อให้เกิดความคิดแปลกใหม่ พยายาม สร้างความเป็นไปได้เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา ตัวอย่างคำถามที่ใช้สำหรับหมวกสีเขียว เช่น เราจะพัฒนาอะไร มีอะไรน่าสนใจในความคิดนี้ ต้องเปลี่ยนแปลง อะไรบ้างเพื่อให้สิ่งนี้ดีขึ้น จากความคิดนี้น่าจะนำไปสู่อะไร มีทางเลือกอะไรอีกบ้างสำหรับเรื่องนี้ เราจะทดสอบความคิดนี้ได้อย่างไร เป็นต้น หมวกสีเขียว จะเกิด ขึ้นได้ต้อง อาศัยการเคลื่อนไหวทางความคิด การมีจินตนาการ การปรับเปลี่ยนแนวคิดเข้าลักษณะคิดใหม่ ทำใหม่ ด้วยวิธีใหม่ เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

หมวกสีฟ้า   สีฟ้าเป็นสีที่ให้ความรู้สึกสงบเยือกเย็น เป็นสีของท้องฟ้าที่อยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งหมด หมวกสีฟ้าจึงเกี่ยวข้องกับการควบคุม และการบริหารกระบวน การคิด เพื่อให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของความคิดรวบยอด ข้อสรุป การยุติข้อขัดแย้ง การมองเห็นภาพและการดำเนินการที่มีขั้นตอนเป็นระบบ เมื่อมีการใช้หมวก สีฟ้า หมายถึง ต้องการให้มีการควบคุมสิ่งต่างๆ ให้อยู่ในระบบระเบียบที่ดี และถูกต้องหมวกสีฟ้ามักเป็นบทบาทของหัวหน้า ทำหน้าที่ควบคุมบทบาทของสมาชิก ควบคุมการดำเนินการประชุม การอภิปราย การทำงาน ควบคุมการใช้กระบวนการคิด การสรุปผล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการ อย่างไรก็ตามสมาชิก ก็สามารถ สวมหมวกสีฟ้า ควบคุมบทบาทของหัวหน้าได้เช่นกัน
ตัวอย่างคำถามที่ผู้สวมหมวกสีฟ้าสามารถนำไปใช้ได้ ได้แก่ เรื่องนี้ต้องการคิดแบบไหน ขั้นตอนของ เรื่องนี้คืออะไร เรื่องนี้จะสรุปอย่างไร ขอบเขตของปัญหาคืออะไร ขอให้คิดว่าเราต้องการอะไร และให้เกิดผลอย่างไร เรากำลังอยู่ในประเด็นที่กำหนดหรือไม่ เป็นต้น ผู้สวมหมวกสีฟ้าเปรียบเสมือนผู้ควบคุมวงดนตรีที่จะทำให้ผู้เล่นดนตรีแต่ละชิ้นบรรเลงสอดประสานกันได้อย่างไพเราะ ดังนั้น การควบคุมการคิดจึงต้อง เลือกใช้วิธีคิดของหมวกแต่ละใบอย่างเหมาะสม

วิธีการใช้หมวกความคิดหกใบ
เนื่องจากหมวกความคิดมีจำนวนถึง ๖ ใบ ใช้ ๖ สีแตกต่างกันคือ สีขาว สีแดง สีดำ สีเหลือง สีเขียว และสีฟ้า แต่ละสีใช้แทนวิธีคิดแต่ละแบบ มื่อนำไปใช้อาจมีปัญหา ว่าจะเริ่มใช้หมวกสีไหนก่อน และใช้หมวกสีใดต่อไป และจะใช้หมวกทั้ง ๖ ใบในลักษณะใด สามารถสรุปวิธีการใช้หมวกความคิดหกใบในขั้นพื้นฐานได้ดังต่อไปนี้
• ใช้หมวกที่ละหนึ่งใบสำหรับความคิดแต่ละครั้ง เป็นการกำหนดให้ใช้วิธีคิดแบบใดแบบหนึ่งในทิศทางเดียวกันทีละครั้ง เมื่อเลือกใช้หมวกใบใดใบหนึ่งแล้ว ทุกคนในกลุ่มจะต้องสวมหมวกใบเดียวกันหมด ซึ่งหมายถึงว่า ในขณะนั้นทุกคนคิดไปในทิศทางเดียวกันตามหัวข้อเรื่องที่กำหนด โดยไม่ต้องคิดถึงสิ่งที่คนก่อน หน้านั้นพูดว่าอย่างไร
• ใช้หมวกลักษณะเป็นชุด เป็นการใช้หมวกหลายใบต่อเนื่องกันเป็นชุด โดยชุดของหมวกที่ใช้อาจเป็นแบบกำหนดไว้ล่วงหน้า (Pre-Set) หรือแบบสับเปลี่ยน ในการใช้ชุดของหมวกแต่ละครั้ง ลำดับการใช้และความคิดขึ้นอยู่กับสถานการณ์และวิธีคิดของผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเริ่มต้นด้วยหมวกสีฟ้าก็ควรจบ ด้วยหมวก สีฟ้า
• บุคคลแต่ละคนสามารถใช้ความคิดได้กับหมวกทุกสี ควรมีการทบทวนความหมายของสีหมวกบ่อยๆเมื่อสวมหมวกใบไหนก็ต้องคิดและปฏิบัติในหน้าที่ของ หมวกนั้น
• จัดกิจกรรมให้มีบรรยากาศของความสนุกสนานและมีชีวิตชีวา เป็นการส่งเสริมให้ทุกคนในกลุ่มได้แสดงบทบาทสมมติอย่างเต็มที่ภายใต้บรรยากาศ แบบผ่อนคลาย จะทำให้การคิดเป็นเรื่องสนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
• ฝึกให้มองทั้งด้านบวกและด้านลบจะช่วยให้ผู้ฝึกมีทักษะในการประเมินที่ดี หากมีใครสักคนในที่ประชุมมีความคิดด้านลบตลอดเวลาอย่างเหนียวแน่น อาจถูกบอกให้ถอดหมวกสีดำออกและเปลี่ยนมาใส่หมวกสีเหลือง เพื่อให้ได้รู้จักการมองโลกในแง่ดีบ้าง

บทสรุป
ศัตรูที่สำคัญของการคิดคือ ความยุ่งยากซับซ้อนเพราะจะนำไปสู่ความสับสน เวลาที่การคิดเป็นไปอย่างชัดเจนและไม่ยุ่งยาก การคิดก็สนุกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น วิธีคิดแบบหมวกหกใบมีเป้าหมายสำคัญคือ ทำให้การคิดง่ายขึ้นโดยผู้คิดรับมือกับเรื่องหนึ่งเรื่องเดียวในแต่ละครั้ง ช่วยให้ผู้คิดสามารถจัดการแต่ละอย่างแยก จากกัน นอกจากนั้นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของวิธีคิดแบบหมวกหกใบนี้ก็เพื่อให้มีการสับเปลี่ยนแนวความคิดบ้าง วิธีคิดเช่นนี้มีประโยชน์มากที่สุด ถ้าทุกคนในกลุ่มหรือในองค์กรมีความเข้าใจเรื่องนี้ตรงกัน และร่วมมือกันสวมบทบาทสมมติ ทำตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ ก็จะช่วยลดการประชุมที่มีการถกเถียง กันตลอดเวลา และสามารถนำพาทุกคนไปสู่จุดมุ่งหมายหลักของตน และขององค์กรได้ด้วยการคิดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกับคำกล่าวที่ว่า “ เมื่อใดที่เราเปลี่ยนความคิดได้ เมื่อนั้นเราก็เปลี่ยนวิถีชีวิตได้ ”

เอกสารอ้างอิง
ประสาร มาลากุล ณ อยุธยา. พรสวรรค์ที่พัฒนาได้. กรุงเทพมหานคร : บริษัทบพิตรการพิมพ์ จำกัด, ๒๕๔๖.
สุวิทย์ มูลคำ. ครบเครื่องเรื่องการคิด. พิมพ์ครั้งที่ ๑. กรุงเทพมหานคร : ห้างหุ้นส่วนจำกัดภาพพิมพ์, ๒๕๔๗.
หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา. สอนให้คิด. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา, ๒๕๔๕.
เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน. Six Thinking Hats : หมวก ๖ ใบ คิด ๖ แบบ. พิมพ์ครั้งที่ ๗. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ธรรมสาร, ๒๕๔๗.
Dudgeon, Piers. Breaking Out of the Box The Biography of Edward De Bono. London : Headline
Publishing, 2002.
http://www.sixhats.com/