เรือไรซิงซัน
RISING SUN
| ประเภท |
เรือยอช์ท
(ตัวเรือไม้) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
230 ตัน |
| อาวุธ |
ปืนใหญ่
2 กระบอก |
| เครื่องจักร |
เครื่องจักรข้าง |
| ทหารประจำเรือ |
40
คน |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2416 |
| หมายเหตุ |
เดิมเป็นเรือของสมเด็จเจ้าพระยา
บรมมหาศรีสุริยวงศ์ |
ร.ล.หาญหักศัตรู
HAN HUK SATTRU
| ประเภท |
เรือรบชนิดกันโบต
แบบเรือป้อม
(ตัวเรือไม้) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
120 ตัน |
| อาวุธ |
ปืนใหญ่
2 กระบอก |
| เครื่องจักร |
กำลัง
140 แรงม้า |
| ปลดระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2448 |
| หมายเหตุ |
หลังจากปลดระวางประจำการแล้ว
ขายให้บริษัทนำร่อง
ในราคา
8,500
บาทเพื่อใช้เป็นเรือพัก
นำร่อง(PILOT SCHOONER) |
เรือเวสาตรี
VESATRI
| ประเภท |
เรือสกูนเนอร์ยอช์ท (เป็นเรือพระที่นั่ง) |
| ระวางขับน้ำ |
ปกติ
92 ตัน เต็มที่ 168 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
127 ฟุต
ความกว้าง 22 ฟุต |
| กินน้ำลึก |
10
ฟุต |
| อาวุธ |
ปืนใหญ่ชนิดอาร์มสตรอง
จำนวน 9 กระบอก |
| เครื่องจักร |
COMPOUND INVERTED
2 สูบ
เรือจักรท้าย กำลัง 45 แรงม้า
ใบจักรเดี่ยว |
| ทหารประจำเรือ |
70
คน |
| ต่อที่ |
เมืองเซาแธมป์ตัน
ประเทศอังกฤษ |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2421 |
| หมายเหตุ |
ได้บรรจุทหารกรมแสง
ลงประจำเรือ
และฝึกหัดอย่างทหารเรือในยุโรป
26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2433
เรือเวสาตรีเป็นเรือตามเสด็จประพาส
แหลมมลายู
เรือได้แล่นไปเกยหิน
และอับปางในที่สุด |
 เรือเวสาตรี
เรือสุริยมณฑล
(ลำที่หนึ่ง)
SURIYA MONTHON
| ประเภท |
เรือยอช์ท
(ตัวเรือไม้) |
| เครื่องจักร |
เครื่องจักรข้าง |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2423 |
| ปลดระวางประจำการ |
21
มีนาคม พุทธศักราช 2446 |
| หมายเหตุ |
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์
เป็นผู้ต่อขึ้นเอง ร.5 เป็นผู้ พระราชทานชื่อให้ตามตราประจำ ตำแหน่งของท่าน |
 เรือสุริยมณฑล (ลำที่หนึ่ง)
เรืออุบลบุรทิศ
UBON BURATIS หรือ เรือรานรุกไพรี
(ลำที่สอง)
RAN RUK
| ประเภท |
เรือยอช์ท
(ตัวเรือไม้) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
450 ตัน |
| อาวุธ |
ปืนใหญ่
9 กระบอก |
| เครื่องจักร |
เครื่องจักรท้าย |
| ทหารประจำเรือ |
70
คน |
| ปลดระวางประจำการ |
17
ตุลาคม พุทธศักราช 2451 |
| หมายเหตุ |
เดิมเป็นเรือสินค้า เจ้าพระยาภาณุวงศ์
ซื้อมาจากต่างประเทศประมาณ
พุทธศักราช 2424
ภายหลังใช้เป็น
เรือพระที่นั่งประมาณ พุทธศักราช
2440
ได้ดัดแปลงเรืออุบลบุรทิศ
ให้เป็นเรือรบ เรียกชื่อใหม่ว่า
รานรุกไพรี |
 เรืออุบลบุรทิศ หรือ เรือรานรุกไพรี (ลำที่สอง)
เรือแกลดิส
GLADYS
| ประเภท |
เรือยอช์ท
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
180 ตัน |
| อาวุธ |
ปืนใหญ่
2 กระบอก |
| เครื่องจักร |
เครื่องจักรท้าย |
| ทหารประจำเรือ |
25
คน |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2428 |
| หมายเหตุ |
เคยใช้เป็นเรือราชการของกรมเจ้าท่า
บางแห่งเรียก แคลดิฐ พุทธศักราช
2449 ไปราชการบรรทุกเงินหลวง
จากจันทบุรี เข้ามากรุงเทพฯ
แล้วได้จมลงที่ช่องแสมสารุ |
เรืออุทัยราชกิจ
(ลำที่หนึ่ง)
| หมายเหตุ |
เรือลำนี้มีชื่อปรากฏอยู่ประมาณ
พุทธศักราช 2433 แต่ไม่มีรายละเอียด |
เรืออุทัยราชกิจ
(ลำที่สอง)
UTHAI
| ประเภท |
เรือช่วยรบ
(ตัวเรือไม้) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
134 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
84 ฟุต
ความกว้าง 14 ฟุต |
| กินน้ำลึก |
7
ฟุต |
| เครื่องจักร |
กำลัง
100 แรงม้า |
| ความเร็ว |
สูงสุด
8 นอต |
| ต่อที่ |
กรมอู่ทหารเรือ |
| ปลดระวางประจำการ |
20
กันยายน พุทธศักราช
2463 |
เรือมกุฎราชกุมาร
(ลำที่หนึ่ง)
MAKUT RAJAKUMARN
|
เดิมชื่อ
FILIPINAS รัฐบาลสเปนสั่งต่อ
แต่ภายหลัง
เกิดขัดข้องไม่สามารถตกลงกับอู่บริษัท
ฮ่องกงและ
แวมโป ได้
รัฐบาลไทยจึงตกลงซื้อมา
เมื่อ 29
กรกฎาคม พุทธศักราช 2450
พลเรือตรีพระเจ้า
ลูกยาเธอกรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
ได้ใช้เป็น
เรือฝึกนักเรียนนายเรือภาคต่างประเทศเป็นครั้งแรก |
 เรือมกุฎราชกุมาร (ลำที่หนึ่ง)
เรือมกุฎราชกุมาร
(ลำที่หนึ่ง)
MAKUT RAJAKUMARN
| ประเภท |
เรือปืน
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
609.6 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
182 ฟุต 6 นิ้ว
ความกว้าง 23 ฟุต 6 นิ้ว |
| กินน้ำลึก |
9
ฟุต 10 นิ้ว |
| อาวุธ |
ปืน
120 มม. 2 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 4 กระบอก |
| เครื่องจักร |
ชนิด
2 สูบ จำนวน 2 เครื่อง
กำลัง 330 แรงม้า
เครื่องจักรท้าย
ใบจักรคู่ |
| ความเร็ว |
สูงสุด
11 นอต |
| ทหารประจำเรือ |
100
คน |
| ต่อที่ |
อู่บริษัท
ฮ่องกง และแวมโป |
| ปลดระวางประจำการ |
22
พฤษภาคม พุทธศักราช
2473 |
 เรือมกุฎราชกุมาร (ลำที่หนึ่ง)
เรือปราบปรปักษ์
(ลำที่หนึ่ง)
PRAB
| ประเภท |
เรือช่วยรบ
(ตัวเรือไม้โครงเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
200 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
133 ฟุต
ความกว้าง 16 ฟุต |
| กินน้ำลึก |
8
ฟุต |
| ความเร็ว |
สูงสุด
9 นอต |
| ต่อที่ |
กรมอู่ทหารเรือ |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2441 |
| ปลดระวางประจำการ |
12
พฤษภาคม พุทธศักราช
2465 |
เรือบรรจุชโลธร
(ลำที่หนึ่ง)
| หมายเหตุ |
เรือลำนี้มีชื่อปรากฏอยู่ประมาณ
พุทธศักราช 2446
แต่ไม่มีรายละเอียด |
เรือบรรจุชโลธร
(ลำที่สอง)
BANCHU
| ประเภท |
เรือบรรทุกน้ำ
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
250 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
110 ฟุต 6 นิ้ว
ความกว้าง 20 ฟุต 2 นิ้ว |
| กินน้ำลึก |
6
ฟุต 8 นิ้ว |
| เครื่องจักร |
กำลัง
120 แรงม้า |
| ความเร็ว |
สูงสุด
8 นอต |
| ต่อที่ |
อู่บริษัท
แบลควูดกร์ดอน เมืองกลาสโกว์ |
| ขึ้นระวางประจำการ |
19
มกราคม พุทธศักราช 2451 |
| ปลดระวางประจำการ |
10
มกราคม พุทธศักราช 2466 |
| หมายเหตุ |
เดิมคือ
เรือ BEAGLE
ทางราชการ
ซื้อมาใช้ราชการ (ประมาณ
พุทธศักราช 2446 มีชื่อ
เรือบรรจุชโลธรลำที่สอง
หลังปลดระวางประจำการแล้ว
ดัดแปลงเรือบรรจุ
ชโลธร เป็นเรือทดลองตอร์ปิโด) |
 เรือบรรจุชโลธร (ลำที่สอง)
เรือพาลีรั้งทวีป
BALI
| ประเภท |
เรือปืน
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
462 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
172 ฟุต
ความกว้าง 23 ฟุต |
| กินน้ำลึก |
8
ฟุต 9 นิ้ว |
| อาวุธ |
ปืน
120 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 5 กระบอก
ปืนกล 37 มม. 2 กระบอก |
| เครื่องจักร |
กำลัง
500 แรงม้า |
| ความเร็ว |
สูงสุด
10.5 นอต |
| ทหารประจำเรือ |
73
คน |
| ต่อที่ |
อู่บริษัท
ฮ่องกง และ แวมโป |
| ปลดระวางประจำการ |
20
กรกฎาคม พุทธศักราช 2478 |
 เรือพาลีรั้งทวีป
เรือเสือทยานชล
SUA TAYARN CHOL
| ประเภท |
เรือพิฆาตตอร์ปิโด
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
385 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
234 ฟุต
ความกว้าง 21 ฟุต 6 นิ้ว |
| กินน้ำลึก |
6
ฟุต |
| อาวุธ |
ปืน
76 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 5 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด 45 ซม. 2
ท่อยิง |
| เครื่องจักร |
ชนิด
4 สูบ จำนวน 2 เครื่อง
กำลัง 6,250 แรงม้า
หม้อน้ำชนิดหลอด 3
หม้อ ใบจักรคู่ |
| ความเร็ว |
สูงสุด
28 นอต |
| ทหารประจำเรือ |
67
คน |
| ต่อที่ |
อู่ กาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น |
| ขึ้นระวางประจำการ |
27
สิงหาคม พุทธศักราช 2451 |
| ปลดระวางประจำการ |
17
มกราคม พุทธศักราช 2480 |
 เรือเสือทยานชล
เรือตอร์ปิโด
1
TORPEDO BOAT No.1
| ประเภท |
เรือตอร์ปิโด
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
90 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
134 ฟุต 7 นิ้ว
ความกว้าง 16 ฟุต 2 นิ้ว |
| กินน้ำลึก |
4
ฟุต |
| อาวุธ |
ปืนกล
57 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 47 มม. 5 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด ขนาด 45 ซม.
2 ท่อยิง |
| เครื่องจักร |
ชนิด
3 สูบ จำนวน 1 เครื่อง
กำลัง 1,200 แรงม้า
หม้อน้ำชนิดหลอด 2
หม้อ ใบจักรเดี่ยว |
| ความเร็ว |
สูงสุด
22 นอต |
| ทหารประจำเรือ |
24
คน |
| ต่อที่ |
อู่ กาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น |
| ขึ้นระวางประจำการ |
27
สิงหาคม พุทธศักราช 2451 |
| ปลดระวางประจำการ |
1
เมษายน พุทธศักราช 2476 |
 เรือตอร์ปิโด 1
เรือตอร์ปิโด
3
TORPEDO BOAT No.3
| ประเภท |
เรือพิฆาตตอร์ปิโด
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
90 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
134 ฟุต 7 นิ้ว
ความกว้าง 16 ฟุต 2 นิ้ว |
| กินน้ำลึก |
4
ฟุต |
| อาวุธ |
ปืนกล
57 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 47 มม. 5 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด ขนาด 45 ซม.
2 ท่อยิง |
| เครื่องจักร |
ชนิด
3 สูบ จำนวน 1 เครื่อง
กำลัง 1,200 แรงม้า
หม้อน้ำชนิดหลอด 2
หม้อ ใบจักรเดี่ยว |
| ความเร็ว |
สูงสุด
22 นอต |
| ทหารประจำเรือ |
24
คน |
| ต่อที่ |
อู่ กาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น |
| ขึ้นระวางประจำการ |
27
สิงหาคม พุทธศักราช 2451 |
| ปลดระวางประจำการ |
1
7 มกราคม พุทธศักราช 2480 |
เรือพระยม
(ลำที่หนึ่ง)
| ประเภท |
เรือช่วยรบ
(ตัวเรือไม้) |
| ต่อที่ |
อู่บางกอกด๊อก |
| ปลดระวางประจำการ |
15
มกราคม พุทธศักราช 2467 |
| หมายเหตุ |
หลังปลดระวางประจำการแล้วรื้อ
เอาเครื่องประกอบมาต่อเรือ
พระยมลำที่สองที่กรมยุทธโยธาทหารเรือ |
|
เรือสยามมกุฎไชยสิทธิ์
SIAM MONGKUT
เอกสารบางฉบับเรียกชื่อเรือลำนี้ว่า
สยามมกุฎไชยชิต หรือ
สยามมงกุฎไชยวิชิต
| ประเภท |
เรือรบแบบบาร์ก
3 เสา (ตัวเรือไม้) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
800 ตัน |
| อาวุธ |
ปืนใหญ่
8 กระบอก |
| ทหารประจำเรือ |
170
คน |
| สร้างเมื่อ |
พุทธศักราช
2418 |
เรือต่อสู้ไพรีรณ (ลำที่สอง)
| ประเภท |
เรือรบชนิดกันโบต
แบบเรือป้อม (ตัวเรือไม้) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
120 ตัน |
| อาวุธ |
ปืนใหญ่
2 กระบอก |
| เครื่องจักร |
กำลัง
140 แรงม้า |
| หมายเหตุ |
เรือลำนี้ต่อคู่กับเรือหาญหักศัตรู
และนำชื่อเรือกันโบตสมัย ร.4
มาใช้ บางแห่งเรียกเรือต่อสู้ไพรินทร์
เมื่อ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2429
ได้อับปางที่บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี |
เรือนฤเบนทร์บุตรี
NIRBEN
| ประเภท |
เรือรบ
(ตัวเรือไม้) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
260 ตัน |
| อาวุธ |
ปืนทองเหลือง
6 กระบอก |
| เครื่องจักร |
กำลัง
180 แรงม้า |
| ความเร็ว |
สูงสุด
9 นอต |
| ทหารประจำเรือ |
50
คน |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2423 |
| ปลดระวางประจำการ |
21
มีนาคม พุทธศักราช 2448 |
| หมายเหตุ |
เมื่อปลดระวางแล้วมอบให้เป็นสิทธิ์
แก่พระยาพิไชยชลธี
ผู้ว่าราชการ
เมืองประจันตคีรีเขต |
เรือสุริยมณฑล
(ลำที่สอง)
SURIYA MONTHON
| ประเภท |
เรือปืนเล็ก
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
225 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
137 ฟุต
ความกว้าง 18 ฟุต |
| กินน้ำลึก |
6
ฟุต 8 นิ้ว |
| อาวุธ |
ปืนกล
57 มม. 2 กระบอก |
| เครื่องจักร |
ชนิด
3 สูบ กำลัง 700 แรงม้า
2 ใบจักร |
| ความเร็ว |
สูงสุด
14.5 นอต |
| ทหารประจำเรือ |
34
คน |
| ต่อที่ |
อู่บริษัท
ธอร์นิครอฟท์
เมืองเซาแธมป์ตัน
ประเทศอังกฤษ
เมื่อ พุทธศักราช 2450 |
| ขึ้นระวางประจำการ |
10
มิถุนายน พุทธศักราช
2451 |
| ปลดระวางประจำการ |
20
กรกฎาคม พุทธศักราช
2478 |
 เรือสุริยมณฑล (ลำที่สอง)
เรือไมดา
MAIDA
| ประเภท |
เรือยอช์ท
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
260 ตัน |
| เครื่องจักร |
เครื่องจักรท้าย |
| ทหารประจำเรือ |
30
คน |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2425 |
| ปลดระวางประจำการ |
หลังปี
พุทธศักราช 2442 |
| หมายเหตุ |
ทางราชการสั่งซื้อจากกรุงลอนดอน
ประเทศอังกฤษ
ต่อมาจมที่ริมแม่น้ำ
เจ้าพระยาฝั่งตะวันตกหน้าวัด
อรุณราชวราราม โดยไม่ทราบสาเหตุ |
เรืออะโปโล
APOLLO
| ประเภท |
เรือราชการ
(ตัวเรือไม้แบบเรือยอช์ท) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
280 ตัน |
| อาวุธ |
ปืนใหญ่
6 กระบอก |
| เครื่องจักร |
เครื่องจักรข้าง
2 ปล่อง |
| ทหารประจำเรือ |
70
คน |
| ขึ้นระวางประจำการ |
ประมาณ
พุทธศักราช 2425 |
เรือจำเริญ
(ลำที่หนึ่ง)
CHAMROEN
| ประเภท |
เรือลำเลียง |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2430 |
| หมายเหตุ |
ทางราชการซื้อมาจากประเทศอังกฤษ
พุทธศักราช 2445
เดินทางไป
บรรทุกกระเบื้องที่สงขลา
ออกจาก
สงขลาได้ 2 วัน
เรือประสบกับพายุเรือ
และคนประจำเรือสูญหาย |
 เรือจำเริญ/บุ๊ก/วิเทศกิจการ/ช้าง
เรือจำเริญ
(ลำที่สอง)
CHAMROEN
หรือ เรือบุ๊ก
BUK
หรือ เรือวิเทศกิจการ
VIDES KICHKARN
หรือ เรือช้าง (ลำที่หนึ่ง)
CHANG
| ประเภท |
เรือลำเลียง
3 เสา (ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
850 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
184 ฟุต
ความกว้าง 27 ฟุต |
| เครื่องจักร |
ชนิด
3 สูบ กำลัง 450 แรงม้า |
| ทหารประจำเรือ |
54
คน |
| ต่อที่ |
อู่ไวท์ฟีล
สกอตแลนด์ |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2447 |
| ปลดระวางประจำการ |
27
ธันวาคม พุทธศักราช
2504 |
| หมายเหตุ |
เดิมคือเรือ
LYCIDAS
เปลี่ยนชื่อเป็น จำเริญ
19 เมษายน พุทธศักราช
2448 เปลี่ยนชื่อจาก จำเริญ
เป็น
บุ๊ก
20 พฤษภาคม พุทธศักราช
2458
เปลี่ยนชื่อจาก บุ๊ก
เป็น
วิเทศกิจการ
7 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช
2478
เปลี่ยนชื่อจาก วิเทศกิจการ เป็น
ช้าง |
 เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่หนึ่ง)
เรือพระที่นั่งมหาจักรี
(ลำที่หนึ่ง)
MAHACHAKKRI
| ประเภท |
เรือลาดตระเวน (ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
2,600 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
299 ฟุต
ความกว้าง 40 ฟุต |
| กินน้ำลึก |
14
ฟุต |
| อาวุธ |
ปืน
120 มม. 4 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 8 กระบอก |
| เครื่องจักร |
ชนิด
3 สูบ จำนวน 2 เครื่อง
กำลัง 3,000 แรงม้า |
| ความเร็ว |
สูงสุด
16 นอต |
| ต่อที่ |
อู่บริษัท RAMAGE AND FERGUSON ประเทศอังกฤษ |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2435 |
| ปลดระวางประจำการ |
23
มิถุนายน พุทธศักราช
2459 |
| หมายเหตุ |
หลังจากปลดระวางประจำการแล้ว
ได้ขายเรือ (ยกเว้นเครื่องจักร)
ให้แก่อู่กาวาซากิ
เมืองโกเบ
ประเทศญี่ปุ่น
และอู่กาวาซากิฯ
ได้ต่อเรือพระที่นั่งมหาจักรี ลำที่สอง
โดยใช้เครื่องจักรของเรือเดิม |
 เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่หนึ่ง)
เรือสถิตย์ราชการ
(ลำที่หนึ่ง)
| ปลดระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2449 |
| หมายเหตุ |
เรือลำนี้มีชื่อปรากฎอยู่ประมาณ
พุทธศักราช 2435
แต่ไม่มีรายละเอียด |
เรือสถิตย์ราชการ
(ลำที่สอง)
SATHIT
| ประเภท |
เรือช่วยรบ
(ตัวเรือไม้
โครงเป็นเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
144 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
86 ฟุต
ความกว้าง 16 ฟุต |
| กินน้ำลึก |
8
ฟุต 10 นิ้ว |
| ความเร็ว |
สูงสุด
6 นอต |
| ต่อที่ |
กรมอู่ทหารเรือ |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2452 |
| ปลดระวางประจำการ |
4
พฤษภาคม พุทธศักราช
2469 |
| หมายเหตุ |
ประมาณ พุทธศักราช 2435
มีเรือสถิตย์ราชการอยู่แล้ว
ลำนี้จึงเป็นลำที่สอง
(
ลำแรกปลดระวางประจำการ
พุทธศักราช 2449 ) |
 เรือสถิตย์ราชการ (ลำที่สอง)
เรือเทวาสุราราม
(ลำที่สอง)
THEVA SOORARAM
| ประเภท |
เรือช่วยรบ
(ตัวเรือไม้) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
115 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
88 ฟุต
ความกว้าง 15 ฟุต |
| อาวุธ |
ปืนใหญ่
1 กระบอก |
| เครื่องจักร |
กำลัง
190 แรงม้า |
| ความเร็ว |
สูงสุด
9 นอต |
| ต่อที่ |
กรมอู่ทหารเรือ |
| ขึ้นระวางประจำการ |
พุทธศักราช
2442 |
| ปลดระวางประจำการ |
1
มิถุนายน พุทธศักราช
2462 |
| หมายเหตุ |
หลังจากปลดระวางประจำการแล้ว
มอบให้กรมราชนาวีเสือป่า ร.6
ได้ทรงโปรดเกล้าฯ
พระราชทาน
นามใหม่ว่า อาสาสู้สมร |
 เรือลำนี้มีอยู่ประมาณ พุทธศักราช 2459 แต่ไม่ทราบชื่อเรือ
เรือพาลีรั้งทวีป
เรือสุครีพครองเมือง
SUGRIB
| ประเภท |
เรือปืน
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
462 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
172 ฟุต
ความกว้าง 23 ฟุต |
| กินน้ำลึก |
8
ฟุต 9 นิ้ว |
| อาวุธ |
ปืน
120 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 5 กระบอก
ปืนกล 37 มม. 2 กระบอก |
| ความเร็ว |
สูงสุด
10.5 นอต |
| ทหารประจำเรือ |
73
คน |
| ต่อที่ |
อู่บริษัท
ฮ่องกง และ แวมโป |
| ปลดระวางประจำการ |
20
กรกฎาคม พุทธศักราช
2478 |
 เรือสุครีพครองเมือง
เรือตอร์ปิโด
2
TORPEDO BOAT No.2
| ประเภท |
เรือตอร์ปิโด
(ตัวเรือเหล็ก) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
90 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
134ฟุต 7 นิ้ว
ความกว้าง 16 ฟุต 2 นิ้ว |
| กินน้ำลึก |
4
ฟุต |
| อาวุธ |
ปืนกล
57 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 47 มม. 5 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด ขนาด 45 ซม.
2 ท่อยิง |
| เครื่องจักร |
ชนิด
3 สูบ จำนวน 1 เครื่อง
กำลัง 1,200 แรงม้า
หม้อน้ำชนิดหลอด 2
หม้อ ใบจักรเดี่ยว |
| ความเร็ว |
สูงสุด
22 นอต |
| ทหารประจำเรือ |
24
คน |
| ต่อที่ |
อู่ กาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น |
| ขึ้นระวางประจำการ |
27
สิงหาคม พุทธศักราช 2451 |
| ปลดระวางประจำการ |
17
มกราคม พุทธศักราช 2476 |
 เรือตอร์ปิโด 1,2,3
เรือฟิลลา
FYLLA
| ประเภท |
เรือขนส่ง
(ตัวเรือไม้) |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
245 ตัน |
| ขนาด |
ความยาว
106 ฟุต |
| ความเร็ว |
สูงสุด
8 นอต |
| ต่อที่ |
ฮ่องกง |
 เรือฟิลลา
เรือบางกอก
(ลำที่หนึ่ง)
| ประเภท |
เรือพระที่นั่ง |
| ระวางขับน้ำ |
เต็มที่
353 ตัน |
| เครื่องจักร |
เครื่องจักรท้าย |
| สร้างปี |
พุทธศักราช
2403 |
| หมายเหตุ |
เดิมเป็นเรือเมล์อังกฤษ รัฐบาลไทยซื้อ
เมื่อพุทธศักราช 2414 หลัง 15 มีนาคม
พุทธศักราช 2414 ขายให้ห้างแขก
อยู่ที่หน้าวัดเกาะใช้เดินเป็นเรือเมล์ต่อไป |
นอกจากนี้ยังมีเรือที่ไม่ได้กล่าวถึงประวัติดังต่อไปนี้
| เรือฉาง |
เรือเหรา |
| เรือภิรมย์เร็วจร |
เรือคอมมิชชันเนอร์ |
| เรือกมุทมาลา |
เรือพระตะบอง |
| เรือบุษบาบานกลีบ |
เรือเวสตา |
| เรือโสรวารวรเดช |
เรือเคปเคลียร์ |
| เรือประทีปทัศนา |
เรือองครักษ์ |
| เรือประเวศชลสินธุ์ |
เรือจักรนารายณ์ |
| เรือปานมารุต |
เรือสนิทวงศ์ |
| เรือเทียมลม |
เรืออาเลกซานดรา |
| เรือภมรแม้นจักร |
เรือเกาะสีชัง |
| เรือกลาโหม |
เรือปรินษารภี |
| เรือสปอร์ตแมน |
เรือบางกอก
(ลำที่สอง) |
| เรือแรปปิด |
|
|