เรือรบในรัชสมัย

HOME

รัชกาลที่ 4

รัชกาลที่ 5

รัชกาลที่ 6

รัชกาลที่ 7

รัชกาลที่ 8

รัชกาลที่ 9

เรือรบในรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 เรือวรารัตนพิไชย 

 เรือพิทยัมรณยุทธ์ 

 เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ 

 เรือไรซิงซัน 

 เรือสยามมกุฎไชยสิทธิ์ 

 เรือหาญหักศัตรู 

 เรือต่อสู้ไพรีรณ 

 เรือเวสาตรี 

 เรือนฤเบนทร์บุตรี  

 เรือสุริยมณฑล 

 เรืออุบลบุรทิศ 

 เรือไมดา 

 เรือแกลดิส 

 เรืออะโปโล 

 เรือจำเริญ 

 เรืออุทัยราชกิจ 

 เรือมกุฎราชกุมาร 

 เรือพระที่นั่งมหาจักรี 

 เรือสถิตย์ราชการ 

 เรือปราบปรปักษ์ 

 เรือเทวาสุราราม 

 เรือบรรจุชโลธร 

 เรือพาลีรั้งทวีป 

 เรือสุครีพครองเมือง 

 เรือเสือทยานชล 

 เรือตอร์ปิโด 

 เรือฟิลลา 

 เรือพระยม 

 เรือบางกอก 

    

         

เรือวรารัตนพิไชย 
RATANA PICHAI หรือ 
เรืออรรคเรศรัตนาสน์ (ลำที่สอง) 
AKARET RATANET 
ประเภท เรือยอช์ท (ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 500 ตัน
ขนาด ความยาว 50 เมตร 
อาวุธ ปืนใหญ่ 3 กระบอก
เครื่องจักร เครื่องจักรข้าง 2 ปล่อง
ความเร็ว  สูงสุด 12 นอต
ทหารประจำเรือ  80 คน
ขึ้นระวางประจำการ  4 ตุลาคม พุทธศักราช 2447

เรือวรารัตนพิไชย
เรือวรารัตนพิไชย
หมายเหตุ  พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้า
เจ้าอยู่หัว ทรงต่อเรือลำนี้
แต่ยังไม่เสร็จก็สวรรคตเสียก่อน
กรมพระราชวังบวรสถานมงคล
จึงทรงสร้างต่อจนเสร็จ
ใช้เป็นเรือพระที่นั่งของพระองค์
และให้ชื่อว่า 
วรารัตนพิไชย
เมื่อกรมพระราชวังบวรฯ ทิวงคต
ทางราชการได้แก้ไขเปลี่ยนเรือ
วรารัตนพิไชย เป็นเรือ
พระที่นั่งรอง ร.5 โปรดเกล้าฯ
พระราชทานนามให้ใหม่ว่า
อรรคเรศรัตนาสน์

เรือพิทยัมรณยุทธ์
เรือพิทยัมรณยุทธ์
เรือพิยัทยัมรณยุทธ์ 
REGENT 
ประเภท เรือรบ (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 450 ตัน
อาวุธ ปืนใหญ่ 7 กระบอก
เครื่องจักร เครื่องจักรท้าย
ทหารประจำเรือ  120 คน
ขึ้นระวางประจำการ  พุทธศักราช 2413
ปลดระวางประจำการ  ภายหลัง พุทธศักราช 2442
หมายเหตุ  เดิม คือ เรือโลตัส รัฐบาลประเทศหนึ่ง
ในอเมริกาใต้สั่งต่อ แต่ภายหลัง
ไม่ยอมรับซื้อ บริษัทจึงบอกขาย
ให้กับประเทศไทย
เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ (ลำที่หนึ่ง) 
MURATHA 
ประเภท เรือรบแบบสกูนเนอร์ 2 เสา (ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 250 ตัน
อาวุธ ปืนใหญ่ 5 กระบอก
เครื่องจักร เครื่องจักรท้าย
ทหารประจำเรือ  90 คน
ขึ้นระวางประจำการ  พุทธศักราช 2416
หมายเหตุ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสสุริยวงศ์
ต่อขึ้นที่กรุงเทพฯ ถวาย ร.5
เรือกลไฟ แต่ก่อนใช้เครื่องจักรชนิด
โลเพรชเชอร์ เรือลำนี้เป็นลำแรกที่ได้ใช้
เครื่องจักรอย่างคอมเปานด์


เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ (ลำที่สอง)  
เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ (ลำที่สอง)

เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ (ลำที่สอง)
เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ (ลำที่สอง)

เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ (ลำที่สอง) 
MURATHA 
ประเภท เรือรบ (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 447 ตัน
ขนาด ความยาว 157 ฟุต 
ความกว้าง 23 ฟุต
กินน้ำลึก 8 ฟุต 5 นิ้ว
อาวุธ ปืน 120 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 5 กระบอก
ปืนกล 37 มม. 2 กระบอก
เครื่องจักร กำลัง 500 แรงม้า
ความเร็ว  สูงสุด 9.5 นอต
ต่อที่ อู่บริษัท ฮ่องกงและแวมโป
ปลดระวางประจำการ 26 ธันวาคม พุทธศักราช 2472
เรือไรซิงซัน 
RISING SUN 
ประเภท เรือยอช์ท (ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 230 ตัน
อาวุธ ปืนใหญ่ 2 กระบอก
เครื่องจักร เครื่องจักรข้าง
ทหารประจำเรือ 40 คน
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2416
หมายเหตุ เดิมเป็นเรือของสมเด็จเจ้าพระยา
บรมมหาศรีสุริยวงศ์
 

ร.ล.หาญหักศัตรู 
HAN HUK SATTRU 
ประเภท เรือรบชนิดกันโบต แบบเรือป้อม
(ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 120 ตัน
อาวุธ ปืนใหญ่ 2 กระบอก
เครื่องจักร กำลัง 140 แรงม้า
ปลดระวางประจำการ พุทธศักราช 2448
หมายเหตุ หลังจากปลดระวางประจำการแล้ว
ขายให้บริษัทนำร่อง ในราคา 
8,500 บาทเพื่อใช้เป็นเรือพัก
นำร่อง(PILOT SCHOONER)
 

เรือเวสาตรี 
VESATRI 
ประเภท เรือสกูนเนอร์ยอช์ท (เป็นเรือพระที่นั่ง)
ระวางขับน้ำ ปกติ 92 ตัน เต็มที่ 168 ตัน
ขนาด ความยาว 127 ฟุต
ความกว้าง 22 ฟุต
กินน้ำลึก 10 ฟุต
อาวุธ ปืนใหญ่ชนิดอาร์มสตรอง 
จำนวน 9 กระบอก
เครื่องจักร COMPOUND INVERTED 2 สูบ 
เรือจักรท้าย กำลัง 45 แรงม้า
ใบจักรเดี่ยว 
ทหารประจำเรือ 70 คน
ต่อที่ เมืองเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2421
หมายเหตุ ได้บรรจุทหารกรมแสง ลงประจำเรือ
และฝึกหัดอย่างทหารเรือในยุโรป 
26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2433
เรือเวสาตรีเป็นเรือตามเสด็จประพาส
แหลมมลายู เรือได้แล่นไปเกยหิน
และอับปางในที่สุด

 เรือเวสาตรี
เรือเวสาตรี

 

เรือสุริยมณฑล (ลำที่หนึ่ง) 
SURIYA MONTHON 
ประเภท เรือยอช์ท (ตัวเรือไม้)
เครื่องจักร เครื่องจักรข้าง
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2423
ปลดระวางประจำการ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2446
หมายเหตุ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ 
เป็นผู้ต่อขึ้นเอง ร.5 เป็นผู้
พระราชทานชื่อให้ตามตราประจำ
ตำแหน่งของท่าน

 เรือสุริยมณฑล (ลำที่หนึ่ง)
เรือสุริยมณฑล (ลำที่หนึ่ง)

 

เรืออุบลบุรทิศ 
UBON BURATIS หรือ เรือรานรุกไพรี (ลำที่สอง) 
RAN RUK
ประเภท เรือยอช์ท (ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 450 ตัน
อาวุธ ปืนใหญ่ 9 กระบอก
เครื่องจักร เครื่องจักรท้าย
ทหารประจำเรือ 70 คน
ปลดระวางประจำการ 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2451
หมายเหตุ เดิมเป็นเรือสินค้า เจ้าพระยาภาณุวงศ์
ซื้อมาจากต่างประเทศประมาณ
พุทธศักราช 2424 ภายหลังใช้เป็น
เรือพระที่นั่งประมาณ พุทธศักราช
2440 ได้ดัดแปลงเรืออุบลบุรทิศ
ให้เป็นเรือรบ เรียกชื่อใหม่ว่า
รานรุกไพรี

 เรืออุบลบุรทิศ หรือ เรือรานรุกไพรี (ลำที่สอง)
เรืออุบลบุรทิศ หรือ เรือรานรุกไพรี (ลำที่สอง)

 

เรือแกลดิส 
GLADYS 
ประเภท เรือยอช์ท (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 180 ตัน
อาวุธ ปืนใหญ่ 2 กระบอก
เครื่องจักร เครื่องจักรท้าย
ทหารประจำเรือ 25 คน
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2428
หมายเหตุ เคยใช้เป็นเรือราชการของกรมเจ้าท่า
บางแห่งเรียก
แคลดิฐ พุทธศักราช
2449 ไปราชการบรรทุกเงินหลวง
จากจันทบุรี เข้ามากรุงเทพฯ
แล้วได้จมลงที่ช่องแสมสารุ
 

เรืออุทัยราชกิจ (ลำที่หนึ่ง) 

หมายเหตุ เรือลำนี้มีชื่อปรากฏอยู่ประมาณ
พุทธศักราช 2433  แต่ไม่มีรายละเอียด
 

เรืออุทัยราชกิจ (ลำที่สอง) 
UTHAI 
ประเภท เรือช่วยรบ (ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 134 ตัน
ขนาด ความยาว 84 ฟุต
ความกว้าง 14 ฟุต
กินน้ำลึก 7 ฟุต
เครื่องจักร กำลัง 100 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 8 นอต
ต่อที่ กรมอู่ทหารเรือ
ปลดระวางประจำการ 20 กันยายน พุทธศักราช 2463

 

เรือมกุฎราชกุมาร (ลำที่หนึ่ง) 
MAKUT RAJAKUMARN 

เดิมชื่อ FILIPINAS รัฐบาลสเปนสั่งต่อ แต่ภายหลัง
เกิดขัดข้องไม่สามารถตกลงกับอู่บริษัท ฮ่องกงและ
แวมโป ได้ รัฐบาลไทยจึงตกลงซื้อมา เมื่อ 29 
กรกฎาคม พุทธศักราช 2450 พลเรือตรีพระเจ้า
ลูกยาเธอกรมหมื่นชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ได้ใช้เป็น
เรือฝึกนักเรียนนายเรือภาคต่างประเทศเป็นครั้งแรก

 

 เรือมกุฎราชกุมาร (ลำที่หนึ่ง)
เรือมกุฎราชกุมาร (ลำที่หนึ่ง)

 

เรือมกุฎราชกุมาร (ลำที่หนึ่ง) 
MAKUT RAJAKUMARN 
ประเภท เรือปืน (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 609.6 ตัน
ขนาด ความยาว 182 ฟุต 6 นิ้ว
ความกว้าง 23 ฟุต 6 นิ้ว
กินน้ำลึก 9 ฟุต 10 นิ้ว
อาวุธ ปืน 120 มม. 2 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 4 กระบอก
เครื่องจักร ชนิด 2 สูบ จำนวน 2 เครื่อง
กำลัง 330 แรงม้า 
เครื่องจักรท้าย ใบจักรคู่
ความเร็ว สูงสุด 11 นอต
ทหารประจำเรือ 100 คน
ต่อที่ อู่บริษัท ฮ่องกง และแวมโป
ปลดระวางประจำการ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2473

 เรือมกุฎราชกุมาร (ลำที่หนึ่ง)
เรือมกุฎราชกุมาร (ลำที่หนึ่ง)

 

เรือปราบปรปักษ์ (ลำที่หนึ่ง) 
PRAB 
ประเภท เรือช่วยรบ (ตัวเรือไม้โครงเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 200 ตัน
ขนาด ความยาว 133 ฟุต
ความกว้าง 16 ฟุต 
กินน้ำลึก 8 ฟุต
ความเร็ว สูงสุด 9 นอต
ต่อที่ กรมอู่ทหารเรือ
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2441
ปลดระวางประจำการ 12 พฤษภาคม พุทธศักราช 2465

 

เรือบรรจุชโลธร (ลำที่หนึ่ง) 
หมายเหตุ เรือลำนี้มีชื่อปรากฏอยู่ประมาณ
พุทธศักราช 2446
แต่ไม่มีรายละเอียด

 

เรือบรรจุชโลธร (ลำที่สอง) 
BANCHU 
ประเภท เรือบรรทุกน้ำ (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 250 ตัน
ขนาด ความยาว 110 ฟุต 6 นิ้ว
ความกว้าง 20 ฟุต 2 นิ้ว
กินน้ำลึก 6 ฟุต 8 นิ้ว
เครื่องจักร กำลัง 120 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 8 นอต
ต่อที่ อู่บริษัท แบลควูดกร์ดอน เมืองกลาสโกว์
ขึ้นระวางประจำการ 19 มกราคม พุทธศักราช 2451
ปลดระวางประจำการ 10 มกราคม พุทธศักราช 2466
หมายเหตุ เดิมคือ เรือ BEAGLE ทางราชการ
ซื้อมาใช้ราชการ (ประมาณ
พุทธศักราช 2446 มีชื่อ
เรือบรรจุชโลธรลำที่สอง
หลังปลดระวางประจำการแล้ว
ดัดแปลงเรือบรรจุ
ชโลธร เป็นเรือทดลองตอร์ปิโด)

 เรือบรรจุชโลธร (ลำที่สอง)
เรือบรรจุชโลธร (ลำที่สอง)

 

เรือพาลีรั้งทวีป 
BALI 
ประเภท เรือปืน (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 462 ตัน
ขนาด ความยาว 172 ฟุต
ความกว้าง 23 ฟุต
กินน้ำลึก 8 ฟุต 9 นิ้ว
อาวุธ ปืน 120 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 5 กระบอก
ปืนกล 37 มม. 2 กระบอก
เครื่องจักร กำลัง 500 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 10.5 นอต
ทหารประจำเรือ 73 คน
ต่อที่ อู่บริษัท ฮ่องกง และ แวมโป
ปลดระวางประจำการ 20 กรกฎาคม พุทธศักราช 2478

 เรือพาลีรั้งทวีป
เรือพาลีรั้งทวีป

 

เรือเสือทยานชล 
SUA TAYARN CHOL 
ประเภท เรือพิฆาตตอร์ปิโด (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่  385 ตัน
ขนาด ความยาว 234 ฟุต
ความกว้าง 21 ฟุต 6 นิ้ว
กินน้ำลึก 6 ฟุต
อาวุธ ปืน 76 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 5 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด 45 ซม. 2 ท่อยิง
เครื่องจักร ชนิด 4 สูบ จำนวน 2 เครื่อง
กำลัง 6,250 แรงม้า
หม้อน้ำชนิดหลอด 3 หม้อ ใบจักรคู่
ความเร็ว สูงสุด 28 นอต
ทหารประจำเรือ 67 คน
ต่อที่ อู่ กาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น
ขึ้นระวางประจำการ 27 สิงหาคม พุทธศักราช 2451
ปลดระวางประจำการ 17 มกราคม พุทธศักราช 2480

 เรือเสือทยานชล
เรือเสือทยานชล

 

เรือตอร์ปิโด 1 
TORPEDO BOAT No.1 
ประเภท เรือตอร์ปิโด (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่  90 ตัน
ขนาด ความยาว  134 ฟุต 7 นิ้ว
ความกว้าง 16 ฟุต 2 นิ้ว
กินน้ำลึก 4 ฟุต
อาวุธ ปืนกล 57 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 47 มม. 5 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด ขนาด 45 ซม. 2 ท่อยิง
เครื่องจักร ชนิด 3 สูบ จำนวน 1 เครื่อง
กำลัง 1,200 แรงม้า
หม้อน้ำชนิดหลอด 2 หม้อ ใบจักรเดี่ยว
ความเร็ว สูงสุด 22 นอต
ทหารประจำเรือ 24 คน
ต่อที่ อู่ กาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น
ขึ้นระวางประจำการ 27 สิงหาคม พุทธศักราช 2451
ปลดระวางประจำการ 1 เมษายน พุทธศักราช 2476

 เรือตอร์ปิโด 1
เรือตอร์ปิโด 1

 

เรือตอร์ปิโด 3 
TORPEDO BOAT No.3 
ประเภท เรือพิฆาตตอร์ปิโด (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่  90 ตัน
ขนาด ความยาว  134 ฟุต 7 นิ้ว
ความกว้าง 16 ฟุต 2 นิ้ว
กินน้ำลึก 4 ฟุต
อาวุธ ปืนกล 57 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 47 มม. 5 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด ขนาด 45 ซม. 2 ท่อยิง
เครื่องจักร ชนิด 3 สูบ จำนวน 1 เครื่อง
กำลัง 1,200 แรงม้า
หม้อน้ำชนิดหลอด 2 หม้อ ใบจักรเดี่ยว
ความเร็ว สูงสุด 22 นอต
ทหารประจำเรือ 24 คน
ต่อที่ อู่ กาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น
ขึ้นระวางประจำการ 27 สิงหาคม พุทธศักราช 2451
ปลดระวางประจำการ 1 7 มกราคม พุทธศักราช 2480

 

เรือพระยม (ลำที่หนึ่ง) 
ประเภท เรือช่วยรบ (ตัวเรือไม้)
ต่อที่ อู่บางกอกด๊อก
ปลดระวางประจำการ 15 มกราคม พุทธศักราช 2467
หมายเหตุ หลังปลดระวางประจำการแล้วรื้อ
เอาเครื่องประกอบมาต่อเรือ
พระยมลำที่สองที่กรมยุทธโยธาทหารเรือ

 

เรือสยามมกุฎไชยสิทธิ์ 
SIAM MONGKUT  เอกสารบางฉบับเรียกชื่อเรือลำนี้ว่า สยามมกุฎไชยชิต หรือ สยามมงกุฎไชยวิชิต
ประเภท เรือรบแบบบาร์ก 3 เสา (ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 800 ตัน
อาวุธ ปืนใหญ่ 8 กระบอก
ทหารประจำเรือ 170 คน
สร้างเมื่อ พุทธศักราช 2418
 

เรือต่อสู้ไพรีรณ (ลำที่สอง) 
ประเภท เรือรบชนิดกันโบต 
แบบเรือป้อม (ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 120 ตัน
อาวุธ ปืนใหญ่ 2 กระบอก
เครื่องจักร กำลัง 140 แรงม้า
หมายเหตุ เรือลำนี้ต่อคู่กับเรือหาญหักศัตรู
และนำชื่อเรือกันโบตสมัย ร.4 
มาใช้ บางแห่งเรียกเรือต่อสู้ไพรินทร์
เมื่อ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2429
ได้อับปางที่บ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
 

เรือนฤเบนทร์บุตรี 
NIRBEN 
ประเภท เรือรบ (ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 260 ตัน
อาวุธ ปืนทองเหลือง 6 กระบอก
เครื่องจักร กำลัง 180 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 9 นอต
ทหารประจำเรือ 50 คน
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2423
ปลดระวางประจำการ 21 มีนาคม พุทธศักราช 2448
หมายเหตุ เมื่อปลดระวางแล้วมอบให้เป็นสิทธิ์
แก่พระยาพิไชยชลธี ผู้ว่าราชการ
เมืองประจันตคีรีเขต
 

เรือสุริยมณฑล (ลำที่สอง) 
SURIYA MONTHON 
ประเภท เรือปืนเล็ก (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 225 ตัน
ขนาด ความยาว 137 ฟุต
ความกว้าง 18 ฟุต
กินน้ำลึก 6 ฟุต 8 นิ้ว
อาวุธ ปืนกล 57 มม. 2 กระบอก
เครื่องจักร ชนิด 3 สูบ กำลัง 700 แรงม้า
2 ใบจักร
ความเร็ว สูงสุด 14.5 นอต
ทหารประจำเรือ 34 คน
ต่อที่ อู่บริษัท ธอร์นิครอฟท์
เมืองเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ
เมื่อ พุทธศักราช 2450
ขึ้นระวางประจำการ 10 มิถุนายน พุทธศักราช 2451
ปลดระวางประจำการ 20 กรกฎาคม พุทธศักราช 2478

เรือสุริยมณฑล (ลำที่สอง)
เรือสุริยมณฑล (ลำที่สอง)  

เรือไมดา 
MAIDA 
ประเภท เรือยอช์ท (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 260 ตัน
เครื่องจักร เครื่องจักรท้าย
ทหารประจำเรือ 30 คน
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2425
ปลดระวางประจำการ หลังปี พุทธศักราช 2442
หมายเหตุ ทางราชการสั่งซื้อจากกรุงลอนดอน 
ประเทศอังกฤษ ต่อมาจมที่ริมแม่น้ำ
เจ้าพระยาฝั่งตะวันตกหน้าวัด
อรุณราชวราราม โดยไม่ทราบสาเหตุ
 

เรืออะโปโล 
APOLLO 
ประเภท เรือราชการ (ตัวเรือไม้แบบเรือยอช์ท)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 280 ตัน
อาวุธ ปืนใหญ่ 6 กระบอก
เครื่องจักร เครื่องจักรข้าง 2 ปล่อง
ทหารประจำเรือ 70 คน
ขึ้นระวางประจำการ ประมาณ พุทธศักราช 2425

 

เรือจำเริญ (ลำที่หนึ่ง) 
CHAMROEN 
ประเภท เรือลำเลียง
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2430
หมายเหตุ ทางราชการซื้อมาจากประเทศอังกฤษ
พุทธศักราช 2445 เดินทางไป
บรรทุกกระเบื้องที่สงขลา ออกจาก
สงขลาได้ 2 วัน เรือประสบกับพายุเรือ
และคนประจำเรือสูญหาย

 

 เรือจำเริญ/บุ๊ก/วิเทศกิจการ/ช้าง
เรือจำเริญ/บุ๊ก/วิเทศกิจการ/ช้าง

 

เรือจำเริญ (ลำที่สอง)  CHAMROEN 
หรือ เรือบุ๊ก 
BUK 
หรือ เรือวิเทศกิจการ 
VIDES KICHKARN 
หรือ เรือช้าง (ลำที่หนึ่ง) 
CHANG
ประเภท เรือลำเลียง 3 เสา (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 850 ตัน
ขนาด ความยาว 184 ฟุต
ความกว้าง 27 ฟุต
เครื่องจักร ชนิด 3 สูบ กำลัง 450 แรงม้า
ทหารประจำเรือ 54 คน
ต่อที่ อู่ไวท์ฟีล สกอตแลนด์
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2447
ปลดระวางประจำการ 27 ธันวาคม พุทธศักราช 2504
หมายเหตุ เดิมคือเรือ  LYCIDAS เปลี่ยนชื่อเป็น จำเริญ 19 เมษายน พุทธศักราช
2448 เปลี่ยนชื่อจาก
จำเริญ เป็น
บุ๊ก 20 พฤษภาคม พุทธศักราช 2458
เปลี่ยนชื่อจาก
บุ๊ก เป็น วิเทศกิจการ
7 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2478
เปลี่ยนชื่อจาก
วิเทศกิจการ เป็น ช้าง
  

 เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่หนึ่ง)
เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่หนึ่ง)

 

  เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่หนึ่ง) 
MAHACHAKKRI 

ประเภท เรือลาดตระเวน (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 2,600 ตัน
ขนาด ความยาว 299 ฟุต
ความกว้าง 40 ฟุต
กินน้ำลึก 14 ฟุต
อาวุธ ปืน 120 มม. 4 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 8 กระบอก
เครื่องจักร ชนิด 3 สูบ จำนวน 2 เครื่อง
กำลัง 3,000 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 16 นอต
ต่อที่ อู่บริษัท RAMAGE AND FERGUSON
ประเทศอังกฤษ
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2435
ปลดระวางประจำการ 23 มิถุนายน พุทธศักราช 2459
หมายเหตุ หลังจากปลดระวางประจำการแล้ว
ได้ขายเรือ (ยกเว้นเครื่องจักร)
ให้แก่อู่กาวาซากิ เมืองโกเบ
ประเทศญี่ปุ่น และอู่กาวาซากิฯ
ได้ต่อเรือพระที่นั่งมหาจักรี ลำที่สอง
โดยใช้เครื่องจักรของเรือเดิม

 เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่หนึ่ง)
เรือพระที่นั่งมหาจักรี (ลำที่หนึ่ง)

 

เรือสถิตย์ราชการ (ลำที่หนึ่ง) 
ปลดระวางประจำการ พุทธศักราช 2449
หมายเหตุ เรือลำนี้มีชื่อปรากฎอยู่ประมาณ
พุทธศักราช 2435
แต่ไม่มีรายละเอียด

 

เรือสถิตย์ราชการ (ลำที่สอง) 
SATHIT 
ประเภท เรือช่วยรบ 
(ตัวเรือไม้ โครงเป็นเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 144 ตัน
ขนาด ความยาว 86 ฟุต
ความกว้าง 16 ฟุต
กินน้ำลึก 8 ฟุต 10 นิ้ว
ความเร็ว สูงสุด 6 นอต
ต่อที่ กรมอู่ทหารเรือ
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2452
ปลดระวางประจำการ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2469
หมายเหตุ ประมาณ พุทธศักราช 2435
มีเรือสถิตย์ราชการอยู่แล้ว
ลำนี้จึงเป็นลำที่สอง 
( ลำแรกปลดระวางประจำการ
พุทธศักราช 2449 )

 เรือสถิตย์ราชการ (ลำที่สอง)
เรือสถิตย์ราชการ (ลำที่สอง)

 

เรือเทวาสุราราม (ลำที่สอง) 
THEVA SOORARAM 
ประเภท เรือช่วยรบ (ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 115 ตัน
ขนาด ความยาว 88 ฟุต
ความกว้าง 15 ฟุต
อาวุธ ปืนใหญ่ 1 กระบอก
เครื่องจักร กำลัง 190 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 9 นอต
ต่อที่ กรมอู่ทหารเรือ
ขึ้นระวางประจำการ พุทธศักราช 2442
ปลดระวางประจำการ 1 มิถุนายน พุทธศักราช 2462
หมายเหตุ หลังจากปลดระวางประจำการแล้ว
มอบให้กรมราชนาวีเสือป่า ร.6
ได้ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทาน
นามใหม่ว่า
อาสาสู้สมร

 

 เรือลำนี้มีอยู่ประมาณ พุทธศักราช 2459 แต่ไม่ทราบชื่อเรือ
เรือลำนี้มีอยู่ประมาณ พุทธศักราช 2459 แต่ไม่ทราบชื่อเรือ เรือพาลีรั้งทวีป

 

เรือสุครีพครองเมือง 
SUGRIB 
ประเภท เรือปืน (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 462 ตัน
ขนาด ความยาว 172 ฟุต
ความกว้าง 23 ฟุต
กินน้ำลึก 8 ฟุต 9 นิ้ว
อาวุธ ปืน 120 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 57 มม. 5 กระบอก
ปืนกล 37 มม. 2 กระบอก
ความเร็ว สูงสุด 10.5 นอต
ทหารประจำเรือ 73 คน
ต่อที่ อู่บริษัท ฮ่องกง และ แวมโป
ปลดระวางประจำการ 20 กรกฎาคม พุทธศักราช 2478

 เรือสุครีพครองเมือง
เรือสุครีพครองเมือง

 

เรือตอร์ปิโด 2 
TORPEDO BOAT No.2 
ประเภท เรือตอร์ปิโด (ตัวเรือเหล็ก)
ระวางขับน้ำ เต็มที่  90 ตัน
ขนาด ความยาว  134ฟุต 7 นิ้ว
ความกว้าง 16 ฟุต 2 นิ้ว
กินน้ำลึก 4 ฟุต
อาวุธ ปืนกล 57 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 47 มม. 5 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด ขนาด 45 ซม. 2 ท่อยิง
เครื่องจักร ชนิด 3 สูบ จำนวน 1 เครื่อง
กำลัง 1,200 แรงม้า
หม้อน้ำชนิดหลอด 2 หม้อ ใบจักรเดี่ยว
ความเร็ว สูงสุด 22 นอต
ทหารประจำเรือ 24 คน
ต่อที่ อู่ กาวาซากิ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น
ขึ้นระวางประจำการ 27 สิงหาคม พุทธศักราช 2451
ปลดระวางประจำการ 17 มกราคม พุทธศักราช 2476

 เรือตอร์ปิโด 1,2,3
เรือตอร์ปิโด 1,2,3

 

เรือฟิลลา 
FYLLA 
ประเภท เรือขนส่ง (ตัวเรือไม้)
ระวางขับน้ำ เต็มที่  245 ตัน
ขนาด ความยาว  106 ฟุต 
ความเร็ว สูงสุด 8 นอต
ต่อที่ ฮ่องกง

 เรือฟิลลา
เรือฟิลลา

 

เรือบางกอก (ลำที่หนึ่ง) 
ประเภท เรือพระที่นั่ง
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 353 ตัน
เครื่องจักร เครื่องจักรท้าย
สร้างปี พุทธศักราช 2403
หมายเหตุ เดิมเป็นเรือเมล์อังกฤษ รัฐบาลไทยซื้อ 
เมื่อพุทธศักราช 2414 หลัง 15 มีนาคม 
พุทธศักราช 2414 ขายให้ห้างแขก
อยู่ที่หน้าวัดเกาะใช้เดินเป็นเรือเมล์ต่อไป

 

นอกจากนี้ยังมีเรือที่ไม่ได้กล่าวถึงประวัติดังต่อไปนี้ 
เรือฉาง เรือเหรา
เรือภิรมย์เร็วจร เรือคอมมิชชันเนอร์
เรือกมุทมาลา เรือพระตะบอง
เรือบุษบาบานกลีบ เรือเวสตา
เรือโสรวารวรเดช เรือเคปเคลียร์
เรือประทีปทัศนา เรือองครักษ์
เรือประเวศชลสินธุ์ เรือจักรนารายณ์
เรือปานมารุต เรือสนิทวงศ์
เรือเทียมลม เรืออาเลกซานดรา
เรือภมรแม้นจักร เรือเกาะสีชัง
เรือกลาโหม เรือปรินษารภี
เรือสปอร์ตแมน เรือบางกอก (ลำที่สอง)
เรือแรปปิด

HOME

รัชกาลที่ 4

รัชกาลที่ 5

รัชกาลที่ 6

รัชกาลที่ 7

รัชกาลที่ 8

รัชกาลที่ 9