เรือรบในรัชสมัย

HOME

รัชกาลที่ 4

รัชกาลที่ 5

รัชกาลที่ 6

รัชกาลที่ 7

รัชกาลที่ 8

รัชกาลที่ 9

เรือรบในรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล
พระอัฐมรามาธิบดินทร

 เรือตอร์ปิโด 

เรือตอร์ปิโดใหญ่
เรือตอร์ปิโดเล็ก

 เรือตอร์ปิโดใหญ่ 

ร.ล.ตราด
ร.ล.ภูเก็ต (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.ปัตตานี
ร.ล.สุราษฎร์
ร.ล.จันทบุรี
ร.ล.ระยอง
ร.ล.ชุมพร
ร.ล.ชลบุรี (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.สงขลา (ลำที่หนึ่ง)

ร.ล.ตราด 
H.T.M.S. TRAD 

ร.ล.ตราด
ร.ล.ตราด (H.T.M.S. TRAD)

เดิมเขียนเลข 5 ที่หัวเรือ เพราะเป็นเลขต่อจาก
เรือตอร์ปิโด 4 ภายหลังเปลี่ยนการจัดเรือเข้าหน่วยยุทธวิธีใหม่ จึงเปลี่ยนเลข 5 เป็น เลข 11 และที่ข้างเรือเขียน ตด. ภายหลังจึงลบเลข และตัวอักษร เมื่อครั้งกรณี
พิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส พุทธศักราช 2484 ต่อมาเปลี่ยนเป็น
หมายเลข 1 อาวุธปืน 75/51 มม. เดิมมี 3 กระบอก ต่อมา
ถอดออก 1 กระบอก และเปลี่ยนเป็นปืนกล 40/60 มม. แทน

ร.ล.ภูเก็ต
ร.ล.ภูเก็ต (H.T.M.S. PHUKET)

ร.ล.ภูเก็ต (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. PHUKET 

ร.ล.ตราด เดิมเขียนเลข 5 ที่หัวเรือ เพราะเป็นเลขต่อจาก
เรือตอร์ปิโด 4 ภายหลังจึงลบเลข และตัวอักษร เมื่อครั้งกรณี
พิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส พุทธศักราช 2484 ต่อมาเปลี่ยนเป็น
หมายเลข 1 อาวุธปืน 75/51 มม. เดิมมี 3 กระบอก ต่อมา
ถอดออก 1 กระบอก และเปลี่ยนเป็นปืนกล 40/60 มม. แทน

 

เรือ ร.ย.ฝ.6 
ประเภท เรือยามฝั่ง
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 10 ตัน
ขนาด ความยาว 18.30 เมตร
ความกว้าง 3.14 เมตร
กินน้ำลึก 1.80 เมตร
อาวุธ ท่อตอร์ปิโด ขนาด 18 นิ้ว 
2 ท่อยิง
เครื่องจักร เครื่องยนต์ธอร์นิครอฟท์ 
12 สูบ จำนวน 2 เครื่อง
ใบจักรคู่
ความเร็ว สูงสุด 40 นอต มัธยัสถ์ 32 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 240 ไมล์
ทหารประจำเรือ  5 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท ธอร์นิครอฟท์
เมืองเซาแธมป์ตัน 
ประเทศอังกฤษ

 เรือยามฝั่ง 

เรือ ร.ย.ฝ.6
เรือ ร.ย.ฝ.7
เรือ ร.ย.ฝ.8
เรือ ร.ย.ฝ.9

เรือ ร.ย.ฝ.10
เรือ ร.ย.ฝ.11
เรือ ร.ย.ฝ.12

เรือยามฝั่ง

ขึ้นระวางประจำการ  19 มีนาคม พุทธศักราช 2478
ปลดระวางประจำการ  7 สิงหาคม พุทธศักราช 2490

ร.ล.ปัตตานี 
H.T.M.S. PATTANI 


เดิมเขียนเลข 13 ที่หัวเรือ และที่ข้างเรือเขียน ปน.
ภายหลังจึงลบเลขและตัวอักษร เมื่อครั้งกรณีพิพาท
อินโดจีนฝรั่งเศส พุทธศักราช 2484 ต่อมาเปลี่ยนเป็น
หมายเลข 3 อาวุธปืน 75/51 มม. เดิมมี 3 กระบอก ต่อมา
ได้ถอดออก 1 กระบอก และเปลี่ยนเป็นปืนกล 40/60 มม. แทน

 ร.ล.ระยอง 
H.T.M.S. RAYONG 


เดิมเขียนเลข 23 ที่หัวเรือ และที่ข้างเรือเขียน รย.
ภายหลังจึงลบเลขและตัวอักษร เมื่อครั้งกรณีพิพาท
อินโดจีนฝรั่งเศส พุทธศักราช 2484 ต่อมาเปลี่ยนเป็น
หมายเลข 6 อาวุธปืน 75/51 มม. เดิมมี 3 กระบอก ต่อมา
ถอดออก 1 กระบอก และเปลี่ยนเป็นปืนกล 40/60 มม. แทน

 ร.ล.ชลบุรี (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. CHOLBURI 


ร.ล.ชลบุรี (ลำที่หนึ่ง)

เดิมเขียนเลข 32 ที่หัวเรือ และที่ข้างเรือเขียน ชบ.
ภายหลังจึงลบเลขและตัวอักษร เมื่อครั้งกรณีพิพาท
อินโดจีนฝรั่งเศส พุทธศักราช 2484 
17 มกราคม พุทธศักราช 2484 ถูกหมู่เรือรบฝรั่งเศส
ยิงจมที่เกาะง่ามในกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส

 ร.ล.สงขลา (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. SONGKLA 

เดิมเขียนเลข 33 ที่หัวเรือ และที่ข้างเรือเขียน ชบ.
ภายหลังจึงลบเลขและตัวอักษร เมื่อครั้งกรณีพิพาท
อินโดจีนฝรั่งเศส พุทธศักราช 2484 

  ร.ล.สงขลา (ลำที่หนึ่ง)

17 มกราคม พุทธศักราช 2484 ถูกหมู่เรือรบฝรั่งเศสยิงจมที่เกาะง่ามในกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส

 

ร.ล.สุราษฎร์ 
H.T.M.S. SURASDRA 

เดิมเขียนเลข 21 ที่หัวเรือ และที่ข้างเรือเขียน สร.
ภายหลังจึงลบเลขและตัวอักษร เมื่อครั้งกรณีพิพาท
อินโดจีนฝรั่งเศส พุทธศักราช 2484 ต่อมาเปลี่ยนเป็น
หมายเลข 4 อาวุธปืน 75/51 มม. เดิมมี 3 กระบอก ต่อมา
ถอดออก 1 กระบอก และเปลี่ยนเป็นปืนกล 40/60 มม. แทน


ร.ล.สุราษฎร์

 

ร.ล.จันทบุรี 
H.T.M.S. CHANDABURI 

เดิมเขียนเลข 22 ที่หัวเรือ และที่ข้างเรือเขียน จบ.
ภายหลังจึงลบเลขและตัวอักษร เมื่อครั้งกรณีพิพาท
อินโดจีนฝรั่งเศส พุทธศักราช 2484 ต่อมาเปลี่ยนเป็น
หมายเลข 5 อาวุธปืน 75/51 มม. เดิมมี 3 กระบอก ต่อมา
ถอดออก 1 กระบอก และเปลี่ยนเป็นปืนกล 40/60 มม. แทน


ร.ล.จันทบุรี

 

ร.ล.ชุมพร 
H.T.M.S. CHUMPORN 

เดิมเขียนเลข 31 ที่หัวเรือ และที่ข้างเรือเขียน ชพ.
ภายหลังจึงลบเลขและตัวอักษร เมื่อครั้งกรณีพิพาท
อินโดจีนฝรั่งเศส พุทธศักราช 2484 ต่อมาเปลี่ยนเป็น
หมายเลข 7 อาวุธปืน 75/51 มม. เดิมมี 3 กระบอก ต่อมา
ถอดออก 1 กระบอก และเปลี่ยนเป็นปืนกล 40/60 มม. แทน
27 กันยายน พุทธศักราช 2523 กองทัพเรือมอบ ร.ล.ชุมพร ให้จังหวัดชุมพร

  
ร.ล.ชุมพร

 

เรือ ร.ย.ฝ.7 
ประเภท เรือยามฝั่ง
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 10 ตัน
ขนาด ความยาว 18.30 เมตร
ความกว้าง 3.14 เมตร
กินน้ำลึก 1.80 เมตร
อาวุธ ท่อตอร์ปิโด ขนาด 18 นิ้ว 
2 ท่อยิง
เครื่องจักร เครื่องยนต์ธอร์นิครอฟท์ 
12 สูบ จำนวน 2 เครื่อง
ใบจักรคู่
ความเร็ว สูงสุด 40 นอต มัธยัสถ์ 32 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 240 ไมล์
ทหารประจำเรือ  5 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท ธอร์นิครอฟท์
เมืองเซาแธมป์ตัน 
ประเทศอังกฤษ
ขึ้นระวางประจำการ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2478
ปลดระวางประจำการ 21 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2490

 

   เรือน้ำมัน 

ร.ล.สมุย (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.ปรง

ร.ล.สมุย (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. SAMUI 

ร.ล.สมุย (ลำที่หนึ่ง) ร.ล.สมุย (ลำที่หนึ่ง)

ประเภท เรือน้ำมัน
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 1,845 ตัน
ขนาด ความยาว 240.00 เมตร
ความกว้าง 39.00 เมตร
เครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 2 เครื่อง
กำลัง 2,141 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 12 นอต
ขึ้นระวางประจำการ 18 กันยายน พุทธศักราช 2479
หมายเหตุ 25 พฤศจิกายน 2480 เป็นเรือฝึกหัด
สำหรับทหาร เพื่อไปรับเรือลำเลียง
ณ ประเทศญี่ปุ่น 17 พฤศจิกายน
พุทธศักราช 2488 ถูกเรือดำน้ำสหรัฐฯ
ซีไลอ้อน 2 (USS.SEA LION II)
ยิงจมนอกเกาะคาปัส แหลมมลายู
เรือ ร.ย.ฝ.8 
ประเภท เรือยามฝั่ง
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 10 ตัน
ขนาด ความยาว 18.30 เมตร
ความกว้าง 3.14 เมตร
กินน้ำลึก 1.80 เมตร
อาวุธ ท่อตอร์ปิโด ขนาด 18 นิ้ว 
2 ท่อยิง
เครื่องจักร เครื่องยนต์ธอร์นิครอฟท์ 
12 สูบ จำนวน 2 เครื่อง
ใบจักรคู่
ความเร็ว สูงสุด 40 นอต มัธยัสถ์ 32 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 240 ไมล์
ทหารประจำเรือ  5 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท ธอร์นิครอฟท์
เมืองเซาแธมป์ตัน 
ประเทศอังกฤษ
ขึ้นระวางประจำการ 19 มีนาคม พุทธศักราช 2478
ปลดระวางประจำการ ไม่ปรากฎหลักฐาน

 

เรือปรง 
H.T.M.S. PRONG 

เดิมหมายเลข 5 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 833 
บรรทุกน้ำมันได้ 180 กิโลลิตร

  
เรือปรง (เรือบรรทุกน้ำมัน)

 

เรือลำเลียงช่วยรบ

เรือจุฬา (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. CHULA 

เรือจุฬา (ลำที่หนึ่ง) เป็นเรือประเภทเรือลำเลียงช่วยรบ
ขึ้นระวางประจำการ สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา (พุทธศักราช 2484 - 2488)
ปลดระวางประจำการ 13 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2496

 

 เรือตรวจการประมง 

ร.ล.สารสินธุ (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.เทียวอุทก
ร.ล.ตระเวนนาวี

เรือตรวจการประมง

เรือตรวจการประมง

 

ร.ล.สารสินธุ (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. SARASIN 

25 กรกฎาคม พุทธศักราช 2488 ถูกเครื่องบิน
อังกฤษยิงด้วยปืนกล จมที่อ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต

ร.ล.เทียวอุทก 

ภายหลังเปลี่ยนสังกัดไปขึ้นกับ กร. 
และเปลี่ยนประเภทเป็นเรือ กร. ใช้งานต่อไปอีก

ร.ล.ตระเวนวารี 

30 มิถุนายน พุทธศักราช 2494 จมที่หน้ากุฎีจีน
ฝั่งธนบุรี ในกรณีกบฎแมนฮัตตัน

เรือสลุป ชุด ร.ล.ท่าจีน  เรือสลุป ชุด ร.ล.ท่าจีน

 

 เรือสลุป ชุด ร.ล.ท่าจีน (ลำที่หนึ่ง) 

ร.ล.ท่าจีน (ลำที่หนึ่ง) 
ร.ล.แม่กลอง

ร.ล.ท่าจีน (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. TACHIN 

ร.ล.ท่าจีน (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.ท่าจีน (ลำที่หนึ่ง)

 

24 ตุลาคม พุทธศักราช 2488 
ปลดระวางประจำการชั่วคราว 
เพื่อทำการซ่อมใหญ่ เพราะถูกเครื่องบิน
ข้าศึกทิ้งระเบิดจนเรือทะลุ ที่สัตหีบ 
เมื่อ 1 มิถุนายน พุทธศักราช 2488
ร.ล.แม่กลอง 
H.T.M.S. MAE KLONG 

13 มกราคม พุทธศักราช 2481 เป็นเรือพระที่นั่ง ในคราวส่งเสด็จ ร.8 และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 

23 พฤษภาคม พุทธศักราช 2492 เป็นเรือรับพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

2 ธันวาคม พุทธศักราช 2494 เป็นเรือในกระบวนเรือรับเสด็จนิวัติพระนคร

17 มีนาคม พุทธศักราช 2497 เพิ่มปืนกล 40/60 มม. 3 กระบอก และปืนกล 20 มม. 1 กระบอก

6 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2507 ใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการ กองเรือยุทธการซึ่งถือว่าเป็นเรือรบลำแรกที่ใช้ตั้งเป็นกองบัญชาการ พุทธศักราช 2512 เปลี่ยนปืน 120 มม. เป็นปืน 76/50 มม. ทั้ง 4 กระบอก

ปัจจุบันกองทัพเรือได้จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ ร.ล.แม่กลอง ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า หลังปลดระวางประจำการ

ร.ล.แม่กลอง    ร.ล.แม่กลอง

ร.ล.แม่กลอง

 เรือเตอร์ปิโดเล็ก

ร.ล.คลองใหญ่ (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.ตากใบ (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.กันตัง (ลำที่หนึ่ง)  

ร.ล.ตากใบ (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.ตากใบ (ลำที่หนึ่ง)

ร.ล.ตากใบ (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. TAKBAI 
ประเภท เรือตอร์ปิโดเล็ก
ระวางขับน้ำ ปกติ 135 ตัน เต็มที่ 142 ตัน
ขนาด ความยาว 41.80 เมตร
ความกว้าง 4.60 เมตร
กินน้ำลึก 1.45 เมตร
อาวุธ ปืนกล 40/60 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 20 มม. 1 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด ขนาด 45 ซม. 
แท่นคู่ 1 แท่น (2 ท่อยิง)
แท่นยิงระเบิดลึก 2 แท่น
เครื่องจักร กังหันไอน้ำ (บราวน์เคอติส) 
จำนวน 2 เครื่อง 
กำลัง 1,125 แรงม้า ใบจักรคู่
ความเร็ว สูงสุด 18 นอต มัธยัสถ์ 12 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 450 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 830 ไมล์
ทหารประจำเรือ  50 คน
ต่อที่ อู่ อิชิกาวาจิมา กรุงโตเกียว 
ประเทศญี่ปุ่น
วางกระดูกงู 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2479
ปล่อยเรือลงน้ำ 26 มีนาคม พุทธศักราช 2479
ขึ้นระวางประจำการ 26 กันยายน พุทธศักราช 2480
ปลดระวางประจำการ 26 มกราคม พุทธศักราช 2513
หมายเหตุ เดิมชื่อ เรือตอร์ปิโด 6

ร.ล.กันตัง (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.กันตัง (ลำที่หนึ่ง)

ร.ล.กันตัง (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. KANTANG 
ประเภท เรือตอร์ปิโดเล็ก
ระวางขับน้ำ ปกติ 135 ตัน เต็มที่ 142 ตัน
ขนาด ความยาว 41.80 เมตร
ความกว้าง 4.60 เมตร
กินน้ำลึก 1.45 เมตร
อาวุธ ปืนกล 40/60 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 20 มม. 1 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด ขนาด 45 ซม. 
แท่นคู่ 1 แท่น (2 ท่อยิง)
แท่นยิงระเบิดลึก 2 แท่น
เครื่องจักร กังหันไอน้ำ (บราวน์เคอติส) 
จำนวน 2 เครื่อง 
กำลัง 1,125 แรงม้า ใบจักรคู่
ความเร็ว สูงสุด 18 นอต มัธยัสถ์ 12 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 450 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 830 ไมล์
ทหารประจำเรือ  50 คน
ต่อที่ อู่ อิชิกาวาจิมา กรุงโตเกียว 
ประเทศญี่ปุ่น
วางกระดูกงู 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2479
ปล่อยเรือลงน้ำ 15 เมษายน พุทธศักราช 2480
ขึ้นระวางประจำการ 26 กันยายน พุทธศักราช 2480
ปลดระวางประจำการ 26 เมษายน พุทธศักราช 2515
หมายเหตุ เดิมชื่อ เรือตอร์ปิโด 7

 

ร.ล.ธนบุรี 
H.T.M.S. THONBURI 

ร.ล.ธนบุรี
ร.ล.ธนบุรี

17 มกราคม พุทธศักราช 2484 เข้าทำการรบกับ
หมู่เรือรบฝรั่งเศสที่เกาะช้าง ในกรณีพิพาทอินโดจีน
ฝรั่งเศส ร.ล.ธนบุรี ถูกหมู่เรือรบฝรั่งเศสยิง และ
แล่นมาจมที่แหลมงอบ แล้วได้กู้ขึ้นมาในภายหลัง

 

ร.ล.คลองใหญ่ (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. KLONG YAI 
ประเภท เรือตอร์ปิโดเล็ก
ระวางขับน้ำ ปกติ 135 ตัน เต็มที่ 142 ตัน
ขนาด ความยาว 41.80 เมตร
ความกว้าง 4.60 เมตร
กินน้ำลึก 1.45 เมตร
อาวุธ ปืนกล 40/60 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 20 มม. 1 กระบอก
ท่อตอร์ปิโด ขนาด 45 ซม. 
แท่นคู่ 1 แท่น (2 ท่อยิง)
แท่นยิงระเบิดลึก 2 แท่น
เครื่องจักร กังหันไอน้ำ (บราวน์เคอติส) 
จำนวน 2 เครื่อง 
กำลัง 1,125 แรงม้า ใบจักรคู่
ความเร็ว สูงสุด 18 นอต มัธยัสถ์ 12 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 450 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 830 ไมล์
ทหารประจำเรือ  50 คน
ต่อที่ อู่ อิชิกาวาจิมา กรุงโตเกียว 
ประเทศญี่ปุ่น
วางกระดูกงู 3 ตุลาคม พุทธศักราช 2479
ปล่อยเรือลงน้ำ 26 มีนาคม พุทธศักราช 2479
ขึ้นระวางประจำการ 26 กันยายน พุทธศักราช 2480
ปลดระวางประจำการ 26 มกราคม พุทธศักราช 2513
หมายเหตุ เดิมชื่อ เรือตอร์ปิโด 5


ร.ล.คลองใหญ่ (ลำที่หนึ่ง)

 เรือปืนหนัก ชุด ร.ล.ศรีอยุธยา   
ร.ล.ธนบุรี    

ร.ล.ศรีอยุธยา
ร.ล.ศรีอยุธยา

ร.ล.ศรีอยุธยา 
H.T.M.S. SRI AYUDHYA 

15 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2481 เป็นเรือพระที่นั่ง
ในคราว ร.8 และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ 
เจ้าฟ้าภูมิพลอุดยเดช เสด็จนิวัติพระนคร
 

24 มีนาคม พุทธศักราช 2493 เป็นเรือพระที่นั่งในคราว ร.9
เสด็จนิวัติพระนคร และทางกองทัพเรือได้ถวายเครื่องยศ
จอมพลเรือในห้องโถง ร.ล.ศรีอยุธยา

1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2494 ถูกปืนและ
ลูกระเบิดจากเครื่องบินจนไฟไหม้จม ณ 
ปากคลองบางหลวง ในกรณีกบฎแมนฮัตตัน

ร.ล.ศรีอยุธยา
ร.ล.ศรีอยุธยา
 


ร.ล.ธนบุรี

 

 เรือดำน้ำ

ร.ล.มัจฉาณุ (ลำที่สอง)
ร.ล.วิรุณ
ร.ล.สินสมุทร
ร.ล.พลายชุมพล 

เรือดำน้ำ   เรือดำน้ำ

ประเทศไทยมีเรือดำน้ำที่สร้างในคราวเดียวกันนี้ 4 ลำ คือ 
ร.ล.มัจฉาณุ (ลำที่สอง)
ร.ล.วิรุณ ร.ล.สินสมุทร และ ร.ล.พลายชุมพล

เมื่อครั้งกรณีพิพาทอินโดจีนฝรั่งเศส เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ
ได้ออกไปลาดตระเวนอยู่หน้าฐานทัพเรือเรียม (กัมพูชา) 
ใช้เวลาดำอยู่ใต้น้ำทั้งสิ้นลำละ 12 ชั่วโมงขึ้นไป 
นับเป็นการดำที่นานที่สุด

ร.ล.มัจฉาณุ (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. MATCHANU 

เรือมัจฉาณุลำที่หนึ่ง เป็นเรือในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว


ร.ล.มัจฉาณุ (ลำที่สอง)

ร.ล.สินสมุทร 
H.T.M.S. SINSAMUT 


ร.ล.สินสมุทร

ขึ้นระวางประจำการ 19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2481 
ปลดระวางประจำการ 30 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2494

 

ร.ล.วิรุณ 
H.T.M.S. WIRUN 


ร.ล.วิรุณ

ขึ้นระวางประจำการ 19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2481 
ปลดระวางประจำการ 30 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2494

ร.ล.พลายชุมพล 
H.T.M.S. PHLAI-CHUMPHON 


ร.ล.พลายชุมพล

ขึ้นระวางประจำการ 19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2481 
ปลดระวางประจำการ 30 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2494

 

 


ร.ล.พงัน (ลำที่หนึ่ง) และ ร.ล.สีชัง (ลำที่หนึ่ง)

ร.ล.สีชัง (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. SICHANG 


ร.ล.สีชัง (ลำที่หนึ่ง)

ขึ้นระวางประจำการ 5 ตุลาคม พุทธศักราช 2481
ปลดระวางประจำการ 23 ธันวาคม พุทธศักราช 2526

 เรือลำเลียง ชุด ร.ล.พงัน  

ร.ล.พงัน (ลำที่หนึ่ง) 
ร.ล.สีชัง (ลำที่หนึ่ง) 

ร.ล.พงัน (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. PA-NGAN 


ร.ล.พงัน (ลำที่หนึ่ง)

ขึ้นระวางประจำการ 5 ตุลาคม พุทธศักราช 2481
ปลดระวางประจำการ 27 ธันวาคม พุทธศักราช 2504
19 กรกฎาคม พุทธศักราช 2504 จมข้างเกาะเต่า

เรือ ร.ย.ฝ.9 

เรือ ร.ย.ฝ.9
ขึ้นระวางประจำการ 5 ตุลาคม พุทธศักราช 2481
ปลดระวางประจำการ 8 ตุลาคม พุทธศักราช 2502

เรือ ร.ย.ฝ.10 

เรือ ร.ย.ฝ.10
ขึ้นระวางประจำการ 20 กรกฎาคม พุทธศักราช 2482
ปลดระวางประจำการ 30 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2494

เรือ ร.ย.ฝ.11 

เรือ ร.ย.ฝ.11
ขึ้นระวางประจำการ 25 กันยายน พุทธศักราช 2484
ปลดระวางประจำการ 7 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2484
กรมอู่ทหารเรือ รุเรือ เมื่อ 23 ตุลาคม พุทธศักราช 2503

เรือร.ย.ฝ.12 

เรือ ร.ย.ฝ.12
สันนิษฐานว่าเรือสร้างไม่เสร็จ
กรมอู่ทหารเรือ รุเรือ เมื่อ 13 กันยายน พุทธศักราช 2496

 เรือตรวจฝั่ง

เรือ ต.1
เรือ ต.4
เรือ ต. 2
เรือ ต.5
เรือ ต.3
เรือ ต.6

   เรือ ต.5

เรือ ต.1 

เป็นเรือประเภทตรวจฝั่ง (ตัวเรือไม้)
ปลดระวางประจำการ 30 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2494

เรือ ต.2 

เป็นเรือประเภทตรวจฝั่ง (ตัวเรือไม้)
ปลดระวางประจำการ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2503

เรือ ต.3 

เป็นเรือประเภทตรวจฝั่ง (ตัวเรือไม้)
ปลดระวางประจำการ 20 มีนาคม พุทธศักราช 2495

 

เรือ ต.4 

เป็นเรือประเภทตรวจฝั่ง (ตัวเรือไม้)
ปลดระวางประจำการ 20 มีนาคม พุทธศักราช 2495

 

เรือ ต.5 

เป็นเรือประเภทตรวจฝั่ง (ตัวเรือไม้)
ปลดระวางประจำการ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2503
24 มีนาคม พุทธศักราช 2493 เรือ ต.5 เป็นเรือ
ในกระบวนเสด็จนิวัติพระนคร

 เรือ ต.6 

เป็นเรือประเภทตรวจฝั่ง (ตัวเรือไม้)
ปลดระวางประจำการ 20 ธันวาคม พุทธศักราช 2503

เรือลาดตระเวนเบา ชุด ร.ล.นเรศวร 

ร.ล.นเรศวร (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.ตากสิน (ลำที่หนึ่ง) 

ร.ล.นเรศวร (ลำที่หนึ่ง) และ ร.ล.ตากสิน (ลำที่หนึ่ง)

ร.ล.นเรศวร และ ร.ล.ตากสิน หลังจากสร้างเสร็จแล้ว รัฐบาลอิตาลี ได้นำเรือไปใช้ในสงครามโลก ครั้งที่ 2 โดยเปลี่ยนชื่อเป็น ETNA และ 
VESUVO ตามลำดับ เรือทั้งสองลำถูกระเบิดจากฝ่ายสัมพันธมิตร
จนจมหมด รัฐบาลอิตาลี ยอมคืนเงินทั้งหมดให้กับรัฐบาลไทย

ร.ล.นเรศวร (ลำที่หนึ่ง)  
H.T.M.S. NARESUAN  

และ

ร.ล.ตากสิน (ลำที่หนึ่ง)  
H.T.M.S.
TAKSIN

เป็นเรือลาดตระเวนเบา ปล่อยเรือลงน้ำ พุทธศักราช 2483


รูปด้านข้างและแปลนด้านบนของเรือ ETNA และ VESUVIO

เรือวางทุ่นระเบิด 

ร.ล.บางระจัน (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.หนองสาหร่าย (ลำที่หนึ่ง) 

ร.ล.บางระจัน (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. NONGSARHAI

ขึ้นระวางประจำการ 5 ตุลาคม พุทธศักราช 2481
ปลดระวางประจำการ 7 กรกฎาคม พุทธศักราช 2523

 

ร.ล.หนองสาหร่าย (ลำที่หนึ่ง)> 
H.T.M.S. NONGSARHAI

ขึ้นระวางประจำการ 5 ตุลาคม พุทธศักราช 2481
ปลดระวางประจำการ 7 กรกฎาคม พุทธศักราช 2523

HOME

รัชกาลที่ 4

รัชกาลที่ 5

รัชกาลที่ 6

รัชกาลที่ 7

รัชกาลที่ 8

รัชกาลที่ 9