เรือรบในรัชสมัย

HOME

รัชกาลที่ 4

รัชกาลที่ 5

รัชกาลที่ 6

รัชกาลที่ 7

รัชกาลที่ 8

รัชกาลที่ 9

เรือรบในรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

 เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ 

 ฟริเกต 

 เรือพิฆาตคุ้มกัน 

 เรือคอร์เวต 

 เรือตรวจการณ์  

 เรือเร็วโจมตี 

 เรือตอร์ปิโดเล็ก 

 เรือจู่โจมลำน้ำ 

 เรือหุ้มเกราะลำเลียงพล 

 เรือกวาดทุ่นระเบิด 

 เรือสนับสนุนการต่อต้านทุ่นระเบิด 

 เรือต่อต้านทุ่นระเบิด 

 เรือล่าทำลายทุ่นระเบิด 

 เรือยกพล 

 เรือพี่เลี้ยงหมู่เรือ ท. 

 เรือสนับสนุนการยกพล 

 เรือระบายพล 

 เรือส่งกำลังบำรุง 

 เรือน้ำมัน 

 เรือน้ำ 

 เรือช่วยรบ 

 เรือลำเลียง 

 เรือสำรวจ 

 เรือทำเครื่องหมายทางเรือ 

 เรือลากจูง 

เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ 
ชุด ร.ล.จักรีนฤเบศร 

เครื่องบินขึ้น-ลงทางดิ่ง AV-8S (HARRIER)
เฮลิคอปเตอร์ S-70B (SEA HAWK)

ร.ล.จักรีนฤเบศร

 

 เครื่องบินขึ้น-ลงทางดิ่ง AV-8S (HARRIER) 


เครื่องบินขึ้น-ลงทางดิ่ง AV-8S (HARRIER)

ร.ล.จักรีนฤเบศร 
H.T.M.S. CHAKRI NARUEBET 

ประเภท เรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์
ระวางขับน้ำ เต็มที่ 11,485.5 ตัน
ขนาด ความยาว 182.60 เมตร
ความกว้าง 30.50 เมตร
กินน้ำลึก 6.25 เมตร
อาวุธ ระบบอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิด
พื้น-สู่-อากาศ แบบ SADRAL (แท่นแฝด 6) 3 แท่น
อากาศยานประจำเรือ เครื่องบินขึ้น-ลงทางดิ่งAV-8S (HARRIER) 9 เครื่อง

เฮลิคอปเตอร์ S-70B (SEA HAWK) 
6 เครื่อง

เครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 2 เครื่อง 
กำลัง 11,780 แรงม้า
เครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์
จำนวน 2 เครื่อง
กำลัง 44,250 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 26 นอต มัธยัสถ์ 10,000 ไมล์
รัศมีทำการ ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 12 นอต
ทหารประจำเรือ 601 คน
ทหารประจำหน่วยบิน 758 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท บาซาน เมืองเฟรรอล 
ประเทศสเปน
วางกระดูกงู 12 กรกฎาคม พุทธศักราช 2537
ปล่อยเรือลงน้ำ 20 มกราคม พุทธศักราช 2539
ขึ้นระวางประจำการ 20 มีนาคม พุทธศักราช 2540
หมายเหตุ หมายเลข 911

 

เฮลิคอปเตอร์ S-70B (SEA HAWK) 


เฮลิคอปเตอร์ S-70B (SEA HAWK)

 

เรือฟริเกต 
เรือฟริเกต ชุด ร.ล.นเรศวร
ร.ล.มกุฎราชกุมาร
ชุด ร.ล.ท่าจีน (ลำที่สอง)

 

เรือฟริเกต ชุด ร.ล.เจ้าพระยา 
ร.ล.ตาปี
เรือฟริเกต ชุด ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ร.ล.คีรีรัฐ

 เรือฟริเกต ชุด ร.ล.นเรศวร (ลำที่สอง) 


ร.ล.นเรศวร (ลำที่สอง)
ร.ล.ตากสิน (ลำที่สอง)
 

ร.ล.นเรศวร (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. NARESUAN 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 2,800 ตัน 
เต็มที่ 2,985 ตัน
ขนาด ความยาว 120.50 เมตร
ความกว้าง 13.70 เมตร
กินน้ำลึก 6.00 เมตร
อาวุธ ปืน 5/54 นิ้ว 1 กระบอก
ปืนกล 37 มม. 2 กระบอก
ปืนกล .50 นิ้ว 4 กระบอก
แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่-พื้น
แบบฮาร์พูน 2 แท่น (8 ท่อยิง)
แท่นยิงเป้าลวง 2 แท่น (26 ท่อยิง)
ท่อตอร์ปิโดแฝดสาม 2 แท่น (6 ท่อยิง)
อากาศยานประจำเรือ เฮลิคอปเตอร์
เครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 2 เครื่อง 
กำลัง 11,780 แรงม้า
เครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์
จำนวน 2 เครื่อง
กำลัง 44,250 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 32 นอต มัธยัสถ์ 18 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 4,000 ไมล์
ทหารประจำเรือ 184 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท ไซน่า ชิพบิลดิ้ง จำกัด
วางกระดูกงู 22 ธันวาคม พุทธศักราช 2534
ปล่อยเรือลงน้ำ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2537
ขึ้นระวางประจำการ 15 ธันวาคม พุทธศักราช 2537
หมายเหตุ หมายเลข 421


ร.ล.นเรศวร (ลำที่สอง)

ร.ล.ตากสิน (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. TAKSIN 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 2,800 ตัน 
เต็มที่ 2,985 ตัน
ขนาด ความยาว 120.50 เมตร
ความกว้าง 13.70 เมตร
กินน้ำลึก 6.00 เมตร
อาวุธ ปืน 5/54 นิ้ว 1 กระบอก
ปืนกล 37 มม. 2 กระบอก
ปืนกล .50 นิ้ว 4 กระบอก
แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่-พื้น
แบบฮาร์พูน 2 แท่น (8 ท่อยิง)
แท่นยิงเป้าลวง 2 แท่น (26 ท่อยิง)
ท่อตอร์ปิโดแฝดสาม 2 แท่น (6 ท่อยิง)
อากาศยานประจำเรือ เฮลิคอปเตอร์
เครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 2 เครื่อง 
กำลัง 11,780 แรงม้า
เครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบน์
จำนวน 2 เครื่อง
กำลัง 44,250 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 32 นอต มัธยัสถ์ 18 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 4,000 ไมล์
ทหารประจำเรือ 184 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท ไซน่า ชิพบิลดิ้ง จำกัด
วางกระดูกงู 29 เมษายน พุทธศักราช 2535
ปล่อยเรือลงน้ำ 24 พฤษภาคม พุทธศักราช 2537
ขึ้นระวางประจำการ 28 กันยายน พุทธศักราช 2538
หมายเหตุ หมายเลข 422


ร.ล.ตากสิน (ลำที่สอง)

 


ภาพด้านขวา ร.ล.ตากสิน (ลำที่สอง) และ
ภาพด้านซ้าย ร.ล.นเรศวร (ลำที่สอง)

ร.ล.สายบุรี (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. SAIBURI 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 1,840 ตัน 
เต็มที่ 1,961 ตัน
ขนาด ความยาว 103.00 เมตร
ความกว้าง 11.33 เมตร
กินน้ำลึก 4.70 เมตร
อาวุธ ปืน 100 มม. แท่นคู่ 1 แท่น
(2 กระบอก)
ปืนกล 37 มม. แท่นคู่ 4 แท่น
(8 กระบอก)
ปืนกล .50 นิ้ว 2 กระบอก
แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-พื้น 
แบบ C-801 4 แท่น (8 ท่อยิง)
แท่นยิงอาวุธปราบเรือดำน้ำ
ชนิด RBU 1200 (86)
2 แท่น (10 ท่อยิง)
แท่นยิงเป้าลวง 945 GPJ 2 แท่น
(26 ท่อยิง)
เครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 4 เครื่อง 
กำลัง 7,400 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 29.6 นอต มัธยัสถ์ 18 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 1,550 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 3,550 ไมล์
ทหารประจำเรือ 206 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท ไซน่า ชิพบิลดิ้ง จำกัด
สาธารณรัฐประชาชนจีน
วางกระดูกงู 7 กันยายน พุทธศักราช 2533
ปล่อยเรือลงน้ำ 27 สิงหาคม  พุทธศักราช 2534
ขึ้นระวางประจำการ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2535
หมายเหตุ หมายเลข 458
มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ท้ายเรือ

 


ร.ล.สายบุรี (ลำที่สอง)


ภาพด้านบน ร.ล.กระบุรี และ ภาพด้านล่าง ร.ล.สายบุรี

 

 เรือฟริเกต ชุด ร.ล.เจ้าพระยา (ลำที่สอง) 

ร.ล.เจ้าพระยา (ลำที่สอง)
ร.ล.บางปะกง (ลำที่สอง)
ร.ล.กระบุรี
ร.ล.สายบุรี


ภาพด้านบน ร.ล.เจ้าพระยา (ลำที่สอง) และ 
ภาพด้านล่าง ร.ล.บางปะกง (ลำที่สอง)

 

ร.ล.เจ้าพระยา (ลำที่สอง)  
H.T.M.S. CHAO PHRAYA 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 1,800 ตัน 
เต็มที่ 1,924 ตัน
ขนาด ความยาว 103.00 เมตร
ความกว้าง 11.33 เมตร
กินน้ำลึก 4.70 เมตร
อาวุธ ปืน 100 มม. แท่นคู่ 2 แท่น
(4 กระบอก)
ปืนกล 37 มม. แท่นคู่ 4 แท่น
(8 กระบอก)
ปืนกล .50 นิ้ว 2 กระบอก
แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-พื้น 
แบบ C-801 4 แท่น (8 ท่อยิง)
แท่นยิงอาวุธปราบเรือดำน้ำ
ชนิด RBU 1200 (86)
2 แท่น (10 ท่อยิง)
แท่นยิงเป้าลวง 945 GPJ 2 แท่น
(26 ท่อยิง)
เครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 4 เครื่อง 
กำลัง 7,268 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 29.6 นอต มัธยัสถ์ 18 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 1,550 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 3,500 ไมล์
ทหารประจำเรือ 211 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท ไซน่า ชิพบิลดิ้ง จำกัด
สาธารณรัฐประชาชนจีน
วางกระดูกงู 10 กรกฎาคม พุทธศักราช 2534
ปล่อยเรือลงน้ำ 27 เมษายน พุทธศักราช 2533
ขึ้นระวางประจำการ 27 เมษายน พุทธศักราช 2534
หมายเหตุ หมายเลข 455


ร.ล.เจ้าพระยา (ลำที่สอง)

 

ร.ล.บางปะกง (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. BANG PAKONG 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 1,800 ตัน 
เต็มที่ 1,924 ตัน
ขนาด ความยาว 103.00 เมตร
ความกว้าง 11.33 เมตร
กินน้ำลึก 4.70 เมตร
อาวุธ ปืน 100 มม. แท่นคู่ 2 แท่น
(4 กระบอก)
ปืนกล 37 มม. แท่นคู่ 4 แท่น
(8 กระบอก)
ปืนกล .50 นิ้ว 2 กระบอก
แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-พื้น 
แบบ C-801 4 แท่น (8 ท่อยิง)
แท่นยิงอาวุธปราบเรือดำน้ำ
ชนิด RBU 1200 (86)
2 แท่น (10 ท่อยิง)
แท่นยิงเป้าลวง 945 GPJ 2 แท่น
(26 ท่อยิง)
เครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 4 เครื่อง 
กำลัง 7,268 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 29.6 นอต มัธยัสถ์ 18 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 1,550 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 3,500 ไมล์
ทหารประจำเรือ 211 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท ไซน่า ชิพบิลดิ้ง จำกัด
สาธารณรัฐประชาชนจีน
วางกระดูกงู 19 ตุลาคม พุทธศักราช 2532
ปล่อยเรือลงน้ำ 25 ธันวาคม พุทธศักราช 2533
ขึ้นระวางประจำการ 20 กรกฎาคม พุทธศักราช 2534
หมายเหตุ หมายเลข 456


ร.ล.บางปะกง (ลำที่สอง)

 

ร.ล.กระบุรี (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. KRABURI 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 1,800 ตัน 
เต็มที่ 1,961 ตัน
ขนาด ความยาว 103.00 เมตร
ความกว้าง 11.33 เมตร
กินน้ำลึก 4.70 เมตร
อาวุธ ปืน 100 มม. แท่นคู่ 2 แท่น
(2 กระบอก)
ปืนกล 37 มม. แท่นคู่ 4 แท่น
(8 กระบอก)
ปืนกล .50 นิ้ว 2 กระบอก
แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถีพื้น-สู่-พื้น 
แบบ C-801 4 แท่น (8 ท่อยิง)
แท่นยิงอาวุธปราบเรือดำน้ำ
ชนิด RBU 1200 (86)
2 แท่น (10 ท่อยิง)
แท่นยิงเป้าลวง 945 GPJ 2 แท่น
(26 ท่อยิง)
เครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 4 เครื่อง 
กำลัง 7,400 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 29.6 นอต มัธยัสถ์ 18 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 1,550 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 3,550 ไมล์
ทหารประจำเรือ 206 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท ไซน่า ชิพบิลดิ้ง จำกัด
สาธารณรัฐประชาชนจีน
วางกระดูกงู 21 มกราคม พุทธศักราช 2533
ปล่อยเรือลงน้ำ 28 ธันวาคม  พุทธศักราช 2533
ขึ้นระวางประจำการ 16 มกราคม พุทธศักราช 2535
หมายเหตุ หมายเลข 457
มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ท้ายเรือ


ร.ล.กระบุรี (ลำที่สอง)

   

 เรือฟริเกต ชุด ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก 

ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย


เรือฟริเกต ชุด ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

 

ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
H.T.M.S. PHUTTHAYODFACHULALOK 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 3,020 ตัน 
เต็มที่ 4,209 ตัน
ขนาด ความยาว 133.50 เมตร
ความกว้าง 14.30 เมตร
กินน้ำลึก 8.00 เมตร
อาวุธ ปืน 5/54 นิ้ว 1 กระบอก
ระบบอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิด
แบบ PHALANX 1 แท่น (6 กระบอก)
ปืนกล .50 นิ้ว 4 กระบอก
แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่-พื้น แบบฮาร์พูน / อาวุธปราบเรือดำน้ำ แบบแแอสรอค 1 แท่น (8 ท่อยิง) 
ท่อตอร์ปิโด 2 แท่น (4 ท่อยิง)
แท่นยิงเป้าลวง 2 แท่น
อากาศยานประจำเรือ เฮลิคอปเตอร์
เครื่องจักร ไอน้ำ จำนวน 1 เครื่อง
กำลัง 35,000 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 27 นอต มัธยัสถ์ 12 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 2,612 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 5,850 ไมล์
ทหารประจำเรือ 317 คน
ต่อที่ อู่ อะวอนเดล ชิพยาร์ด เมืองนิวออร์ลีนส์
มลรัฐหลุยส์เซียนา สหรัฐอเมริกา
วางกระดูกงู 27 เมษายน พุทธศักราช 2515
ปล่อยเรือลงน้ำ 3 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2516
ขึ้นระวางประจำการ 30 กรกฎาคม พุทธศักราช 2537
หมายเหตุ หมายเลข 461
เดิมคือ เรือ USS TRUETT (FF-1095)


ร.ล.พุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

 

ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย 
H.T.M.S. PHUTTHALOETLANAPHALAI 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 3,020 ตัน 
เต็มที่ 4,209  ตัน
ขนาด ความยาว 133.50เมตร
ความกว้าง 14.30 เมตร
กินน้ำลึก 8.00 เมตร
อาวุธ ปืน 5/54 นิ้ว 1 กระบอก
ระบบอาวุธป้องกันตนเองระยะประชิด
แบบ PHALANX 1 แท่น (6 กระบอก)
ปืนกล .50 นิ้ว 4 กระบอก
แท่นยิงอาวุธปล่อยนำวิถี พื้น-สู่-พื้น
แบบฮาร์พูน/อาวุธปราบเรือดำน้ำ 
แบบแอสรอค 1 แท่น (8 ท่อยิง)
ท่อตอร์ปิโด 2 แท่น (4 ท่อยิง)
แท่นยิงเป้าลวง 2 แท่น
อากาศยานประจำเรือ เฮลิคอปเตอร์
เครื่องจักร ไอน้ำ จำนวน 1 เครื่อง
ความเร็ว สูงสุด 27 นอต มัธยัสถ์ 12 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 2,612 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 5,850 ไมล์
ทหารประจำเรือ 317 คน
ต่อที่ อู่ อะวอนเดล ชิพยาร์ด 
เมืองนิววออร์ลีนส์
มลรัฐหลุยส์เซียนา สหรัฐอเมริกา
วางกระดูกงู 15 มกราคม พุทธศักราช 2512
ปล่อยเรือลงน้ำ 17 มกราคม พุทธศักราช 2513
ขึ้นระวางประจำการ 27 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2539
หมายเหตุ หมายเลข 462
เดิมคือเรือ USS OUELLET (FF-1077)

ร.ล.พุทธเลิศหล้านภาลัย

 

 


ร.ล.คีรีรัฐ

 เรือฟริเกต ชุด ร.ล.มกุฎราชกุมาร (ลำที่สอง) 


เรือฟริเกต ชุด ร.ล.มกุฎราชกุมาร (ลำที่สอง)

 

ร.ล.มกุฎราชกุมาร (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. MAKUTRAJAKUMARN 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 1,948 ตัน 
เต็มที่ 2,072 ตัน
ขนาด ความยาว 97.56 เมตร
ความกว้าง 10.97 เมตร
กินน้ำลึก 8.7 เมตร
อาวุธ ปืน 4.5 นิ้ว 2 กระบอก
ปืนกล 40/70 มม. 
แท่นคู่ 1 แท่น (2 กระบอก)
ปืนกล .50 นิ้ว 4 กระบอก
แท่นยิงอาวุธปราบเรือดำน้ำ
ชนิดมอร์ดต้า 1 แท่น (3 ท่อยิง)
แท่นยิงจรวดส่องสว่าง 2 แท่น
ท่อตอร์ปิโดแฝดสาม 2 แท่น (6 ท่อยิง)
แท่นยิงเป้าลวง 4 แท่น (24 ท่อยิง)
รางปล่อยระเบิดลึก 1 ราง
เครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 1 เครื่อง 
กำลัง 23,175 แรงม้า
เครื่องแก๊สเทอร์ไบน์ 
จำนวน 1 เครื่อง กำลัง 23,175 
แรงม้า 2 เพลาใบจักร
ความเร็ว สูงสุด 25 นอต มัธยัสถ์ 18 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 1,000 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 5,940 ไมล์
ทหารประจำเรือ 150 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท ยาร์โรว์ เมืองกลาสโกว์
สกอตแลนด์
ปล่อยเรือลงน้ำ 18 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2514
ขึ้นระวางประจำการ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2516
หมายเหตุ เดิมหมายเลข 7 ต่อมาเปลี่ยนเป็น
หมายเลข 433

ร.ล.มกุฎราชกุมาร (ลำที่สอง)

 

ร.ล.ตาปี 
H.T.M.S. TAPI 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 1,079  ตัน 
เต็มที่ 1,125 ตัน
ขนาด ความยาว 275 เมตร
ความกว้าง 3 เมตร
กินน้ำลึก 14 ฟตุ
อาวุธ ปืน 76/62 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 40/70 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 20 มม. 2 กระบอก
ืนกล .50 นิ้ว 2 กระบอก
ท่อตอร์ปิโดแฝดสาม 2 แท่น (6 ท่อยิง)
รางปล่อยระเบิดลึก 1 ราง
แท่นยิงเป้าลวง 2 แท่น
เครื่องจักร เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 2 เครื่อง 
กำลัง 2,800 แรงม้า
ความเร็ว สูงสุด 20 นอต มัธยัสถ์ 15 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 2,400 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 4,03 ไมล์
ทหารประจำเรือ 150 คน
ต่อที่ อู่ อเมริกัน ชิพบิลดิ้ง มลรัฐโอไฮไอ
วางกระดูกงู 1 กรกฎาคม พุทธศักราช 2513
ปล่อยเรือลงน้ำ 17 ตุลาคม พุทธศักราช 2513
ขึ้นระวางประจำการ 19 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2514
หมายเหตุ เดิมหมายเลข 5 ต่อมาเปลี่ยนเป็น
หมายเลข 431 เดิมคือเรือ PF-107 มีอาวุธที่ถูกเปลี่ยนออก คือ
ปืน 76/50 มม. 2 กระบอก
ปืนกล 40/60 มม. แท่นคู่ 1 
แท่น (2 กระบอก) 
แท่นยิงอาวุธปราบเรือดำน้ำ
ชนิดเฮดจฮอก 1 แท่น


ร.ล.ตาปี

 

ร.ล.คีรีรัฐ 
H.T.M.S. KRABURI 

ประเภท เรือฟริเกต
ระวางขับน้ำ ปกติ 1,079 ตัน 
เต็มที่ 1,125 ตัน
ขนาด ความยาว 275 เมตร
ความกว้าง 33 เมตร
กินน้ำลึก 14 ฟุต
อาวุธ ปืน 76/62 มม. (1 กระบอก)
ปืนกล 40/70 มม. 1 กระบอก
ปืนกล 20 มม. 2 กระบอก
ปืนกล .50 นิ้ว 2 กระบอก
ท่อตอร์ปิโดแฝดสาม 2 แท่น (6 ท่อยิง)
รางปล่อยระเบิดลึก 1 ราง
แท่นยิงเป้าลวง 2 แท่น
เครื่องจักร สูงสุด 20 นอต มัธยัสถ์ 15 นอต
ความเร็ว สูงสุด 29.6 นอต มัธยัสถ์ 18 นอต
รัศมีทำการ ที่ความเร็วสูงสุด 2,400 ไมล์
ที่ความเร็วมัธยัสถ์ 4,203 ไมล์
ทหารประจำเรือ 150 คน
ต่อที่ อู่ บริษัท นอร์ฟอล์ค ชิพบิลดิ้ง แอนด์ ดรายด็อค
เมืองนอร์ฟอล์ค มลรัฐเวอร์จิเนีย
สหรัฐอเมริกา
วางกระดูกงู 18 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2515
ปล่อยเรือลงน้ำ 2 มิถุนายน  พุทธศักราช 2516
ขึ้นระวางประจำการ 10 สงหาคม พุทธศักราช 2517
หมายเหตุ เดิมหมายเลข 6 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 432 เดิมคือเรือ PF-108 มีอาวธที่ถูกเปลี่ยนออก คือ
ปืน 76/50 มม. 2 กระบอก
ปืนกล 40/60 มม. 
แท่นคู่ 1 แท่น (2 กระบอก)
แท่นยิงอาวุธปราบเรือดำน้ำ
ชนิดเฮดจฮอก 1 แท่น


ร.ล.ท่าจีน (ลำที่สอง)

 

ร.ล.ท่าจีน (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. TACHIN 

 

เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 411  

เดิมชื่อเรือ USS. GLENDLE (PF-36) ซื้อต่อจากสหรัฐอเมริกาในช่วงสงครามเกาหลี 
พร้อม ร.ล.ประแส (ลำที่สอง)  

12 มกราคม พุทธศักราช 2495 ได้ออกปฏิบัติการรบครั้งแรกในสมรภูมิเกาหลี

 

 เรือฟริเกต ชุด ร.ล.ท่าจีน 

ร.ล.ท่าจีน (ลำที่สอง)
ร.ล.ประแส (ลำที่สอง)


เรือฟริเกต ชุด ร.ล.ท่าจีน (ลำที่สอง)

ร.ล.ประแส (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. PRASAE 

ร.ล.ประแส (ลำที่สอง)
เดิมหมายเลข 2 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 412 
เดิมคือเรือ USS. GALLUP (PF 47) ซื้อต่อจากสหรัฐอเมริกา 
ในช่วงสงครามเกาหลี เพื่อใช้แทน ร.ล.ประแส (ลำที่หนึ่ง) และ
ประจำอยู่ ณ สมรภูมิเกาหลี จนถึง พุทธศักราช 2497

 

 

ร.ล.ปิ่นเกล้า
H.T.M.S. PINKLAO 

 

เดิมคือ เรือ HEMMINGER (DE 746) 

19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2502 สหรัฐอเมริกา 
ให้ไทยเช่ายืม มีกำหนด 5 ปี เมื่อครบกำหนดแล้วก็ต่อสัญญาอีก 

ปัจจุบันรัฐบาลไทยได้รับมอบจากสหรัฐอเมริกา 
ตามโครงการช่วยเหลือทางทหาร พุทธศักราช 2508 - 2509 

กองทัพเรือได้ส่ง ร.ล.ปิ่นเกล้า ไปติดอาวุธเพิ่มที่เกาะกวม คือ
 ท่อตอร์ปิโดปราบเรือดำน้ำ 6 ท่อยิง ติดตั้งเครื่องควบคุมการยิง
 และเปลี่ยนเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์บางส่วน

 เรือพิฆาตคุ้มกัน 


ร.ล.ปิ่นเกล้า 

เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 3 และหมายเลข 413 ตามลำดับ

 

 

 

ร.ล.บางปะกง (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. BANG PAKONG 

เดิมคือ เรือ H.M.S. BURNET ของสหราชอาณาจักร
1 ตุลาคม พุทธศักราช 2493 ไปร่วมรบในสงครามเกาหลี

 เรือคอร์เวต 

ร.ล.บางปะกง (ลำที่หนึ่ง) 
ร.ล.ประแส (ลำที่หนึ่ง) 
ชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์ (ลำที่สอง) 

ร.ล.ประแส (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. PRASAE 

เดิม คือ เรือ H.M.S. BETONY ของสหราชอาณาจักร
1 ตุลาคม พุทธศักราช 2493 ไปร่วมรบในสงครามเกาหลี
7 มกราคม พุทธศักราช 2494 เกยตื้นระหว่างการสู้รบที่น่านน้ำประเทศเกาหลี
13 มกราคม พุทธศักราช 2494 ยิงทำลายเรือทิ้งเพื่อไม่ให้ข้าศึกนำไปใช้งาน เพราะไม่สามารถช่วยให้พ้นจากการเกยตื้นได้

 

 เรือคอร์เวต ชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์ (ลำที่สอง) 

ร.ล.รัตนโกสินทร์ (ลำที่สอง)
ร.ล.สุโขทัย (ลำที่สอง)

     เรือคอร์เวต ชุด ร.ล.รัตนโกสินทร์ (ลำที่สอง)

   

 

ร.ล.รัตนโกสินทร์ (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. RATANAKOSIN 

เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 441

 

ร.ล.สุโขทัย (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. SUKHOTHAI 

เดิมหมายเลข 2 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 442

 

 เรือตรวจการณ์ 

 ปราบเรือดำน้ำ ชุด ร.ล.สารสินธุ (ลำที่สอง) 
ร.ล.สารสินธุ (ลำที่สอง)
ร.ล.ทยานชล (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.คำรณสินธุ (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.พาลี
ร.ล.สุครีพ
ร.ล.ตองปลิว
ร.ล.ลิ่วลม
ร.ล.ล่องลม (ลำที่หนึ่ง)

 ปราบเรือดำน้ำ ชุด ร.ล.คำรณสินธุ (ลำที่สอง) 
ร.ล.คำรณสินธุ (ลำที่สอง)
ร.ล.ทยานชล (ลำที่สอง)
ร.ล.ล่องลม (ลำที่สอง)

 ปราบเรือดำน้ำ 
เรือ ปร.11-16, 31-33

 เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง 
เรือ ต.231-260

 เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ 
เรือ ล.11-ล.145

 

 เรือตรวจการณ์ (ปืน) ชุด ร.ล.หัวหิน 
ร.ล.หัวหิน
ร.ล.แกลง
ร.ล.ศรีราชา

 เรือตรวจการณ์ (ปืน) ชุด ร.ล.สัตหีบ (ลำที่สอง) 
ร.ล.สัตหีบ
ร.ล.คลองใหญ่
ร.ล.ตาใบ
ร.ล.กันตัง
ร.ล.เทพา
ร.ล.ท้ายเหมือง

 เรือตรวจการณใกล้ฝั่ง ชุดเรือ ต.81 (ลำที่สอง) 
เรือ ต.81 (ลำที่สอง)
เรือ ต.82 (ลำที่สอง)
เรือ ต.83 (ลำที่สอง)

 เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง 
เรือ ต.11-110

 เรือเร็วโจมตี 

 เรือเร็วโจมตี (อาวุธปล่อยนำวิถี) 

ชุด ร.ล.ราชฤทธิ์ (ลำที่สอง)   
- ร.ล.ราชฤทธิ์ (ลำที่สอง)
- ร.ล.วิทยาคม (ลำที่สอง)
- ร.ล.อุดมเดช (ลำที่สอง)

ชุด ร.ล.ปราบปรปักษ์ (ลำที่สอง) 
- ร.ล.ปราบปรปักษ์ (ลำที่สอง)
- ร.ล.หาญหักศัตรู (ลำทีสี่)
- ร.ล.สู้ไพรินทร์

ร.ล.ราชฤทธิ์ (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. RATCHARIT 


เดิมหมายเลข 4 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 321 เรือราชฤทธิ์ (ลำที่หนึ่ง) เป็นเรือใบในสมัยรัชกาลที่ 3

ร.ล.วิทยาคม (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. VITTHAYAKHOM 


เดิมหมายเลข 5 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 322 
เรือวิทยาคม (ลำที่หนึ่ง) เป็นเรือใบในสมัยรัชกาลที่ 3

ร.ล.อุดมเดช (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. UDOMDET 


เดิมหมายเลข 6 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 323 
เรืออุดมเดช (ลำที่หนึ่ง) เป็นเรือใบในสมัยรัชกาลที่ 3

ร.ล.ปราบปรปักษ์ (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. PRABPARAPAK 


เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 311

ร.ล.หาญหักศัตรู (ลำที่สี่) 
H.T.M.S. HANHAKSATTRU 


เดิมหมายเลข 2 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 312

 

เรือเร็วโจมตี (ปืน) ชุด ร.ล.ชลบุรี (ลำที่สอง) 

ร.ล.ชลบุรี (ลำที่สอง)
ร.ล.สงขลา (ลำที่สอง)
ร.ล.ภูเก็ต (ลำที่สอง)


 เรือเร็วโจมตี (ปืน ชุด ร.ล.ชลบุรี (ลำที่สอง)

ร.ล.ชลบุรี (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. CHONBURI 


เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 331

ร.ล.สงขลา (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. SONGKHLA 


เดิมหมายเลข 2 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 332

ร.ล.ภูเก็ต (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. PHUKET 


เดิมหมายเลข 3 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 333

 

ร.ล.สู้ไพรินทร์ 
H.T.M.S. SUPHAIRIN 


เดิมหมายเลข 3 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 313

 

 

 เรือตอร์ปิโดเล็ก 

ร.ล.สัตหีบ (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. SATTAHIB 

 

ร.ล.สัตหีบ (ลำที่หนึ่ง) 

 

 เรือกวาดทุ่นระเบิด 

กวาดทุ่นระเบิดไกลฝั่ง
กวาดทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง
กวาดทุ่นระเบิดน้ำตื้น

 เรือกวาดทุ่นระเบิดไกลฝั่ง 
MINESWEEPER OCEAN (MSO)

ร.ล.โพสามต้น 
H.T.M.S. PHOSAMTON 

 

เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 415

เดิมคือ เรือ H.M.S. MINSTREL สหราชอาณาจักรมอบให้ประเทศไทยที่สิงคโปร์ เมื่อ 9 เมษายน พุทธศักราช 2490 

4 เมษายน พุทธศักราช 2496 เป็นเรือฝึก
นักเรียนนายเรือ และเดินทางไปร่วมงาน
สวนสนามทางเรือในพิธีราชาภิเษกสมเด็จ
พระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ณ ประเทศอังกฤษ

 

 เรือกวาดทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง  

ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.บางแก้ว (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.ท่าดินแดง (ลำที่หนึ่ง)
ชุด ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่สอง)

ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. LADYA 


เดิม คือ เรือ YMS 138

ร.ล.บางแก้ว (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. BAGNG KAEO 


เดิม คือ เรือ YMS 334

ร.ล.ท่าดินแดง (ลำที่หนึ่ง) 
H.T.M.S. TA DINDAENG 


เดิม คือ เรือ YMS 353

 

ชุด ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่สอง) 

ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่สอง)
ร.ล.บางแก้ว (ลำที่สอง)
ร.ล.ท่าดินแดง (ลำที่สอง)
ร.ล.ดอนเจีย์

 ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่สอง) 
H.T.M.S.
LADY 


เดิมหมายเลข 5 ต่อมาเปลี่ยนเป็น
หมายเลข 611 เดิม คือ เรือ MSC 297 
รัฐบาลไทย ได้รับมอบตามข้อตกลง
ว่าด้วย การช่วยเหลือทางทหาร 
ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่สอง) เป็นเรือลำแรก
ในราชนาวีที่มีเครื่องกังหันก๊าซ 
(GAST TURBINE) ขนาด 2,200 แรงม้า)

 

 ร.ล.บางแก้ว (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S.
BANGKEO 


เดิมหมายเลข 6 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 611
เดิม คือ เรือ MSC 303 รัฐบาลไทยได้รับมอบ
ตามข้อตกลงว่าด้วยการช่วยเหลือทางทหาร

 

ร.ล.ท่าดินแดง (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S.
TADINDAENG  

เดิม คือ เรือ MSC 301 รัฐบาลไทยได้รับมอบตามข้อตกลงว่าด้วยการช่วยเหลือทางทหาร

 ร.ล.ดอนเจดีย์ 
 H.T.M.S.
DONCHEDI

เดิม คือ เรือ MSC 301 รัฐบาลไทยได้รับมอบตามข้อตกลงว่าด้วยการช่วยเหลือทางทหาร

 เรือยกพล 

 ยกพลขนาดเล็ก
ยกพลขนาดกลาง
ยกพลขนาดใหญ่

 

 เรือยกพลขนาดเล็ก 
LANDING SHIP INFANTRY (LSIL) 

ร.ล.ปราบ
ร.ล.สัตกูด

ร.ล.ปราบ 
 H.T.M.S.
PRAB 


เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 741 เดิม คือ เรือ LCI 670 รัฐบาลไทยซื้อต่อมาจาก สหรัฐอเมริกา

 

ร.ล.สัตกูด 
 H.T.M.S.
SATTAKUT 


เดิมหมายเลข 2 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 742 เดิม คือ เรือ LCI 730

 

 เรือยกพลขนาดกลาง 
LANDING SHIP MEDIUM (LSM) 

ชุด ร.ล.กูด (ลำที่สอง)
ร.ล.ไผ่ (ลำที่สอง)
ร.ล.คราม (ลำที่สอง)

ร.ล.กูด (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S.
PA - NGAN 


เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 731 เดิม คือ เรือ LSM 333 รัฐบาลไทยซื้อต่อมาจาก สหรัฐอเมริกา

 

ร.ล.ไผ่ (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. PHAI 


เดิม คือ เรือ LSM 338 รัฐบาลไทยซื้อต่อมาจาก สหรัฐอเมริกา

 

ร.ล.คราม (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S.
KRAM 


เดิมหมายเลข 3 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 732 เดิม คือ เรือ LSM 469 รัฐบาลไทยได้รับมอบตามข้อตกลงว่าด้วยการช่วยเหลือทางทหาร

  

 เรือพี่เลี้ยงหมู่เรือ ท. 

ร.ล.รางเกวียน 
 H.T.M.S.
RANGKWIEN 


เดิม คือ เรือ ยูมิฮาริมารู

 

 

 

 เรือสนับสนุนการยกพล 
LANDING SHIP SUPPORT LARGE (LSSL) 

ร.ล.นาคา 
 H.T.M.S.
NAKHA 


เดิมหมายเลข 31 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 751 เดิม คือ เรือ LSSL - 102

 

 เรือน้ำมัน 

ร.ล.จุฬา (ลำที่สอง)
ร.ล.มาตรา
ชุด ร.ล.จุฬา (ลำที่สาม)

ร.ล.จุฬา (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. CHULA
 


     เดิมคือ เรือ วาคาคุสา (WAKAKUSA)

ร.ล.มาตรา 
 H.T.M.S. MATRA
 


เดิมคือ เรือ เซอิโชมารู (SEISHOMARU)

 

ชุด ร.ล.จุฬา (ลำที่สาม) 

ร.ล.จุฬา (ลำที่สาม)
ร.ล.สมุย (ลำที่สอง)
ร.ล.เปริด
ร.ล.เสม็ด (ลำที่สอง)

ร.ล.จุฬา (ลำที่สาม) 
 H.T.M.S. CHULA



เดิมหมายเลข 2 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 831

ร.ล.สมุย (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. SAMUI
 



เดิมหมายเลข 4 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 832 เดิมคือ เรือ YOG 60

 

ร.ล.เปริด 
 H.T.M.S. PROET
 


เดิมหมายเลข 9 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 834 
บรรทุกน้ำมันเตาได้ 180 กิโลลิตร บรรทุกน้ำจืดได้ 20 ตัน

 

ร.ล.เสม็ด (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. SAMED
 


เดิมหมายเลข 10 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 835 
บรรทุกน้ำมันเตาได้ 180 กิโลลิตร บรรทุกน้ำจืดเต็มที่ 26 ตัน

 

 เรือน้ำ

ร.ล.จวง
ร.ล.จิก

ร.ล.จวง (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. CHUANG


เดิมหมายเลข 5 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 841
บรรทุกน้ำมันได้ 180 ตัน

ร.ล.จิก 
 H.T.M.S. CHIK
 


เดิมหมายเลข 11 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 842  บรรทุกน้ำจืดได้ 250 ตัน

 

 เรือช่วยรบ 

ร.ล.จาน 
 H.T.M.S. JARN
 


เดิม คือ เรือ โนไนมารู (NONAIMARU)

 

 เรือลำเลียง 

เรือ อป.9 หรือ เรือ อศ.3 (ลำที่หนึ่ง) หรือ ร.ล.เกล็ดแก้ว (ลำที่สอง)
ร.ล.ชาตินาวี
ร.ล.วินัยนาวี
ร.ล.เกียรตินาวี
ร.ล.รัง (ลำที่หนึ่ง)

ร.ล.เรือ อป.9 หรือ เรือ อศ.3 (ลำที่หนึ่ง) หรือ ร.ล.เกล็ดแก้ว (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. KLED KAEO
 

  
เดิมหมายเลข 7 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 861 เดิม 
คือ เรือ นอร์ฟรอสท์ (NORFROST) 16 ตุลาคม 
พุทธศักราช 2506 เปลี่ยนชื่อเป็น อศ.3 

ร.ล.ชาตินาวี 
 H.T.M.S. CHART NAVI
 

เดิม คือ เรือ ชาติพิบูล

 

ร.ล.วินัยนาวี 
 H.T.M.S. VINAI NAVI
 

เดิม คือ เรือ โรเบิร์ท

 ร.ล.เกียรตินาวี 
 H.T.M.S. KIAT NAVI
 

เดิม คือ เรือ เมกกะนาวา 20 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2497 เป็นที่ประทับแรมของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ในคราวตรวจพบสวนสนามทางเรือที่บางแสน

ร.ล.รัง (ลำที่หนึ่ง) 
 H.T.M.S. RANG
 

เดิม คือ เรือ แหลมงอบ กองทัพเรือรับโอนมาจาก บริษัท เดินเรือไทย จำกัด

 

เรือสำรวจ 

เรือสำรวจ ร.ล.จันทร
เรือสำรวจขนาดใหญ่
เรือสำรวจขนาดเล็ก
เรือสำรวจสมุทรศาสตร์

 

 

ร.ลจันทร 
 H.T.M.S. CHANTHARA
 


หมายเลข 811 กองทัพเรือได้จัดถวายเป็นเรือที่ประทับของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ในโอกาสเสด็ประพาสทางทะเลหลายครั้ง

 

เรือสำรวจขนาดใหญ่ 

ร.ลศุกร์ 
 H.T.M.S. SUK
 

หมายเลข 812 

 เรือสำรวจขนาดเล็ก 

เรือ อศ.1
เรือ อ.ศ.2

 เรือ อศ.1 


ขึ้นระวางประจำการ 1 เมษายน พุทธศักราช 2499
ปลดระวางประจำการ 3 สิงหาคม พุทธศักราช 2530

เรือ อศ.2 


ขึ้นระวางประจำการ 2 สิงหาคม พุทธศักราช 2498

 เรือจู่โจมลำน้ำ (เครื่องติดท้าย) 

เรือ ล.31 - เรือ ล.3135

ยกเว้น เรือ ล.3130 - เรือ ล. 3132 เครื่องยนต์เป็นชนิดเครื่องพ่นน้ำ

 

 เรือหุ้มเกราะลำเลียงพล 
MINI-ARMOURED TROOP
CARRIER (ATC)

เรือ ล.41 - เรือ ล.43


รัฐบาลไทยได้รับมอบตามข้อตกลงว่าด้วยการช่วยเหลือทางทหาร

 เรือสนับสนุนการต่อต้านทุ่นระเบิด 

ชุด ร.ล.ถลาง (ลำที่สอง) 

 ชุด ร.ล.ถลาง (ลำที่สอง) 

 

 ร.ล.ถลาง (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. TALANG 

เดิมหมายเลข 1
ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 621

 

 เรือต่อต้านทุ่นระเบิด 

 ชุด ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่สาม) 

ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่สาม)
ร.ล.ท่าดินแดง (ลำที่สาม)


เรือต่อต้านทุ่นระเบิด ชุด ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่สาม)

 

 ร.ล.ลาดหญ้า (ลำที่สาม) 
 H.T.M.S. LAT YA 

  หมายเลข 633

 ร.ล.ท่าดินแดง (ลำที่สาม) 
 H.T.M.S. THA DIN DAENG 

  หมายเลข 634

 

 เรือล่าทำลายทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง 

ชุดร.ล.บางระจัน (ลำที่สอง) 

ร.ล.หนองสาหร่าย (ลำที่สอง)
ร.ล.บางระจัน (ลำที่สอง)

ร.ล.หนองสาหร่าย (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. NONG SARAI 

เดิมหมายเลข 2 ต่อมาเปลี่ยนเป็น หมายเลข 632

 

ร.ล.บางระจัน (ลำที่สอง) 
H.T.M.S. BANGRACHAN 

  เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 631

 

 

 เรือกวาดทุ่นระเบิดน้ำตื้น
MOTOR LAUNCH MINESWEEPER/
MINESWEEPING BOAT (MLMS/MSB) 

1. เรือ ท.1 (ลำที่สอง) ขึ้นระวางประจำการ 20 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2538
2. เรือ ท.2 (ลำที่สอง) ขึ้นระวางประจำการ 24 มกราคม พุทธศักราช 2539
3. เรือ ท.3 (ลำที่สอง) ขึ้นระวางประจำการ 16 กรกฎาคม พุทธศักราช 2540
4. เรือ ท.4 (ลำที่สอง) ยังไม่แล้วเสร็จ
5. เรือ ท.5 (ลำที่สอง) ยังไม่แล้วเสร็จ

หมายเหตุ
1. เรือ ท.1 (ลำที่หนึ่ง) เรือ ท.2 (ลำที่หนึ่ง) เรือ ท.8 (ลำที่หนึ่ง) เรือ ท.4 (ลำที่หนึ่ง) และ เรือ ท.5 (ลำที่หนึ่ง) ไม่ปรากฏหลักฐานการรับมอบ
2. เรือ ท.6 - เรือ ท.10 ต่อที่อู่ ELEVENTH NAVAL LONGBEACH CALIFORNIA สหรัฐอเมริกา และรัฐบาลไทยได้รับมอบ ตามข้อตกลงว่าด้วยการช่วยเหลือทางทหาร เมื่อ 2 ตุลาคม พุทธศักราช 2506
3. เรือ ท.11 ต่อที่กรมอู่ทหารเรือ ขึ้นระวางประจำการ 15 กรกฎาคม พุทธศักราช 2577
4. เรือ ท.12 ต่อที่กรมอู่ทหารเรือ ขึ้นระวางประจำการ 6 ตุลาคม พุทธศักราช 2537

 

 เรือยกพลขนาดใหญ่ 

ชุด ร.ล.อ่างทอง (ลำที่สอง) ชุด ร.ล.สีชัง (ลำที่สอง)

ร.ล.อ่างทอง (ลำที่สอง)
ร.ล.ช้าง (ลำที่สอง)
ร.ล.พงัน (ลำที่สอง)
ร.ล.ลันตา
ร.ล.พระทอง

ร.ล.สีชัง (ลำที่สอง)
ร.ล.สุรินทร์

 ร.ล.อ่างทอง (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S.
ANGTHONG 

เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 711 เดิมคือ เรือ LST 924

ร.ล.ช้าง (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S.
CHANG 

 
เดิมหมายเลข 2 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 712 เดิม คือ 
เรือ LST 898  รัฐบาลไทยได้รับมอบตามข้อตกลง
ว่าด้วยการช่วยเหลือทางทหาร

ร.ล.พงัน (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S.
PA - NGAN 

เดิมหมายเลข 3 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 713 เดิม คือ เรือ USS.STARK COUNTY (LST 1134) ร.ล.พงัน (ลำที่สอง) เคยร่วมรบในสงครามเวียดนาม

ร.ล.ลันตา 
 H.T.M.S. LANTA 

เดิมหมายเลข 4 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 714 เดิม คือ เรือ USS. STONE COUNTY (LST 1141) สหรัฐอเมริกาให้รัฐบาลไทยเช่ายืม ปัจจุบันมอบให้รัฐบาลไทยเรียบร้อยแล้ว เดิมมีอาวุธปืนกล 40/60 มม. แท่นคู่ 2 แท่น (4 กระบอก) 30 ธันวาคม พุทธศักราช 2523 ถอดปืนกล 40/60 มม. แท่นคู่ ออก 1 แท่น (2 กระบอก) และเปลี่ยนเป็น ปืน 76/50 มม. 1 กระบอก

ร.ล.พระทอง 
 H.T.M.S.
PHRATHONG 

เดิมหมายเลข 5 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 715 เดิม คือ เรือ USS. DODGE COUNTY (LST 722)

 

ชุด ร.ล.สีชัง (ลำที่สอง) 

ร.ล.สีชัง (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. SICHANG 


เดิมหมายเลข 6 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 721้

 

ร.ล.สุรินทร์ 
 H.T.M.S. SURIN 


เดิมหมายเลข 7 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 722้

 

 

 

 เรือส่งกำลังบำรุงขนาดใหญ่ 
REPLENISHMENT SHIP , LARGE [AOR (H)] 

ร.ล.สิมิลัน 
 H.T.M.S. SIMILAN
 


ขึ้นระวางประจำการ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2539

 

 เรือระบายพลขนาดใหญ่ 

ชุด ร.ล.มัตโพน
ชุด ร.ล.ทองแก้ว (ลำที่สอง)
ชุด ร.ล.มันนอก
ร.ล.ทองหลาง (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.ทองแก้ว (ลำที่หนึ่ง)

ชุด ร.ล.มัตโพน 

ร.ล.มัตโพน
ร.ล.ราวี
ร.ล.อาดัง
ร.ล.เภตรา
ร.ล.โกลำ
ร.ล.ตะลิบง

ร.ล.มัตโพน 
 H.T.M.S. MATTAPHON
 


เดิมหมายเลข 1 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 761 เดิม คือ เรือ LCU 1260

 

ร.ล.ราวี 
 H.T.M.S. RAVI
 

เดิมหมายเลข 2 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 762 เดิม คือ เรือ LCU 800

 

ร.ล.อาดัง 
 H.T.M.S. ADANG
 

เดิมหมายเลข 3 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 763 เดิม คือ เรือ LCU 861

 

ร.ล.เภตรา 
 H.T.M.S. PHETRA
 

เดิมหมายเลข 4 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 764 เดิม คือ เรือ LCt 1089

 

ร.ล.โกลำ 
 H.T.M.S. KOLAM
 

เดิมหมายเลข 5 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 765 เดิม คือ เรือ LCT 904

 

ร.ล.ตะลิบง 
 H.T.M.S. TALIBONG
 



เดิมหมายเลข 6 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 766 เดิม คือ เรือ LCT 753

 

ร.ล.ทองหลาง (ลำที่หนึ่ง) 
 H.T.M.S. TONGLANG
 

เป็นเรือ LCT แบบอังกฤษ เดิมชื่อ เทียนเสียง

 

ร.ล.ทองแก้ว (ลำที่หนึ่ง) 
 H.T.M.S. TONGKAEO
 

เป็นเรือ LCT แบบอังกฤษ เดิมชื่อ เทียนเส็ง

ชุด ร.ล.ทองแก้ว (ลำที่สอง) 

ร.ล.ทองแก้ว (ลำที่สอง)
ร.ล.ทองหลาง (ลำที่สอง)

ร.ล.วังนอก
ร.ล.วังใน

ร.ล.ทองแก้ว (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. TONGKAEO
 

เดิมหมายเลข 7 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 771

 

ร.ล.ทองหลาง (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. TONG LANG 


เดิมหมายเลข 8 ต่อเมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 772

 

 

ร.ล.วังนอก 
 H.T.M.S. WANG NOK
 


เดิมหมายเลข 9 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 773

ร.ล.วังใน 
 H.T.M.S. WANG NAI
 


เดิมหมายเลข 10 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 774

 

ชุด ร.ล.มันนอก 

ร.ล.มันใน 
 H.T.M.S. MAN NAI
 

ร.ล.มันกลาง 
 H.T.M.S. MAN KLANG
 

ร.ล.มันนอก 
 H.T.M.S. MAN NOK
 

หมายเหตุ ยังไม่แล้วเสร็จ

 

เรือลากจูง 
HARBOUR TUG 

ร.ล.รัง (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.แสมสาร (ลำที่หนึ่ง)
ร.ล.แรด (ลำที่หนึ่ง)
ชุด ร.ล.กลึงบาดาล

 

ร.ล.รัง (ลำที่หนึ่ง) 
 H.T.M.S. RANG
 

เดิม คือ เรือ แหลมงอบ กองทัพเรือรับโอนมาจาก บริษัท เดินเรือไทย จำกัด

 

ร.ล.แสมสาร (ลำที่หนึ่ง) 
 H.T.M.S. SAMAESAN
 


เดิม คือ เรือ EMPIRE VINCENT

 

ร.ล.แรด (ลำที่หนึ่ง) 
 H.T.M.S. RAD
 

  เดิม คือ เรือ YTL 340

 

เรือลากจูงชุด ร.ล.กลึงบาดาล 

ร.ล.กลึงบาดาล
ร.ล.มารวิชัย

ร.ล.กลึงบาดาล 
 H.T.M.S. KLUENG BADAN
 

เดิมหมายเลข 2 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 851 เดิมคือเรือ เกษตรสงคราม 1

 

ร.ล.มารวิชัย 
 H.T.M.S. MARN VICHAI
 


เดิมหมายเลข 3 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 852 เดิมคือเรือ เกษตรสงคราม 2

 

เรือลากจูงขนาดกลาง 
HARBOUR TUG, MEDIUM (YTM) 

ร.ล.ริ้น
ร.ล.รัง (ลำที่สอง)

ร.ลริ้น 
 H.T.M.S. RIN
 


เดิมหมายเลข 5 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 853

ร.ล.รัง (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. RANG
 


เดิมหมายเลข 6 ต่อมาเปลี่ยนเป็นหมายเลข 854

 

เรือสำรวจสมุทรศาสตร์ 

เรือ อศ.3 
 H.T.M.S. SURIYA
 

  

ขึ้นระวางประจำการ 30 เมษายน พุทธศักราช 2515

 

 เรือทำเครื่องหมายทางเรือ 

ร.ล.สุริยะ (ลำที่สอง) 
 H.T.M.S. SURIYA
 

  หมายเลข 821 
ร.ล.สุริยะ (ลำที่สอง) เป็นเครื่องใช้งานเครื่องหมายเทางเรือ

 

HOME

รัชกาลที่ 4

รัชกาลที่ 5

รัชกาลที่ 6

รัชกาลที่ 7

รัชกาลที่ 8

รัชกาลที่ 9