การสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินของสาธารณรัฐอินเดีย

                         สื่อของ อด.ได้ลงบทความเกี่ยวกับเรื่องการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินของ ทร.อินเดีย โดยมีการเปิดเผยในรายละเอียด พอสรุปได้ดังนี้

                         ๑. นาย AK Antony  รมว.กห.อด. ได้ทำพิธีวางกระดูกงูเรือ (ความจริงแล้วเป็นการทำพิธีนำชิ้นส่วนของตัวเรือที่สร้างไว้แล้วแต่ละส่วนนำมาเชื่อมต่อกัน) เมื่อ ๒๗ ก.พ.๕๒ ที่อู่ต่อเรือเมืองโคชิน กับกล่าวว่านับเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของ อด. ที่จะกลายเป็นชาติที่ ๔ ของกลุ่มประเทศที่สามารถออกแบบและสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินได้ โดยมีกำหนดส่งมอบให้กับ ทร.อด. ได้ในปี พ.ศ.๒๕๕๗ อันจะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับ ทร.อด. เพื่อให้เป็นกองทัพเรือที่มีความสามารถในการออกไปปฏิบัติการในทะเลลึก (Blue –Water Navy) ได้อย่างแท้จริง โดยมีแผนที่จะให้มีเรือบรรทุก บ. ปฏิบัติการอยู่ในทะเลพร้อมกันได้ ๒ ๓ ลำ ในขณะเดียวกัน

                         ๒. ปัจจุบัน ทร.อด. มีเพียงเรือบรรทุก บ. (เรือบรรทุก ฮ.) เพียงลำเดียวคือ INS Viraat (เป็นเรือเก่าของ ทร.สหราชอาณาจักร HMS Hermes) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง (ประมาณ ๒ ปี) รัฐบาล อด. ได้ชะลอโครงการการสร้างเรือบรรทุก บ. ดังกล่าวไว้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒ ทำให้โครงการนี้ ซึ่งเป็นการรอคอยของ ทร.อด. ต้องล่าช้าออกไป การออกแบบและสร้างเรือลำนี้มีความสลับซับซ้อน และใช้เทคนิคในการสร้างที่สูง โครงการนี้จึงนับว่าเป็นเกียรติและเป็นการท้าทายความสามารถของ ทร.อด. อย่างยิ่ง ทั้งนี้ อด. มีแผนที่จะต่อเรือบรรทุก บ. เองอีกเป็นลำที่ ๒ โดยจะมีระวางขับน้ำถึง ๖๔,๐๐๐ ตัน (ลำที่กำลังต่อประมาณ ๔๐,๐๐๐ ตัน) กลับยังได้กล่าวถึงการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของ อด.เองด้วย เรือบรรทุก บ. ดังกล่าวเป็นการสร้างโดยความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ๔ ประเทศ คือ รัสเซีย สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส รมว.กห.อด. ยังได้กล่าวแสดงความชื่นชมอู่ต่อเรือโคชินว่า เป็นอู่ต่อเรือที่ยอดเยี่ยม สามารถซ่อมทำเรือบรรทุก บ. ของ ทร.อด. ที่มีประจำการอยู่ในปัจจุบันคือ INS Viraat กับยังสามารถสร้างเรือบรรทุก บ. ให้กับ ทร.อด. ได้อย่างสมบูรณ์ด้วย เรือดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการสร้างตัวเรือส่วนต่าง ๆ มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ และจะใช้เวลาอีกประมาณ ๕ ปี ก่อนจะส่งมอบให้กับ ทร.อด.

                         ๓. เรือดังกล่าวมีระวางขับน้ำ ๔๐,๐๐๐ ตัน มีความยาว ๒๐๐ เมตร กว้าง ๒๐ เมตร ใช้เครื่องยนต์แก๊สเทอร์ไบท์ของ GE รุ่น LM 2500 จำนวน ๔ เครื่อง ขับเคลื่อน ๒ เพลา สามารถทำความเร็วสูงสุดต่อเนื่องได้ ๒๘ นอต กับมีรัศมีในการทำการ ๘,๐๐๐ ไมล์ทะเล สามารถบรรทุก บ. ได้กว่า ๓๐ เครื่อง รวมทั้ง ฮ. ซึ่งประกอบด้วย บ. MIG-29K (เป็น บ. MIG-29 รุ่นที่ใช้ใน ทร.) บ. HAL-Light Combat Aircraft Tejas (เป็นเครื่องบินโจมตีที่ผลิตโดยบริษัทของ อด.) และเฮลิคอปเตอร์ Kamov  ดาดฟ้าประกอบด้วย ๒ ทางวิ่งขึ้น และ ๑ ทางวิ่งลง พร้อมด้วยลวดหยุดเครื่องขณะวิ่งลงจำนวน ๓ เส้น จนท.ประจำเรือประมาณ ๑,๖๐๐ คน ระบบขับเคลื่อน ระบบป้องกันความเสียหาย ระบบเดินเรือของเรือลำนี้ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง วัสดุที่ใช้ในการสร้างเรือลำนี้ได้ใช้เหล็กสร้างตัวเรือที่ค้นคว้าและผลิตภายในประเทศ อด. เอง โดยการช่วยเหลือจากหน่วยงานวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ของ อด. (Defence Research and Development Organization : DRDO) และองค์การค้าเหล็กแห่งประเทศอินเดีย (Steel Authority of India Limited : SAIL) อุปกรณ์หลักที่จะติดตั้งบนเรือใต้ดาดฟ้าหลัก ได้ดำเนินการจัดหาเรียบร้อยแล้ว ส่วนระบบและอุปกรณ์สำคัญอื่น ๆ ได้กำหนดแนวทางไว้แล้ว เช่น ระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะไกล ได้แก่ อาวุธปล่อยนำวิถี-พื้น-สู่-อากาศ (Long Range Surface to A Missile : LR SAM) พร้อมด้วยเรดาร์ควบคุมการยิงแบบอเนกประสงค์ (Multi-Function Radar : MFR) และระบบป้องกันระยะประชิด (Close in Weapon System : CIWS) นอกจากนั้นยังจะติดตั้งระบบเรดาร์เตือนภัยทางอากาศที่ทันสมัยมาก โดยใช้ย่านความถี่ C/D พร้อมด้วยระบบนำทิศสำหรับอากาศยาน (Tactical Air Navigational and Direction Finting System : TACAN) ย่านความถี่ V/UHF และระบบเรดาร์ควบคุมการจราจรทางอากาศและการขึ้นลงของอากาศยาน นอกจากนั้น ยังได้รับการติดตั้งระบบต่อต้านและลวงทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ระบบอาวุธบนเรือจะเชื่อมต่อกับระบบอำนวยการรบ (Combat Management System : CMS) ที่ออกแบบและพัฒนาโดย อด. โดย จนท. ของกรมอิเล็กทรอนิกส์ ทร.อด. จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือ   การออกแบบและสร้างเรือลำนี้อยู่ภายใต้การควบคุมโดยกรมออกแบบและสร้างเรือรบของ อด. (Directorate of Naval Design : DND) ซึ่งมีประสบการณ์ในการออกแบบและสร้างเรือมากว่า ๔๐ ปี โดยประสบความสำเร็จในการออกแบบและสร้างเรือแบบและชนิดต่าง ๆ มาแล้ว ถึง ๑๗ ชั้น รวมทั้งหมด ๙๐ ลำ  DND เป็นเพียงหน่วยงานของรัฐหน่วยงานเดียวในโลกที่ออกแบบและสร้างเรือรบ กับยังได้กล่าวถึงผลงานคือการสร้างเรือพิฆาตชั้น Delhi ของ ทร.อด. ซึ่งนับว่าเป็นเรือรบขนาดใหญ่ที่สุดที่ได้เคยสร้างมา และสามารถนำมาใช้งานอย่างประสบผลสำเร็จมากว่า ๑๐ ปี โดยสามารถพิสูจน์ถึงขีดความสามารถและสมรรถนะของเรือได้จากการผจญกับพายุใต้ฝุ่นช่วงการเดินทางผ่านทะเลจีนใต้เมื่อปี ๒๕๓๘ อย่างปลอดภัย

                         ๔. อู่ต่อเรือเมืองโคชินต้องปรับปรุงอู่เพื่อรองรับการสร้างเรือลำนี้ โดยต้องลงทุนจัดหาอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เป็นเงินถึง ๒,๐๐๐ ล้านรูปี กับได้กล่าวต่อไปว่า ขั้นที่ ๒ ของการสร้างเรือคือการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ จะเริ่มหลังปล่อยเรือลงน้ำในปลายปี ๒๕๔๓ นี้ และกำหนดส่งมอบเรือให้กับ ทร.อด. ได้ในปี ๒๕๕๗

ที่มา : สิ่งพิมพ์  ๒๐ พ.ค.๕๒

-----------------------