ปืนเสือหมอบ

    ประวัติป้อมพระจุลจอมเกล้า

    เหตุการณ์ ร.ศ. ๑๑๒

    คุณลักษณะปืนเสือหมอบ

    การซ่อมทำปืนเสือหมอบ

    การพัฒนาลูกปืนเสือหมอบ

                  หลักการในการพัฒนาลูกปืนเสือหมอบ

 


 ประวัติป้อมพระจุลจอมเกล้า

        “ป้อมพระจุลจอมเกล้า” หรือที่เรียกกันว่า“ป้อมพระจุลฯ” ตั้งอยู่ที่ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ สร้างขึ้นด้วยเงินงบประมาณรายได้ของแผ่นดินบางส่วนและพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนเงิน ๑๐,๐๐๐ ชั่ง เพื่อสมทบการก่อสร้าง และจัดหาอาวุธปืนประจำป้อม จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ ได้สร้างเรียบร้อยในต้นปี พ..๒๔๓๖ (..๑๑๒) พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินด้วยเรือพระที่นั่งมหาจักรี เพื่อเสด็จทอดพระเนตรป้อม เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๔๓๖ (..๑๑๒) ได้ทรงพระราชทานนามป้อมปืนแห่งนี้ว่า “ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ”

            บริเวณป้อมปืนมีเนื้อที่ประมาณ ๗,๐๐๐ ไร่เศษ ในขณะนั้นนับว่าเป็นป้อมปืนที่ทันสมัยที่สุด ป้อมปืนดังกล่าวติดตั้งปืนใหญ่ซึ่งตัวปืนจะอยู่ภายในหลุมจำนวน ๗ หลุมปืน ปืนใหญ่ที่นำมาติดตั้งที่หลุมปืนนั้นสั่งมาจากบริษัทเซอร์ ดับบริวจี อาร์มสตรอง จำกัด (Sir W.G. Armstrong & Co.) ประเทศอังกฤษ เป็นปืนใหญ่บรรจุท้ายรุ่นแรกที่มีใช้ในกองทัพเรือ ปืนใหญ่รุ่นนี้เมื่อจะทำการยิงต้องใช้แรงม้ำมันยกปืนใหญ่ขึ้นพ้นปากหลุม เมื่อทำการยิงไปแล้วปืนก็จะถอยลดลงมาอยู่ในหลุมตามเดิม ด้วยคุณลักษณะเช่นนี้ จึงมีผู้เรียกปืนใหญ่นี้ว่า “ปืนเสือหมอบ”  

เหตุการณ์ ร.. ๑๑๒

            ในตอนเย็น ของ วันที่ ๑๓ กรกฎาคม พ..๒๔๓๖ หมู่เรือรบฝรั่งเศส ประกอบด้วยเรือปืนชัน ๑ ชื่อ แองกองสตังค์(Inconstant) และ เรือปืนโคเมต (Comete) ภายในการบัญชา ของ นาวาโท โบรี (Bory) ได้แล่นล่วงล้ำผ่านสันดอนปากน้ำเจ้าพระยา เข้ามาโดยไม่ยอมฟังคำห้ามปราม และโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทย ป้อมประจุลจอมเกล้า ได้ยิงนัดดินออกไป ๓ นัด เป็นการเตือนให้กลับไปเสีย แต่เรือฝรั่งเศส ยังแล่นเรื่อยเข้ามา ปืนป้อมพระจุลฯ จึงยิงด้วยกระสุนจริง แต่ข้ามหัวเรือรบฝรั่งเศสไป เรือรบฝรั่งเศส ได้ชัก ธงรบและระดมยิงป้อมพระจุลจอมเกล้า พร้อมกันทั้ง ๒ ลำ ฉากแห่งการต่อสู้จึงได้อุบัติขึ้น ป้อมพระจุลฯ ได้ยิงโต้ตอบด้วยปืนใหญ่ทุกกระบอกที่มีอยู่โดยฉับพลันในการยิงต่อสู้ครั้งนี้ ผลปรากฎว่าเรือ เย.เบ.เชย.(J.B.say) ซึ่งเป็น เรือนำร่องให้เรือ ฝรั่งเศส ถูกยิงทะลุ ต้องแล่นเกยตื้น อยู่ริมฝั่ง ณ บริเวณ ป้อมพระจุลฯ นั่นเอง ส่วนเรือรบ ฝรั่งเศส ทั้ง ๒ ลำ คงแล่นผ่านเข้ามาจนถึงกรุงเทพฯ และจอดทอดสมอที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศส การรบครั้งนี้ พลเรือจัตวา พระยาชลยุทธโยธิน ซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการทหารเรืออยู่เวลานั้นได้บัญชาการต่อสู้ด้วยตนเอง

 คุณลักษณะปืนเสือหมอบ  

            ปืนเสือหมอบ เป็นปืนที่จัดสร้างโดย บริษัท เซอร์ ดับบลิว จี อาร์มสตรอง ( Sir W.G. Armstrong & Co.) ประเทศอังกฤษ ในระหว่างปี  .. ๒๔๒๘ - ๒๔๒๙ ประเทศไทยได้จัดหามามารวมทั้งสิ้น  ๑๐ กระบอก  ติดตั้งไว้ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า    กระบอก  อีก ๓ กระบอกติดตั้งไว้ที่ป้อมผีเสื้อสมุทร   คุณลักษณะของปืน พอสังเขป มีดังนี้  

            ๑. กว้าง ปากลำกล้อง ๖  นิ้ว (๑๕๒.๔ ม.ม.)

            ๒. น้ำหนักปืน  ๑๑,๓๔๐ ปอนด์

            ๓. หัวกระสุนเหล็ก หนัก ๑๐๐ ปอนด์

            ๔. ดินขับหนัก  ๓๔  ปอนด์  Pebble

            ๕. ระยะยิงไกลที่สุดประมาณ  ๘,๐๔๖  เมตร

            ๖.บรรจุกระสุนจากท้ายลำกล้อง เกลียวลำกล้องเป็นเกลียวบิดทวี

            ในการยิงใช้กำลังพลประจำปืนรวมทั้งสิ้น ๑๐ นาย ต่อ กระบอก เป็นเจ้าหน้าที่ประจำปืน    นาย  และเจ้าหน้าที่คลัง    นาย  พลประจำปืนจะทำการบรรจุหัวลูกปืน ดินขับ ดินเริ่ม  ไพรเมอร์  ทำการปิดลูกเลื่อน และปรับแต่งยกปืนขึ้นสูงเหนือปากหลุมเพื่อทำการยิง เมื่อยิงปืนเสือหมอบแรงดันของดินขับที่จุดตัวภายในลำกล้องจะทำให้ปืนถอยกลับลงมาในหลุม โดยการถอยของปืนจะขึ้นอยู่กับคุณลักษณะเฉพาะของหัวลูกปืน  น้ำหนักดินขับ  ดินเริ่ม และไพรเมอร์  ปืนชนิดนี้โดยทั่วไปเรียกว่า  “ปืนเสือหมอบ” ในภาษาอังกฤษใช้ชื่อว่า “Disappearing Carriage”

   การซ่อมทำปืนเสือหมอบ

            หลังจากเหตุการณ์ใน ร.ศ. ๑๑๒ ปืนเสือหมอบ (ปืนหลุม) มิได้ทำการยิงเป็นทางการอีกเลย ประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๖ จึงได้ปลดประจำการ และได้เก็บไว้ในสภาพของปืนโบราณเพื่อเป็นประวัติศาสตร์เท่านั้น ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานนับเป็นสิบปี ปืนที่ถูกเก็บไว้จึงมาสภาพชำรุดทรุดโทรม ส่วนประกอบต่างของปืนสูญหาย ตลอดจนมีน้ำท่วมบริเวณฐานปืน จากสภาพที่ปรากฏแล้ว ยากต่อการปรับคืนสภาพเดิมได้ อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้มีการพัฒนาพื้นที่บริเวณป้อมพระจุลจอมเกล้า และมีแนวความคิดในการจัดสร้าง พระบรมราชนุสาวรีย์แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ ขึ้น จึงได้มีการปรับสภาพภายนอกของปืนให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย

แนวความคิดที่จะให้ปืนเสือหมอบทำการยิงได้นั้น พลเรือเอก สุวัชชัย  เกษมสุข ผู้บัญชาการทหารเรือท่านปัจจุบัน ในฐานะที่ท่านเคยเป็นอาจารย์สอนประวัติการยุทธทางเรือ โรงเรียนนายเรือ และเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสนใจ ในเรื่องปืนใหญ่ทั้งปืนเก่าและใหม่เป็นอย่างมาก ได้มีความคิดริเริ่มที่จะดำเนินการซ่อมทำปืนเสือหมอบให้สามารถยิงได้

            การดำเนินการซ่อมปืนให้ยิงได้ ได้เริ่มเป็นจริงขึ้นในปี พ..๒๕๓๕ เมื่อชมรมเพื่อนทหารเรือ โดย คุณ มนต์ชัย  ราบรื่นทวีสุข ได้เข้ามาให้การสนับสนุน ทั้งในด้านหาข้อมูล คู่มือ และตรวจสอบด้วยความแข็งแรงตลอดจนการซ่อมทำในระยะแรกรวมทั้งหน่วยต่างๆ ของ กองทัพเรือ ได้แก่ ฐานทัพเรือกรุงเทพ อู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ได้ร่วมกันดำเนินการซ่อมทำปืนเสือหมอบหลุมที่ ๔ เป็นอันดับแรก

            ในปี พ.ศ.๒๕๔๐ คณะกรรมการปรับปรุงปืนเสือหมอบ โดย พลเรือตรี ทวีศักดิ์ โสมาภา เจ้ากรมสรรพาวุธทหารเรือ เป็นประธาน ได้มอบหมายให้ นาวาเอก วณิชย์  พุ่มขจร รองเจ้ากรมสรรพาวุธทหารเรือ ทำการวิเคราะห์การทำงานของปืน และได้ศึกษาหาหนทางที่จะทำการยิงปืนด้วยหัวกระสุนที่ปลอดภัย (ไม่ใช่หัวกระสุนจริง) แล้วให้ปืนมีอาการถอยหมอบกลับมาในหลุมปืนได้เสมือนกับยิงด้วยหัวกระสุนจริงซึ่งหนักประมาณ ๔๕ กิโลกรัม ได้ทำการยิงปืนเสือหมอบครั้งแรกเมื่อ ๑๘ พ.ย.๔๐ เพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของปืนและโครงสร้าง ตลอดจนสังเกตอาการปืนขณะทำการยิง เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์และพัฒนาปรับปรุงในครั้งต่อไป ในการยิงครั้งนี้ใช้เพียง ๑ กิโลกรัม มากที่สุด และหัวกระสุนทรงกลมทำด้วยกระดาษ

            ผลจากการยิงในครั้งแรก ทำให้คณะกรรมการ ฯ มีแนวความคิดในการพัฒนาหัวกระสุน โดยสร้างขึ้นหลายๆ แบบ มีน้ำหนักต่างกันและนำไปทดสอบยิงเป็นครั้งที่ ๒ เมื่อ ๒๓ ธ..๔๐ โดยใช้ดินปืนหนัก ๕.๕ กิโลกรัม ใช้หัวกระสุนบรรจุด้วยวัสดุชนิดต่างๆ เช่น น้ำ ขี้เลื่อย ทราย ฯลฯ  ซึ่งหัวกระสุนทรายนี้มีน้ำหนักมากที่สุดประมาณ ๙ กิโลกรัม มีผลต่อการถอยของปืนมากกว่าใช้หัวกระสุนชนิดอื่น ที่นำมาทดลองจึงกำหนดให้สร้างหัวบรรจุทรายหนัก ๑๐ กิโลกรัม เป็นมาตรฐานในการทดลองยิงครั้งต่อๆ ไป

            ในการยิงด้วยหัวกระสุนหนักเพียง ๑๐ กิโลกรัม นี้ไม่สามารถทำให้เกิดการถอยของปืนเช่นเดียวกับกายยิงด้วยหัวกระสุนจริงซึ่งน้ำหนักถึง ๔๕ กิโลกรัม เว้นแต่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการถอยในห้องหม้อสูบ คณะกรรมการฯ จึงได้ศึกษาการทำงานของปืนอย่างละเอียดพบว่าถ้าเปลี่ยนสปริงของ Recoil valves ให้อ่อนลง พร้อมทั้งขยายช่องน้ำมันให้ไหลกลับสะดวกขึ้น จะช่วยให้ปืนถอยได้ง่ายขึ้น จากที่ได้ทำการยิงมาแล้วสองครั้ง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการทดลองหัวกระสุนที่ได้พัฒนาสร้างขึ้นมา พร้อมทั้งสังเกตการถอยของปืนเพื่อเป็นข้อมูลในการปรับปรุงนั้น แต่การยกปืนขึ้นลงตามสภาพที่ได้ซ่อมทำมาก่อนนั้นยังไม่สมบูรณ์ ทำให้การยกปืนขึ้นมีข้อข้องเป็นประจำ ดังนั้น ในการปรับปรุงครั้งนี้ จึงได้ยกหม้อสูบมาทำการซ่อมใหญ่ที่ สพ.ทร. ได้ซ่อมและสร้างอุปกรณ์ในห้อมหม้อสูบใหม่ ดังนี้

-          เปลี่ยนสปริงของ Recoil valves ทั้ง ๒ ตัว พร้อมทั้งขยายช่องน้ำมัน

-          เปลี่ยนเบาะลิ้นยกปืนเป็นแบบเดิมทำด้วยตะกั่ว

-          เปลี่ยนคันโยกลิ้นยกปืน

-          เปลี่ยนซีลฝาหม้อสูบ

-          ทดลองน้ำมันตรวจการรั่วไหลของ Recoil valves และลิ้นยกปืน

-          เมื่อ ๒๖ ก.พ.๔๑ ได้นำหม้อสูบที่ได้ซ่อมปรับปรุงแล้วไปประกอบที่ปืนทดสอบการทำงานของปืน ปืนสามารถยกขึ้นลงได้เรียบร้อยดี ๓ มี.ค.๔๑ ปืนพร้อมยิงทดสอบครั้งต่อไป

-          เมื่อ ๒๕ มี.ค.๔๑ ทำการยิงทดสอบครั้งที่ ๓  โดยใช้หัวกระสุนบรรจุทรายหนัก ๑๐ กิโลกรัม ดินขับ ๑๐ กิโลกรัม ปืนสามารถถอยได้ระยะ ๖๒ ซม. หรือประมาณ ๖๘.๘ %

  การพัฒนาลูกปืนเสือหมอบ

            เพื่อเป็นการอนุรักษ์ปืนเสือหมอบที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ไว้เป็นเครื่องเตือนใจแก่อนุชนรุ่นหลัง  พร้อมกับได้จัดแสดงนิทรรศการปืนเสือหมอบขึ้นในโอกาสครอบรอบ ๑๐๕ ปี ของการใช้ปืนนี้ต่อสู้เพื่อป้องกันรักษาเอกราชของประเทศในเหตุการณ์ รศ.๑๑๒  กองทัพเรือจึงมอบหมายให้ กรมสรรพาวุธทหารเรือดำเนินการซ่อมปรับปรุงปืนเสือหมอบและพัฒนาลูกปืนหมอบให้สามารถยิงได้เหมือนยิงด้วยลูกปืนเสือหมอบ(ลูกจริง)  มีความปลอดภัยและแสดงอาการถอยของปืนให้เห็นได้เด่นชัด

            ปืนเสือหมอบเป็นปืนที่ใช้ลูกปืนแบบแยกส่วนบรรจุ (SEPARATED  LOADING) สามารถปรับแต่งน้ำหนักดินขับลูกปืนได้  ประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก คือ ชนวน (FUZE) หัวลูกปืน (PROJECTILE) ดินขับ (PROPELLANT) ดินเริ่ม(IGNITER) และไพรเมอร์ (PRIMER)

  หลักการในการพัฒนาลูกปืนเสือหมอบ

๑.     ลูกปืนที่พัฒนาขึ้นโดยการออกแบบขึ้นมาใหม่นั้น  เมื่อทำการยิงแล้วปืนเสือหมอบ ต้องมีการถอยและหมอบลงในหลุมโดยปืน ให้มีลักษณะการทำงานใกล้เคียงกับการยิงปืนเสือหมอบ โดยใช้ลูกปืนจริงให้มากที่สุด

๒.    หัวลูกปืนต้องผลิตจากวัสดุที่เมื่อทำการยิงปืนเสือหมอบ แล้วต้องแตกตัวออกโดยภายในหัวลูกปืนต้องไม่มีการบรรจุวัตถุระเบิดและชนวนเมื่อหัวลูกปืนแตกออกต้องไม่มีสะเก็ดของส่วนหัวลูกปืนที่อาจจะทำลาย เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตตลอดจนทรัพย์สินของประชาชน

๓.    ดินขับต้องให้กำลับขับที่เหมาะสม ที่จะขับหัวลูกปืนออกไปจากลำกล้องปืนและทำให้ปืนเกิดแรงถอยตลอดจนปืนเสือหมอบหมอบลงในหลุม

๔.    ดินเริ่มต้องสามารถจุดินขับได้อย่างสมบูรณ์

๕.ไพรเมอร์ต้องออกแบบใหม่ให้มีความเหมาะสมที่จะจุดดินเริ่มและดินขับลูกปืนได้อย่างสมบูรณ์

หัวลูกปืนเสือหมอบได้ออกแบบเป็น ๒ ลักษณะ คือ แบบทรงกลม (MK.I) และ แบบทรงหัวลูกปืน (MK.II)มีรายละเอียดดังนี้

๑.     หัวลูกปืนทรงกลม แบบ MK.I MOD.I&n