โครงการสร้างเรือพระที่นั่ง
นารายณ์ทรงสุบรรณ
รัชกาลที่ 9
ในสมัยที่ กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีนั้น
ที่ตั้งของเมืองเป็นเกาะ ล้อมรอบ
ไปด้วยแม่น้ำลำคลอง มากมายหลายสาย
ชีวิตความเป็นอยู่ริมน้ำของชาวกรุงเก่า
จึงต้องอาศัยเรือในการสัญจร ไปมา
ทั้งในเวลารบทัพจับศึก
ก็จะใช้กระบวนทัพเรือเป็นสำคัญ
จึงปรากฎมีการสร้างเรือรบมากมาย
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ในเวลาบ้านเมือง
ปราศจากศึกสงคราม
ย่อมใช้เรือรบฝึกซ้อมกระบวนยุทธ เป็นนิจ
เพราะฉะนั้น ถึงฤดูน้ำหลาก
เป็นเวลาราษฎรว่างการทำนา จึงเรียกระดมพล
มาฝึกซ้อมกระบวนทัพเรือ ประจวบกับ
เป็นฤดูกาลของการทอดกฐิน
พระเจ้าแผ่นดินจึงเสด็จพระราชดำเนิน
ไปถวายพระกฐิน โดยกระบวนเรือรบ แห่แหน
ให้ไพร่พลรื่นเริงในการกุศล โดยเฉพาะในสมัย
สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
เป็นเวลาที่ประเทศสยามสงบ เจริญอย่างยิ่ง
ในทางวัฒนธรรม กระบวนเรือพยุหยาตราชลมารค
มีเรือเข้าร่วมกระบวนกว่า 150 ลำ
ฝีพายแต่งกายงดงาม พายเรือประกอบจังหวะ
จนชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวฝรั่งเศส บันทึกว่า "
ไม่สามารถเทียบความงาม กับขบวนเรืออื่นใด
เป็นขบวนเรือที่มโหฬาร "
เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็น เรือพระที่นั่งกิ่ง(2)
ประเภทเรือรูปสัตว์ เรือรูปสัตว์นี้
ตามหลักฐานที่ยืนยันได้มีมา
ตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นเรือที่แกะสลักหัวเรือ
เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ ทั้งสัตว์จริง
และสัตว์ในเทพนิยาย เพื่อจะให้
ตั้งปืนใหญ่ที่หัวเรือได้ เรือรูปสัตว์
มาจากตราประจำตำแหน่ง ของเสนาบดี เช่น ราชสีห์
คชสีห์ นาค ฯลฯ เรือนารายณ์ทรงสุบรรณ นั้น
มีชื่อเดิมว่า "มงคลสุบรรณ"
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่
3 ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
ให้ต่อขึ้น ตามแบบอย่างสมัยอยุธยา
โดยมีพระราชประสงค์ ตามที่ปรากฏความ
ในพระราชพงศาวดารว่า "
ไว้เป็นเกียรติยศสำหรับแผ่นดิน "
ลักษณะของเรือลำนี้ มีความยาว 17 วา 3 ศอก กว้าง 5
ศอก 5 นิ้ว ลึก 1 ศอก 6 นิ้ว กำลัง 6 ศอก 6 นิ้ว
พื้นท้องเรือภายนอก ทาสีแดง กำลังฝีพาย 65 คน
โขนเรือ แต่เดิมจำหลักไม้ รูปพญาสุบรรณหรือพญาครุฑยุดนาค
เท่านั้น
มีช่องกลม สำหรับติดตั้งปืนใหญ่
อยู่ที่หัวเรือใต้ตัวครุฑ รัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
มีพระราชดำริ ให้เสริมรูปพระนารายณ์ประทับยืน
บนหลังพญาสุบรรณ เพื่อความสง่างาม ของลำเรือและ
เพื่อให้ต้อง ตามคติ ในศาสนาพราหมณ์ ว่าพญาสุบรรณนั้น เป็นเทพพาหนะ ของพระนารายณ์ และเมื่อเสริมรูป
พระนารายณ์แล้ว โปรดเกล้า ฯ
ให้ขนานนามเรือลำนี้ใหม่ว่า "
นารายณ์ทรงสุบรรณ "
จากหลักฐาน
เกี่ยวกับการ จัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค
ในสมัยรัตนโกสินทร์ ปรากฎว่า
ได้มีการนำเรือพระที่นั่ง มงคลสุบรรณ
หรือนารายณ์ทรงสุบรรณ ลำนี้
เข้าร่วมในกระบวนพยุหยาตราชลมารค ครั้งสำคัญ 2
ครั้ง คือ กระบวนพยุหยาตราชลมารค ในการเสด็จ
เลียบพระนคร
ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 4 เนื่องในการ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2394 และอีกครั้งหนึ่ง
เนื่องในการ พระราชพิธีสถาปนา
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ
สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ.2429
ในรัชกาล พระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
สันนิษฐานว่า ตัวเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ
คงเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา จึงไม่พบหลักฐาน
การนำออกมาร่วม ในกระบวนพยุหยาตรา
ทางชลมารคในรัชกาล ต่อ ๆ มา คงเหลือแต่โขนเรือ
ซึ่งตาม ประวัติศาสตร์ ทราบว่า กระทรวงทหารเรือ
เก็บรักษาไว้ถึงปี 2496 จึงมอบให้กรมศิลปากร
เก็บรักษาไว้ ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
จนถึงปัจจุบัน
โขนเรือนารายณ์ทรงสุบรรณ เป็นงานประณีตศิลป์
ชิ้นเอกชิ้นหนึ่ง ของสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์
โดยเฉพาะ ในรัชกาล
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่
3 ที่งานแกะสลักและปิด ทอง ประดับกระจก
ได้พัฒนาไป จนถึงขั้นสูงสุด นอกจากนั้น
โขนเรือลำนี้ ยังมีความสำคัญ ในด้านความหมาย
ต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์ไทย เป็นอย่างยิ่ง
สะท้อนคติ ความเชื่อ ในการเทิดทูน
สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราช ของชาวไทยโบราณว่า
ทรงเป็น สมมติเทพ คือ ปางอวตาร ของพระผู้เป็นเจ้า
ตามคติ ของพราหมณ์ ที่มีอิทธิพล ต่อภูมิปัญญา
อย่างยิ่ง มีสองพระองค์ คือ พระอิศวร
และพระนารายณ์ คนไทย ตั้งแต่โบราณนั้น
ถือว่าองค์ พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นปางอวตาร
ขององค์พระเป็นเจ้า ทั้งสอง ดังนั้น
การที่กองทัพเรือ จะได้ต่อเรือ
ซึ่งมีโขนเรือเป็นรูปนารายณ์ทรงสุบรรณนี้น้อมเกล้าฯ
ถวาย ในมหามงคลวโรกาสพระราชพิธี
กาญจนาภิเษกครั้งนี้จึงนับว่าเป็นการเหมาะสม
เพราะเท่ากับเป็นการเทิดพระเกียรติ
และเสริมส่งพระบรมเดชานุภาพ
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว ตามคติธรรมเนียม
ที่บรรพชนไทย ได้ยึดมั่นสืบต่อมาแต่โบราณ
ทั้งนี้ กองทัพเรือ ได้มีหนังสือกราบบังคมทูล
พระกรุณาขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาต
เพื่อสร้างเรือพระที่นั่ง ลำใหม่เพื่อน้อมเกล้า
น้อมกระหม่อมถวาย ในวโรกาสที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จะเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ปีที่ 50 ในวันที่ 9
มิถุยายน 2539
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน
พระบรมราชานุญาต ให้กองทัพเรือ
สร้างเรือพระที่นั่ง จำนวน 1 ลำ พร้อมกับ
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานชื่อเรือว่า "เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ
รัชกาลที่ 9" เรือลำดังกล่าว มีฐานะเป็น เรือพระที่นั่งรองทอดบัลลังก์กัญญา
เทียบเท่า เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช
และเรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์
และคาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 5 พฤษภาคม 2539
พร้อมกับ จะดำเนินการซ่อมเรือพระราชพิธีทั้ง 53
ลำ ให้พร้อมที่จะใช้ ในการเสด็จพระราชดำเนิน โดย กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค
การสร้างเรือพระที่นั่งในครั้งนี้
เป็นการสร้างใหม่ ทั้งหมด และเป็น
เรือพระที่นั่งลำแรก ที่สร้างในรัชสมัยนี้
ซึ่งจะเป็นการรักษามรดก
ทางศิลปสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
โดยใช้ช่างไทยแกะสลักโขนเรือ ตามต้นแบบเดิม
และเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2537 ที่ผ่านมา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้เสด็จพระราชดำเนิน
มาทรงเป็นองค์ประธานในพิธีวางกระดูกงูเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ
รัชกาลที่ 9 ณ อู่ทหารเรือธนบุรี กรมอู่ทหารเรือ
.
Back to Home Page ![]()