วัน อังคาร ที่ 22 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ประวัติศูนย์ฝึกทหารใหม่
.............เนื่องด้วยพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ประกาศทราบทั่วกันว่า การปกครองอาณาจักรทั่วทุกประเทศจำเป็นต้องมีกำลังพลทหารไว้เพื่อสำหรับป้องกันข้าศึกศัตรูที่จะพึงมีทั้งภายในและภายนอก เพราะฉะนั้นทั่วทุกประเทศย่อมต้องจัดการ

.............นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๙ เป็นต้นมา ทางราชการทหารเรือได้จัดตั้งกองโรงเรียนพลทหารเรือ เพื่ออำนวยการฝึกหัดศึกษาให้แก่ทหารใหม่ ขึ้นตามจังหวัดชายทะเลต่างๆ เป็นลำดับมา รวม ๗ แห่งโดยเกณฑ์บุคคลในจังหวัดนั้นๆ เข้าเป็นพลทหารเรือและเข้าเล่าเรียนฝึกหัดศึกษาในกองโรงเรียนที่ตั้งประจำจังหวัดนั้นเสียชั้นหนึ่งก่อน เป็นเวลา ๖ เดือน แล้วจึงส่งลงเรือ ประจำกรมกองต่อไป การศึกษาและฝึกหัดชั้นต้นของทหารเรือใหม่นี้เรียกว่า “ ภาคสาธารณศึกษา ” เมื่อทางเรือและกรมกองต่างๆ ได้รับทหารที่เรียนจบภาคสาธารณศึกษาแล้ว ก็ทำการฝึกหัดศึกษาใน “ ภาคอาชีพ ” ต่อไป ซึ่งทหารที่มีความรู้ความสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่ได้รวดเร็ว เป็นผลแก่ทางราชการยิ่งขึ้น

กองโรงเรียนพลทหารเรือ ทั้ง ๗ แห่ง มีดังนี้
๑. กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๑ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๔๐๙ ณ จังหวัดสมุทรสงคราม
๒. กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๒ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๔๔๙ ณ จังหวัดสมุทรสาคร
๓. กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๓ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๔๕๑ ณ จังหวัดพระประแดง
๔. กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๔ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๕๑ ณ จังหวัดสมุทรปราการ
๕. กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๕ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๔๔๙ ณ ตำบลบางพระ จังหวัดชลบุรี
๖. กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๖ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๔๔๙ ณ ตำบลบ้านเพ จังหวัดระยอง
๗. กองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๗ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๔๔๙ ณ จังหวัดจันทบุรี
ทั้งหมดขึ้นกับสังกัดกรมเรือกลและป้อม ต่อมา ๑ พฤษภาคม ๒๔๕๐ ถูกโอนมาขึ้นกับกรมทหารเรือชายทะเล

.............เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๕๙ ได้จัดตั้งโรงเรียนพลทหารเรือกรุงเทพฯ ขึ้นอีกโรงเรียนหนึ่ง สังกัดกรมชุมพลทหารเรือรับพลอาสาจากกรมและกองต่างๆ มาทำการฝึกหัดศึกษา

.............วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๔๖๔ ได้โอนจากกรมชุมพลทหารเรือมาขึ้นกับกรมทหารเรือชายทะเล เปลี่ยนนามเป็นกองสำรองทัพเรือ และ ๑ ตุลาคม ๒๔๖๕ ได้โอนกลับขึ้นไปอยู่ในกรมชุมพลทหารเรืออีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่ ๑๙ ธันวาคม ๒๔๖๖ กรมทหารเรือชายทะเลและกองสำรองทัพเรือถูกยุบเลิกไป

.............เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๔๗๐ จัดตั้งกองโรงเรียนจ่าสำรองขึ้นใหม่ที่จังหวัดสมุทรปราการ และเป็นสถานที่ฝึกหัดศึกษาของทหารเกณฑ์และทหารสมัครต่อ

.............กองโรงเรียนพลทหารเรือทั้ง 6 แห่ง ได้ดำเนินกิจการด้วยดีตลอดมา จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๔๖๕ทางการทหารเรือได้เปลี่ยนแปลงนโยบายในการศึกษาฝึกหัดอบรม ทหารใหม่โรงเรียนพลทหารจึงถูกยุบไปตามลำดับ

.............วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๔๖๕ กระทรวงทหารเรือมีคำสั่งให้ยกโอน กอง โรงเรียนพลทหารที่ ๔ เข้ารวมเป็นกองโรงเรียนจ่าเรือ มีใจความว่าสถานศึกษา ของทหารเกณฑ์มีจำนวนไม่สู้มากนัก สมควรส่งให้ให้กรมชุมพลทหารเรือฝึกหัดต่อไปจึงให้เข้าร่วมเป็นกองโรงเรียนจ่าเรือตั้งแต่วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๔๖๕ เป็นต้นไป

.............วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๔๖๕ กระทรวงทหารเรือให้ยกเลิกกองโรงเรียนทหารพลทหารเรือที่ ๑ (สมุทรสงคราม)และ ๓ (พระประแดง) มีใจความว่า ให้ดำเนินวิธีการส่งทหารพรรคนาวิกโยธิน จากโรงเรียนพลทหารเรือมาบรรจุกรมกองโดยไม่ต้องฝึกหัดศึกษาแต่คงมองให้กรมชุมพลทหารเรือฝึกหัดสั่งสอนต่อไป ในทำนองเดียวกันกับที่ได้เลิกกองโรงเรียนพลทหารที่ ๔ ( ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๖๕ )

.............วันที่ ๖ เมษายน ๒๔๖๖ กระทรวงทหารเรือให้เลิกกองโรงเรียนทหารเรือที่ ๕ มีใจความว่าให้ดำเนินวิธีการส่งทหารพรรคนาวิกโยธินจากกองโรงเรียนพลทหารเรือ มาบรรจุกรมกองโดยกระทำการฝึกหัดศึกษาควบคู่กัน และวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๔๖๖ มีคำสั่งให้เลิกกองโรงเรียนพลทหารเรือที่ ๕

.............( บางพระ ) เป็นอันว่ากองโรงเรียนพลทหารเรือที่ตั้งขึ้นในครั้งแรกตังแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๔๙ ได้ถูกยุบเลิกไป ใน ปี พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นโรงเรียนสุดท้าย การที่โรงเรียนพลทหารเรือทั้งหลายถูกยุบไปเลิกไปเนื่องจากทางการได้วางระเบียนโครงการในการฝึกหัดศึกษาขึ้นใหม่

.............ในปี ๒๔๗๐ ตามคำสั่งกระทรวงทหารเรือให้ทำการยุบโรงเรียนพลทหารเรืออีกครั้งหนึ่งและให้ตั้งกองโรงเรียนจ่าสำรองขึ้นใหมที่กองโรงเรียนพลทหาร ประจำเรือสมุทรปราการ เป็นสถานที่ฝึกหัดศึกษาของทหารเกณฑ์และทหารสมัคร...
.............พ.ศ. ๒๔๗๒ มีคำสั่งให้เปลี่ยนนาม “ กองโรงเรียนจ่าสำรอง ” เป็น “ กองโรงเรียนชุมพล ”

.............ต่อมาในขณะที่โรงเรียนพลทหารเรือถูกยุบนี้ การฝึกทหารใหม่ได้กระทำตามหน่วยต่างๆ บ้าง จนกระทั่ง วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๔๙๔ ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการกองทัพเรือสัตหีบ สังกัดกรมยุทธศึกษาทหารเรือ มีหน้าที่ฝึกหัดอบรมทหารใหม่ ก่อนส่งมอบไปยังหน่วยต่างๆ

.............พ.ศ.๒๔๙๖ มีการปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้จัดให้โรงเรียนพลทหารเรือและโรงเรียนการอาวุธเป็นที่ชุมพลและฝึกหัดทหารใหม่

.............ในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้มีคำสั่งกองทัพเรือให้ย้ายที่ตั้งโรงเรียนพลทหารเรือจากป้อมจุลฯ ไปอยู่ที่สัตหีบ จ.ชลบุรี

.............ในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้มีการยุบโรงเรียนพลทหารเรือ ไปเป็นกองการฝึกทหารใหม่ ขึ้นอยู่ในสังกัดโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ดังนั้นหน้าที่การฝึกภาคสาธารณศึกษาให้แก่ทหารใหม่ จึงเปลี่ยนมาเป็นกองการฝึกทหารใหม่โรงเรียนชุมพล

.............ภายหลังที่ฝรั่งเศสได้ปราชัยแก่คอมมิวนิสต์ในญวนเหนือ (เดียนเนียนฟู) และสัญญาสันติภาพที่เยนิวา เพื่อป้องกันภัยรุกรานของฝ่ายคอมมิวนิสต์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ไทย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน รวม ๗ ประเทศ SEATO

.............ในกลางปี ๒๔๙๘ หน่วยช่วยเหลือทางการทหารได้เจรจากับฝ่ายไทยเพื่อตั้งศูนย์ฝึกทหารใหม่ของกองทัพบก เรือ อากาศ เพื่อให้เป็นที่มั่นทำการต่อต้านฝ่ายคอมมิวนิสต์ พร้อมกับส่งนายทหารบก นายทหารเรือ ไปดูการฝึกหัดศึกษาที่สหรัฐอเมริกาในอันดับต่อมา ในที่สุดก็เป็นที่ตกลงกันว่าให้สร้างกองการฝึกทหารใหม่ที่เกล็ดแก้ว บริเวณกองรักษาการ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ

.............พ.ศ. ๒๕๐๑ กองการฝึกทหารใหม่โรงเรียนชุมพลทหารเรือ ได้ย้ายมาขึ้นตรงกรมยุทธศึกษาทหารเรือ และเปลี่ยนชื่อมาเป็น โรงเรียนพลทหารเรือ

.............และต่อมาวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๓๑ ได้มีการเปลี่ยนนาม “ โรงเรียนพลทหาร ” เป็น “ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ” จนถึงปัจจุบัน