การกลับใบ
 
Coming about  

1. เมื่อเรืออยู่ในตาลม (Eye of wind)

 

เมื่อหัวเรือหันเข้าสู้ลม แล้วหัวเรืออยู่ตรงลม เรียกว่า เรืออยู่ในตาลม (Eye of wind)
เมื่อเรืออยู่ในตาลม เรือจะไม่เคลื่อนที่ไปข้างหน้า เพราะใบจะไม่รับลม และ ใบจะ สะบัด (Ripple) หากเรายังคงให้เรืออยู่ใน ตาลม ต่อไป เรือของเรา จะถอยหลัง จึงใช้เป็น เบรค (Break)
วิธีให้เรืออยู่ในตาลม ให้ดัน บูม ออกจากตัว พร้อมกับ ดันหางเสือไปข้างเดียวกับใบ

  2. การหันหัวเรือเข้สู้ลม (Luff)
  เมื่อเราพลักพังงาออกจากตัวเรา เรือจะหันหัวเรือเข้าสู้ลม ซึ่งเราเรียกว่า Luff เมื่อเราต้องการกลับใบทวนลม หรือต้องการ แล่นเฉียดลม มากขึ้น
  3. การหันหัวเรืออกจากลม (Bearing away)
  เมื่อเราดึงพังงาเข้าหาตัว เรือจะหันออกจากลม ซึ่งเราเรียก Bearing away เมื่อต้องการกลับใบตามลม หรือ ต้องการแล่นออกจาก ทางลม โดยจะทำให้ เรือเร็วขึ้น การ bearing away มีอันตราย หากผ่อนเรียวไม่ทัน และเรือจะคว่ำได้ง่าย ๆ
  4. การกลับใบทวนลม
 
 

การกลับใบทวนลม (Coming about) เริ่มตั้งแต่ เรืออยู่ในตาลม จนกระทั่ง ใบรับลมอีกกราบหนึ่ง

การกลับใบทวนลม

1. ขณะที่เรือแล่น เรานั่งอยู่ด้านตรงข้ามกับใบ จะกลับใบทวนลม (Comming about) โดยผลักหางเสือ ออกจากตัว เบา ๆ หัวเรือจะหัน เข้าหาลม
2.
ขณะที่ เรืออยู่ใน ตามลม ให้ก้มตัวรอด บูม ในทันทีที่ หัวเรือสู้ลม
3.
เมื่อใบรับลมอีกกราบหนึ่งแล้ว เราจะนั่งถ่วงเรือได้พอดี และพร้อมที่จะแล่นกราบใหม่ได้

  • การกลับใบทวนลม ใบต้องทำมุม 45 องศากับลม หากมากกว่าจะทำให้เสียระยะทางมากขึ้น นำ centerboard ลงหมด
Gybing   5.การกลับใบตามลม
 
 

เราเรียก เรือกลับใบตามลม เมื่อลมเข้าทางท้ายเรือ ว่า การกลับใบตามลม (Jibing / Gybing) เริ่มตั้งแต่ เรือแล่นตามลม (Running) จนกระทั่งใบรับลมอีกกราบหนึ่ง

การกลับใบตามลม

1. ขณะที่เรือแล่น เรานั่งตรงข้ามกับใบ เราจะกลับใบตามลม โดยการ ดึงหาเสือเข้าหาตัว เบา ๆ หัวเรือจะหันออกจากลม
2. เมื่อลมเข้าท้ายเรือ (Running) ดึงบูมเข้าหารเือ ผลักใบไปด้านกราบตรงข้ามโดยเร็ว พร้อมกับก้มตัวรอด บูม ไปยังกราบตรงข้ามกับใบ
3. เมื่อใบรับลมอีกกราบหนึ่งแล้ว เราจะนั่งถ่วงเรือได้พอดี และพร้อมที่จะแล่นกราบใหม่ต่อไป