| ขอเชิญเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านทหารเรือ |
สมาคมภริยาทหารเรือ
ขอเชิญเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านทหารเรือ เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ผู้บุคคลในโอกาสต่างๆ
ได้ที่ร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๑ ๗๘๙๘, ๐ ๒๔๗๕ ๕๖๖๕ และ
๐ ๒๔๗๕ ๓๒๔๓ โดยสามารถชมตัวอย่างผลิตภัณฑ์ หรือสั่งซื้อได้ที่ http://www.navy.mi.th/nwa/shop.html
ร้านสมาคมภริยาทหารเรือ
จัดตั้งขึ้นโดยดำริคุณพรเพ็ญ เกยานนท์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ มีวัตถุประสงค์
เพื่อสนองพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า
ฯ พระบรมราชินีนาถ และพระราชวงศ์ ในการนำสินค้าของโครงการต่าง ๆ มาจำหน่าย
อีกทั้งเพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของสมาชิกสมาคมภริยาทหารเรือ และครอบครัวของข้าราชการทหารเรือ
อันเป็นการส่งเสริมรายได้ให้แก่สมาชิกและครอบครัวของข้าราชการกองทัพเรือ
นอกจากนั้นยังเป็นการส่งเสริมการฝึกอาชีพต่าง ๆ แก่สมาชิกสมาคมภริยาทหารเรือ
มีการดำเนินการที่ครบวงจร ตั้งแต่การให้ความรู้จนถึงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นั้น
และเพื่อหารายได้ให้แก่สมาคมภริยาทหารเรือ ในการนำไปใช้สำหรับกิจการสาธารณกุศล
ซึ่งขณะนี้กำลังปรับปรุงและตกแต่งสถานที่ที่จะให้เป็นร้านสมาคมภริยาทหารเรือ
แต่ทั้งนี้ได้เลือกสรรพผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อจำหน่ายไว้แล้ว สมาคมภริยาทหารเรือ
จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมและเลือกซื้อสินค้าดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ที่ร้านสมาคมภริยาทหารเรือ
ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
(ที่มา :http://www.navy.mi.th/nwa/shop.html)
|
|
| กองบัญชาการทหารสูงสุด
ขอเชิญชมการแสดงสยามนิรมิต |
กองบัญชาการทหารสูงสุด
ขอเชิญชมการแสดงสยามนิรมิต รอบพิเศษ เพื่อนำรายได้ สมทบทุนโครงการศาสนิกสัมพันธ์สร้างสรรค์สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ เวลา ๑๖.๐๐ น. ณ รัชดาแกรนด์เธียเตอร์
ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
การแสดงสยามนิรมิต
เป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม และประเพณีไทย ในรูปแบบ แสง สี เสียง ๕
มิติ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้ความตื่นเต้นเร้าใจ เป็นที่สุดแห่งความยิ่งใหญ่ของเวที
ฉากการแสดง และความวิจิตรสวยงาม ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยการแสดงตลอดรายการ
๘๐ นาที แบ่งเป็น ๓ องค์ คือ
๑.
ย้อนรอยประวัติศาสตร์
๒.
ท่องไปในไตรภพ
๓.
รื่นเริง สนุกสนาน สืบสานประเพณีไทย
ผู้สนใจสามารถติดต่อขอซื้อบัตรเข้าชมได้ที่
กองทหารพัฒนา กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ
หลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในราคา ๑,๕๐๐.- บาท (ทุกที่นั่ง) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์
๐ ๒๕๗๕ ๖๖๐๑ - ๒
(ที่มา: http://web.schq.mi.th/%7Ej5/heart/310149-2.htm)
|
|
| รัฐบาล
กำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ |
คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบกำหนดวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ
เนื่องในวโรกาส พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ ๖๐ ปี โดยในวันศุกร์ที่
๙ มิถุนายน ๒๕๔๙ ไม่กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการ แต่ขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ในสังกัดไปร่วมงานพระราชพิธี โดยไม่ถือว่าเป็นวันลา
ส่วนวันจันทร์ที่ ๑๒ และวันอังคารที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๙ กำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ
ทั้งนี้เฉพาะหน่วยงานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เท่านั้น
(ที่มา: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย ฉบับประจำวันวันที่ ๘ ก.พ.๔๙)
|
|
| กิจการหอประชุมกองทัพเรืองดรับจัดงานชั่วคราว |
เนื่องในวโรกาสการฉลองสิริราชสมบัติครบ
๖๐ ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัฐบาลจะใช้สถานที่บริเวณหอประชุมกองทัพเรือ
และอาคารราชนาวิกสภา เพื่อเป็นสถานที่จัดเลี้ยง ถวายพระสุธารสชา
และทอดพระเนตรการแสดงขบวนพยุหยาตราชลมารค ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๙
กิจการหอประชุมกองทัพเรือ จึงจำเป็นต้องของดรับงานทุกงานที่จะจัดขึ้นที่หอประชุมกองทัพเรือ
และ อาคารราชนาวิกสภา ตั้งแต่วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ถึงวันที่
๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๙ เพื่อปรับปรุงสถานที่สำหรับใช้ในการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ
๖๐ ปี จึงขอแจ้งให้ข้าราชการกองทัพเรือ หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน
รวมทั้งบุคคลทั่วไปทราบ
(ที่มา : http://www.navy.mi.th/rtnch/news/16122548.htm)
|
|
| กรมช่างโยธาทหารเรือ
เปิดสโมสรให้บริการจัดงานเลี้ยง |
กรมช่างโยธาทหารเรือ
ได้ทำการปรับปรุงอาคาร ๑๐๐๒ เป็นสโมสรกรมช่างโยธาทหารเรือแห่งใหม่
โดยเปิดให้บริการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการให้บริการจัดเลี้ยงแก่
ข้าราชการ และประชาชนทั่วไป ในโอกาสต่าง ๆ เช่น งานเลี้ยงสังสรรค์
งานมงคลสมรส และงานเลี้ยงรูปแบบอื่น ๆ โดยสามารถรองรับการจัดเลี้ยงได้ถึง
๑๕๐ ท่าน พร้อมทั้งให้บริการดนตรีและคาราโอเกะ สโมสรกรมช่างโยธาทหารเรือ
ตั้งอยู่ในกรมช่างโยธาทหารเรือ ถนนวังเดิม เยื้องกับสถานีตำรวจนครบาลบางกอกใหญ่
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่
กิจการสโมสรกรมช่างโยธาทหารเรือ กรมช่างโยธาทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์
๐ ๒๔๗๕ ๕๕๗๕ ในเวลาราชการ
(ที่มา : บันทึก ชย.ทร.ที่ กห ๐๕๒๑/๒๕๒๙ ลงวันที่ ๒๐ พ.ย.๔๘ โทร.๕๕๕๗๕)
|
|
| รับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเดินเรือพาณิชย์
ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๙ |
ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี
เปิดรับสมัครบุคคลพลเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเดินเรือพาณิชย์
ประจำปีการศึกษา ๒๕๔๙ ในหลักสูตรต่างๆ ดังนี้
- หลักสูตรปกติ
๕ ปี จำนวน ๑๕๐ นาย แบ่งเป็นฝ่ายเดินเรือ ๙๐ นาย ฝ่ายช่างกลเรือ ๖๐นาย
- หลักสูตรพิเศษ
๓ ปี จำนวน ๕๐ นาย เฉพาะฝ่ายช่างกลเรือ
- หลักสูตรเร่งรัด
๒.๕ ปี จำนวน ๔๐ นาย เฉพาะฝ่ายเดินเรือ
สนใจสมัครขอรับใบสมัครได้โดย
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครทางเว็บไซต์ http://www.mmtc.ac.th ตั้งแต่วันที่
๑ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๔๙ เพื่อกรอกรายละเอียด ส่งในวันรับสมัคร
กำหนดการยื่นหลักฐานการรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ถึงวันที่ ๑๙ มีนาคม
๒๕๔๙ ไม่เว้น วันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น.- ๑๕.๐๐ น. ณ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี
สุขุมวิท ซอย ๖ (ซอยวัดบางนางเกรง) ตำบลบบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ จะต้องมาสมัครสอบด้วยตนเอง โดยแต่งเครื่องแบบของสถานศึกษา/สถาบัน
หรือแต่งกายสุภาพ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี หมายเลขโทรศัพท์
๐ ๒๗๕๖ ๔๙๗๑ - ๘๐ หรืออีเมล์ : webmaster [at] mmtc.ac.th
(ที่มา :http://www.prd.go.th/pubnews/S_pubnews.php?id=5072)
|
|
| กระทรวงสาธารณสุข
แถลงมีเด็กกินเมล็ดมะกล่ำตาหนูทำให้เสียชีวิต |
นายแพทย์
ปราชญ์ บุญยวงศ์วิโรจน์ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า
กระทรวงสาธารณสุขได้รับรายงานว่ามีเด็กหญิงอายุ ๘ ขวบ จากหมู่บ้านขุมเงิน
ตำบลโคกสว่าง จังหวัดร้อยเอ็ด เสียชีวิตหลังจากกินมะกล่ำตาหนูโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
หลังเข้ารักษาที่โรงพยาบาลยโสธรได้เพียง ๓ - ๔ ชั่วโมง สิ้นใจตายเมื่อวันที่
๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๘ ที่ผ่านมา ผลการสอบสวนโรคพบว่าเด็กที่เสียชีวิตรายนี้
กินเมล็ดมะกล่ำตาหนูเข้าไป ๑ เม็ด ก่อนหน้านี้ ๑ วัน โดยก่อนเสียชีวิตมีอาการอาเจียนรุนแรง
หลายครั้งและอ่อนเพลียมาก มีอาการไตวายเฉียบพลันอาเจียนเป็นเลือดสดๆ
ด้วยเหตุนี้ ผู้ใหญ่หรือผู้ปกครอง จึงควรแนะนำและสอนลูกหลานไม่ให้เล่นเมล็ดของพืชชนิดนี้
ส่วนเด็กที่โตแล้วควรสอนให้รู้อันตราย ของการทานพืชพิษชนิดนี้ หากมีเมล็ดหรือสร้อยคอที่ทำจากเมล็ดของพืชชนิดนี้อยู่
ก็ควรเก็บให้ห่างไกลเด็ก และเนื่องจากมะกล่ำตาหนูเป็นไม้เถาต้นเตี้ย
จึงไม่ควรปลูกพืชชนิดนี้ไว้ภายในบ้านเพื่อป้องกันมิให้เด็กซุกซนไปเล่น
เด็กๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมื่อเห็นพืชที่มีสีสวยๆ มักชอบใจและหยิบเอามาเล่น
มาลองทาน โดยไม่ทราบว่าพืชที่ทานนั้นเป็นอันตรายหรือไม่ โดยเฉพาะเมล็ดของต้นมะกล่ำตาหนูนี้
มีสีสรรสวยงาม น่ารัก แม้ผู้ใหญ่บางคนที่เห็น ก็อาจหยิบจับมาเล่น ลักษณะเมล็ดมีรูปกลมรีเหมือนไข่
สีแดงสด และที่ปลาย ขั้วเมล็ดมีจุดสีดำ เปลือกเป็นมันลื่น เมล็ดแก่จะแข็งกว่าเมล็ดอ่อน
เด็กบางคนเก็บมาเล่น ทำเป็นเครื่องประดับ โดยเจาะเมล็ดให้เป็นรูแล้วร้อยเชือกทำเป็นสร้อยคอ
เมล็ดมะกล่ำตาหนูมีพิษทำให้เสียชีวิตได้ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่โดยเฉพาะเมล็ดที่ยังไม่แก่
และมีเปลือกหุ้มอ่อนเพราะเปลือกหุ้มจะถูกทำให้แตกออกได้ง่าย ในทางเดินอาหาร
มีรายงานการได้รับพิษของผู้ป่วยหลายราย ในประเทศไทยจากวารสารทางการแพทย์ของโรงพยาบาลขอนแก่น
( KHON-KAEN Hospital Medical Journal ) รายงานการเกิดพิษของเด็กชายวัย
๙ ขวบที่เผลอไปทานเมล็ดมะกล่ำตาหนูแล้วทำให้มีอาการอาเจียนบ่อยครั้ง
ปวดท้องอย่าง รุนแรง ชัก และหมดสติ แพทย์ได้ทำการรักษาตามอาการของคนไข้ซึ่งภายหลังการรักษา
คนไข้มีอาการดีขึ้นเล็กน้อย แม้ในขณะนี้ คนไข้ยังคงมีปัญหาในการพูด
และไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
ผู้ป่วยที่กลืนเมล็ดมะกล่ำตาหนูจะมีช่วงระยะแฝงหรือภาวะที่อาการพิษยังไม่กำเริบ
(latent period) ระหว่าง ๒ - ๓ ชั่วโมง ถึง ๒ - ๓ วัน จากนั้นพิษของมะกล่ำตาหนูจะทำให้เกิดผลต่อระบบและอวัยวะต่าง
ๆ ภายในร่างกายคน ได้แก่ ระบบหลอดเลือด พิษจากเมล็ดมะกล่ำตาหนูไม่มีผลโดยตรงต่อหัวใจ
แต่อาจทำให้เกิดอาการช็อค ความดันโลหิตต่ำ และหัวใจเต้นเร็ว หลังจากที่คนไข้อาเจียนและท้องเสียอยู่นาน
เกิดการ ขาดเลือดหรือออกซิเจนจนทำให้ผิวหนังเปลี่ยนสีเป็นสีเขียว อาจมีอาการเซื่องซึม
ชักกระตุก ประสาทหลอน และมือสั่น เกิดการอักเสบของกระเพาะและลำไส้อย่างรุนแรง
ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย กลืนลำบาก และปวดเกร็งท้อง
การคลื่นไส้ นอกจากนี้อาจไปทำลายเยื่อบุเมือกของลำไส้เล็ก ทำให้มีเลือดออกทางอุจจาระ
(melaena) และ อาเจียนเป็นเลือด (haematemesis )ได้ ในช่วงแรกที่ได้รับสารพิษ
อาจทำให้การมองเห็นลดลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เรตินา
หากตาโดนสารพิษจะทำให้เยื่อบุตาบวม และแดงมาก นอกจากนี้การกลืนพืชพิษลงไปอาจทำให้ระคายเคืองคอได้
จากรายงานพิษส่วนใหญ่ ปริมาณของเมล็ดมะกล่ำตาหนูที่กลืนเข้าไปจะเป็นขนาดที่ทำให้เกิดพิษถึงขั้นเสียชีวิตได้ในเด็ก
ทั้งนี้ ส่วนดีของมะกล่ำตาหนูก็มีไม่น้อย แพทย์แผนไทยนำรากแห้งของมะกล่ำตาหนู
มาต้มดื่มแก้ไอ แก้หวัด เจ็บคอ แก้หลอดลมอักเสบ ดีซ่าน ขับปัสสาวะ
ขับเสมหะ และแก้เสียงแห้ง แต่ต้องใช้โดยหมอพื้นบ้านที่มีความรู้ความชำนาญเท่านั้น
นอกจากมะกล่ำตาหนูแล้ว พืชมีพิษที่อาจพบได้บ่อยและ ควรระมัดระวัง ได้แก่
เมล็ดของต้นสบู่ดำ เมล็ดของต้นแสลงใจ เมล็ดของต้นพิษลักษณ์ ที่ส่งผลร้าย
ต่อร่างกายได้เช่นกัน จะให้คุณให้โทษขึ้นอยู่กับว่านำไปใช้ถูกวิธีหรือไม่
(ที่มา : http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03p0149090249&day=2006/02/09
และhttp://medplant.mahidol.ac.th//poison/maklamtn.htm)
|
|
| สาระ
น่ารู้ |
การใช้ยาแก้อักเสบติดเชื้อควรใช้ด้วยความระวัง
การติดเชื้อก่อให้เกิดโรคได้หลายโรค
เช่น ทอนซิลอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ลำไส้อักเสบ แผลอักเสบ เราจึงมักเรียกยาที่ใช้รักษาโรคซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ว่า
ยาแก้อักเสบ ซึ่งได้แก่ ยาปฏิชีวนะ และยาต้านแบคทีเรียชนิดต่าง ๆ
เช่น เพนนิซิลลิน เตตร้าซัยคลิน คลอแรมเฟนิคอล ซัลฟานิลาไมด์ เป็นต้น
ยาแต่ละชนิดก็เหมาะสำหรับการติดเชื้อที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรพบแพทย์
หรือเภสัชกร เพื่อจัดยารักษาให้เหมาะสมกับการติดเชื้อ การใช้ยาแก้อักเสบติดเชื้อควรต้องระวังเรื่อง
การแพ้ยาด้วย เพราะยาบางชนิดอาจทำให้เกิดการแพ้ได้ง่าย เช่น ยาจำพวกซัลฟานิลาไมด์
และยาจำพวก เพนนิซิลลิน ซึ่งอาการแพ้จะมีลักษณะเกิดอาการผื่นแดง
คลื่นไส้อาเจียน หายใจไม่ออก ช็อก จนถึงเสียชีวิตได้ ดังนั้น หากเคยแพ้ยาอะไรมาก่อนก็ควรหลีกเลี่ยงยานั้นโดยควรแจ้งให้แพทย์และเภสัชกรทราบเสมอ
และข้อควรระวังอีกประการหนึ่งในการใช้ยาแก้อักเสบเนื่องมาจากการติดเชื้อ
ก็คือจะต้องใช้ยาให้ถูกต้องทั้งขนาด เวลาในการกิน และกินให้ครบตามระยะเวลาที่แพทย์สั่ง
โดยทั่วไปจะต้องกินยาให้ครบ ๗ วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อดื้อยา
(ที่มา :http://www.fda.moph.go.th/1556/menu2.asp?tid=0811)
|
|